Category Archives: The Inspire

พลิกที่ดินประวัติศาสตร์สร้าง “ล้ง 1919” แหล่งท่องเที่ยวแนว Heritage แห่งใหม่ของตระกูล “หวั่งหลี”

สายน้ำเจ้าพระยา กำลังสร้างตำนานบทใหม่อีกครั้งบนพื้นที่เก่าแก่ของโกดังบ้าน “หวั่งหลี” ติดแม่น้ำฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับย่านตลาดน้อย – เยาวราช   

ที่ดินแปลงนี้คือท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” จำนวน 6 ไร่ พร้อมพื้นที่อาคาร 6,800 ตารางเมตร ของตระกูลหวั่งหลี และในฐานะเจ้าของต้องการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ปลุกชีวิตให้มรดกของบรรพบุรุษที่หลับใหลให้ตื่นคืนชีวิตชีวาอีกครั้ง ในนาม “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา


ตัวโครงการจะประกอบไปด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ สำหรับการจัดกิจกรรม นิทรรศการ งานเลี้ยงสังสรรค์ ร้านอาหาร – คาเฟ่ ร้านจำหน่ายสินค้าศิลปะและงานฝีมือของเหล่าศิลปินรุ่นใหม่สถานที่พักผ่อน และพิพิธภัณฑ์ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยจีนในอดีตบนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา  

 

โดยผู้ที่ดูแลโครงการสำคัญของตระกูล “หวั่งหลี” โครงการนี้คือ รุจิราภรณ์ หวั่งหลี Project Director  ที่เริ่มเข้ามาพัฒนาสถานที่แห่งนี้ ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2559 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2560 

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี เจ้าของ บริษัท พี ไอ เอ อินทีเรีย จำกัด (PIA Interior Company Limited) บริษัทอินทีเรียฝีมือคนไทย

รุจิราภรณ์ กล่าวว่า ทุกคนในบ้านหวั่งหลีต่างเห็นพ้องกันว่า จะยังคงรักษารูปร่างหน้าตาแบบดั้งเดิมตั้งแต่ครั้งสร้างครั้งแรก เมื่อได้บูรณะขึ้นมาแล้ว จึงอยากเปิดให้เป็นพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนภายนอก นักเรียน นักศึกษา รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ผ่านศิลปะและวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเล ตั้งแต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งโครงการนี้เป็นการบูรณะเชิงอนุรักษ์ ที่ยึดหลักการรักษาโบราณสถานให้คงสภาพงดงามตามสภาพให้ได้มากที่สุด

“เราตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้ “ล้ง 1919”  กลายเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยจีน ที่นอกจากจะเป็นความภูมิใจของลูกหลานตระกูลหวั่งหลีเองแล้ว ยังรวมถึงลูกหลานชาวไทยจีนทุกคนด้วย”

สำหรับการอนุรักษ์ การบูรณะเชิงอนุรักษ์ ที่ยึดหลักการรักษาโบราณสถานให้คงสภาพงดงามตามสภาพ ที่หลงเหลือจนถึงปัจจุบัน ด้วยการใช้วิธีการบูรณะและวัสดุแบบโบราณ เช่น จิตรกรรมฝาผนังที่อยู่บนขอบประตูและหน้าต่างให้คงสภาพเดิมโดยใช้วิธีแบบโบราณ ด้วยการใช้สีที่ตรงกับของเดิมมากที่สุด

ค่อยๆ บรรจงแต้มเติมรอยจางให้ชัดขึ้น โดยไม่ได้เอาสีสมัยใหม่เข้าไประบายทับหรือวาดเพิ่มเติม หรืออย่างเช่น ผนังอิฐ ส่วนที่แตกร่อนก็คงสภาพไว้ตามนั้น บูรณะโดยการใช้ปูนจากธรรมชาติแบบโบราณมายาช่วงรอยต่อ  ที่แตกเพื่อไม่ให้ปูนหลุดร่อนไปมากกว่าเก่า ส่วนโครงสร้างไม้สักนั้น ส่วนไหนที่ชำรุดก็นำไม้จากส่วนอื่นๆ    ของอาคารมาต่อเติม และเก็บรักษาวัสดุเดิมไว้ให้ได้มากที่ สำคัญคือต้องรักษารูปทรงเดิมไว้

