Category Archives: Marketeer Today

True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014

True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014
กลุ่มทรูเดินหน้าเสริมแกร่งศักยภาพสตาร์ทอัพด้านโมบายล์แอพพลิเคชั่นชาวไทยประกาศจัดงานแข่ง “True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014” ร่วมกับ J-Seed Ventures Ins. ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการประเทศญี่ปุ่นพร้อมทั้งสำนักงานส่งเสริมอุตสา หกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ, Amazon Web Services, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, C asean และ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด เพื่อเฟ้นหาสุดยอดสตาร์ทอัพไทย 3 ทีม เป็นตัวแทนประเทศไทย ชิงแชมป์ เอเชียแปซิฟิก ที่สิงคโปร์ พร้อมรับเงินรางวัลและสิทธิ์ประโยชน์อีกมากมาย รวมถึงโอกาสบินไปโชว์ฝีมือประชันทั่ว โลก ณ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ในงานประชุมระดับโลก GSMA Mobile World Congress ในเดือนมีนาคม 2558 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 26 ตุลาคม ที่ www.mobile-asia.com/thailand.html
ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้อำนวยการ ทรู อินคิวบ์ กล่าวว่า การขยายตัวในสมาร์ทโฟนในประเทศไทยส่งผลให้ธุรกิจโมบายล์แอพพลิเคชั่นเติบโตขึ้นตามไปด้วย ทรู อินคิวบ์ ในฐานะผู้จัดโปรแกรมบ่มเพาะผู้ประกอบการไทยด้านเทคโนโลยีกลุ่มทรู ได้เล็งเห็นศักยภาพคนไทยที่มีไอเดียวโดดเด่นและต้องการเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่จึงร่วมกับ J-Seed Ventures Ins.ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการประเทศญี่ปุ่นพร้อมทั้งสำนักงานส่งเสริมอุตสา หกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ, Amazon Web Services, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, C asean และ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด จัดการแข่งขัน True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014
เพื่อส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือและไอเดียด้านนวัตกรรม สร้างธุรกิจใหม่ โมบายล์ แอพพลิเคชั่น โดย 3 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เป็นตัว แทนประเทศไทย ชิงแชมป์ เอเชียแปซิฟิก ที่ ณ ประเทศสิงคโปร์ ชิงเงินรางวัล 25,000 ดอลลาร์ สิงคโปร์ และจะได้รับพิจรณาลงทุนต่อยอดธุรกิจจากทรู อินคิวบ์ พร้อมเงินรางวัลและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย รวมถึงโอกาสไปร่วมแข่งชิงแชมป์โลก GSMA Mobile World Congress 2015 งานประชุมและแสดงนิทรรศการอุตสาหกรรมสื่อสารและโทรคมนาคมระดับโลก ณ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ในเดือนมีนาคม 2558

สวนน้ำการ์ตูนเน็ทเวิร์ค ได้ฤกษ์เปิดให้บริการกับคนทั่วไปแล้วจ้า

สวนน้ำการ์ตูนเน็ทเวิร์คอเมโซน ซึ่งเป็นสวนน้ำธีมการ์ตูนเน็ทเวิร์คแห่งแรกของโลก ได้ฤกษ์เปิดให้บริการแก่สาธารณชนเป็นครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2557 โดยสวนน้ำแบบพิเศษสุดที่ไม่เหมือนใครและเป็นแห่งแรกของโลกนี้จะมีสุดยอดเครื่องเล่นและสไลเดอร์ที่จะทำให้ผู้ที่มาตื่นเต้นจนลืมหายใจถึง 30 รายการ อีกทั้งยังมีการแสดงจากการ์ตูนเน็ทเวิร์คมาสคอทที่จะคอยต้อนรับลูกค้าที่มาเยือน สถานที่ท่องเที่ยวอันน่าตื่นเต้นและสวนน้ำแบบอินเทอร์แอคทีฟที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว

เลียแคท ดันจิ ประธานบริษัทอเมซอน ฟอลส์ จำกัด เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการสวนน้ำการ์ตูนเน็ทเวิร์คอเมโซน กล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้การ์ตูนเน็ทเวิร์คอเมโซนแตกต่างไปจากสวนน้ำอื่นๆ ทั่วโลกก็คือ ที่นี่คือบ้านหลังใหม่ของเหล่าการ์ตูนเน็ทเวิร์คฮีโร่ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Powerpuff Girls, Ben 10, Adventure Time และจะเป็นที่เดียวที่แฟนๆ สามารถพบปะและทักทายตัวการ์ตูนสุดโปรดของพวกเขา และสนุกไปกับการแสดงสดได้ทุกวัน นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มสร้างสวนน้ำแห่งนี้ เรามีความตั้งใจที่จะทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ ‘Daycation’ ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ทั้งในไทยและในภูมิภาคเอเซีย เราจะทำให้การแสดงดนตรีและโชว์การแสดงสดกับเหล่าตัวการ์ตูนของการ์ตูนเน็ทเวิร์คมีความสำคัญพอๆ กันกับเครื่องเล่นทางน้ำ”

สวนน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพียงแค่ 20 นาทีและใช้เวลาเดินทางจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเพียงแค่ 90 นาที และเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้ สวนน้ำนานาชาติแห่งใหม่ล่าสุดและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้จะเปิดรับลูกค้าจำนวนจำกัดที่ 1,000 คนต่อวัน เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ตามแบบที่เรามุ่งมั่นตั้งใจไว้ ในขณะเดียวกัน เราก็จะเดินหน้าพัฒนาการจัดการ การให้บริการของสวนน้ำให้สมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เราจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนผู้เข้าใช้บริการขึ้นอีกเรื่อยๆ ในเดือนพฤศจิกายนเพื่อให้พร้อมรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและชาวไทย โดยสวนน้ำแห่งใหม่นี้สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวได้สูงสุดถึง 10,000 คนต่อวัน โดยจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 18.00 น. ตลอดปี

“เทอร์เนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในสวนน้ำธีมการ์ตูนเน็ทเวิร์คแห่งแรกของโลกที่จะเปิดตัวขึ้นในเอเซีย ที่บางเสร่ จังหวัดชลบุรี สวนน้ำแห่งนี้จะเปิดให้แฟนการ์ตูนเน็ทเวิร์คหลายล้านคนทั้งในประเทศไทย ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก และจากทั่วโลก ได้มีโอกาสเข้าถึงแบรนด์
jakejump_newtube_s

 

ที่พวกเขารักในอีกรูปแบบหนึ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร” นาย ริคกี้ โอว์ ประธานบริษัท เทิร์นเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเซียแปซิฟิก กล่าวและว่า “การเปิดตัวของสวนน้ำแห่งนี้ จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นต้นแบบของตลาดแบรนด์สำหรับเด็ก โดยการ์ตูนเน็ทเวิร์คเองได้เห็นตัวเลขสถิติผู้ชมที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าตัว ทางช่องทรูวิชั่น ช่อง Toonami ที่เป็นที่นิยมของกลุ่มผู้ชมซึ่งเป็นเด็กผู้ชาย และช่องบูมเมอแรงที่เป็นช่องชั้นนำอันดับหนึ่งในตลาดช่องเคเบิ้ลทีวีสำหรับเด็ก”

สวนน้ำการ์ตูนเน็ทเวิร์คอเมโซน สวนน้ำระดับสากลแห่งแรกในประเทศไทยมีสิ่งดึงดูดใจมากมายหลายอย่างที่สมาชิกทั้งครอบครัวจะมีโอกาสได้สนุกสนานกัน รวมไปถึง

Surf Arena

พบกับประสบการณ์โต้คลื่นอันสุดสมบูรณ์แบบกับทีมผู้สอน Flowrider ของเรา ที่จะสอนลูกเล่นและท่าเล่นใหม่ให้กับผู้เล่นมือใหม่ หรือผู้ที่พอจะเล่นเป็นแล้ว พร้อมๆ กับเสียงเพลงฮอตฮิตที่ดีเจของเราเปิดควบคู่ไปกับคลื่นน้ำลูกโตที่เร็วแรงถึง 35 ไมล์ต่อชั่วโมง และมวลน้ำถึง 30,000 แกลลอนต่อนาที เราได้เพิ่มความสนุกแบบคูณสองตลอดทั้งปีกับเครื่องเล่น Flowrider แบบคู่ที่สามารถรับนักโต้คลื่น 2 คนพร้อมกัน

