Category Archives: Retail

สุดสัปดาห์ที่นานขึ้นของพนักงาน Uniqlo

มนุษย์เงินเดือนคนไหนที่ชอบทำงานหามรุ่งหามค่ำจนลืมวันหยุดอาจต้องคิดใหม่เพราะแม้แต่บริษัทใหญ่ของชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความขยัน ยกย่องคุณค่าของการทำงานหนัก ยังมีแผนยกระดับความสำคัญของเวลาพักผ่อน โดย Fast Retail บริษัทแม่ของ Uniqlo เผยว่าตุลาคมนี่เตรียมทดลองให้พนักงานราว 10,000 คนที่ทำงานเต็มเวลาตามสาขาในญี่ปุ่น สามารถเลือกทำงานเพียง 4 วันแต่เพิ่มเวลาทำงาน 10 ชั่วโมงเพื่อแลกกับวันหยุด 3 วันต่อสัปดาห์ หากประสบความสำเร็จจะนำมาใช้กับพนักงานในสำนักงานใหญ่ต่อไป

Fast Retailing's Uniqlo Opens First Store in Australia

โครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มอัตราการอยู่ทำงานต่อของพนักงานและลดจำนวนพนักงานต็มเวลาที่ยอมลงไปเป็น Part-Time ซึ่งประสิทธิภาพจะลดลง แลกกับการมีเวลาอยู่กับครอบครัวนานขึ้นหรือไปดูพ่อแม่ที่แก่ชรา ทั้งนี้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สัดส่วนแรงงานทำงานชั่วโมงยาวนานมากกว่าประเทศพัฒนาแล้วด้วยกัน โดย 22% ของมนุษย์เงินเดือน “แดนอาทิตย์อุทัย” ทำงานมากกว่า 49 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ต่างจากสหรัฐฯและฝรั่งเศสที่มีมนุษย์เดือนเพียง 16% และ 11% ตามลำดับที่ทำงานยาวนานขนาดนั้น

ที่มา : mashable.com ,businessweek.com

ซื้อกาแฟด้วยเคสโทรศัพท์อัจฉริยะ

การต้องต่อแถวรอซื้อสินค้าหรือใช้บริการใดก็ตามนานๆ คือเรื่องไม่สบอารมณ์ของทั้งลูกค้าและเจ้าของกิจการ ล่าสุด Starbucks ในญี่ปุ่นพบทางออกสำหรับปัญหานี้แล้ว ผ่าน Starbucks Touch เคสโทรศัพท์ที่ทำงานร่วมกับแอพ ใช้งานง่ายแค่สั่งกาแฟผ่านแอพแล้วรอให้พนักงานเรียกให้ชำระเงินด้วยการแตะเคสเข้ากับเครื่องชำระเงินอัตโนมัติ ระบบดังกล่าวยังสามารถจดจำกาแฟถ้วยโปรดของลูกค้าและสาขาที่ไปใช้บริการประจำอีกด้วย

Starbucks-Phone 2

ปลอก Smartphone อัจฉริยะซึ่งทางเครือร้านกาแฟยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯพัฒนาร่วมกับ Uniform Experiment แบรนด์เสื้อผ้าญี่ปุ่น มีให้เลือก 2 ลายคือพื้นขาวคาดแถบสีน้ำตาลพร้อมโลโก้เทพธิดาไซเรนลักษณะเดียวกับแผ่นจับกันร้อนบนแก้วกาแฟ และลายตารางหมากรุกหลากสีคาดแถบสีน้ำตาลลักษณะเดียวกัน ราคาอันละ 4,000 เยน (ราว 1,120 บาท) ขายอยู่ที่สาขา Omotesando B-Side Shop กับ Tokyu Plaza Omotesando Harajuku และมีเฉพาะเคส iphone6 เท่านั้น โดยเบื้องต้นเป็น Campaign เฉพาะในญี่ปุ่น และยังไม่มีแผนขายไปยังประเทศอื่น

starbucks-pay-by-touch 3

การลดเวลาซื้อกาแฟเป็นสิ่งที่ Starbucks พยายามแก้ไขมาโดยตลอด โดยเมื่อปี 2009 ได้มีการทดลองใช้การสั่งและชำระเงินผ่านแอพสมาร์ทโฟนและระบบ Bluetooth 16 สาขาในสหรัฐฯ ส่วนสาเหตุที่เลือกญี่ปุ่นเป็นประเทศนำร่อง Starbucks Touch เนื่องจากผู้บริโภคแดนซามูไรเป็น “คอกาแฟ” และญี่ปุ่นมีสาขาของ Starbucks มากกว่า 1,000 แห่ง ครบทั้ง 47 จังหวัด