 

 

โครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ประกอบไปด้วยส่วนประกอบสำคัญดังนี้

1. ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) อายุมากกว่า 180 ปี สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมใจของชาวจีนในแผ่นดินไทย

2. อาคารจัดงานอีเว้นท์ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ

3. ลานกิจกรรมกลางแจ้ง

4. Co-Working Space

5. ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดีไซน์ งานฝีมือ จากศิลปินร่วมสมัยรุ่นใหม่

6. ร้านอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำ อาทิ ร้านนายห้าง, ร้านอาหาร โรงสี, ร้านกาฟงกาแฟ ฯลฯ

7. บริเวณที่นั่งพักผ่อนระเบียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา

8. ท่าเรือสัญจรทางแม่น้ำเจ้าพระยา

9. ศิลปวัฒนธรรม อาทิ อาคารไม้สถาปัตยกรรมจีนโบราณ, ภาพจิตรกรรมฝาผนังจากปลายพู่กันจีน

10.ท่าเรือหวั่งหลี ซึ่งเป็นท่าเรือส่วนบุคคลสำหรับเดินทางทางน้ำมายัง “ล้ง 1919” โดยเฉพาะ

 

ประวัติความเป็นมา

ชื่อ “ล้ง” มาจากชื่อเดิมของสถานที่นี้ว่า “ฮวย จุ่ง ล้ง” เป็นภาษาจีน เขียนว่า  火 船 廊  หมายถึง “ท่าเรือกลไฟ” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2393 (ค.ศ.1850) โดยพระยาพิศาล ศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) ต้นตระกูลพิศาลบุตร ซึ่งเป็นคนจีนที่เกิดบนแผ่นดินสยาม โดยบรรพบุรุษของท่าน ได้เดินทางจากเมืองจีนมาค้าขายและตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์

ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ใช้เป็นท่าเรือกลไฟ ซึ่งคือเรือโดยสารหรือบรรทุกสินค้าที่ใช้ฟืนเป็นต้น เป็นเชื้อเพลิงมีขนาดใหญ่กว่าเรือไฟ นิยมใช้แล่นในท้องทะเลหรือมหาสมุทร โดยชาวจีนในอดีตนิยมใช้เดินทางทางทะเลเพื่อเข้ามาค้าขายหรือย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่ประเทศไทย มาเทียบท่าเรือ พร้อมลงทะเบียนชาวต่างชาติที่ท่านี้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งการค้าธุรกิจ โดยตัวอาคารท่าเรือเป็นร้านค้าและโกดังเก็บสินค้า  ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ

ต่อมาเมื่อการท่าเรือแห่งประเทศไทยเข้ามามีบทบาทในการค้ากับต่างชาติมากขึ้น ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ค่อยๆ ลดบทบาทลง ในปี พ.ศ. 2462 (ค.ศ.1919) ตระกูล “หวั่งหลี” โดยนาย ตัน ลิบ บ๊วย จึงได้เข้ารับช่วงเป็นเจ้าของต่อจากตระกูลพิศาลบุตร และได้ปรับท่าเรือดังกล่าวให้กลายเป็นอาคารสำนักงาน และโกดังเก็บสินค้า สำหรับกิจการการค้าด้านการเกษตรของตระกูลหวั่งหลีถึงเมื่อปี พ.ศ.2559 เป็นโกดังสำหรับ เก็บสินค้าการเกษตรที่ขนส่งมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นที่อยู่อาศัยให้เช่าสำหรับคนงานในพื้นที่ และศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว ที่ประดิษฐานอยู่คู่กับท่าเรือ ฮวย จุ่ง ล้ง มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนปัจจุบัน

 

รูปแบบสถาปัตยกรรม

“ฮวย จุ่ง ล้ง” ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมจีนซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน พื้นสร้างจากไม้ หลังคาสร้างจากกระเบื้อง เป็นหมู่อาคารแบบ “ซาน เหอ หยวน” (三 合 院) ซึ่งเป็นการออกแบบวางผังอาคารในแบบจีนโบราณ ลักษณะอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อกัน 3 ด้าน เป็นผังรูปทรงตัว U มีพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างอาคารทั้งสามหลังเป็นลานอเนกประสงค์

