Category Archives: The Academy

พฤติกรรมการปรุงอาหารคนไทย เน้นเร็ว ไม่เน้นสุขภาพ

การทำอาหารทานเองนั้นมีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน ปริมาณ วัตถุดิบ และรสชาติที่เลือกเองได้.. แต่ชีวิตในเมืองที่ต้องตื่นแต่เช้า ฝ่ารถติดไปทำงาน หรือ กลับจากที่ทำงานด้วยร่างกายที่อ่อนล้า การทานอาหารนอกบ้าน หรือ ซื้ออาหารมาทานที่บ้าน เป็นทางเลือกที่สบายและเหนื่อยน้อยที่สุด

แต่ในปัจจุบัน มีสินค้าประเภทหนึ่งที่น่าสนใจ ที่ช่วยลดความยุ่งยากของการทำอาหาร นั่นก็คือ เครื่องปรุงสำเร็จรูป ที่แค่ฉีกซองเทลงกระทะ หรือหม้อ ก็เรียบร้อย

เครื่องปรุงสำเร็จรูป จึงเป็นเซ็กเมนต์หนึ่งที่น่าสนใจ จะมีเทรนด์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ไปชิมกัน

 


SCB EIC ได้แบ่งเครื่องปรุงออกเป็น 4 ประเภท ตามวิธีการใช้งาน ได้แก่

1.เครื่องปรุงพื้นฐาน : เครื่องปรุงที่ใช้ตอนทำกับข้าวเป็นหลัก เช่น น้ำปลา น้ำตาล ซีอิ๊ว เกลือ พริกไทย พริกป่น หรือ ซอส น้ำมันหอย

2.เครื่องปรุงสำเร็จรูป : เครื่องปรุงที่ใช้แล้ว กลมกล่อม พร้อมทานได้เลย เช่น ซุปก้อน ซุปผง หรือผงปรุงสำเร็จรูป

3.เครื่องปรุงอื่นๆ : ใช้ในการประกอบอาหาร แต่ไม่บ่อยนัก เช่น น้ำมะเขือเทศเข้มข้น หรือ ของหมักดองเปรี้ยวอื่นๆ

4.เครื่องปรุงเสริมบนโต๊ะ : ส่วนใหญ่มักใช้ไว้จิ้ม ไว้ราดต่างหาก เช่น ซอสพริก น้ำสลัด น้ำจิ้มไก่ หรือ มัสตาร์ด

*เป็นการแบ่งให้เกิดความเข้าใจง่ายๆ เครื่องปรุงบางอย่างอยู่ได้หลายประเภท เช่น น้ำปลา น้ำตาล ซอสพริก

 

สิ่งที่น่าสนใจของกราฟนี้คือ  สัดส่วนกราฟสีเหลืองเพิ่มขึ้น (เครื่องปรุงสำเร็จรูป) และ สัดส่วนกราฟสีม่วงลดลง (เครื่องปรุงพื้นฐาน) ซึ่งมูลค่าตลาดเครื่องปรุงนั้นโตขึ้นทุกปี ปีละ 5.5% แต่เครื่องปรุงสำเร็จรูปโตปีละ 8.1% ในขณะที่เครื่องปรุงพื้นฐานโต 4.8% หมายความว่ามูลค่าตลาดเครื่องปรุงพื้นฐานยังโตอยู่ แต่โตในอัตราที่ลดลง ในขณะที่เครื่องปรุงสำเร็จรูป ค่อยๆ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเทรนด์นี้ คือ พฤติกรรมคนเมืองที่เปลี่ยนไป ครอบครัวเล็กลง ทำให้ซื้อของน้อยลง และไม่มีเวลาในการทำอาหารเอง ฉะนั้นการซื้อเครื่องปรุงสำเร็จรูปในราคาซองละ 20-30 บาท อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะไม่ต้องเก็บของในตู้เย็น ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมวัตถุดิบ

 

แต่…โลกความจริงไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ พบว่าตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา คนไทยกลับมาเป็นโรคที่เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงของคน เช่น การทานอาหาร การนอน การออกกำลังกาย

โดย 3 โรคที่คนไทยเป็นเยอะสุด ในปี 2015 ได้แก่

1.โรคความดันโลหิตสูง 2,042 คนต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้น 93% จากปี 2011

2.โรคเบาหวาน 1,325 คนต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้น 67% จากปี 2011

3.โรคไตวาย 1,068 คนต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้น 32% จากปี 2013

จะเห็นได้ว่า สาเหตุของโรคเหล่านี้เกิดจากการตามใจปากล้วนๆ และถึงโรคเหล่านี้จะไม่ทำให้เสียชีวิต แต่ก็เสียสุขภาพ และค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก

ฉะนั้น EIC จึงมองว่าในช่วง ตลาดเครื่องปรุงสำเร็จรูปกำลังโต หากแบรนด์ไหนสามารถสร้างจุดขายในเรื่องสุขภาพได้ จะสามารถก้าวเหนือคู่แข่งได้เป็นอย่างดี เพราะในตลาดตอนนี้ ทุกแบรนด์โฟกัสไปที่รสชาติเป็นหลัก

 

 

ผู้เล่นในตลาดเครื่องปรุงสำเร็จรูป

ปัจจุบันผู้เล่นในตลาดนี้มีเยอะมาก แต่ที่ดังๆ และเห็นตามโทรทัศน์บ่อยๆ ก็มีแบรนด์เหล่านี้ ซึ่ง Lobo และ RoiThai ดูจะมีตัวเลือกเยอะที่สุด ในขณะที่ คนอร์ กับรสดี อาศัยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทำตลาดนี้ควบคู่ไป

และอย่างที่กล่าวไปแล้ว เรื่องสุขภาพกับเครื่องปรุงสำเร็จรูป ยังไม่ได้มีถึงมากนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ ความเชื่อที่ว่าอาหารคลีนคืออาหารที่ปรุงน้อยที่สุด แต่ถ้าแบรนด์เหล่านี้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ เราน่าจะได้เห็นสัดส่วนตลาดที่เปลี่ยนมากยิ่งขึ้น

 

ที่มา : SCB EIC

 

 

 

 

 

