Category Archives: Marketeer Today

[Android] “AIS Malware Remover” แอปช่วยลบ SMS Virus ตัดกังวลคนใช้มือถือ

ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า “จากการที่ช่วงนี้ได้เกิดกรณีSMS Virus ที่เป็นลักษณะของข้อความที่มีลิ้งค์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้   ซึ่งเมื่อลูกค้ากดลิ้งค์ดังกล่าวแล้ว จะเท่ากับเป็นการติดตั้งแอพ ที่ส่งผลให้มือถือทำการส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์อื่นๆที่ถูกบันทึกอยู่ในเครื่องทันที อันทำให้เกิดค่าใช้จ่ายตามมา ดังที่เป็นข่าวในขณะนี้นั้น”

“นอกเหนือจากการแนะนำให้ลูกค้าไม่กดเข้าไปที่ลิ้งค์ดังกล่าว และช่วยดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากกรณี SMS Virus ที่เกิดขึ้นแล้วเพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้อย่างทันท่วงทีให้แก่ลูกค้าแอนดรอยด์ ทีมเทคนิคของเอไอเอส จึงได้พัฒนา แอปพลิเคชั่น “AIS Malware Remover” สำหรับผู้ใช้มือถือแอนดรอยด์ขึ้น เพื่อช่วยลบ แอปที่ติด SMS Virus ดังกล่าวได้ทันที แบบ 100%”icon app AIS Malware Remover

ง่ายๆเพียงเข้าไปดาวน์โหลด แอป  “AIS Malware Remover”ผ่านลิ้งค์ตรงจากเอไอเอส คือ http://www.ais.co.th/sms-remover/หรือกดลิ้งค์จากแบนเนอร์ AIS Malware Remover บน AIS Line Official ได้ฟรี  และทำการติดตั้ง หากเครื่องมือถือของท่านติด SMS Virus หน้าจอจะแสดงผล และ แอป AIS Malware Remover จะลบแอป SMS Virus ออกทันที

 

ขั้นตอน

Capture

Screenshot_3 Screenshot_4 Screenshot_5 Screenshot_6

“เราเชื่อมั่นว่า แอปนี้จะสามารถช่วยแก้ไขและป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที และสร้างความมั่นใจให้ทุกการใช้งานของลูกค้าอย่างแน่นอน” นายปรัธนากล่าว

ลูกค้าเอไอเอส และค่ายอื่นๆ ที่ใช้มือถือแอนดรอยด์สามารถดาวน์โหลดแอป “AIS Malware Remover” ได้แล้ววันนี้

 

Bright Smile & Happy Hearts

 17 องค์กรชั้นนำ ผนึกกำลังช่วยเหลือผู้ป่วย "ปากแหว่งเพดานโหว่"

มูลนิธิสร้างรอยยิ้มประเทศไทย หรือ Operation Smile Thailand เผยภาวะผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในไทยที่เผชิญ พบว่ายังมีผู้ป่วยตกค้างและที่การรักษาเข้าไปไม่ถึงอีกหลายพันรายทั่วปรเทศ ล่าสุดได้ 17 องค์กรชั้นนำร่วมพิธีลงนามความช่วยเหลือภายใต้โครงการ “Bright Smile @ Happy Hearts ” ระดมทุนเพื่อมอบโอกาสและช่วยเหลืออย่างเป็นระบบที่ยั่งยืน

 

เควิน เจ บูเว่ส์ ประธานกรรมการมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย หรือ Operation Smile Thailand กล่าวว่า มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย (Operation Smile Thailand) ได้จดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลในปี พ.ศ. 2544 ให้การรักษาผู้ป่วยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ที่ยากไร้ อาศัยในพื้นที่ห่างไกลทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ได้รับการผ่าตัดมอบชีวิตใหม่มาแล้วกว่า 8,000 ราย จากการเก็บข้อมูลพบว่า ยังทีผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้รอคอยการรักษาทั้งที่มาลงทะเบียนเข้ากับการรักษาและที่ไม่ได้ลงทะเบียน นั้นหมายถึงกลุ่มที่เรายังเข้าไปไม่ถึงอีกจำนวนมากทั่วประเทศไทย จึงทำให้ทาง มูลนิธิฯ ต้องพยายามลงพื้นที่สำรวจจำนวนผู้ป่วยเพื่อหาแนวทางการรักษาได้อย่างครอบ คลุมและทั่วถึงมากขึ้น จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า เด็ก 1 ใน 700 คนมีภาวะปากแหว่งหรือเพดานโหว่ บางรายอาจมีอาการทั้งสองอย่าง สำหรับประเทศไทยแล้วจะมีเด็กเกิดใหม่ 2,000รายต่อปีที่มีภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่

 

ล่าสุด มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย หรือ Operation Smile Thailand ได้ร่วมกับ 17 องค์การชั้นนำอันได้แก่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน หรือ ดีแทค, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด มหาชน, บริษัท เนชั่น มัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด มหาชน, บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด มหาชน, บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด, บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จัำกัด มหาชน, บริษัท ริโก้ ประเทศไทย จำกัด, ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล, มูลนิธิอิออนประเทศไทย, เดลินิวส์, บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด มหาชน, บริษัท เอลเทค พาวเวอร์ จำกัด, บริษัท โปรเกรสซีฟ อินเตอร์เทรด จำกัด, บริษัท ยูนิค เทเลคอม จำกัด, กลุ่มธนาคารทิสโก้ และ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด มหาชน ร่วมจัดทำโครงการ “Bright Smiles & Happy Hearts” ระดมทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการทำงานใน 5ด้านดังนี้

 17 องค์กรชั้นนำ ผนึกกำลังช่วยเหลือผู้ป่วย "ปากแหว่งเพดานโหว่"

1การรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่แบบบูรณาการภายใต้การดูแลของศูนย์แก้ไขความพิการ บริเวณใบหน้า และศีรษะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2สร้างรอยยิ้มให้ครบ 1,200 รอยยิ้มครอบคลุมพื้นที่ 5 ภูมิภาคของประเทศ

3สร้างแอพพลิเคชั่น และโปรแกรมต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและชัดเจน

4สนับสนุนอุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์

5การให้การศึกษา และฝึกอบรมแก่บุคลากรเพื่อการดูแลรักษาพยาบาลที่ยั่งยืน

 

เราเชื่อว่า โครงการ “Bright Smiles & Happy Hearts” จะเป็นโครงการที่มอบรอยยิ้มให้แก่คนไทยด้วยศักยภาพการทำงานของแต่ละองค์กรที่จะมาบูรณาการให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืนได้อย่างแน่นอน

 

สั่งอาหารออนไลน์ไทยใครว่าไม่โต

food panda ฟู้ดแพนด้า (foodpanda) ผู้นำศูนย์รวมบริการสั่งอาหารออนไลน์ระดับโลก ฉลองครบรอบสองปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดพร้อมส่งมอบเมนูที่มีความหลากหลายมากที่สุดจากพันธมิตรร้านอาหารทั่วประเทศ พร้อมให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์การสั่งอาหารทางออนไลน์ที่รวดเร็วที่สุด ง่ายที่สุด และสะดวกที่สุด ไม่ว่าจะผ่านทางเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นบนมือถือ

