Category Archives: The Academy

ตั้งรับ Now Gen บนโลกออนไลน์อย่างเจ๋งๆ

ตั้งรับ Now Gen บนโลกออนไลน์อย่างเจ๋งๆ

จากผลวิจัยเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจาก Red Rocket Media  ระบุว่า โดยทั่วไป คนเราจะมีเวลาเฉลี่ยในการให้ความสนใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียง 8 วินาทีเท่านั้น และอะไรคือ 5 พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ที่นักการตลาดควรตั้งรับ

1. วัยรุ่นใจร้อน

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยธรรมชาติ มักจะใจร้อน อยากทราบข้อมูลสินค้า บริการที่เขาสนใจโดยทันทีทันใด โดยทั่วไปผู้ที่เข้ามาหน้าเว็บไซต์จะใช้เวลาอยู่ในแต่ละหน้าเพียงแค่ 5-8 วินาที เท่านั้น หากเว็บนั้นไม่สามารถนำเสนอข้อมูลให้ตรงตามความสนใจได้ ผู้ใช้ก็จะคลิกออกจากเว็บอย่างรวดเร็ว

Tips:

เว็บไซต์ควรโหลดได้เร็ว และมีการออกแบบให้แสดงผลบางส่วนได้โดยไม่ต้องรอโหลดหน้าเว็บทั้งหน้าเสร็จ นำเสนอข้อมูลโดยใช้ข้อความและภาพประกอบที่ช่วยสื่อให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่ายในเวลาสั้นๆ ซึ่งหากผู้ใช้สนใจสามารถที่จะอ่านหรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ต่อไป

2. เบื่อง่าย หน่ายเร็ว

อาการขี้เบื่อเป็นอาการที่เกิดได้ง่ายกับผู้ใช้ออนไลน์แทบทุกคน เเละจะเป็นกันอยู่บ่อยๆ หากเว็บไซต์ของคุณไม่มีการอัพเดทข้อมูล ไม่มีจุดเด่น และเมื่อใดที่พวกเขาเบื่อหน่ายเว็บไซต์คุณขึ้นมาล่ะก็ มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณอีก

Tips:

ควรมีการอัพเดตเนื้อหาบนเว็บไซต์ให้มีข้อมูลใหม่ และสอดคล้องกับเทศกาลปัจจุบันอยู่เสมอ อาจมีการปรับภาพตกแต่งบางส่วนหรือใส่วิดีโอประกอบเพื่อดึงดูดความสนใจ

3. ชอบดูผ่านๆ ไม่ชอบอ่านละเอียด Scan, not read

ในความเป็นจริง ผู้ชมเว็บไซต์ไม่ชอบอ่านเนื้อหาทั้งหมดแบบละเอียด แต่จะชอบกวาดสายตาดูหน้าเว็บแบบผ่านๆ เพื่อหาข้อมูลที่สนใจ หากจัดวางหน้าเว็บไซต์ไม่ดี ก็จะทำให้ผู้ใช้ไม่พบข้อมูลที่ต้องการ

Tips:

ควรจัดวางเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ให้อ่านง่าย โดยมีการเน้นตัวหนังสือในหัวข้อที่สำคัญให้เห็นได้ชัด หรืออาจแสดงข้อความในลักษณะเป็นข้อๆแบบ bullet จัดเนื้อหาเป็นย่อหน้าสั้นเพื่อให้มีจุดพักสายตา ปุ่มหรือเมนูต่างๆควรมองเห็นได้ง่ายและชัดเจน

4. ไม่ชอบจำและคิด

จากผลสำรวจของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ระบุ คนไทยมีค่าเฉลี่ยการใช้เวลาบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 7.2 ชั่วโมง ทุกๆ วันพวกเขาอาจคลิกเข้าเว็บมากกว่าสิบๆ เว็บ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่ลูกค้าจะจดจำในรายละเอียดต่างๆ ที่สำคัญได้

Tips:

ในแต่ละหน้าเว็บ ควรมีเป้าหมายในการนำเสนอประเด็นหลักประเด็นเดียว การตั้งชื่อหัวข้อของหน้าเว็บนั้นๆ ควรสั้น กระชับและจดจำได้ง่าย ในการคลิกใช้งานเว็บไซต์ไม่ควรให้ลูกค้าต้องจำหรือคิดโดยไม่จำเป็น อาจมีระบบแสดงรายการสินค้าหรือบทความที่ได้อ่านไปแล้ว เพื่อช่วยเตือนความจำ กรณีต้องการกลับไปสั่งซื้อสินค้าที่ได้ดูรายละเอียดไปก่อนหน้านี้