ทักษะเหล่านี้มีแล้วช่วยให้งานก้าวหน้า

เป็นผู้ฟังที่ดี – ในบริบทของการทำงานคุณต้องติดต่อสื่อสารกับคนหลายระดับ ตั้งแต่ลูกน้อง พนักงานระดับเดียวกัน ไปจนถึงหัวหน้าหรือเจ้าของบริษัท โดยการสื่อสารจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อมีทั้งผู้พูดและผู้ฟัง แต่ส่วนใหญ่น้ำหนักความสำคัญกลับเอียงไปที่ฝ่ายแรกมากกว่าจนแทบไม่มีใครฟังใคร ดังนั้นทุกครั้งเมื่อพูดคุยควรคำนึงถึงการเป็นผู้ฟังที่ดีซึ่งสนใจอีกฝ่าย และเปิดโอกาสให้คู่สนทนาได้แสดงความคิดเห็นจนพาให้การเจรจาจบลงพร้อมความเข้าใจที่ตรงกัน

ระวังการกระทำและคำพูด – ทักษะถัดมาซึ่งช่วยให้หน้าที่การงานก้าวหน้าคือการทำให้ได้อย่างที่พูด สร้างผลงานได้ตามสัญญาไว้ และขณะเดียวกันต้องพร้อมยอมรับผิดหากเรื่องที่ลั่นวาจาไว้ไม่เกิดขึ้นจริง โดยเพื่อให้คำพูดกับการกระทำสอดคล้องกันควรคิดให้รอบคอบ และประเมินว่าสามารถสร้างให้เห็นเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ เพราะความน่าเชื่อถือต้องการเวลากับผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ และเมื่อผิดสัญญาความน่าเชื่อถือต่อตัวคุณ จากทั้งเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าจะลดลงทันที

ออกจากข้อจำกัดได้อย่างสร้างสรรค์ – ไม่ว่าเลี่ยงอย่างไรคงต้องมีสักวันที่เจอเข้ากับอุปสรรคหรือข้อจำกัดในการทำงาน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งอุปกรณ์ไม่ครบ เส้นตายที่ใกล้เข้ามาหรือกำลังคนไม่พอ โดยหากมีความคิดสร้างสรรค์ก็จะช่วยให้คุณออกจากวิกฤตเหล่านี้ได้ในที่สุด ไม่ต่างจากพ่อครัวชื่อดังที่ยังสามารถรังสรรค์หาอาหารรสเลิศออกมาได้แม้ส่วนผสมไม่ครบตามตำรา หรือผู้กำกับภาพยนตร์ที่ใช้โครงเรื่องน่าสนใจเป็นจุดขายแม้ทุนสร้างจำกัด

รู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง – ยามคลื่นลมโหมกระหน่ำกัปตันต้องบังคับเรือแล่นฝ่าไปอย่างระมัดระวังเพื่อให้ไม่ตัวเรือแตกพังและล่มกลางทะเล เช่นเดียวกับการทำงานที่ต้องไม่หุนหันพลันแล่น ปล่อยอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล คิดทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรอง จนผลงานออกมาแย่กว่าที่เคยทำได้ หรือร้ายกว่านั้นอาจพาให้ที่หวังพังลงตรงหน้า ดังนั้นไม่ว่าคุณอยู่ในอาชีพใดเมื่อโกรธ เสียใจ หรือท้อแท้ ต้องรู้ทันอารมณ์เหล่านั้น เรียกสติและสมาธิกลับมาก่อนลงมือทำงานเพื่อสร้างผลงานที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง

หมั่นออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ – เมื่อพูดถึงความใหม่ ย่อมไม่สามารถจำกัดตัวเองอยู่กับสิ่งเดิมๆ เฉพาะสายงานที่ทำอยู่ หรือติดอยู่กับกิจวัตรประจำวัน โดยเพื่อให้ได้ประสบการณ์แปลกใหม่ คุณต้องลงทุนเรื่องเวลา กล้าออกจากกรอบ เปิดตัวเองสู่โลกภายนอกและทำกิจกรรมที่ไม่คุ้นเคย รวมถึงออกจาก Comfort Zone บ้าง ซึ่งประโยชน์ที่ได้ในทันทีคือการเปิดโลกทัศน์ เห็นเรื่องเดิมได้จากมุมมองใหม่และช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์ ส่วนประโยชน์ต่องานจะทำให้คุณมีแต้มต่อเหนือคนอื่นๆ ผ่านความรู้เรื่องต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันหรือรู้จักพลิกแพลงซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทุกบริษัทต้องการให้พนักงานมีเพื่อใช้แก้ปัญหายามวิกฤต / themuse

เติมไฟอย่างไร เมื่อเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำงานวันหยุด

ปรับเปลี่ยนพื่นที่ทำงาน – เป็นใครก็คงทำใจยากหากได้รู้ว่าวันหยุดยังต้องทำงาน เพราะข่าวร้ายดังกล่าวทำให้แผนพักผ่อนที่วางไว้ถูกพับเก็บและสมาชิกร่วม Holiday Trip ต้องนั่งแกร่วที่ไม่ได้ไปไหน แต่โลกการทำงานก็เป็นแบบนี้ บทงานจะเข้าขึ้นมาบางทีก็ไม่เลือกเวลา ไม่สนว่ากว่างานจะเสร็จคนทำต้องเสียสละอะไรไปบ้างหรือทุ่มแค่ไหน โดยวิธีแรกที่ช่วยปลุกไฟหากเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำงานในวันหยุดคือ การปรับเปลี่ยนพื้นทำงานเล็กๆน้อยๆ เช่นเปลี่ยนตำแหน่งข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะและภาพ Screen Saver บนจอ Computer หรือหากเป็นไปควรเปลี่ยนที่นั่งทำงาน เพื่อให้ได้รู้สึกสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ลดความเบื่อหน่าย และปรับทัศนคติ ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามผลการศึกษาด้านจิตวิทยาที่ว่า ทัศนคติและมุมมองของคนเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่รอบตัว หากปรับบริบทแวดล้อมให้ต่างจากเดิม นิสัย พฤติกรรมและทัศนคติก็จะเปลี่ยนไปด้วย