ตัวอาคารถูกใช้สำหรับหลายวัตถุประสงค์ อาคารด้านในที่ตั้งขนานกับแม่น้ำเป็นอาคารประธานเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ส่วนอาคารอีก 2 หลังที่ตั้งฉากกับแม่น้ำ ใช้สำหรับเป็นอาคารสำนักงานและโกดังสินค้า ภายหลังมีการสร้างโกดังเพิ่มเติมที่ริมฝั่งแม่น้ำ ต่อจากอาคารทั้ง 2 ข้าง เพื่อรองรับการเก็บสินค้าจำนวนมาก และการเปลี่ยนแปลงของอาคารดั้งเดิมที่กลายเป็นที่อยู่อาศัยของคนงาน 

ด้วยคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ของ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ซึ่งเป็นอาคารแถวที่ออกแบบด้วยการวางผังสถาปัตยกรรม “ซาน เหอ หยวน” แบบจีนโบราณ หลังสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  งดงามด้วยศิลปะภาพวาดลวดลายอันเป็นมงคลและภาพวิธีชีวิตชาวจีนรอบวงกบหน้าต่าง ซึ่งมีอายุเก่าแก่ กว่า 180 ปี “ฮวย จุ่ง ล้ง” จึงถูกยกฐานะเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ตามกฎหมายการอนุรักษ์ของประเทศไทย ลูกหลานของตระกูลหวั่งหลีผู้เป็นเจ้าของถือครองจึงมีเจตนารมณ์ที่จะรักษามรดกของบรรพบุรุษชิ้นนี้ไว้ให้คงอยู่ตราบนาน โครงการบูรณะท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ขึ้น จึงได้ริเริ่มขึ้น    

นี่คือนามบัตรที่ต้องเอาไฟส่อง ถึงจะเห็นข้อมูลที่อยู่ข้างใน

ผลงานจาก Dori ดีไซน์ชาวแคนาดา อายุ 26 ปี ที่ได้สร้างสรรค์นามบัตรในสไตล์มินิมอลที่สุด เท่าที่เราเคยเห็นมาก่อน

สำหรับนามบัตรที่ดูภายนอกเหมือนเป็นแค่กระดาษแข็งแผ่นเปล่า แต่ความจริงแล้วด้านในกลับระบุข้อความที่เอาไว้ติดต่อกับเจ้าของ ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ต้องนำนามบัตรใบนั้นไปส่องกับแสง หรือถ้าง่าย ๆ เลยก็เปิดแฟลชจากมือถือของเราก็ได้ จากนั้นแล้วข้อความที่เกิดจากเทคนิคการนำกระดาษไปซ้อนกัน 3 ชั้นก็จะปรากฎออกมา

เป็นการ์ดเรียบ ๆ ง่าย ๆ ที่กลับมีความโดดเด่นมากยิ่งกว่านามบัตรที่เต็มไปด้วยสีสันซะอีก

ได้รับนามบัตรแบบนี้มา คงจะต้องเอาไปส่องหา Contact ติดต่อก่อนจะเก็บลงไปในกระเป๋า

ที่มา : Boredpanda

ยาดมที่มาในธีม ‘คมนาคมไทย’ ขับไวขนาดนี้ต้องดมให้โล่งใจซึกซื้ดดดนึง

เป็นอีกหนึ่งผลงานการออกแบบแพ็กเกจจิ้งของคนไทย ที่เว็บไซต์แพ็กเกจจิ้งระดับโลกอย่าง Packagingoftheworld.com นำเอาไปแชร์ต่อ

สำหรับ Thai Transport ยาดมที่นำการคมนาคมของไทยไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตุ๊ก รถเมล์ รถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์มาเป็นคอนเซปต์หลักในการออกแบบ
เพราะระบบคมนาคมในประเทศไทย มันเป็นอะไรที่อเมซิ่งมาก ซิ่งไวขนาดที่ต้องเอายาดมไปดมระหว่างการโดยสาร และไม่ใช่แค่ในด้านของ Emotional เท่านั้น แต่ด้านของ Functional ยาดมนี้ยังจะช่วยลดประมาณการสูดดมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนที่คุณเดินทางได้อีกด้วย