5. ขี้ระแวง

ปกติผู้ชมเว็บไซต์มักจะกลัวถูกหลอก และมีความระแวงก่อนที่จะสั่งซื้อเสมอ เนื่องจากยังมีความไม่เชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ จากผลการวิจัยของ Baymard Institute ระบุว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเฉลี่ยกว่า 67% มักยกเลิกการสั่งซื้อสินค้าที่โยนใส่ตะกร้าเรียบร้อย โดยมีหนึ่งในสาเหตุสำคัญ คือ กังวลเรื่องระบบความปลอดภัย

Tips:

นำเสนอข้อมูลที่แสดงความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เช่น แสดงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ แผนที่ ข้อมูลที่อยู่ของธุรกิจ, แสดงแบนเนอร์การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และอาจนำเสนอข้อมูลประสบการณ์จากลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าแล้วประทับใจ รวมทั้งมีการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยในการสั่งซื้อและนโยบายที่เกี่ยวกับใช้บริการไว้อย่างเช่นเจน เช่น นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายการรับประกัน การเปลี่ยนและคืนสินค้า เป็นต้น

ที่มา :ReadyPlanet.com

 

 

 

 

LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต ยอดโหลด 12.41 ล้านเซ็ต แล้วจ้า

 

LINE เผยยอดขาย 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 หลังเปิดตัว LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต แพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้สามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตัวเองเพื่อขายใน LINE

LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ตคือแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถสร้างสรรค์ผลงานสติกเกอร์ของตัวเองเพื่อขายใน LINE หลังจากผ่านการรีวิวจากทาง LINE แล้ว สติกเกอร์จะสามารถขายได้ทั้งในเว็บสโตร์ (https://store.line.me) และสติกเกอร์ช้อปในแอพพลิเคชั่น LINE โดยผู้ออกแบบจะได้รับรายได้ประมาณ 50% จากยอดขายสติกเกอร์

LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ตเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2557 มียอดลงทะเบียนถึง 149,000 คน และมีสติกเกอร์ถูกส่งมากกว่า 30,000 เซ็ต ณ วันที่ 7 สิงหาคมหรือเพียง 3 เดือนครึ่งหลังเปิดตัว ยิ่งไปกว่านั้น มีผู้ลงทะเบียนหลากหลายเชื้อชาติ แสดงให้เห็นว่า LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ตไม่ได้ใช้ในญี่ปุ่น และประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากผู้ออกแบบทั่วโลกอีกด้วย

lcm1_en lcm3_en

ยิ่งไปกว่านั้น LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ตยังมียอดขายโดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน หลังจากเริ่มเปิดขายสติกเกอร์ในช่วงวันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 ปัจจุบันมีครีเอเทอร์สติกเกอร์ขายกว่า 1 หมื่นเซ็ต และมียอดซื้อรวม 12.41 ล้านเซ็ต ณ วันที่ 19 สิงหาคม

เมื่อแบ่งครีเอเทอร์มาร์เก็ตตามสติกเกอร์แต่ละประเภท สติกเกอร์ 10 อันดับยอดนิยมยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 22.3 ล้านเยน ท็อป 30 ทำรายได้เฉลี่ย 12.9 ล้านเยน ท็อป 100 ขายได้เฉลี่ย 6.5 ล้านเยน ท็อป 200 ทำรายได้เฉลี่ย 4.1 ล้านเยน โดยถือว่ามีจำนวนผู้ใช้จำนวนมากที่ให้ความสนใจและเลือกซื้อครีเอเทอร์สติกเกอร์ ทำให้ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ตขยายแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็วหลังเปิดให้บริการ เมื่อเปรียบเทียบยอดขายสติกเกอร์หนึ่งเซ็ตที่นอกเหนือจากการสติกเกอร์ที่ติดอันดับ สติกเกอร์ประมาณ 55.4 เปอร์เซ็นต์สามารถทำรายได้ประมาณ 10,000 เยน ซึ่งถือว่าถูกซื้อและใช้เป็นจำนวนมากเช่นกัน ทำให้ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์สามารถสร้างรายได้จากสติกเกอร์ที่ออกแบบขึ้นเอง

เมื่อผู้ใช้ LINE ขยายไปทั่วโลกทำให้ยอดผู้ใช้สติกเกอร์ไลน์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากสติกเกอร์ฟรีที่เป็นเซ็ตมาตรฐานให้ใช้ทุกภูมิภาคแล้ว LINE ยังมีสติกเกอร์ที่ปรับให้เข้ากับแต่ละตลาดและปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคอีกด้วย ปัจจุบัน LINE มีสติกเกอร์มากกว่า 11,092 เซ็ต (ออฟฟิเชียลสติกเกอร์ 1,092 เซ็ต และ ครีเอเทอร์สติกเกอร์ 10,000 เซ็ต) และยอดรวมของการรับ-ส่งสติกเกอร์ใน 1 วันมีมากถึง 1.8 ล้านครั้ง