ขจัดความจำเจออกจากตารางงาน – ประโยชน์ของการคาดเดาได้และอะไรที่เป็นกิจวัตรคือสร้างความอุ่นใจ แต่การยึดติดกับสภาพความเป็นอยู่ (Status Quo Bias) จะส่งผลเสียทันทีถ้ามีเรื่องให้การปรับเปลี่ยนชั่วคราวที่วางแผนอย่างวันหยุดหรือการพักร้อนไม่เกิดขึ้น โดยวิธีถัดมาที่ช่วยปลุกไฟทำงานในวันหยุดคือปรับตารางงานและกิจวัตรของวันนั้นให้ต่างไปจากเดิม เช่นถ้าปกติเข้าบ่ายให้ลองเปลี่ยนไปเข้ากะเช้า หรือเปลี่ยนจาก Computer มาใช้กระดาษกับปากกาในการจดบันทึกบ้างเพื่อให้สมองได้รับรู้ถึงสิ่งใหม่และเรียกคืนความคิดสร้างสรรค์ให้กลับมา

อย่าติดกับโลก Online นานเกินไป – ชีวิตการทำงานที่ผูกติดกับโลก Online กับ Mobile Device รวมถึงเครือข่ายการสื่อสารที่ครอบคลมทั่วถึง ทำให้ยากเหลือเกินที่จะทำงานแบบ Offline 100% แต่ก็ไม่ใช่ว่าทำจะไม่ได้เลย โดยการตัดจากโลก Online บ้างช่วยให้คุณทำงานอย่างมีสมาธิมากขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจดู Email ที่เข้ามาหรือพะวงกับความเคลื่อนไหวบน Social Media ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ได้อยู่นิ่งๆ บ้าง เมื่ออยากพักสมองและสายตาระหว่างทำงานในวันหยุดที่อัตราเร่งของงานน้อยกว่าปกติ ซึ่งหากติดเป็นนิสัยและทำได้ในวันทำงานปกติด้วยจะส่งผลให้ประสิทธิภาพงานโดยรวมดีขึ้น / themuse

เมื่อ Playlists ไม่ใช่แค่ที่รวมเพลง แต่เป็น Taste ของคนฟัง

ในยุคเทป หากอยากเก็บเพลงที่ชอบไว้ คุณต้องเอาเทปเปล่ามารออัดในตามวิทยุ แล้วก็อาจได้ยินเสียง DJ ติดมาด้วย หรือคุณอาจจะต้องหาวิทยุที่มีช่องใส่เทป 2 อัน แล้วก็ทำการอัดจากเทปโดยตรง จึงเกิดเป็น MixTape รวมเพลงฮิตขึ้นมา เวลาอยากอวดใครก็เอาเทปนี้ไปเปิดให้ฟัง หรือ ส่งเทปให้บอกรักแทนใจกัน >///<

Playlist ที่ปรากฏในหนัง 500 Days of Summer และ Guardians of Galaxy

หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นยุค CD, iPod หรือ ฟังจาก USB.. Playlist ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการฟังเพลงเรื่อยมา

 

   

Playlist ใน Music Streaming

เช่นเดียวกับยุคปัจจุบัน ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาฟัง Music Streaming มากกว่าเอาเพลงลงเครื่อง หรือซื้อถาวร ข้อมูลจาก Nielsen Music พบว่า ในปี 2017 มีการแชร์ Playlists ให้คนอื่นฟัง 32% เพิ่มขึ้น 8% ในปี 2016 แสดงให้เห็นว่า Playlists เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน และถ้าคุณเดินผ่าน เห็นคนใส่หูฟัง 1 ใน 2 คนนั้น มี Playlists เป็นของตัวเอง

และถ้าไปดูผู้ใช้ Music Streaming จะพบว่า 74% ฟังจาก Playlists ไม่ว่าจะเป็น Playlists ที่แพล็ตฟอร์มทำเอง แบรนด์จ่ายสปอนเซอร์ ของคนอื่น หรือ ของตัวเอง

 


เพลงใหม่ หาจากที่ไหน?

สาเหตุที่วิทยุยังอยู่ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะคนยังอยากรู้จักเพลง หรือเรื่องราวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน ในขณะที่โซเชียลมีเดียยังเป็นรองเพราะ คอนเทนต์มีหลากหลายเกินไป

เสน่ห์ของวิทยุ

เมื่อมีการไปสอบถามผู้ที่ฟัง Music Streaming พบว่า 72% ก็ยังฟังวิทยุดั้งเดิมอยู่ เพราะปัจจุบันวิทยุสามารถฟังในสมาร์ทโฟนได้ง่ายมาก มีทั้งเว็บฟังออนไลน์ หรือแอปฯ และสิ่งที่วิทยุุยังไม่เสื่อมคลายก็คือ การพูดคุยของ DJ ที่ทำให้รู้สึกว่าสนุกขึ้นกับการฟังเพลง

 


ฟังเพลงที่ไหน?

บ้าน และ รถ ยังเป็นสถานที่หลักในการฟังเพลง เพราะนี่คือเวลาที่คนเรามีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ในขณะที่ทำงานนั้นไม่สะดวกเท่าไหร่ และโดยเฉลี่ยคอเพลง 1 คน มักจะมีอุปกรณ์ 3-4 ชิ้นไว้ฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็น มือถือ แท้บเล็ต คอมพิวเตอร์ วิทยุในรถ หรือ ลำโพงอัจฉริยะ เป็นต้น

 


Social และ Streaming มีส่วนที่ทับซ้อนกัน
พฤติกรรมของคนฟังเพลงนั้นค่อนข้างหลากหลาย บางคนฟังในวิทยุ แล้วไปต่อใน Streaming หรือในทางกลับกันก็ได้

แต่โซเชียลมีเดีย ก็ยังคงเป็นแพล็ตฟอร์มสำหรับข้อมูลข่าวสารสำคัญที่ให้แฟนๆ ได้ติดตามได้อย่างง่าย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม แอปฯ อย่าง JOOX และ Spotify จึงต้องมีคอนเทนต์ของศิลปิน และเบื้องหลังไว้ เพื่องดึงคนให้อยู่บนแพล็ตฟอร์มให้นานที่สุด

 

ต้องยอมรับว่า Music Streaming ก็ยังเป็นได้แค่แอปฯ ฟังเพลง ในขณะที่โซเชียลมีเดียก็มีคอนเทนต์อื่นๆ รองรับ แต่สิ่งที่ Music Streaming มีก็คือ Playlist ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกรสนิยมของคนฟัง ส่วนวิทยุก็มี DJ ถ้าวันหนึ่ง Music Streaming ดึง DJ ที่มีความสามารถมาจัดรายการสดได้ ก็อาจจะดึงคนจากโซเชียลมีเดีย หรือ วิทยุดั้งเดิมได้

 