แม้ไอเดียนี้จะเป็นเพียงแค่ Concept ยังไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อ Commercial ก็ตาม แต่ถ้าหากได้นำมาขายจริง คาดว่านี่คงจะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากต่างชาติในแง่ของ Souvenir

และได้รับความนิยมจากคนไทยในแง่ของการเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสียดสีสังคมได้สนุกสนานมากเลยทีเดียว

Creative Agency: Prompt Partners
Additional Credits: Nonpakorn Thiapairat, Chalayoot Komolnimi, Sopaporn Intarapasit

แม้แต่ตู้เย็น ก็ยังขายกลางทะเลได้ !

ถ้าไม่อยากโดนสปอยล์ ดูคลิปนี้ก่อน แล้วค่อยเลื่อนลงไปอ่านคอนเทนต์ข้างล่าง !

หัวใจของธุรกิจ E-Market คือการซื้อง่าย ขายไว Letgo แบรนด์ E-Market ก็เลยออกมาทำโฆษณาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญตรงนี้

ด้วยพล็อตเรื่องแบบขบขันของชาย 2 คนที่เรือกำลังจะจมน้ำ แต่ตัดใจทิ้งตู้เย็นซึ่งเป็นตัวถ่วงน้ำหนักเรือไม่ได้ เลยถ่ายรูปตู้เย็นดังกล่าวแล้วโพสต์ขายใน Letgo

แม้จะอยู่กลางน้ำ แต่ก็ยังสามารถขายได้

และถึงจะดูเป็นเรื่องราวที่โอเวอร์เกินจริงไปหน่อย แต่มันก็เป็นโฆษณาที่สามารถสะท้อนหัวใจสำคัญของการทำ E-Market อย่างการซื้อง่ายขายไวได้เป็นอย่างดี

Advertising Agency: CP+B, London, England

ที่มา : Adsoftheworld

เมื่อแบรนด์รถยนต์ใช้บันจีจัมพ์ มาเปรียบเทียบให้เห็นภาพของระบบกันชนหน้ารถ

การทำโฆษณาที่ดีคือการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ และเมื่อ SKODA แบรนด์รถยนต์ ต้องการจะทำโฆษณาเพื่อขายระบบกันชนหน้ารถ พวกเขาก็เลยใช้บันจีจัมพ์มาเป็นเครื่องมือในการทำให้ผู้คนได้เข้าใจว่าการมีรถยนต์ที่มีระบบบกันชนอยู่ด้านหน้ามันมีประโยชน์ขนาดไหน

ด้วยการเข้าไปจัดบูธให้ผู้คนในเทศกาลดนตรีได้มาเล่นบันจี้จัมพ์กัน แต่ที่แตกต่างออกไปคือพื้นด้านล่างนั้นจะติดภาพของท้ายรถบรรทุกเอาไว้

และความรู้สึกที่เวลาโดดลงไปแต่มีสายสลิงดึงรั้งเอาไว้ไม่ให้คุณไปกระแทกกับภาพท้ายรถกระบะนั่นแหละ

คือความรู้สึกเดียวกับการมีระบบเบรคด้านหน้าของ SKODA ติดรถเอาไว้

Advertising Agency:Café Communications, Budapest, Hungary

เธอคือผู้หญิงที่จำรายละเอียดใน Catalogue ของ Ikea ไดทั้ง 328 หน้า

เป็นโฆษณาที่ทำให้เราลุ้นไม่ต่างจากเวลาดูเกมส์โชว์ยังไงอย่างงั้น สำหรับโฆษณาจากแบรนด์ IKEA ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมี  Yanjaa Wintersoul เป็นตัวละครหลักของหนังโฆษณา เพราะเธอคือผู้หญิงที่สามารถจำรายละเอียดใน Catalogue ทั้ง 328 ของ Ikea ได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่หน้านั้นมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนวางไว้อยู่บ้าง แต่ละเอียดถึงขนาดที่ว่าอะไรวางไว้อยู่ตรงไหน