นับแต่วันแรกที่ฟู้ดแพนด้า (foodpanda.co.th) ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทได้พิสูจน์ถึงความเป็น ผู้ให้บริการสั่งอาหารออนไลน์ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในตลาด กลยุทธ์หลักของฟู้ดแพนด้าคือ การร่วมมือและสร้างพันธมิตรกับธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์การสั่งอาหารออนไลน์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ฟู้ดแพนด้าร่วมมือกับร้านอาหารมากมายที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและรสชาติ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น สีลม สุขุมวิท นานา คลองเตยเหนือ และอโศก นอกจากนี้ ฟู้ดแพนด้าได้ขยายธุรกิจและสร้างพันธมิตรร้านอาหารใหม่ๆ ในการให้บริการที่เชียงใหม่ และล่าสุดที่พัทยา โดยผนึกกำลังกับดอร์ทูดอร์ บริษัทจัดส่งอาหารระดับพรีเมียมในการจัดส่งอาหารให้กับฐานลูกค้าของฟู้ดแพนด้าที่กำลังเติบโตในพัทยา ด้วยความร่วมมือที่ดีกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งจากกว่า 400 ร้านค้า ฟู้ดแพนด้าจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมมอบบริการจัดส่งอาหารจานโปรดที่ดีที่สุดให้ลูกค้าถึงที่บ้าน ออฟฟิศ หรือสถานที่ต่างๆ ตามต้องการ

food pandaอเล็กซานเดอร์ เฟลเด้อ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแพนด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟู้ดแพนด้าคือผู้ให้บริการสั่งอาหารออนไลน์ที่ให้บริการไม่ซับซ้อนหรือยุ่งยาก ทั้งยังปลอดภัยและรวดเร็ว ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับรายการอาหารที่หลากหลาย จากร้านอาหารมากมายที่มีให้เลือกสรรในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นบนมือถือของฟู้ดแพนด้า เราจับมือกับร้านอาหารชั้นนำทั่วโลกและในประเทศไทยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า พวกเขาสามารถเลือกรับประทานอาหารชนิดใดก็ตามจากร้านใดก็ได้ที่ต้องการ   ปีนี้เป็นปีที่สองของการดำเนินงานในประเทศไทย และฟู้ดแพนด้ามียอดการสั่งอาหารทางออนไลน์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ส่งผลให้เราเป็นผู้ให้บริการสั่งอาหารออนไลน์ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในตลาด และเราก็ขยายธุรกิจและบริการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นี่คือข้อพิสูจน์ของการเป็นผู้นำในตลาดนี้ โดยเรารู้สึกขอบคุณและยินดีกับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าในประเทศไทยเป็นอย่างมาก”

จากผลการสำรวจของโกลบอลเว็บอินเด็กซ์ (GlobalWebIndex) ในเดือนมกราคม 2557 ที่ผ่านมา บรรดาสาวกไอทีหนุ่มสาวชาวไทยใช้เวลาเล่นอินเตอร์เน็ตบนมือถือนานกว่ากลุ่มคนวัยเดียวกันในประเทศอื่นในเอเชีย ฟู้ดแพนด้าจึงได้พัฒนาและเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่เพื่อพร้อมรับกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดนี้

“เราเข้าใจและตระหนักถึงเทรนด์นี้ เราจึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือนอกเหนือจากการให้บริการผ่านเว็บไซต์ และได้ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น ทำให้ฟู้ดแพนด้ากลายเป็นผู้ให้บริการจัดส่งอาหารรายเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างครบวงจร เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความสะดวกสบายนี้จะช่วยเพิ่มยอดสั่งอาหารและสามารถดึงดูดลูกค้ารายใหม่ให้กับฟู้ดแพนด้าได้อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ยอดการเติบโตของฟู้ดแพนด้าในประเทศไทยอยู่ระหว่างร้อยละ 10-15 ต่อสัปดาห์ โดยมียอดการสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือถึงร้อยละ 50 และร้อยละ 45 มาจากการสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ ทั้งนี้ มีเพียงร้อยละ 5 ของลูกค้าที่ยังคงสั่งอาหารทางโทรศัพท์

 

เคทีซีรุกตลาดอาหารญี่ปุ่น มอบส่วนลดสูงสุด 50% พร้อมลุ้นแพ็คเกจทัวร์บินสู่ฮอกไกโด

KTC 100 Japanese cuisine 3

เคทีซีเปิดแนวรุกครั้งใหญ่ร้านอาหารญี่ปุ่น จับมือ 100 ร้านพันธมิตรทั่วกรุงเทพฯ จัดทำหนังสือ “KTC 100 Stories of Japanese Cuisine” พร้อมคัดสรรสิทธิประโยชน์สุดโดนใจ ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 50% พร้อมเรื่องราวของเกร็ดน่ารู้ ศิลปะในการรับประทาน เพื่อสร้างความสุนทรีย์ และเติมเต็มสมาชิกบัตรเครดิตที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดร้านอาหารได้เพิ่มขึ้น 30% ภายในสิ้นปี 2557

Sashimi ร้านโอตารุ
ประณยา นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เคทีซีได้เปิดตัวแคมเปญ “100 Stories of Signature Dish” มอบสิทธิประโยชน์ให้แก่สมาชิก รวมถึงเปิดตัวหนังสือรวมสุดยอดอาหารและเคล็ดลับต่างๆ ซึ่งผลตอบรับเป็นที่ น่าพอใจ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดร้านอาหารในครึ่งปีแรกโตขึ้น 7% และร้านอาหารที่เข้าร่วมโปรโมชั่นกับเคทีซีมีการเติบโตขึ้นมากกว่า 60% ในปี 2557 นี้ เคทีซีจึงได้เดินหน้ามอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยจะเจาะกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น เนื่องจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านของคนไทยเติบโตขึ้นมาก และอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือ ร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีจำนวนร้านกว่า 70% ของร้านอาหารทั้งหมดทั่วกรุงเทพฯ ด้วยรสชาติความอร่อยที่ถูกปากคนไทยทุกเพศ ทุกวัย ประกอบกับความพิถีถันในทุกขั้นตอนของการปรุงอาหาร ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ เครื่องปรุง วิธีการปรุง รวมถึงการตกแต่งจานอาหารและวิธีการเสริฟอย่างมีเอกลักษณ์ โดยคาดว่า แคมเปญนี้จะช่วยกระตุ้นยอดการใช้จ่ายในร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญเพิ่มขึ้นถึง 60% ตลอดระยะเวลาโปรโมชั่นและส่งผลให้ยอดรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดร้านอาหารเพิ่มขึ้น 30% ภายในสิ้นปี 2557”
“เคทีซีจึงได้ร่วมกับ 100 ร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วกรุงเทพฯ จัดทำหนังสือ “KTC 100 Stories of Japanese Cuisine” รวบรวมเรื่องราวที่โดดเด่นต่างๆ ของร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมคัดสรรสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า ด้วยการมอบส่วนลดจากแต่ละร้านอาหารสูงสุดถึง 50% ไว้ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งแต่ละร้านล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องของความอร่อย คุณภาพ และการบริการ ภายในเล่มได้แบ่งหมวดร้านอาหารออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แบบดั้งเดิม (Traditional) ทันสมัย (Modern) และแบบประยุกต์ตามสมัยนิยม (Fusion) หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือนไกด์บุ๊คที่เหมาะแก่การพกพาติดตัว โดยจะวางจำหน่ายที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ในราคาเล่มละ 339 บาท”