ที่มา : Nielsen
สำรวจกลุ่มคนอายุ 13 ปีขึ้นไป จำนวน 3,000 คน

เยียวยาตัวเองอย่างไร หากไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง

สงบอารมณ์ให้เย็นลงก่อน – จะโกรธ อิจฉา ผิดหวัง หรือน้อยเหนือต่ำใจแค่ไหน หลังถูกมองข้ามในการเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ ก็ปล่อยมาให้เต็มที่ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการอยู่ในมุมสงบเงียบๆคนเดียว หรือปลดปล่อยให้เพื่อนร่วมงานที่สนิทคนในครอบครัวฟัง รวมถึงลงกับกีฬาหรือกิจกรรมเรียกเหงื่อ เพราะยิ่งเก็บความรู้สึกลบนี้ไว้คนเดียวอาจบั่นทอนกำลังใจและสมาธิการทำงานระยะยาว จนพาลให้เรื่องอื่นในชีวิตเสียไปหมด แต่ก็อย่าให้นานเกินไปเนื่องจากที่สุดแล้วคุณยังต้องทำงานเพื่อเลี้ยงชีพและความครัวต่อไป

กล้าถามหัวหน้าว่ามีจุดไหนต้องปรับปรุง – แม้อุณหภูมิอารมณ์เย็นลงและสติกลับมาจนสามารถทำงานได้แล้ว แต่ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเรา คงยากที่ประสิทธิภาพงานจะเต็ม 100 ได้เหมือนเดิม ดังนั้นเพื่อคลายอาการคาใจนี้ให้รวบรวมความกล้าไปถามหัวหน้าว่าจุดไหนบ้างที่ตัวคุณต้องปรับปรุง โดยผลดีที่จะเกิดขึ้นกับทั้งตัวคุณเองและบริษัท ขณะเดียวกันยังทำให้หัวหน้าเห็นว่าคุณเป็นมืออาชีพ อยากทำให้ส่วนตัวและส่วนรวมก้าวหน้าไปพร้อมกัน

ได้คำตอบแล้วเดินหน้าพัฒนาตัวเอง – อย่าปล่อยให้คำแนะนำที่ได้มาจากหัวหน้าต้องสูญเปล่า ควรเร่งนำมาใช้พัฒนาตัวเองผ่านการเสริมจุดดีและขจัดจุดอ่อน เชื่อเถอะถ้าคุณทุ่มเททำผลงานจนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าการเมืองในองค์กร ไม่ว่าเด็กเส้นก็ต้องหลีกทางให้ หรืออย่างน้อยก็จะเป็นบันไดพาให้ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งที่หมายตาไว้ขึ้นอีกขั้น

หาความท้าทายใหม่ถ้าอะไรยังไม่ดีขึ้น – เมื่อผิดหวังบ่อยๆ เข้าหรือไม่ไหวกับปัญหาใน Office และเงื่อนไขมากมายที่ฉุดคุณไม่ให้ได้เลื่อนขั้นสักที ให้บอกกับตัวเองว่า “หมดเวลาโลกสวยและถึงเวลามองความเป็นจริง” เพื่อให้คิดวางแผนอย่างรอบคอบว่าจะออกไปหาความท้าทายใหม่กับบริษัทไหนดีหรืออาจเป็นการเปลี่ยนสายงานใหม่ แต่ทั้งหมดต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน เพราะคงไม่มีอยากผิดหวังบ่อยๆ และการตัดสินใจครั้งนี้อาจไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตคุณเพียงคนเดียว / themuse

หมดยุค ตัดต่อ ผู้บริโภคต้องการ ของจริง

การ ตัดต่อ หรือ Photoshop นั้น เป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะวงการภาพยนตร์ ละคร โฆษณา หรือผลงานอะไรก็ได้ที่ต้องปรากฏภาพในที่สาธารณะ การตัดต่อเข้ามามีบทบาททั้งสิ้น และยิ่งในยุคที่สมาร์ทโฟนรุ่งเรือง การตัดต่อสามารถทำได้เพียงไม่กี่วินาที ผ่านแอปพลิชันแต่งรูปทั้งหลายแหล่

ซึ่งปกติการเลือกนายแบบ/นางแบบ แบรนด์ก็จะเลือกคนที่หน้าตาดีกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว และเมื่อผ่าน การตัดต่อ การลบริ้วรอย ลบความไม่สมบูรณ์แบบ ผลงานที่ออกมาก็คือ สิ่งที่ไม่ใช่ความจริง

ล่าสุด ในวงการโฆษณาของฝรั่งเศส มีกฎหมายบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม ว่า “ภาพที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ถ้ามีการนำภาพไปปรับเปลี่ยนด้วยเครื่องมือดิจิทัล ต้องมีการเขียน ‘Photography Retouch’ กำกับไว้ด้วย ถ้าไม่ทำจะถูกปรับเป็นจำนวนเงิน 30% ของงบประมาณโฆษณา หรือ ขั้นต่ำ 45,000 เหรียญ”

 

ความเห็นของ Agency ชั้นนำ

Melanic Pennec, Art Director กล่าวว่า “งานของเราจะไม่เปลี่ยนอะไร เพราะคนต้องการ Insight คนต้องการความจริง ไม่ใช่แฟนตาซี เวลาฉันใช้ Photoshop ฉันใช้เพื่อความสมจริงมากขึ้น”

Stephen Soussan , Creative Director ของ Sid Lee กล่าวว่า “กฎใหม่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร และหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคม ผมว่าแบรนด์หรูหราทั้งหลายคงต้องใส่ข้อความนี้ในทุกโฆษณา งานของเราคือ Mix and Match เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด อย่างแคมเปญของ DOVE Real Beauty ก็ยังไม่ Real 100% เลย”

เป้าหมายของแคมเปญ คือ สื่อถึง Real Beauty แต่ก็ยังไม่ Real 100% ต้องผ่านคอมพิวเตอร์ ลบนู่น ลบนี่ อยู่ดี

 

ไม่ใช่ครั้งแรก ที่โลกสนใจเรื่องนี้

ปี 2013 อิราเอล มีการออกกฎ ‘Photoshop Law’ ว่านายแบบ/นางแบบที่ใช้ต้องมีค่า BMI มากกว่า 18.5 เพื่อไม่ให้คนเข้าใจว่าการผอมเป็นสิ่งที่นิยม และถ้ามีการตัดต่อต้องระบุให้ชัดเจนในโฆษณาด้วย แต่เอาเข้าจริงๆ กฎนี้ก็ไม่ได้มีคนทำตามมากนัก เพราะมันไม่ใช่กฎหมายอาชญากรรม และไม่มีบทลงโทษไว้ด้วย