ที่มา : springwise.com ,psfk.com ,hypebeast.com

7-Eleven รุกเวียดนาม

จากประเทศที่เคยย่อยยับจากไฟสงคราม ปัจจุบันเวียดนามคือหนึ่งใน “เสือเศรษฐกิจแห่งกลุ่มประเทศอาเซียน” ดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดถึงคราวของ 7-Eleven ที่ประกาศแผนขยายกิจการเข้ามาในเวียดนาม ด้วยการก่อตั้ง Seven System Vietnam Co. บริษัทร่วมทุนกับ IFB Vietnam บริษัทผู้รับสิทธ์ในการดำเนินธุรกิจ (Frencisee) ของ Pizza Hut ในเวียดนาม โดยคาดว่าสาขาแรกในย่านการค้าของนคร Ho Chi Minh City จะเปิดได้ราวเมษายน 2016 พร้อมขยายเป็น 100 และ 1,000 สาขาได้ภานใน 3 ปีและ 10 ปีตามลำดับ

ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในเวียดนามเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น ปัจจุบันมีเพียง 3 แบรนด์อยู่ในตลาดคือ Circle K ,FamilyMart และ B-Smart ต่างจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะใน ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่อัตราเติบโตสูง ส่วนการขยายกิจการเข้ามาในเวียดนามของ7-Eleven ทำให้เวียดนามเป็นประเทศที่ 18 ในโลกที่มีสาขาของ 7-Eleven และถือเป็นการเปิดตลาดในแถบมหาสมุทรแปซิฟิคครั้งใหม่ของแบรนด์ดังกล่าว นับตั้งแต่การเปิดสาขาอินโดนีเซียเมื่อปี 2009

ที่มา :insideretail.asia ,vir.com.vn

Taylor Swift เตรียมลุยแฟชั่นแดนมังกร

หลังลุกขึ้นปกป้องเพื่อนร่วมวงการดนตรีล่าสุด Taylor Swift ก็เตรียมกลับมาโกยเงินอีกครั้งผ่านพรมแดนใหม่นอกธุรกิจตัวโน๊ต โดยนักร้องสาวขวัญใจชาว Millennial จับมือกับ JD.com อีคอมเมิร์สเบอร์ 2 ของจีนออกแบรนด์เสื้อผ้าทั้ง ชุดเดรสและเสื้อแขนยาว และสินค้าแฟชั่นมากมายเพื่อจับกลุ่มวัยรุ่น “แดนมังกร” ขายผ่านทางเว็บไซต์ตั้งแต่สิงหาคมนี้ ซึ่งถือเป็นสมประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะทางเว็บไซต์ JD.com ก็จะขยายตลาดไปสู่กลุ่มวัยรุ่นผ่านพลังของ Swift ส่วนตัวนักร้องสาวเจ้าของรางวัลแกรมมี่และเพิ่งเปลี่ยนแนวเพลงจาก Country มาเป็นอิเล็คโทรป็อปทันสมัยใน 1989 ผลงานชุดล่าสุด ก็จะได้โปรโมทคอนเสิร์ต ในเซียงไฮ้พฤศจิกายนนี้ด้วย