ร้าน Ozake
“นอกจากนี้เคทีซียังคืนกำไรให้แก่สมาชิก โดยจะมอบรางวัลแพ็คเกจท่องเที่ยว กรุงเทพฯ – ฮอกไกโด 5 วัน 3 คืน รางวัลละ 2 ที่นั่ง รวมทั้งสิ้น 14 ที่นั่ง รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,120,000 บาท เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ร่วมรายการทั้ง 100 ร้าน ตลอดช่วงโปรโมชั่น 3 เดือน ทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล โดยไม่ต้องส่ง SMS เข้าร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2557”

CGC Innovation Center โชว์รูมไฮเทคของ Epson

เอปสันจับมือ CGCผุดโชว์รูมไฮเทครับตลาดองค์กรเติบโตชูจุดเด่นบริการเยี่ยมและมีแอพพลิเคชั่นต่อยอด เผยเปลี่ยนโฉมธุรกิจหลายรูปแบบด้วยเทคโนโลยีใหม่ เอปสันรับแนวโน้มปรับพอร์ตศูนย์บริการเพิ่มสัดส่วนเป็น 20% พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเต็มตัว

CGC  Innovation Center

          ชัยทัต แซ่ตั้ง ประธานกลุ่มบริษัท CGC เปิดเผยว่า การเปิดตัว CGC  Innovation Center ครั้งนี้ ถือเป็นการรุกตลาดในกลุ่มองค์กรครั้งสำคัญของ CGC เพื่อสร้างศูนย์นวัตกรรมร่วมกับเอปสัน ศูนย์บริการเอปสันและศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต ในครั้งนี้ทำให้ลูกค้าองค์กรเกิดทางเลือกใหม่ในการใช้งานในผลิต ภัณฑ์เอปสันเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนของเอปสันที่ต้องการความมั่นใจในเรื่องบริการหลังการขาย โดยจะมีซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดย CGC เข้ามาเติมเพื่อทำให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าองค์กรแต่ละราย ในแบบ Customize และการบริการที่มี SLA (Services Level Agreement) ที่สูงกว่าการบริการทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเน้นสร้างความพึ่งพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ตั้งแต่การมีระบบ SMS แจ้งเตือนสำหรับเครื่องซ่อมเสร็, มีแอพพลิเคชั่นตรวจสอบถานะการซ่อม, การแจ้งราคาประเมินค่าซ่อม, พร้อมระยะเวลาซ่อมที่เร็วเป็นพิเศษ เป็นต้น

CGC  Innovation Center

          ในแง่นวัตกรรมที่ CGC ต่อยอดออกมาได้แก่ Smart Projector เริ่มตั้งแต่การสร้างแอพพลิเคชั่นควบคุมการนำเสนองานของเครื่อง Projector ด้วยเครื่องอุปกรณ์ไร้สายอย่างสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต พร้อมจำลองการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ สำหรับบ้านและสำนักงาน ซึ่งรองรับระบบปฏิบัติการทั้ง iOS และ Android  และดึงศักยภาพของเครื่อง Projector ให้สามารถฉายภาพจากแหล่งกำเนิดได้หลากหลาย รวมถึงสร้างคุณสมบัติพิเศษในการฉายแบบ edge blending หรือความสามารถฉายบนพื้นผิวโค้งได้ 

          ระบบที่ CGC ใช้เวลาในการพัฒนาอย่างมากเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ Digital Signage  Solution ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ 4 คือ การเปลี่ยนให้ป้ายดิจิตอลสามารถโต้ตอบกับลูกค้าที่เดินผ่านไปผ่านมาได้  และเขียนโปรแกรมที่สามารถแยกเพศของคู่สนทนาได้ และตัวโปแกรมจะนำเสนอสินค้าและโฆษณาให้เหมาะสมกับเพศคู่สนทนาระบบนี้จะทำให้ CGC เป็นผู้นำตลาดในกลุ่มนี้ต่อไป นอกจากนี้ CGC ยังโชว์ผลงานนำเครื่อง Projector ประเภท Ultra-short-throw lens ผสมเทคนิคการฉายแบบ Interactive Holograms ซึ่งทำให้ภาพดูมีมิติเหมือนจริง

          นอกจากนั้น CGC ยังได้เพิ่มมูลค่าใน Projector ของเอปสันในด้านงาน event ใหญ่ๆ โดยใช้เครื่อง Projector Epson G-Series ซึ่งเป็นรุ่นที่มีระดับความสว่างตั้งแต่ 5,2007,000 lumens เน้นที่การภาพที่มีสีสันสดใส สมจริง ผสมผสานกับการใช้เทคนิค Mapping เพื่อสร้างเนื้อหาที่ฉายลงบนฉากหลังที่มีหลาก หลาย เช่น อาคาร รถไฟ ฯลฯ ให้มีความน่าสนใจ แปลกตา และสามารถควบคุมเรื่องราวด้วยโปรแกรมเพียงใช้นิ้วสัมผัส

           ปัจจุบันกลุ่มบริษัท CGC ประกอบด้วย บริษัท ไชยกาญจน์ คอนเซ้าท์ติ้ง, บริษัท บอสอัพ โซลูชั่น,

บริษัท ดรีมไลน์ ครีเอชั่นส์ โดยทั้งหมดสร้างยอดขายประมาณ 200  ล้านบาท ในปีปัจจุบันมีการเติบโตสูงถึง 25% ซึ่งกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันของกลุ่ม CGC จะเป็นกลุ่มราชการและกลุ่มรัฐวิสาหกิจ 70% และองค์กรเอก ชนขนาดใหญ่ 30% ซึ่งภายใน 3 ปีจะมีการปรับพอร์ตเพิ่มสัดส่วนของภาคเอกชนขึ้นเป็น 50-50 เนื่องจากการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มีเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา

          การพัฒนาโชว์รูมของเอปสันในครั้งนี้ถือเป็นต้นแบบใหม่ของทั้งสองบริษัท ในขณะที่เอปสันสนับ สนุนอุปกรณ์และองค์ความรู้ของผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งไม่มีขายในท้องตลาดปกติ มาแสดงในโชว์รูมให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งาน ขณะที่ CGC ได้ใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมต่อยอด เป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้กับตลาดประเทศไทย ขณะเดียวกันเอปสันก็ได้แอพพลิเคชั่นต่อยอด ซึ่งสามารถนำไปขยายในตลาดประเทศอื่นๆ ได้ต่อไป นายชัยทัต กล่าว