ย้อนไปปี 2010 ออสเตรเลียเคยมีการออกระเบียบเรื่องการตัดต่อไว้ แต่ยังเป็นการขอความร่วมมือเท่านั้น

ปี 2011 Lancome และ Maybelline ถูกแบนโฆษณาในสหราชอาณจักรเนื่องจาก Retouch หน้านางแบบจนเกินความเป็นจริง

และ ปี 2016 มีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ Lena Durham กล่าวว่า เธอจะไม่ยอมให้ใครมาตัดต่อภาพของเธออีก หลังจาก VOGUE ตัดต่อภาพของเธอมากจนเกินจริง (ในปี 2014) และรู้สึกว่าเป็นการไม่เคารพเธอ เพราะเธอรู้สึกสวยในแบบที่เธอเป็น

 

สองแบรนด์ที่ตัดสินใจเข้าร่วม Target และ American Eagle

เดือนมีนาคม 2017 Target ได้ออกแคมเปญชุดว่ายน้ำขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ใช้นางแบบที่สมจริง แต่ที่เจ๋งกว่านั้นคือ พวกเขาไม่ตัดต่อนางแบบเลย คือ ถ่ายจบหลังกล้องแล้วจบเลย

ส่วน American Eagle ประกาศกร้าวว่าจะไม่ Photoshop ภาพอีก ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา และผลที่ตอบรับคือ ชุดชั้นในสตรี และชุดว่ายน้ำ มียอดขายเพิ่มขึ้น32% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2016 เทียบกับ ปี 2015

ถ้าเป็นแบรนด์อื่น นางแบบคนนี้จะต้องถูก Retouch หลายส่วนในร่างกายแน่นอน แต่ไม่ใช่ American Eagle

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันสื่อและโฆษณา เป็นอุตสาหกรรมแรกๆ ที่จะเปลี่ยน โดยในช่วงแรกก็มีการรณรงค์เรื่องเชื้อชาติและศาสนา (Diversity) เพื่อให้คนตระหนักว่าทุกคนคือเพื่อนกัน และตอนนี้ก็ถึงยุคแห่งความจริง (Authencity) ที่แบรนด์ต้องกล้าพูดความจริงในทุกเรื่องอีกด้วย

สำหรับในประเทศไทย เราจะเห็นการเขียนกำกับในโฆษณาอาหาร เช่น “ภาพนี้ใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น” หรือในโฆษณาผลิตภัณฑ์ Personal Care ที่จะมีการหลงเหลือสิ่งสกปรก และความบกพร่องไว้ เพื่อจะสื่อว่าสินค้านี้ไม่ได้ดี 100%

(ซ้าย) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ต้องเขียนกำกับ (ขวา) ยาสีฟัน ที่ต่อให้วิเศษขนาดไหน ก็ต้องมีเศษหลงเหลือไว้บ้าง

แต่สำหรับประเทศไทยนั้น ยังไม่มีแบรนด์ที่เกี่ยวกับความสวนงามแบรนด์ไหนกล้าเขียนกำกับว่า ‘ตัดต่อ’ หรือ ถ่ายจบหลังกล้องแล้วใช้ภาพเลย

ที่มา : Advertising Age, abc.net, thompsonreuters และ USA Magazine

 

 

 

 

 

ต้องถามตัวเองอย่างไรจึงจะไม่อิจฉาเพื่อนร่วมงานที่ก้าวหน้ากว่า

“รับมือไหวไหม ถ้าต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม?” – ระหว่างทางชีวิต คงไม่มีใครสมหวังได้ตลอด ซึ่งในโลกการทำงานเรื่องที่สร้างความผิดหวังได้มากสุดคือการที่คนอื่นได้เลื่อนขึ้นไปอยู่ตำแหน่งที่คุณหมายตาไว้ เจอเข้าแบบนี้ไม่ว่าใครก็ต้องอิจฉาคนที่ได้ดีกว่าทั้งนั้น โดยคำถามแรกที่หากถามตัวเองแล้วจะสามารถทุเลาอุณหภูมิอารมณ์ได้คือ “รับมือไหวไหม ถ้าต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม?” เพราะจะทำให้คุณได้ไตร่ตรองว่าแท้จริงแล้วคุณอาจยังไม่พร้อมรับมือกับภาระหน้าที่อันมากขึ้น อย่างหัวหน้าแผนกที่นอกจากทำงานตัวเองแล้ว ยังต้องจัดการงานทั้งแผนก บริหารคน ดำเนินการประชุมและสรุปผลงานอีกด้วย จากนั้นให้มุ่งมั่นสร้างผลงาน เพื่อให้การปรับเปลี่ยนตำแหน่งคราวหน้าจะเป็นทีของคุณบ้าง

“อยากเลื่อนตำแหน่งบ้างต้องทำอย่างไร?” – อะไรที่ร้อนล้วนสามารถแปรให้เป็นพลังงานได้ทั้งนั้น รวมถึงอารมณ์อิจฉาด้วย โดยแทนการปล่อยให้มันแผดเผาใจ คงเป็นประโยชน์กว่าถ้าใช้เป็นเชื้อเพลิงผลักดันตัวเองให้ได้เทียบเท่าหรือเหนือว่าคนที่แซงคุณได้ในวันนี้ ซึ่งนำมาสู่คำถามถัดมาที่คุณควรถามตัวเองว่า “อยากเลื่อนตำแหน่งบ้างต้องทำอย่างไร?” อาจเป็นการมุมานะพยายามให้หนักกว่าเดิม หาความรู้เพิ่มเติม เปลี่ยนทิศทางการทำงานหรือเข้าหาหัวหน้ามากขึ้น

“ข้อดีข้อด้อยของตัวเองคืออะไร?” – อย่าปล่อยให้ความอิจฉาบังตา มองคนที่ได้ดีกว่าในทางร้ายไปเสียหมดจนลืมหันมามองตัวเองพร้อมถามว่า “มีข้อดีข้อด้อยอะไรบ้าง?” โดยสัดส่วนของคำตอบที่ได้มักเอียงไปทางข้อดีมากกว่า ดังนั้นให้ใช้คำถามเดียวกัน ถามเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า และคนในครอบครัวด้วย เพราะพวกเขาจะสามารถชี้จุดบอดที่คุณเองมองข้าม ซึ่งหลังรวบรวมข้อมูลได้แล้ว ข้อไหนดีก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ส่วนข้อไหนด้อยควรเร่งขจัดให้หมดไปเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน

“อยากพัฒนาตัวเอง ต้องปรึกษาใครบ้าง?” – หลังทราบจุดดีจุดด้อยของตัวเองแล้วก็ถึงเวลาหาที่ปรึกษา ผ่านคำถามว่า “อยากพัฒนาตัวเอง ต้องปรึกษาใครบ้าง?” เพราะในบริบทการทำงานมีอีกหลายองค์ประกอบที่ช่วยทำให้คุณเป็นพนักงานทรงคุณค่าขององค์กร โดยที่ปรึกษาที่คุณจะได้พบส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาวุโสกว่าและตำแหน่งงานเหนือกว่าที่พร้อมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้สามารถใช้เป็นแนวทางพาให้คุณก้าวหน้าในทางที่ถูกต้องและไม่สะดุดล้มกลางทาง จนเมื่อประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ คนที่เคยแซงหน้าคุณไปอาจเป็นฝ่ายที่ต้องอิจฉาคุณบ้าง / themuse

ทำงานแบบนี้สิเข้าตานาย พาให้ก้าวหน้าเร็วที่คิด

อาสาทำงานสำคัญที่ถูกมองข้าม – เมื่อขอแค่ดีพอใช้ แต่ผลงานที่ออกมากลับยอดเยี่ยม เป็นใครก็ต้องปลื้มและประทับใจทั้งนั้น ซึ่งถ้าเป็นเรื่องงานลูกน้องที่ทำงานได้ดีเกินคาด คือคุณสมบัติแรกของที่หัวหน้าทุกคนมองหา เพราะนั่นหมายความว่ามีความใส่ใจกับในรายละเอียดมากกว่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่น โดยวิธีแรกเพื่อส่งให้คุณเป็นคนที่เข้าตานายคือ การอาสาทำงานสำคัญที่ถูกมองข้าม อาจเป็นได้ทั้งการปิดทองหลังพระ ทำโดยไม่บอกใครหากเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม หรือเอ่ยปากขอรับงานเองในที่ประชุม แน่นอนว่านี่จะทำให้คุณเหนื่อยกว่าคนอื่น และเวลาพักผ่อนลดลงไปบ้าง ทว่าเมื่อบ่อยเข้า หัวหน้าก็จะเห็นความทุ่มเท ได้รับการชื่นชมจากเพื่อนร่วมงาน และปลายปีอาจมีข่าวดีจากการเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือนก็เป็นได้

กระหายความก้าวหน้ามากกว่าตัวเงิน – ลงทุนลงแรงอะไรไปแล้ว ใครบ้างไม่อยากได้ผลตอบแทน โดยในโลกการทำงานผลตอบแทนที่จับต้องได้มากสุดคือ เงินเดือนหรือ Bonus แต่บางครั้งตัวเงินอาจเป็นเพียงของแถมระหว่างทาง เพราะสิ่งที่มีค่ามากกว่าในระยะยาวคือความก้าวหน้า ดังนั้นเมื่อได้รับมอบหมายงานไม่คุ้นและยากกว่าที่เคย ให้ยิ้มรับด้วยความยินดี แล้วมุ่งมั่นทำจนเสร็จ เชื่อสิในระยะยาว ลูกน้องที่เก่งรอบด้านและทำงานที่สั่งได้สำเร็จทุกครั้งแบบนี้ จะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนเข้าตาหัวหน้าและมีความก้าวหน้าในสายงานมากกว่าคนอื่น

มุ่งพัฒนาทักษะใหม่ๆอยู่เสมอ – ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่าตัวคุณเองนั้นแหละ เป็นโครงการใหญ่ที่ควรลงทุนมากสุดตลอดชีวิตการทำงาน โดยการลงทุนที่ว่ามามาจากการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ผ่านการหาความรู้ใหม่ๆ ศึกษาเพิ่มเติม และออกจาก Comfort Zone ลองทำงานที่ไม่คุ้นเคยบ้าง แน่ใจได้เลยว่านี่คือการลงทุนแสนคุ้มค่าไม่ว่ามองจากมุมไหน เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าในระยะยาวจะทำให้คุณเก่งหลายด้าน และจะเป็นชื่อลำดับต้นๆ ในใจหัวหน้า ทุกครั้งเมื่อมีการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือน

ไม่กลัวโครงการระยะยาว – ธรรมชาติของงานระยะยาวคือความซับซ้อน ต้องเกี่ยวข้องกับคนหมู่มากและใช้ทรัพยากรไม่ใช่น้อย รวมถึงต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้ชะล่าใจกับกำหนดส่งงานที่ยังมาไม่ถึงด้วย โดยเมื่อได้รับมอบหมายงานลักษณะนี้ อย่าไปกลัวเพราะกว่างานจะเสร็จคุณจะได้เพิ่มพูนทักษะหลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการ ประสานงานและคอยระวังไม่ให้ระดับความมุ่งมั่นลดลง ซึ่งถ้าคุณผลงานออกมาดี ก็มีความเป็นได้สูงที่คุณจะได้รับมอบหมายงานสำคัญขึ้นกว่าเดิมในครั้งต่อไป และทั้งตำแหน่งกับเงินเดือนอาจขยับขึ้นตามไปด้วย

มีงานใหญ่ขอเป็นกำลังหลัก – หลังทำงานมาได้สักระยะและสั่งสมประสบการณ์มาพอสมควร คุณควรลองเป็นกำลังหลักในงานใหญ่ของบริษัทดูบ้าง เพราะนอกจากเพื่อพิสูจน์ฝีมือและทดสอบตัวเองแล้ว ยังเป็นการแสดงให้หัวหน้ารู้ว่าคุณพร้อมแล้วสำหรับการงานที่ยากขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งหลังได้ไฟเขียวในการทำงานให้ทุ่มเต็มที่และใช้เป็นโอกาสแสดงให้คนในองค์กรรู้ว่าคุณก็เป็นพนักงานทรงคุณค่าเช่นกัน เชื่อเถอะงานแรกที่คุณรับบทนำส่วนใหญ่จะออกมาดีและผลงานที่ได้คะแนนใกล้เต็ม 10 นี่เองจะเป็นบันไดเลื่อนพาคุณไปสู่ความก้าวหน้าได้เช่นกัน / themuse