มีการวิเคราะห์กันว่าอีกเหตุผลที่ทำให้ JD.com ยืมพลังของนักร้องสาวอเมริกันเจาะตลาดแฟชั่นครั้งนี้ก็เพื่อหวังแซง Alibaba ขึ้นเป็น อีคอมเมิร์สเบอร์ 1 ในบ้านเกิด ส่วน Swift เพิ่งกลายเป็นข่าวฮือฮาในอุตสาหกรรมเพลงหลังขู่ Apple ว่าจะถอดผลงานทั้งหมดออกจากคลังเพลงแบรนด์เทคโนโลยีดังที่ Steve Jobs เป็นผู้ก่อตั้ง เพราะไม่พอใจที่ Apple Music ไม่จ่ายค่าตอบแทนให้ศิลปินและทีมทำเพลงช่วงทดลองใช้ ซึ่งคู่กรณีก็ยอมทำตามข้อเรียกร้องของเธอในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

ที่มา : adage.com

ตู้กดเสื้อบอล

ตู้เบิกเงินสดอัตโนมัติที่เรียกกันติดปากว่า ATM เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทางเศรษฐกิจที่มีเหมือนกันในทุุกประเทศโลก โดยความสะดวกแค่ปลายนิ้วสัมผัสนี่เองทำให้มันถูกดัดแปลงไปเป็นตู้กดสินค้าแบบอื่น ที่เห็นได้ชัดเจนคือตู้ขายน้ำอัตโนมัติ แต่สำหรับบราซิล ประเทศที่หายใจเข้าออกเป็นฟุตบอลแล้วคงไม่อะไรจะเหมาะไปกว่า “ตู้กดเสื้อฟุตบอลทีมชาติ” ซึ่งตั้งอยู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและมหาวิทยาลัยในนคร San Paolo ที่ทาง Netshoes เว็บไซต์ขายสินค้ากีฬา “แดนแซมบ้า” ได้ดัดแปลงขึ้นมา

อุปกรณ์เอาใจคอลูกหนังเพื่อกระตุ้นยอดขายเสื้อทีมชาติบราซิลดังกล่าวทำงานในลักษณะเดียวกับตู้ขายสินค้าอัตโนมัติทั่วไป โดยนอกจากชุดแข่งทัพ “เซเลเซา” ราคาตัวละ 229.90 เรียล (ประมาณ 2,304 บาท) ยังมีสินค้าอื่นๆอย่างขนมคบเคี้ยวและเครื่องดื่มร้อนขายอยู่ด้วย ส่วนรูปแบบการชำระเงินก็หลากหลายมีทั้งเงินสด บัตรเดบิตและเครดิต

ที่มา : springwise.com

Uniqlo เอาใจสาวมุสลิม

แม้แฟชั่นจะเป็นเรื่องของความสวยงามแต่ประโยชน์ใช้สอย ความสบายเมื่อสวมใส่รวมไปถึงดูเรียบร้อยไม่ขัดหลักศาสนา คือสิ่งที่แบรนด์แฟชั่นค้าปลีกมองข้ามไม่ได้เลยหากอยากมัดใจผู้บริโภคหมู่มาก เหมือน Uniqlo สาขาในสิงค์โปร์ที่เมื่อ 3 กรกฎาคม ออกคอลเล็กชั่น Uniqlo X Hana Tajima ซึ่งใช้ Yuna นักร้องสาวชื่อดังชาวมาเลเซียเป็น Presenter และมี Item เด็ดอยู่ที่ผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบทั้งด้านนอก ด้านใน และผ้าโพกหัว ในราคา 24.90 ,4.90 และ 14.90 เหรียญสิงค์โปร์ตามลำดับ (ราว622 ,122 และ 372.50 บาทตามลำดับ) เพื่อจับกลุ่มสาวมุสลิมที่อยาก “สวยได้โดยไม่ขัดกับหลักศาสนา” ทั้งในสิงค์โปร์ อินโดนีเซียและมาเลเซีย

คอลเล็คชั่นนี้ ยังมีจุดแข็งอยู่ที่เนื้อผ้าแบบ AIRism ลิขสิทธ์เฉพาะของ Uniqlo ที่บางเบาและระบายความร้อนได้ง่ายอีกด้วย ด้าน Hana Tajima ดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นที่ไปเกิดและเติบโตที่อังกฤษ ซึ่งดูแลการผลิตทุกขั้นตอน เชื่อว่า คอลลเล็กชั่นนี้จะถูกใจทั้งสาวสมัยใหม่ที่อยากแต่งตัวให้เหมาะสมและผู้หญิงทั่วไปที่ได้อยากเสื้อผ้าที่สามารถ Mix and Match ให้เข้ากับความต้องหรือ Lifestyle ในแต่ละวัน”