Humungaslide ซูเปอร์สไลด์กับเสียงอันกึกก้องเปิดตัวแล้วใน Omniverse Zone

นักล่าประสบการณ์ท้าทายจะต้องอยากเล่นเครื่องเล่นที่ไม่เหมือนใครตัวนี้อย่างแน่นอน Humungaslide จะส่งผู้เล่นดิ่งลงแบบหมุนติ้วและผลักผู้เล่นแบบสไลด์ลงเข้าสู่ปากของเจ้า Humungasaur ที่จะส่งเสียงคำรามอย่างกึกก้องเมื่อถึงเส้นชัยแบบอลังการ แต่ไม่ใช่มีแค่นี้นะ แขกผู้มาเยือนจะสามารถสนุกกับประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นอื่นๆ เช่น Goop Loop, Intergalactic Racers, Alien Attack และ XLR8tor

Finn พบกับ Jake ใน Jake Jump

Finn ฮีโร่จากการ์ตูนฮิต Adventure Time ได้มีบ้านหลังใหม่ยามไกลบ้านที่ Jake Jump ใน Adventure Zone ที่ซึ่งเพื่อนซี้ทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป เพื่อนๆ อย่าลืมไปลองเครื่องเล่น Banana Spin ของ Johnny Bravo และซุปเปอร์สไลเดอร์ Rainfall Raincorn อีกด้วยล่ะ

Riptide Rapids

เหล่าครอบครัวและเพื่อนๆ จะสามารถล่องน้ำไปตาม lazy river ที่ยาว 3,650 ฟุตที่รายล้อมไปด้วยตัวฮีโร่การ์ตูนเน็ทเวิร์คฮีโร่สุดโปรดและไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดและต้นปาล์ม

 

Mega Wave

คลายร้อนแบบไหนจะดีเท่ากับการคลายร้อนในสภาพอากาศแบบเมืองร้อนของเราและเพลิดเพลินอารมณ์ไปกับคลื่นเบาๆ ในสระ Mega Wave สถานที่ดึงดูดใจซึ่งเหมาะกับการผ่อนคลายสำหรับทุกคนในครอบครัวตลอดทั้งวัน

Cartoonival – สุดยอดสนามเด็กเล่นในน้ำสำหรับเจ้าตัวน้อย

มาร่วมสนุกกันกับคาแรกเตอร์ตัวโปรดของการ์ตูนเน็ทเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนจาก Dexters Lab, Gumball, Ben 10, PowerpuffGirls, Courage the Cowardly Dog และตัวการ์ตูนอื่นๆ อีกมากมาย ในสนามเด็กเล่นในน้ำที่มีลูกเล่นอินเทอร์แอคทีฟมากมาย ที่มีความยาวและความสูงหลากหลาย พร้อมทั้งสไลเดอร์อีก 9 แบบที่มอบความสนุกไม่เหมือนใครให้กับสมาชิกในครอบครัวทุกคน และสามารถจะลุยน้ำในสระน้ำใกล้ๆ และสาดน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำกับถังน้ำมหึมาจาก Four Arms และ Omnitrix ถึง 2 ถังใหญ่ๆ เลย

ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารอร่อยๆ ที่ Foodville ซึ่งลูกค้าจะได้ลิ้มรสกับอาหารนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น เบอร์เกอร์แบบ Gourmet อาหารไทยและอาหารเอเซียของเรา หรือจะเช่าคาบาน่าส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายตามอัธยาศัยก็ได้อีกด้วย