Wellness Tourism โอกาสของธุรกิจท่องเที่ยว

Wellness Tourism คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คือ การท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมสุขภาพในทริปนั้นด้วย เช่น การมาพบแพทย์ การมารับคำปรึกษา การมาทำศัลยกรรม มาสปา เป็นต้น

 

Global Wellness Institute รายงานว่า ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยมีมูลค่าถึง 200,000 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเติบโตถึง 7%

แต่ถ้ารวมในปี 2013-2015 ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย จะอยู่ในอันดับ 13 ของโลก ส่วนในเอเชียอยู่ในอันดับ 4 เป็นรองแค่ จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย

 

โดยภาพรวม อุตสาหกรรม Wellness Industry สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะการให้บริการ คือ บริการการดูแลสุขภาพจากภายในและภายนอก

ตัวอย่างการบริการดูแลสุขภาพจากภายใน เช่น บริการการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ การแพทย์เชิงป้องกันเฉพาะบุคคล รวมถึงอาหารเสริมและยารักษาโรคทางเลือก เป็นต้น

ในขณะที่การบริการดูแลสุขภาพจากภายนอกจะมีตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย เช่น ธุรกิจด้านความงามและการชะลอวัย บริการสปาและองค์ประกอบ รวมถึงการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism

 

 

กิจกรรมที่เกี่ยวกับสุขภาพมีแนวโน้มที่ราคาสูงกว่ากิจกรรมทั่วไปอยู่แล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ยินยอมที่จะจ่ายเพื่อประสบการณ์ล้ำค่า โดยนักท่องเที่ยวเชิงสุขถาพต่างประเทศที่มาไทย ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 61% ในขณะที่นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคนไทย ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 162%

ที่ตัวเลขสูงขนาดนี้ก็เพราะฐานการใช้เงินระหว่างการท่องเที่ยวแบบปกติของคนไทยมีราคาที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับการท่องเที่ยวแบบสุขภาพนั่นเอง

 

การเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนั้น มีปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ประการ

ประการแรก คือ การขยายตัวของชนชั้นกลางทั่วโลกที่มีระดับรายได้ที่สูงขึ้นซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย

ประการที่สอง คือ ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพของตนเองมากขึ้น ซึ่งถูกกระตุ้นจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases, NCDs) และความเครียดจากการทำงาน

ประการสุดท้าย คือ เทรนด์การท่องเที่ยวที่นิยมการสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม

สะท้อนถึงแนวโน้มตลาดท่องเที่ยวที่หันมาให้ความสำคัญกับ Wellness Tourism มากขึ้นและจะเติบโตควบคู่ไปกับตลาด Medical Tourism ซึ่งเป็นตลาดหลักของธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่คาดว่าจะเติบโตสูงถึงราว 16% ต่อปีในช่วงปี 2017-2020

 

 

 

ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ส่งผลให้ Wellness Tourism ต้องพัฒนารูปแบบเพื่อสร้างความแตกต่าง

ยกตัวอย่างเช่น สปาไร้เสียง (silent spa) ของกลุ่มโรงแรม Vamed Vitality World ในออสเตรียคือตัวอย่างสปาที่มีการออกแบบอาคารให้มีความพิเศษโดยมีลักษณะคล้ายกับวิหารของศาสนาคริสต์เพื่อให้แขกที่ใช้บริการรู้สึกว่ากำลังพักผ่อนอยู่ในสถานที่สงบปราศจากเสียงรบกวน ซึ่งเป็นจุดขายแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการตัดสิ่งรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอก

นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรม On-demand Meditation ของโรงแรม The Benjamin ในนิวยอร์กที่ออกแบบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท โดยแขกที่เข้าพักสามารถรับบริการได้ตลอดเวลาผ่านระบบโทรศัพท์ภายในโรงแรมซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่ต้องการคลายเครียด

ขณะที่ธุรกิจจัดระเบียบความฝันอย่าง Dream Reality Cinema ในรัฐแคลิฟอร์เนียที่นำผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความฝันของมนุษย์มาสร้างธุรกิจโดยการจำลองสถานการณ์เพื่อกระตุ้นให้เกิดความฝันที่สร้างความสุข ช่วยแก้ปัญหาการนอนหลับ ลดความเครียด กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เป็นต้น

นอกจากนี้ธุรกิจด้านสุขภาพแบบดั้งเดิมอย่างสปา ยังได้มีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมาสร้างสรรค์บริการที่ฉีกแนวไปจากเดิมโดยสามารถให้บริการแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ผ่านกระบวนการเคมีบำบัดได้ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิว ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นและมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น โดยสปาลักษณะนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในทวีปยุโรปและสหรัฐฯ

 

ไทยได้มีการลงทุนในธุรกิจหลายประเภทที่สอดคล้องกับเทรนด์ Wellness Tourism มาระยะหนึ่งแล้ว

โดยจุดแข็งของธุรกิจ Wellness Tourism ของไทย คือ การประยุกต์ใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพที่มีอยู่อย่างหลากหลาย เช่น ธุรกิจสตูดิโอสอนการทำสมาธิและโยคะที่ประยุกต์ความรู้ด้านการทำสมาธิตามหลักพุทธศาสนา ธุรกิจสปาที่ใช้สมุนไพรหรือทรัพยากรในท้องถิ่นเพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่

รวมถึงธุรกิจการสอนทักษะกีฬาประจำชาติอย่างมวยไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ยังมีธุรกิจอีกหลายรูปแบบที่แปลกใหม่และเป็นที่นิยมในต่างประเทศที่ไทยควรเล็งเห็นโอกาสในการนำมาประยุกต์เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น

 

โอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ

โดยผู้ประกอบการอาจสร้างสรรค์แนวคิดการให้บริการแบบใหม่ที่มีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์รับรอง หรือการปรับรูปแบบการให้บริการที่มีอยู่แล้ว เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น การบำบัดด้วยเสียงธรรมชาติ การบำบัดด้วยกลิ่นหอมระเหย (aromatherapy) การบำบัดด้วยน้ำทะเล (thalassotherapy) การบำบัดด้วยโคลน (mud therapy) หรือการให้บริการห้องซาวน่าที่ผู้ใช้บริการสามารถรับชมการแสดงต่างๆ พร้อมกันไปด้วยระหว่างใช้บริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