          สำหรับรายได้ที่จะมาจากการทำธุรกิจกับเอปสันนั้นคาดว่าในปีนี้จะอยู่ที่  30  ล้านบาท และจะเติบ โตอีกประมาณ 10% ต่อปี โดยที่โชว์รูมจะต้องมีเครื่องรุ่นใหม่ของเอปสันเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยเดือนละ 1 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะทำให้ CGC สามารถอัพเดทให้กับลูกค้าและบุคคลที่สนใจได้ และยังทำให้สามารถสร้างแอพพลิเคชั่นต่อยอดเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

          คณิน ธรรมภิบาลอุดม ผู้จัดการอาวุโส  แผนกวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เอปสันทำงานร่วมกับ CGC มาหลายปี ได้สร้างผลงานและความไว้วางใจในการทำงานร่วมกันมาตลอด จุดเด่นของ CGC คือ มีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ของเอปสันอย่างมาก และสามารถต่อยอดโดยการสร้างแอพพลิคชันและโซลูชัน โดยเฉพาะในตลาดองค์กร ปัจจุบันเอปสันมีศูนย์บริการ หรือ Epson Service Center อยู่ 129 ราย ในส่วนของ CGC Innovation Center ถือว่าเป็นศูนย์บริการรายล่าสุดที่มีนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุด

          ที่ผ่านมา Epson ได้พัฒนาศูนย์บริการลูกค้าในทุกระดับ ตั้งแต่ศูนย์บริการลูกค้าแบบทั่วไป ศูนย์บริการลูกค้าระดับองค์กร เป็นต้น โดยสัดส่วนจำนวนศูนย์บริการในปัจจุบันคือ 80: 20 ซึ่งทาง CGC จะเข้ามาเพิ่มเติมในส่วนของกลุ่มองค์กรให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ขณะที่ Epson เองพยายามจะเพิ่มศูนย์บริการให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย และต่อยอดธุรกิจของศูนย์บริการให้มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม

          แนวทางความร่วมมือของ Epson กับคู่ค้าที่ดำเนินการศูนย์บริการนั้น Epson จะเข้ามาสนับสนุนอุปกรณ์และเทคโนโลยี รวมถึงองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้แต่ละศูนย์สามารถจัดการกับปัญหาและดูแลลูกค้าให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของการลงทุนส่วนอื่นนั้น ทางผู้ก่อตั้งศูนย์จะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด เช่นเดียวกับ CGC Innovation Center ซึ่งเป็นการลงทุนของกลุ่มบริษัท CGC ทั้งสิ้น       

          จากการที่ CGC สร้างความแตกต่างโดยเน้นหนักทางด้านเทคโนโลยีที่โดดเด่น ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ให้ศูนย์บริการของ Epson อย่างมาก เนื่องจากจะทำให้เกิดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และสร้างการยอมรับให้เกิดเป็นโซลูชั่น โดยเฉพาะในตลาดองค์กร ซึ่งจะทำให้ลูกค้าในระดับทั่วไปได้ทดลองใช้และเกิดประสบการณ์ สร้างความประทับใจในแบรนด์สินค้า กระตุ้นให้เกิดความต้องการมากขึ้นในระดับ Mass ตามมา

เมื่อผู้นำธนาคารรับคำท้า Ice Bucket

 

กระแสสงกรานต์ ไม่ใช่สิ Ice Bucket ยังคงแพร่ไปอย่างรวดเร็ว และใครจะเชื่อว่าผู้นำธนาคาร ต่างก็ยอมรับคำท้านี้ด้วยเช่นกัน

scb

กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ 

ผู้ท้า วิกรม กรมดิษฐ์

ICE Bucket Challenge TH กองทุน ALS ไทย 5 แสนบาท, ศูนย์มะเร็งเต้านม รพ.จุฬา 5 แสนบาท

ท้า ต่อ ประสารไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย , ก่อศักดิ์ไชยรัศมีศักดิ์  CPAll , ยุวดี จิราธิวัฒน์ Central และหรีด รพีพรรณเหลืองอร่ามรัตน์ Hello Kitty

 

ปฏิบัติการตามคำท้า!….คุณกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ หรือคุณ KC แห่งSCB รับคำท้า ICE Bucket Challenge จากคุณวิกรม กรมดิษฐ์และอีก…

โพสต์โดย SCB Thailand บน 22 สิงหาคม 2014

 

bbl

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

ผู้ท้า วัชรวัชรพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี) และนางสาวจิตสุภา วัชรพล รองประธานกรรมการบริหารบริษัท เทรนด์ วีจี 3 จำกัด (ไทยรัฐออนไลน์)

ICE Bucket Challenge TH -บริจาคเงินให้กับมูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา กองทุนผู้ป่วย ALS (โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง)

ท้าต่อ คณะผู้บริหารและพนักงานธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ณ.บริเวณลานด้านหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ ถนนสีลม เพื่อเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมบริจาคเงินทำบุญให้กับมูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา กองทุนผู้ป่วย ALS (โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง) โดยยอดเงินบริจาคที่ได้รับในวันนี้เพียงวันเดียวมีจำนวน 88,888 บาท

 

 

วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

ผู้ท้า ฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรุงศรีคอนซูมเมอร์

ICE Bucket Challenge TH บริจาคเงินส่วนตัว จำนวน 300,000 บาท ให้กับมูลนิธิศูนย์ศึกษาวสุภัทรจังหวัดสิงห์บุรี

ถ้าต่อ – เทวินทร์ วงศ์วานิช : ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดก­ารใหญ่ ปตท.ส.ผ., เศรษฐา ทวีสิน : กรรมการผู้จัดการใหญ่ แสนสิริ, โนริอากิ โกโตะ : ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

 

 

บัณฑูร ล่ำซำ

 

บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย (ราดน้ำมนต์ 9 วัด)

ผู้ท้า อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการบมจ. เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น

ICE Bucket Challenge TH รพ.ศิริราช 100,000 บาทในนามส่วนตัวและกสิกรมอบให้อีก10 เท่าตัว

 

โนริอากิ โกโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และกรรมการธนาคาร ธนาคารกรุงศรี

ผู้ท้า วรภัคธันยาวงษ์ ซีอีโอธนาคารกรุงไทย

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ เที่ยงตรง บริเวณลานหน้าธนาคารกรุงศรีสำนักงานใหญ่ ถนนพระราม 3

คนไทยชอบแชะ-แชร์ โอกาสของ vivo

 VIVO

vivo แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมคูล พร้อมเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการภายใต้ธีม vivolution ปฏิวัติเพื่อพลังสร้างสรรค์อย่างไม่หยุดนิ่ง ชูจุดเด่นสมาร์ทโฟนสำหรับคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นผู้นำเทรนด์ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว เพรียวบาง เหนือชั้นกว่าด้วยระบบเสียง Hi-Fiacoustic fidelity เพื่อประสบการณ์สื่อสารที่สมบูรณ์แบบ ประเดิมตลาดไทยด้วยรุ่น Xshot ที่อัดแน่นด้วยสุดยอดฟังก์ชั่นการถ่ายภาพระดับกล้องมือโปร พร้อมตามด้วยรุ่น Xplay3S เร็ว ๆ นี้