ในฐานะผู้นำด้านการสื่อสารผ่านสติกเกอร์ LINE จะยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงครีเอเทอร์มาร์เก็ต ที่ช่วยขยายการเข้าถึงแพลตฟอร์มการสื่อสารที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก

 

เขียนใบสมัครงานอย่างนี้เรียก “โดน”

RESUMEMEME เขียนใบสมัครงานเชื่อหรือไม่ว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียง 6 วินาที ในการมองหาความน่าสนใจจากจดหมายสมัครงานที่กองอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเขา และนี่คือ 8 องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้จดหมายสมัครงานของคุณมีความน่าสนใจ และเป็นที่สะดุดตาฝ่าย HR

  1. ใส่เบอร์โทรศัพท์และอีเมลเพียงอันเดียวที่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลาไว้ด้านบนของจดหมายสมัครงาน เพื่อที่นายจ้างจะเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อต้องการติดต่อนัดสัมภาษณ์งาน และเพื่อให้คุณไม่พลาดการติดต่อหากนายจ้างโทรไปอีกเบอร์ที่คุณไม่ได้ใช้หรืออีเมลที่คุณไม่ได้เช็คอยู่ตลอด
  2. ไม่จำเป็นต้องใส่จุดมุ่งหมายในอาชีพ (Career Objective) หากมันไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อบริษัท – การเขียน Career Objective ประมาณว่า “ต้องการประสบการณ์ในสายงาน หรือโอกาสในการพัฒนาทักษะความสามารถ” ไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจมากขึ้น ควรตัดมันทิ้ง เพื่อที่คุณจะมีพื้นที่สำหรับโชว์จุดเด่นอย่างอื่นดีกว่า
  3. ใส่สรุปประวัติส่วนตัว (Executive Summary) แทน Career Objective – การเขียน Executive Summary เป็นการสรุปโดยย่อเกี่ยวกับตัวคุณ อาทิ จุดเด่น คุณสมบัติ และคุณค่าที่คุณมีต่อบริษัท ประมาณ 3 – 5 ข้อ เพื่อให้นายจ้างรู้จักคุณมากขึ้น
  4. ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกับที่ระบุในประกาศงาน– คีย์เวิร์ดที่ระบุในประกาศงานคือคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการ คุณจึงควรใช้คีย์เวิร์ดในจดหมายสมัครงานของคุณให้ตรงกับคีย์เวิร์ดในประกาศงานด้วย เมื่อฝ่าย HR กวาดตาดูจดหมายสมัครงานของคุณก็จะสะดุดกับคีย์เวิร์ดที่ตรงกับความต้องการของเขาในทันที
  5. ให้ข้อมูลบริษัทที่คุณเคยทำงานการที่นายจ้างได้รู้ว่า คุณเคยทำงานในอุตสาหกรรมใด บริษัทขนาดใหญ่หรือเล็กมาก่อน จะช่วยทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น หากคุณต่อยอดในอุตสาหกรรมเดียวกัน อย่าลืมที่จะบอกให้นายจ้างรู้ แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนงานไปยังอุตสาหกรรมอื่น อาจเลือกที่จะโฟกัสที่ขนาดของบริษัทแทน
  6. ระบุความสำเร็จเป็นข้อๆด้านล่างของประสบการณ์การทำงานในแต่ละที่ ควรบรรยายถึงความสำเร็จที่คุณได้ทำให้กับทีมหรือบริษัทที่ผ่านมา โดยเริ่มจากผลที่ได้ แล้วจึงตามด้วยวิธีการได้มาซื่งผลนั้น เช่น เพิ่มยอดขาย 40% ต่อเดือนโดยการ…” ความยาวประมาณ 2 – 5 ข้อ
  7. ประวัติการศึกษาเอาไว้ท้ายสุดหากคุณไม่ใช่นักศึกษาจบใหม่ ควรเน้นที่ประสบการณ์การทำงานเป็นหลัก ส่วนประวัติการศึกษาควรย้ายไปไว้ตอนท้ายของจดหมายสมัครงาน และไม่จำเป็นต้องใส่ประวัติการศึกษาระดับมัธยมลงไป
  8. ไม่ระบุข้อมูลบุคคลอ้างอิง ( References upon request) – ฝ่าย HR รู้ดีอยู่แล้วว่า ผู้สมัครจะให้ข้อมูลบุคคลอ้างอิงก็ต่อเมื่อ HR ร้องขอ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องใส่ประโยคนี้ลงไปในจดหมายสมัครงานของคุณ อย่าลืมว่า พื้นที่ในจดหมายสมัครงานของคุณมีค่ามากกว่าจะเสียไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ใดๆ