 

ธุรกิจโรงแรมสามารถปรับตัวได้ง่าย

เนื่องจากธุรกิจโรงแรมสามารถเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้าพักได้โดยตรงและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการ โดยนำเสนอกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism โดยอาจร่วมมือกับธุรกิจอื่นในพื้นที่เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านกิจกรรมที่หลากหลายแก่แขกที่เข้าพัก หรืออาจพัฒนารูปแบบการให้บริการที่มีอยู่เดิมให้มีความแปลกใหม่ เช่น บริการสปาด้วยทรายขัดผิวจากทะเล สปาหอยมุกหรือการใช้น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรท้องถิ่นมาสร้างบรรยากาศเพื่อให้ผู้ใช้บริการรู้สึกถึงความแตกต่างที่ไม่สามารถพบได้โดยทั่วไป

 

ที่มา : SCB Economic Intelligence Center (EIC)

ความคิดติดขัด ขจัดได้ด้วยวิธีเหล่านี้

ระบายให้เพื่อนฟัง – ทั้งปัญหา อุปสรรคและวิกฤต ต่างมีลักษณะร่วมกันคือทำให้ผู้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์ รู้สึกไร้ทางออกหรือถูกผลักให้จนแต้ม โดยวิธีแรกที่สามารถคลี่คลายเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เช่นนี้ได้คือ ระบายให้ใครสักคนฟัง ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเพื่อนร่วมงาน ญาติมิตร ผู้อาวุโสหรือใครก็ตามที่เคยเจอกับเรื่องแบบนี้มาแล้ว ประโยชน์เบื้องต้นคือความเครียดที่ลดลงและอุ่นใจว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลก ส่วนถ้าโชคดีแก้โจทย์ที่ทำให้คุณเผชิญความลำบากนี้ได้ ความมั่นใจคุณจะกลับมาพร้อมมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

หันหน้าเข้าหาหนังสือ – แทบทุกปัญหาในโลกล้วนมีทางออก และส่วนใหญ่คนที่เคยเจอสถานการณ์หลังชนฝาแบบนี้มาก่อนคุณก็เผยทางออกไว้แล้วในหนังสือ ดังนั้นเมื่อติดขัดทางความคิดให้ลองหาคู่มือมาใช้เป็นแนวทาง เพราะนอกจากชี้ให้เห็นแสงสว่างที่ปลายทางอุโมงค์แห่งปัญหาแล้ว การอ่านหนังสือยังช่วยสร้างสมาธิด้วย

เขียนลงหน้ากระดาษแล้วมาอ่านทีหลัง – การติดอยู่กับปัญหาไม่ต่างจากการพายเรือในอ่าง โดยอีกวิธีที่ช่วยให้คุณหลุดจากวังวนนี้ได้คือเขียนมันออกมาเพื่อระบายสิ่งที่อยู่ในหัว คล้ายเปิดประตูเขื่อนให้น้ำท่วมขังมีที่ไป ดังนั้นควรมีกระดาษหรือสมุดเล่มเล็กๆ พกไว้ในกระเป๋า แล้วเขียนออกมาให้ละเอียดเมื่อเจอปัญหา ตั้งแต่สาเหตุ จุดติดขัดและทางออกที่พบ โดยในระดับปัจเจกจะช่วยให้คุณมีคำตอบของทุกปัญหาในแบบฉบับของตัวเอง และในระดับสังคมคำตอบที่คุณพบจะเป็นวิทยาทานสำหรับใครก็ตามที่หาทางออกไม่ได้จากปัญหาเดียวกัน

ทุ่มพลังไปกับกีฬา – ทุกครั้งที่ได้ขยับตัว ประโยชน์ที่ได้ไม่ได้ตกอยู่กับร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้สมองได้ขับเคลื่อนและระบายความเครียดให้ลดหรือหมดไปอีกด้วย ดังนั้นหากคิดไม่ออกเมื่อไหร่ให้ลุกขึ้นเดินไปมา แล้ว Idea เด็ดๆ อาจผุดขึ้นมาระหว่างการย่างก้าวนั่นเอง ส่วนถ้ามีเวลาเหลือพอให้ทุ่มสุดตัวกับกีฬาสักพัก พอให้ได้เหงื่อ ซึ่งได้ทั้งการออกกำลังกาย เข้า Fitness หรือวิ่งระยะไกล เพราะหลังเหงื่อออกแล้วสมองก็จะโล่ง ความคิดดีๆ ก็จะตามมา

นั่งลงนิ่งๆ เพื่อทำสมาธิ – ขณะที่เผชิญปัญหาที่คล้ายไร้ทางออก ไม่ใช่แค่สมองเท่านั้นที่ทำงานหนัก แต่หัวใจคุณจะเต้นรัวและจังหวะหายใจจะถี่ขึ้นด้วย สภาวะแบบนี้แก้ได้ด้วยการนั่งนิ่งสักพักเพื่อทำสมาธิและสูดหายใจลึกๆ โดยเมื่อจังหวะของร่ายกายคืนสู่สภาพปกติ ทัศนวิสัยทางความคิดจะดีขึ้น เห็นอะไรได้ชัดขึ้น ไม่ต่างจากเรือที่แล่นต่อได้อย่างราบรื่นภายใต้ท้องฟ้าที่มีรุ้งงาม หลังพายุคลั่งผ่านพ้นไป

หาเวลาพักจากโลก Online บ้าง – ยากจะปฏิเสธว่าการทำงานในปัจจุบันต้องพึ่งพาสื่อ Online และ Mobile Device ไม่น้อย เพราะช่วยให้หลายอย่างสะดวกขึ้น ตั้งแต่การติดต่อสื่อสาร ลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลา แต่หากมองอีกด้านของเหรียญ ความสะดวกเหล่านี้ก็ส่งผลเสียได้เช่นกัน เนื่องจากทำให้คุณขาดสมาธิในการทำงาน สติแตกหลังเห็น E-Mail จำนวนมากที่สอบถามความคืบหน้าของงาน ดังนั้นทางคลายเครียดง่ายๆ คือตัดขาดจากโลก Online และ Mobile Device แล้วหันหาธรรมชาติหรือไปพักร้อนบ้างนั่นเอง / entrepreneur