VIVO_XShot

เหยา ยี หมิง กรรมการผู้จัดการบริษัทวีโว่ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน vivo กล่าวว่า “vivo คือแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกซึ่งสรรสร้างขึ้นเพื่อผู้บริโภครุ่นใหม่ที่หลงใหลแฟชั่นและความทันสมัย ด้วยรูปลักษณ์ของดีไซน์อันโดดเด่น ระบบเสียงคุณภาพสูงเพื่อประสบการณ์สื่อสารที่เพลิดเพลินอย่างเหนือชั้น ความมุ่งมั่นของ vivo คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เพียบพร้อมทั้งความสมบูรณ์แบบและคุณสมบัติที่เหนือความคาดหมาย ผลิตภัณฑ์ vivo ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากการเปิดตัวในงาน Consumer Electronics Show หรือ CES 2014 ที่ลาส เวกัส สหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศจีน เมื่อปีที่แล้ววีโว่สามารถขายได้ถึง 15 ล้านเครื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านหยวน หรือ 7,500 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 8% ซึ่งเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟน 5 อันดับแรกในจีน โดยเราเลือกที่จะจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรกสำหรับตลาดต่างประเทศเพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคไทยรุ่นใหม่ที่นิยมความล้ำสมัย เป็นผู้นำเทรนด์ ชื่นชอบเทคโนโลยี นวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมทั้งชื่นชอบดีไซน์ที่พิถีพิถัน หลังจากที่ได้รับกระแสตอบรับดีในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย อาทิ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า”

สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน รูปแบบพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคก็มีความหลากหลาย โดยกล้องถ่ายภาพนับเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่คนไทยให้ความสำคัญมากในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน เนื่องจากการเติบโตของเทรนด์การถ่ายภาพ และแชร์ภาพทันทีผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทำให้ความต้องการในกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูงในมือถือที่ถ่ายแล้วอัพได้ทันทีเพิ่มขึ้นสูง เห็นได้จากข้อมูลของโซเชียล แรงค์ (Zocial Rank) ซึ่งเป็นเว็บไซต์เก็บข้อมูลสถิติต่าง ๆ เกี่ยวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ในประเทศไทยได้เปิดเผยสถิติการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กของคนไทยในช่วงปี 2012-2013 ว่าจากจำนวนนี้คนไทยที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก 18 ล้านคน มีการแชร์รูปสูงถึงกว่า 124,000 รูปต่อวัน

Vivo

โดย vivo จึงเปิดประเดิมตลาดไทยด้วยรุ่น Xshot สมาร์ทโฟนหน้าจอ Full HD ขนาด 5.2 นิ้ว โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นกล้องถ่ายภาพที่เหนือชั้นระดับมืออาชีพ ด้วยกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ CMOS IMX214จากโซนี่ พร้อมเลนส์ถึง 6 ชิ้น รูรับแสงขนาด f/1.8 สามารถเก็บรายละเอียดได้คมชัดแม้ในที่แสงน้อย คู่กับ Dual LED Flash และระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS พร้อมโหมดการถ่ายภาพหลากหลายให้เลือก นอกจากนั้นยังสมารถบันทึกวิดีโอได้ละเอียดสูงถึง 4Kความละเอียดของกล้องหน้าสูงถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อม LEDFlash และโหมด Face Beauty ให้คุณถ่ายภาพเซลฟีได้ดูดีทุกช๊อต

นอกจากนั้น Xshot ยังอัดแน่นด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ล้ำสมัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Funtouch OS ซึ่งพัฒนาบน Android 4.3 ระบบประมวลผล Snapdragon 801 quad-core 2.26 GHz, RAM ขนาด 2GB และ ROM ขนาด 16GB พร้อมรองรับเทคโนโลยี 4G และระบบเสียงที่คมชัดระดับ Extreme Hi-Fi ด้วยชิป CIRRUS LOGIC CS4398 จากประเทศสหรัฐอเมริกา

“สำหรับการเปิดตัวในเมืองไทย vivo ได้กำหนดราคาขายอยู่ระหว่างเครื่องละ 5,000-20,000 บาท โดยได้ลงทุนด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาทสำหรับช่วง 3 ปีแรก ทั้งโฆษณาในสื่อหลักต่าง ๆ อาทิ โทรทัศน์ สื่อนอกอาคาร สื่อในห้างสรพสินค้า รวมทั้งสื่อออนไลน์ ตลอดจนกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเน้นพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองหลัก อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา สงขลา เป็นต้น โดยบริษัทมุ่งที่จะเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ กลุ่มที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและวัยเริ่มทำงาน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชื่นชอบในแฟชั่น ไม่ตามใครและชอบเป็นผู้นำเทรนด์ ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะครองส่วนแบ่งทางการตลาด 5% ภายในระยะเวลา 3 ปี สำหรับปีนี้เราตั้งเป้าที่จะจำหน่ายสมาร์ทโฟน   vivo ให้ได้ 100,000 เครื่องนับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เข้าตลาดไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมจนถึงสิ้นปี 2557 โดยเรามั่นใจว่าการเข้ามาของ vivo จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค พร้อมช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟนของไทย

ทั้งนี้ สมาร์ทโฟน vivo ได้วางจำหน่ายที่ vivo Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ ร้าน CSC และร้าน SureLife โดยแบ่งสัดส่วนการกระจายสินค้าผ่านร้านผู้แทนจำหน่าย 75% ผ่านโอเปอร์เรเตอร์ 20% และหน้าร้าน vivo อีก 5% พร้อมทั้งเตรียมการที่จะขายทางอินเตอร์เน็ทเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการรับประกันนานถึง 1 ปี และการดูแลหลังการขายที่มีคุณภาพ

ชมพู่ อารยา แอมบาสเดอร์คนแรกของ เบนซ์ The newGLA-Class

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เขย่าวงการยนตรกรรมหรู ช่วงครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบ การสื่อสารบนโลกออนไลน์ ล่าสุดเปิดตัว “ชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ดาราเซเลบริตี้ ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของรถยนต์ในรุ่นThe new GLA-Classคอมแพ็คเอสยูวีรุ่นล่าสุด เพื่อเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างใกล้ชิด

ชมพู่ อารยา ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จึงไม่หยุดนิ่งที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนคุณค่าหลักของแบรนด์ที่ว่า Perfection และ Fascinationโดยแนวทางการทำตลาดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯ เตรียมรุกวงการอุตสาหกรรมยานยนต์หรูด้วยการใช้กลยุทธ์ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้งหรือการทำตลาดในโลกออนไลน์ผ่านการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์คมากขึ้น เนื่องจากมองว่าสื่อช่องทางนี้สามารถสร้างความรู้สึกใกล้ชิดไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เมอร์เซเดส-เบนซ์มุ่งให้ความสำคัญอย่างมากในปีนี้”