ที่มา : JobsDB,Com

 

 

คืนความสุขให้ประชาชน Restaurant & Night Club พรีเมียมก็กลับมา


restaurant-and-club-night---CONTENT(3)

1.ตลาด Restaurant & NightClub เป็นตลาดที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโต 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากสถานการณ์บ้านเมืองที่กลับมาสงบอีกครั้ง เศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น ผู้บริโภคเริ่มอยู่ในอารมณ์อยากใช้จ่าย และกล้าที่จะใช้จ่ายเพื่อการแฮงก์เอาท์นอกบ้านแลกกับความสุขมากขึ้น

2.จากบ้านเมืองที่สงบตลาด Restaurant & Night Club ระดับพรีเมียมเป็นตลาดที่เติบโตอย่างเห็นได้ขัด จากคนกรุงเทพระดับไฮเอนด์ ชาวต่างชาติที่เริ่มกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น และนักท่องเที่ยวระดับมิดเอนด์-ไฮเอนด์จากทุกมุมโลกที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยด้วยตัวเอง

3.ลูกค้าประจำ Restaurant & Night Club ระดับพรีเมียม ผู้ชายอายุ 30-45 ปี ผู้หญิง 25-40 ปี โดยเฉลี่ย 60% เป็นคนวัยทำงานในกรุงเทพ 20% ชาวต่างชาติที่พักอาศัยในประเทศไทย และ 20% นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ Restaurant 1,500-3,000 บาท ต่อคน ส่วน Night Club จะเฉลี่ยได้ที่ 500-2,000 บาท ต่อคน

ที่มา : คูเดทา

Marketeer on Stage @ Sasin # 4 “โฆษณาออนไลน์ : เรื่องง่ายๆ แต่ทำไงให้สำเร็จ”

Marketeer-online-01
พุธ 20 สิงหาคมนี้ 12.30 น. ณ ศศินทร์ฮอลล์ จุฬาฯ ซอย 12

งบโฆษณาออนไลน์โตสูงสุดกว่าสื่ออื่นๆ แต่ท่ามกลางชิ้นงานโฆษณาจำนวนมหาศาล งานของคุณอยู่ที่ไหน 

ร่วมสัมมนา “โฆษณาออนไลน์ : เรื่องง่ายๆ แต่ทำไงให้สำเร็จ” โดย คุณอาริยะ พนมยงค์ Google, คุณจิณณ์ เผ่าประไพ CJ Worx
พร้อมฟังผลวิจัยผู้บริโภคกับโฆษณาออนไลน์ โดยคุณณฐพร พันธุ์อุดม PwC Thailand
พิเศษ ! : ชมสุดยอดภาพยนตร์โฆษณาจาก Cannes Lions 

สำรองที่นั่ง ไม่มีค่าใช้จ่าย แจ้งชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง บริษัท 
ส่งมาที่อีเมล์ [email protected] แล้วรอ Reply กลับ

ตลาด Digital Document Service

ตลาด Digital Document Service ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลจากการเติบโตต่อเนื่องปีละ 50% เนื่องจากองค์กรต่างๆ หันมาสำรองข้อมูลและจัดการเอกสารผ่านระบบดิจิตอลมากขึ้น

เทรนด์การใช้ระบบการจัดการเอกสารในประเทศไทยยังต้องใช้เวลา เนื่องจากผู้ใช้งานยังมีความเคยชินกับการใช้และพกพาเอกสารในรูปแบบกระดาษอยู่ แต่องค์กรต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญกับการจัดการเอกสารในรูปแบบดิจิตอลมากขึ้น จากการประหยัดเวลาในการหาเอกสาร รวดเร็วเมื่อต้องการค้นข้อมูล และระบบการจัดการที่สั้นลดขั้นตอนและต้นทุนได้ประมาณ 30%

ตลาดวิตามินเด็ก

ตลาดวิตามินเด็กรูปแบบกัมมี่ในปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากรสชาติที่อร่อยและมีความรู้สึกเหมือนกินขนมและมีผู้เล่นในตลาดเริ่มลงเล่นในตลาดนี้มากขึ้น ส่วนวิตามินเด็กแบบน้ำตลาดหดตัวลง 2-3% และแบบเม็ดทรงตัว