และที่บอกว่ามันเป็นโฆษณาที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ดูเกมส์โชว์ เพราะมันเป็นโฆษณาที่ทำให้คนดูอย่างเรา ๆ แอบลุ้นว่า Yanjaa จะสามารถตอบคำถามจากเจ้าหน้าที่และพนักงานได้หรือไม่

ถ้าอยากรู้ว่าลุ้นขนาดไหน ต้องลองมาดูจากคลิปที่ด้านล่างนี้กัน

สุดท้ายแล้วนอกจาความสนุก สิ่งที่ทำให้ Ikea ออกมาทำงานโฆษณาชิ้นนี้ก็คือการเปิดตัว Catalogueใหม่ของ Ikea ซึ่งมาในคอนเซปต์ของ The Unforgettable 2018 Ikea Catalogue นั่นเอง

และทางแบรนด์ก็ยังต่อยอดโฆษณานี้ด้วยการจัดกิจกรรม The Human Catalogue mให้ผู้คนได้มาทดสอบความจำของ Yanjaa ผ่าน Facebook Live ของทางแบรนด์อีกด้วย

Advertising Agency:BBH, Singapore

บาร์หน้าร้อน ที่เลือกจะไม่เสิร์ฟน้ำแข็งให้กับลูกค้า

ในหน้าร้อนของเมือง Zagreb ประเทศโครเอเชีย ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไปหาเครื่องดื่มเย็น ๆ ตามบาร์ต่าง ๆ มาดื่มเพื่อดับกระหาย
แต่บาร์แห่งนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะถึงจะรู้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่มาสั่งเครื่อดื่มเพื่อดับร้อน แต่บาร์แห่งนี้กลับเลือกที่จะเสิร์ฟเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำแข็งให้ภายในแก้ว

คิดดูว่าถ้าเราเดินตากแดดร้อน ๆ มาแล้วมาเจอบาร์ที่พอสั่งเครื่องดื่มไปกลับไม่มีน้ำแข็งมาให้แล้วจะรู้สึกเซ็งขนาดไหน
เมื่อเจอกับความเฟล ลูกค้าที่เข้ามากินจึงต่างถ่ายรูปในบาร์แห่งนี้ลงใน Social Media ของตัวเอง

ไม่ใช่เพราะความโมโหหรือเกลียดชัง แต่เป็นเพราะจิตสำนึกที่อยากจะช่วยรณรงค์ปัญหาโลกร้อนมากกว่า

https://youtu.be/-D144PFhnx0

โดยบาร์แห่งนี้เป็นบาร์ที่ร่วมมือกับ WWF องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ต้องการให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน ที่ต้องการจะบอกว่า ‘น้ำที่อยู่ในแก้วของพวกคุณ มันก็เหมือนน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายนั่นแหละ’

ฉะนั้นแล้ว จงช่วยบอกต่อแคมเปญนี้ให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ถึงปัญหาโลกร้อนที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกทีซะ เพราะการบอกต่อผ่านการแชร์ใน Social Media ของพวกคุณ ไม่ได้แค่ทำให้คนอื่นได้ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนนี้เหมือนกัน

แต่ยังจะทำให้คุณได้รับน้ำแข็งจากทางบาร์ไปอีกด้วย

เพราะคนยิ่งรับรู้เท่าไหร่ น้ำแข็งขั้วโลกก็อาจจะยิ่งละลายช้าลง และทำให้น้ำแข็งในแก้วของคุณเพิ่มขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

Advertising Agency:Bruketa&Žinić OM, Zagreb, Croatia

เมื่อคนร้ายล่อลวงเด็ก ๆ ด้วยอมยิ้มผ่านโลกออนไลน์

ในยุคดิจิทัลที่อาชญากรรมไม่ได้มาแค่ในรูปแบบของท้องถนน แต่ลูก ๆ ของคุณก็อาจมีสิทธิที่จะเจอผู้ร้ายเหล่านี้บนโลกอินเทอร์เน็ต