“ล่าสุด บริษัทฯ จึงได้มีแนวคิดในการเปิดตัว “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” เป็น               “แบรนด์แอมบาสเดอร์” คนแรกของรถยนต์ในรุ่น The newGLA-Class ทั้งนี้สาเหตุที่ทางบริษัทฯ เลือกคุณชมพู่นั้น เนื่องจากคุณชมพู่ถือได้ว่าเป็นดาราเซเลบริตี้สาวผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ประกอบกับบุคลิกเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแสดง ด้านแฟชั่น หรือด้านธุรกิจ และประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน และ ในครั้งนี้คุณชมพู่ได้เลือกรถยนต์รุ่น The newGLA-Class มาเป็นพาหนะคู่ใจ เนื่องด้วยสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคุณชมพู่ได้อย่างลงตัว โดย The newGLA-Class ถือเป็นรถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมรูปลักษณ์ดีไซน์ทันสมัยปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว และมีสมรรถนะอันทรงพลัง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่รถยนต์รุ่นดังกล่าว สามารถเติมเต็มความหลงใหลในการขับขี่ของคุณชมพู่ได้เป็นอย่างดี และถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปในเวลาเดียวกัน”

 

มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน                 ยอดเฟซบุ๊ค แฟนเพจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) www.facebook.com/MercedesBenzThailand มีประมาณ 300,000 คน ส่วนอินสตาแกรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) Instagram : MercedesBenzThailand มีกว่า 9,000 คน โดยหลังจากการเปิดตัวแบรนด์ แอมบาสเดอร์ในครั้งนี้ บริษัทฯ จะทำการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดแคมเปญออนไลน์ “Chom follows You” ผ่านทางเฟซบุ๊ค แฟนเพจ และอินสตาแกรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) รวมถึงอินสตาแกรมของคุณชมพู่ตลอดทั้งเดือนกันยายนเพื่อค้นหาผู้โชคดีร่วมทริปทดสอบรถยนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับคุณชมพู่ ณ สนามบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

 

“บริษัทฯ จะมุ่งสื่อสารแบรนด์แอมบาสเดอร์ในทุกกิจกรรมควบคู่ไปกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น The new GLA-Class ซึ่งเป็นรถในกลุ่ม NGCC (New Generation Compact Car)สมาชิกลำดับที่ 5 ในตระกูล SUV (Sport Utility Vehicle)ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความสปอร์ตในทุกจังหวะของการขับขี่” คุณมาร์ทิน กล่าวสรุป

 

GLA 200 Urbanเป็นรถยนต์เครื่องเบนซิน 4 สูบแถวเรียง มีการออกแบบตัวรถให้ดูทันสมัย คล่องแคล่ว ปราดเปรียว และปลอดภัย สามารถตอบสนองทุกความท้าทายของการขับขี่ได้เป็นอย่างดี โดยภายนอกถูกออกแบบด้วยทรวดทรงสไตล์ออฟโรดที่สื่อถึงพลังและความสุขุม   ส่วนภายในมีการออกแบบก้าวล้ำทันสมัยให้อารมณ์สปอร์ตและสง่างาม ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง1/3: 2/3ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของได้มากขึ้น”

เตรียมจัด Thailand Innovation and Design Expo 2014

Thailand Innovation and Design Expo 2014กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดงาน Thailand Innovation and Design Expo 2014 หรือ T.I.D.E. 2014  ขึ้นในเดือนกันยายน 2557  โดยจับมือหลายหน่วยงานองค์กรจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อโชว์นวัตกรรม และไอเดียเด็ดจากนักคิด นักสร้างสรรค์ รวมทั้งโชว์ฝีมือนักออกแบบไทย หวังยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการสร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรมและงานออกแบบของอาเซียน

ร้อยเอก สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้กำหนดจัดงาน Thailand Innovation and Design Expo 2014 หรือ T.I.D.E. 2014 ครั้งที่ 2 ขึ้น ระหว่างวันที่ 18 – 21 กันยายน 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักออกแบบ นักคิด นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการไทย ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของตน และสร้างปฏิสัมพันธ์ เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ ออกแบบ และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต รวมทั้งยังเป็นการสร้างเสริมความรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในการนำนวัตกรรมและงานออกแบบมาสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและบริการที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการไทย ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพให้เป็นที่ประจักษ์ถึงพลังแห่งความคิดและมันสมองของคนไทย พร้อมนำไปต่อยอดทางธุรกิจในเวทีระดับนานาชาติ โดยประกอบด้วยการจัดแสดงสินค้าและแนวคิด ดังนี
แนวทางในการจัดงาน Thailand Innovation and Design Expo 2014
1. เพื่อยกระดับเพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของการสร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรมและงานออกแบบของประเทศในกลุ่มอาเซียน  เพื่อรองรับการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 โดยใช้ “งานออกแบบ” และ “นวัตกรรม” เป็นหัวหอกในการสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อการค้า พัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้ผลิตสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
2. “Creative Convergence / When Innovation Meets Design – เชื่อมโยงอย่างสร้างสรรค์ จุดพบกันของนวัตกรรมและงานออกแบบ” เป็นการจัดงานโดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ การออกแบบ นวัตกรรมของกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ บนพื้นฐานของวัฒนธรรมที่หล่อหลอม งานในปีนี้จึงเป็นเสมือนจุดนัดพบและแหล่งซึ่งรวบรวมนวัตกรรมสุดล้ำ และไอเดียสร้างสรรค์ของงานออกแบบชั้นเยี่ยม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ

344

สำหรับการจัดแสดงส่วนต่างๆ ในงานและไฮไลท์กิจกรรม แบ่งออกเป็น 4 ส่วน

1. Innovation Showcase ประกอบด้วยการจัดแสดงนวัตกรรมสินค้าจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่
1.สินค้าบรรจุภัณฑ์
2. สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์
3. สินค้าสุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์
4. สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิคส์
5. สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม
6. สินค้าธุรกิจบันเทิง
7. สินค้าเกษตร
8. สินค้าธุรกิจก่อสร้าง
9. สินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบ
10. สินค้ากลุ่มพลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อม

2. Innovation Highlight นิทรรศการจากหน่วยงาน และองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมชั้นนำของประเทศ ได้แก่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำนวัตกรรมด้านพลังงาน รวมทั้ง non-oil มาจัดแสดง ซึ่งจะเน้นนวัตกรรมที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เช่น Café Amazon Drive Awake ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล Silver Lion ในหมวด Mobile เป็นรายแรกของประเทศไทย จากเวที Cannes Lions Festival of Creativity ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เป็น mobile application ที่จะคอยอยู่เป็นเพื่อนขณะขับรถ และเมื่อคุณเผลอหลับใน Drive Awake จะจัดการปลุกคุณให้ตื่นด้วยนกมาคอว์ มาสคอตของ Café Amazon และแจ้งโลเคชั่นที่ใกล้ที่สุดของ Café Amazon สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) การนำแอนิเมชั่นชั้นนำของประเทศไทยมาจัดแสดง ได้แก่ ตัวอย่างภาพยนตร์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (TISTR) จัดแสดงเครื่องจักรกลการเกษตร / สินค้าอาหารที่มีนวัตกรรม ได้แก่ น้ำผลไม้ แยม ผลไม้อบแห้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) นำสินค้านวัตกรรมชั้นนำของประเทศไทย รวมทั้งสินค้าที่ได้รับรางวัลของ NIA มาจัดแสดงAgricultural Machinery and Tools Innovation มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดแสดงเครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก
สมาคมค้าไม้อเมริการ่วมกับบริษัทคอตโต้และบริษัทดีสวัสดิ์นำวัสดุหรือไม้มาพัฒนาเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม ได้แก่ สินค้าเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งบ้าน