 

ที่มา : insideretail.asia

Lotte Group รุกห้างอินโด

เพราะเวลาเป็นเงินเป็นทอง บางครั้งองค์กรใหญ่จึงการซื้อกิจการเป็นทางลัดในการขยายกิจการในต่างประเทศ เหมือนล่าสุดที่ Lotte Group บรรษัทข้ามชาติของเกาหลีใต้เดินหน้าซื้ออาคารเจ็ดชั้นซึ่งมีทั้งห้างสรรพสินค้าหรู สำนักงานและโรงแรม บนพื้นที่ 48,000 ตารางเมตร ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ต้า อินโดนีเซีย ตามแผนขยายสาขาห้างสรรพสินค้าในประเทศที่มีพื้นที่มากสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อยอดจากปัจจุบันที่มี Hypermarket ในชื่อ Lotte Mart 39 สาขาและร้านอาหารจานด่วนภายใต้ชื่อ Lotteria อีก 33 แห่ง

 

แผนขยายกิจการเข้าไปในอินโดนีเซีย เป็นไปตามแผนขยายธุรกิจเชิงรุกในต่างประเทศแม้เศรษฐกิจยังชะลอตัว ของประธานชิน ดง-บิน หลังทุ่มเงินถึง 6,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 214,400 ล้านบาท) ลงทุนในกิจการหลายด้าน ทั้งค้าปลีก โรงแรมและการก่อสร้าง ซึ่งหนี่งในนั้นมีการซื้อกิจการโรงแรมในย่าน Manhattan ของสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย ส่วนประเทศกลุ่ม ASEAN ทาง Lotte Group เห็นว่ามีโอกาสในการเติบโต โดยนอกจากอินโดนีเซียแล้วเวียดนามก็เป็นอีกประเทศในภูมิภาคนี้ที่ไปลงทุนทำธุรกิจ

 

ที่มา : insideretail.asia

สงครามราคาช็อปออนไลน์

 

สมรภูมิ E-Commerce สหรัฐฯ กลางปีส่อเค้าทวีความร้อนแรง โดย Walmart ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเมืองลุงแซม ออกโปรโมชั่นลดราคาสินค้าออนไลน์กว่า 2,000 รายการพร้อมลดค่าส่งจาก 50 เหรียญสหรัฐฯ ลงเหลือ 35 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 1,600 และ 1,120 เหรียญสหรัฐฯตามลำดับ) เพื่อสู้กับ Prime Day ของ Amazon ค่ายช็อปออนไลน์ร่วมชาติที่ให้ลูกค้าในบริการ Prime ซึ่งจ่ายค่าสมาชิกรายปี 99 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 3,168 บาท) เข้าถึงโปรโมชั่นลดราคาและสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน โดย Fernando Madeira ประธานและซีอีโอ Walmart อ้างว่าเป็นการยืนหยัดเพื่อลูกค้าและผู้ที่เห็นว่าควรได้รับส่วนลดราคาเท่าเทียมกันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม”

 

มีการวิเคราะห์กันว่าความเคลื่อนไหวของ Walmart ครั้งนี้ถือเป็น “ไฟต์บังคับ” หลังยอดขาย E-Commerce เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะของ Walmart เองไตรมาสแรกปีนี้ก็เพิ่มจากปีก่อนถึง 17% และยังเป็นการลดความเสียเปรียบบนสมรภูมิช็อปออนไลน์ หลังบรรดาเว็บไซต์ E-Commerce จัดโปรโมชั่นหั่นราคาช่วงกลางปี ที่เรียกว่า “คริสต์มาสในเดือนกรกฎาคม” ลักษณะเดียวกับมหกรรมลดราคาอย่าง Black Friday และ Cyber Monday ซึ่งอยู่ท้ายปีมานานแล้ว ซึ่งทาง Amazon คาดว่าในไม่ช้ายอดขายอาจแซงหน้าช่วง Black Friday

 

ที่มา : adage.com