Cyber Crime Awareness Society องค์กรสาธารณะที่ออกมารณรงค์ในเรื่องภัยร้ายบนโลกไซเบอร์ จึงได้ทำ Print-Ad ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของเอเยนซี่อย่าง JWT, Gurgaon, India ที่ออกมาในรูปแบบของภาพในการยื่้นช็อคโกแลต ลูกโป่ง และอมยิ้ม ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจเด็ก ๆ

เพียงแต่ไม่ได้เป็นการให้กับมือโดยตรงเหมือนกับวิธีล่อลวงในสมัยก่อน แต่เป็นการให้ผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อต้องการเปรียบเทียบให้ผู้คนได้ตระหนักถึงภัยร้ายในโลกไซเบอร์ที่อาจเกิดกับลูกของคุณ

  Advertising Agency:JWT, Gurgaon, India

เสพคาเฟอีนแบบคราฟต์ ๆ กับ ‘Newton Espresso Press’ เครื่องทำกาแฟทำมือ

เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่คอกาแฟหลายคนอยากจะมีไว้ครอบครอง สำหรับ Newton Espresso Press เครื่องทำกาแฟที่เกิดจากไอเดียของ 2 นักออกแบบชาวนิวซีแลนด์ ที่จะทำให้คุณดื่มกาแฟได้โดยไม่ต้องพึ่งการเสียบปลั๊กไฟ ไม่ก่อให้เกิดเสียงดังของเครื่องมารบกวนโสตประสาท อีกทั้งแรงดันน้ำที่ผ่านผงกาแฟก็ไม่ได้แตกต่างจากการใช้เครื่องทำกาแฟทั่วไปแต่อย่างใด

Who LOVES coffee?!?! | #newtonespresso #comingsoon

A post shared by Newton Espresso (@newtonespresso) on

โดยในเดือนตุลาคมนี้ 2 ดีไซน์เนอร์ชาวนิวซีแลนด์ จะนำเจ้าเครื่อง Newton Espresso Press นี้ไประดมทุนผ่านเว็บไซต์ Kickstarter.com

ที่คาดว่าจะได้รับ Feedback ที่ดีจากผู้คน ไม่ต่างกับช่วงก่อนระดมทุนที่สื่อและเว็บไซต์ดีไซน์มากมายหันมาให้ความสนใจ

 

ทั้งฮา ทั้งสร้างสรรค์ กับภาชนะที่จะทำให้คุณทานอาหารน้อยลง

หลายคนลดความอ้วนด้วยวิธีการลดปริมาณอาหาร ที่สุดท้ายแล้วก็มักจะนำไปทบในมื้อถัดไปในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพื่อเป็นการให้รางวัลที่มื้อก่อนหน้ากินมาน้อย

ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า การลดปริมาณในมื้อแรกไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยทั้งสิ้น

ถ้าในเมื่อพยามจะลดกี่ครั้งก็ไม่เคยทำได้ ก็จงหลอกตัวเองซะ !

Saki Maruyama และ Daniel Coppe 2 นักศึกษาจาก London’s Royal College of Art ก็เลยคิดค้นอุปกรณ์ให้คนอยากผอมได้หลอดตัวเองขึ้นมา ที่พวกเขาตั้งชื่อให้กับมันว่า ‘Half/Full’

มาในรูปแบบของภาชนะต่าง ๆ ที่เอาไว้สำหรับรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นช้อน ชาม จาน หรือแม้กระทั่งแก้วน้ำก็ตาม โดยการทำดีไซน์ให้ภาชนะเหล่านี้สามารถใส่อาหารได้เพียงแค่ครึ่งนึงเท่านั้น และทดแทนอีกส่วนที่หายไปด้วยการติดกระจก เพื่อสะท้อนภาพของอาหารให้ผู้กินรู้สึกว่ามันยังมีแบบเต็มจาน

พอดูเยอะก็จะรู้สึกว่ากินเยอะ

แบบนี้ก็จะทำให้โอกาสในการให้รางวัลตัวเองในมื้อถัดไปลดน้อยลง

และทำให้เป้าหมายที่ตั้งใจจะผมเป็นไปได้เร็วมากขึ้น