3. International Pavilions นิทรรศการด้านนวัตกรรมและการออกแบบจากหน่วยงานและองค์กรจากต่างประเทศ ทั้งภูมิภาคเอเชียและยุโรป จำนวน 12 ประเทศ แบ่งเป็น
เอเชีย จำนวน 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย
ยุโรป จำนวน 6 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย อิตาลี โปแลนด์ เดนมาร์ค สเปน ออสเตรีย
4. Design Zone ส่วนจัดแสดงงานออกแบบ ที่รวบรวมสุดยอดผลงานสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากนักออกแบบไทยและอาเซียน อาทิ

– Innovation Plus Design Style Café (I+d Café) นิทรรศการในรูปแบบใหม่สไตล์คาเฟ่แสดงผลงานออกแบบของนักออกแบบและผู้ประกอบการไทยในบรรยากาศของร้านกาแฟสุดทันสมัย  พร้อมจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและของว่าง
– Design Bazaar: ตลาดนัดงานออกแบบที่รวบรวมสินค้านวัตกรรมและอีโคดีไซน์มาไว้ให้ชมและช้อป
– Asia Talents: การรวมตัวกันของสุดยอดนักออกแบบคลื่นลูกใหม่ทั่วเอเซีย ในแนวอีโคดีไซน์ อาทิ Jiangmei Wu/Folded Light Art จากประเทศจีน, Sarthak Sahil Design จากประเทศอินเดีย, Jarrod Lim จากประเทศสิงคโปร์, Alvin Tjitro Wirjo จากประเทศอินโดนีเซีย, Tim Wigmore และ Rececca Asquith จากประเทศนิวซีแลนด์, Eisuke Tachikawa/Nosigner จากประเทศญี่ปุ่น, Hans Tan จากประเทศสิงคโปร์, Kiseung จากประเทศเกาหลี ซึ่งจะมาโชว์คอลเลคชั่นงานออกแบบ พร้อมเสวนาเพื่อเพิ่มแนวคิดจากเหล่าดีไซเนอร์
– DEmark showcase:  รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล Design Excellent Award 2014
– Grand Generation showcase: การจัดแสดงงานออกแบบ และสินค้าสำหรับผู้สูงวัย
– TTM showcase: แสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสินค้า Thailand Trust Mark
นอกจากนี้ยังได้จัดสรรพื้นที่เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการและนักออกแบบ  ได้แก่
ส่วนเจรจาธุรกิจ โดยเปิดพื้นที่กลางสำหรับเจรจาการค้าให้กับผู้ประกอบการ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการค้าด้วยนวัตกรรมและการออกแบบ
ส่วนเครือข่ายนวัตกรรม (Innovation Network) ซึ่งรวบรวมองค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศ สามารถสร้างเครือข่ายอย่างครบวงจร
ส่วนจำหน่ายสินค้านวัตกรรม  เป็นสินค้านวัตกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจจากผู้ประกอบการ มาจัดจำหน่าย
และภายในงานยังมีพื้นที่พิเศษเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการและนักออกแบบ ได้แก่ การบรรยายพิเศษ  Asia Design and Innovation Conference 2014 เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้กับสุดยอดนักคิดจากหลากหลายสาขาในงานประชุมทางความคิดสร้างสรรค์ ที่รวบรวมดีไซเนอร์ นักประดิษฐ์ไว้ได้มากที่สุดงานหนึ่งของเมืองไทย รวมทั้งสัมมนา Thai – European Inno Tech Links,  สัมนาหัวข้อ Futures of Design(er) โดยสมาคมนักออกแบบอุตสาหกรรม (IDS), กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และสัมมนาอีกนับสิบหัวข้อ เพื่อเสริมสร้างความรู้และกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมในการผลิตสินค้าและบริการ
อีกทั้ง ยังได้รับความร่วมมือจาก Bangkok Design Festival (BDF) หรือ เทศกาลออกแบบบางกอกภาคพิเศษ ในการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมในคอนเซ็ปต์ Connect โดยแบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่
1) Asia Design and Innovation Conference 2014 (ADIC)   ภายใต้แนวคิด Sustainability Innovation: The Evolution of Groundbreaking Thinkers
เพื่อค้นพบแนวทางการสร้างสรรค์ธุรกิจและพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยวิทยากรที่มีชื่อเสียงจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่
• Natasha Jen หุ้นส่วนธุรกิจ Pentagram (New York)
• แดน ศรมณี ผู้แทนสมาคมโฆษณาไทย  (ประธานบริหาร Lowe Thailand)
• พรทิพย์  กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google Thailand
• David Thompson ผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทยระดับมิชลินสตาร์  Nahm Restaurant
2) การฉายภาพยนตร์ดีไซน์ยอดเยี่ยมแห่งปีรอบพิเศษ หรือ“Movie on Design” (MOD)

343

การจัดฉายภาพยนตร์ดีไซน์ยอดเยี่ยมแห่งปีรอบพิเศษ 3 เรื่อง From Nothing, Something :
A Documentary on The Creative Process (Directed by Tim Cawley) The Tents (Directed by James Belzer, Marcus Jones) และ Design Is One (Directed by Kathy Brew, Roberto Guerra) ซึ่งจะสลับหมุนเวียนรอบฉายในแต่ละวัน3) Workshop by Crampler สัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบกระเป๋าจากประเทศออสเตรเลีย4) Pass – The- Book Exhibitionนิทรรศการเพื่อส่งเสริมนิสัยในการอ่านหนังสือของคนรุ่นใหม่ด้วยบริบทของที่ตั้งซึ่งอยู่ท่ามกลางไลฟ์สไตล์ของคนเมือง5) MCI Pop – up Space การสร้างพื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์ขนาดเล็กๆขึ้นมาให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดทักษะงานฝีมือแนวคิดเรื่องการผสมผสานเทคนิคกับไอเดียสดๆ ซึ่งรวบรวม studio ที่มีความหลากหลาย นำเสนอในรูปแบบกึ่ง retail กึ่ง art – exhibition โดยพื้นที่แสดงงานเป็นพื้นที่เปิด มีพื้นที่ให้ผู้ชมงานทำ workshop ที่หมุนเวียนใน 4 วันของการจัดแสดงงาน ชิ้นงานที่ทำ workshop และชิ้นงานของนักออกแบบจะอยู่ใน Theme เดียวกัน นอกจากนี้ยังมีมุม coffee bar เล็กๆ เอาไว้นั่งคุยสังสรรค์ สร้างความเป็น community spaceและในปีนี้ยังเพิ่มเติมกิจกรรมเพื่อสร้างความสุขอย่างสร้างสรรค์แก่คนไทย ด้วยสาระที่ควบคู่กับความบันเทิง เช่น การแสดงดนตรีที่ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากศิลปินชื่อดัง ได้แก่ ไต้ฝุ่น KPN และ บี้ KPN อีกด้วย

ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้ามาชมงานในปีนี้นั้นได้ตั้งเป้าไว้ประมาณ 10,000 คน จากกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ประชาชน นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไป  ซึ่งประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจทำธุรกิจด้านนวัตกรรมนั้น จะได้รับความรู้และร่วมชื่นชมเกี่ยวกับผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น นวัตกรรม การออกแบบของคนไทยและต่างประเทศที่มาจัดแสดง รวมทั้งยังสามารถเลือกซื้อสินค้านวัตกรรมและงานออกแบบใหม่ๆ จากภายในงาน ที่อาจจะยังไม่เคยเห็นในตลาดทั่วๆ ไปส่วนผู้สนใจทำธุรกิจด้านนวัตกรรม นักประดิษฐ์คิดค้น นักออกแบบ ก็สามารถนำสามารถนำแนวคิดด้านนวัตกรรมและงานออกแบบมาพัฒนา และสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของตน หรือนำไปใช้ต่อยอดในการดำเนินธุรกิจในอนาคต ขณะที่นักเรียน นักศึกษา จะได้รับความรู้ ความเข้าใจ แนวคิดเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์คิดค้น นวัตกรรม และการออกแบบ ตลอดจนได้รับประสบการณ์จริง เพื่อนำไปต่อยอดในการศึกษาและพัฒนาฝีมือต่อไป”
งาน Thailand Innovation and Design Expo 2014 หรือ T.I.D.E. 2014  กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 18 – 21 กันยายน 2557 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (วันที่ 18 – 19 กันยายน เวลา 10.00 น. – 18.00 น. (เป็นวันเจรจาธุรกิจ บุคคลทั่วไปสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานได้) และวันที่ 20 – 21 กันยายน เวลา 10.00 น. – 20.00 น. (สำหรับประชาชนทั่วไป) อย่างไรก็ดี ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมชมงานได้ทั้ง 4 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเข้าร่วมงาน

ฟูจิ ซีร็อกซ์​ เปิดตัวเเท่นพิมพ์ “Versant™ 2100 Press”

ฟูจิ ซีร็อกซ์ ได้ทำตลาดด้านการพิมพ์ระบบดิจิตอลมานานกว่า 48 ปี ในฐานะผู้นำของตลาดมาโดยตลอด โดยเฉพาะแท่นพิมพ์ระดับโปรดักชั่น ซึ่งมีแนวโน้มในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการให้กับผู้ใช้งานในการให้บริการเสริม (Value-Added Services) รวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) ให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการทำธุรกิจในปัจจุบัน

Versant 2100 Press

และในวันนี้ ฟูจิ ซีร็อกซ์ ได้เปิดตัวแท่นพิมพ์ Versant™ 2100 Press ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Do More With More” หรือ “ทำได้มากกว่า ด้วยประสิทธิภาพที่มากขึ้น” โดยแท่นพิมพ์รุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีของแท่นพิมพ์รุ่น Color 800/1000 Press มาพัฒนา โดยเพิ่มการทำงานที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้น ทั้งคุณภาพงานพิมพ์และพื้นที่ในการทำงาน โดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก ผมมั่นใจได้เลยว่าแท่นพิมพ์ Versant™ 2100 Press รุ่นนี้จะเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่ดีเยี่ยมให้กับคุณอย่างแน่นอน

สมมาตร บุณยะสุนานนท์ รองประธาน บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปัจจุบันธุรกิจเครื่องพิมพ์ดิจิตอลของ ฟูจิ ซีร็อกซ์ ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากยอดขายในปี 2557 นั้น คาดการณ์ว่าน่าจะสามารถเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ได้มากกว่า 20% โดยทั้งนี้ธุรกิจหลักของ ฟูจิ ซีร็อกซ์ เอง สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์สำนักงาน (Office Products) กลุ่มพรินเตอร์สำหรับสำนักงานขนาดกลางและเล็ก (Printers) กลุ่มธุรกิจให้บริการบริหารจัดการเอกสาร (Global Services) และกลุ่มผลิตภัณฑ์แท่นพิมพ์ระดับโปรดักชั่น (Production System)

โดยในธุรกิจของกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรดักชั่นนั้น จะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งเห็นได้จากการคาดการณ์ปริมาณสิ่งพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ดิจิตอลทั่วโลก โดยในปี 2021 จะมีการเติบโตถึง 24% ในปัจจุบัน ฟูจิ ซีร็อกซ์ เป็นผู้นำในตลาดประเภทเครื่องพิมพ์โปรดักชั่น มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 80% รวมทั้งการให้บริการหลังการขายที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก SCP ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นมาตรฐานระดับโลกในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพ โดย ฟูจิ ซีร็อกซ์ ได้สร้างระบบ Production Remote Service ซึ่งเป็นการให้บริการหลังการขายแบบเชิงรุกผ่านการตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของเครื่องพิมพ์ทุกเครื่องแบบ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ เพื่อเพิ่มความสามารถการทำงานของเครื่องพิมพ์ให้สูงที่สุด ตามนโยบายของบริษัทฯ ในปีนี้คือ Customer Centric หรือ “การคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก”

พิชัย ธัญญวัชรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย Production System Business บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับวันนี้เป็นการเปิดตัว Versant™ 2100 Press ซึ่งเป็นแท่นพิมพ์ใหม่ล่าสุดของ ฟูจิ ซีร็อกซ์ เพื่อเน้นย้ำความเป็นผู้นำของตลาดแท่นพิมพ์โปรดักชั่นอย่างแท้จริง แท่นพิมพ์นี้ผ่านการพัฒนาร่วมกันจากทางยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ด้วยความสามารถในการพิมพ์ด้วยความเร็ว 100 หน้าต่อนาที ความละเอียด 2,400 x 2,400 dpi รองรับกระดาษน้ำหนักตั้งแต่ 52-350 แกรม ที่การผลิตสูงสุดถึง 250,000 หน้าต่อเดือน และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง Ultra HD Resolution ซึ่งเพิ่มความละเอียดในประมวลผล (RIP) จากเดิม 600 dpi เป็น 1,200 dpi ซึ่งเราเป็นเจ้าแรกในตลาด เพื่อให้คุณภาพการพิมพ์ละเอียดและคมชัดระดับ High Definition นอกจากนี้ยังเพิ่มความแม่นยำในการพิมพ์ด้วยการเพิ่มฉากกั้นหน้าแบบ mechanic ซึ่งเหมาะกับการพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ งานการ์ด และนามบัตร เป็นอย่างมาก โดยมีความคลาดเคลื่อนเพียงแค่ +/- 0.5 มม. เท่านั้น เรื่องการใช้งานนั้นเพิ่มความสะดวกสบายมากับฟังก์ชั่น Full Width Array ที่จะควบคุมคุณภาพและความถูกต้องของสี รวมทั้งตำแหน่งภาพให้มีความแม่นยำอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบการนำกระดาษติด ออกจากเครื่องได้เองเมื่อเกิดปัญหาขณะพิมพ์ คุณสมบัติทั้งหมดนี้ถูกพัฒนามาเพื่อการใช้งานและการต่อยอดทางธุรกิจของลูกค้าเป็นหลัก