CentralWestGateต้นแบบ “ซูเปอร์รีจินัล มอลล์” ที่ดีที่สุดในเอเชีย

เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น แถลง “ย้ำศักยภาพความยิ่งใหญ่” ของศูนย์การค้า CentralWestGate (เซ็นทรัลเวสท์เกต) ต้นแบบ “ซูเปอร์รีจินัล มอลล์” ที่ดีที่สุดในเอเชีย ที่จะพลิกทุกประวัติศาสตร์ที่เคยมีมาของวงการรีเทล พร้อมโชว์ศักยภาพแยกบางใหญ่ มั่นใจจะเป็น New CBD ในอนาคต ด้วยอัตราการเติบโตของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในย่านแบบก้าวกระโดด หลังซีพีเอ็นประกาศการลงทุนโครงการ CentralWestGate พร้อมศักยภาพการเป็น “ศูนย์กลางการคมนาคมที่ครบครัน” ของกรุงเทพฯ ตะวันตกในอนาคต เชื่อมโยงทุกเส้นทางรับ AEC ในปี 2558

วัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ ออกแบบและก่อสร้าง ของซีพีวัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ ออกแบบและก่อสร้าง ของซีพีเอ็น กล่าวว่า “โครงการ CentralWestGate จะเป็นการพลิกทุกประวัติศาสตร์ที่เคยมีมาของวงการรีเทล ด้วยความยิ่งใหญ่อลังการของโครงการนี้ ที่เรียกได้ว่าเป็น “ซูเปอร์รีจินัลมอลล์” ที่ดีที่สุดในเอเชีย ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งโครงการกว่า 10,000 ล้าน พื้นที่โครงการเต็มเฟสขนาด 500,000 ตร.ม.บนพื้นที่ใหญ่ 100 ไร่ นอกจากนี้ คำว่า “WestGate” ยังหมายถึง “แยกบางใหญ่” ที่ตั้งของโครงการซึ่งกำลังจะกลายเป็น New CBD และเป็น Gateway ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ตะวันตกอีกด้วย”

“ซีพีเอ็น ในฐานะผู้นำด้านรีเทลของภูมิภาคและเป็น Growth-Driven Company ที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาสร้างความเจริญให้กับประเทศ การพัฒนาโครงการต่างๆ ของซีพีเอ็นมีส่วนช่วยส่งเสริมความเจริญ ยกระดับให้กับประเทศและสังคมไทยเสมอมา ทั้งช่วยสร้างความเจริญให้ชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างมูลค่าเพิ่มในแง่การลงทุนต่อเนื่อง ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โครงการอสังหาริมทรัพย์และการพาณิชย์ และการพัฒนาโครงการใหม่ครั้งนี้ เราพร้อมพลิกโฉมบางใหญ่ให้กลายเป็น “เมืองใหม่” ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีความเจริญครบครัน เตรียมรับเศรษฐกิจยุค AEC และรองรับจำนวนประชากรในพื้นที่ที่กำลังจะหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาลในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 เท่าในปีหน้า ทั้งนี้เป็นผลมาจากยุทธศาสตร์การขยายเมืองใหม่ และ “Megaproject” ของภาครัฐ ที่เชื่อมต่อการเดินทางทุกเส้นทางเข้าด้วยกัน โดยแยกบางใหญ่นี้ ถือได้ว่าเป็นสุดยอดทำเลศักยภาพสูงแห่งอนาคต และเป็น Regional Gateway ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯตะวันตก เพราะมีระบบคมนาคมที่สมบูรณ์แบบ ครอบคลุมครบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางถนน ทั้งวงแหวน – ทางด่วน –มอเตอร์เวย์ – รถไฟฟ้า- การขนส่งมวลชน – ท่าเรือ และรวมถึงโครงการ Expressway ในอนาคต ที่เชื่อมตรงระหว่าง “เมืองทวาย” ประเทศพม่า กับ แยกบางใหญ่” นางสาววัลยา กล่าวเสริม

 

แยกบางใหญ่เป็นจุดตัดของถนนกาญจนาภิเษก ขนาด 12 เลน และ ถนนรัตนาธิเบศร์ขนาด 10 เลนที่มีศักยภาพในการรองรับรถยนต์กว่า 85 ล้านคันต่อปี และเส้นทางแห่งอนาคตรองรับ AEC คือ มอเตอร์เวย์สายตะวันตก บางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี เชื่อมต่อท่าเรือทวาย ทะเลอันดามัน นอกจากนี้ยังมี ทางด่วนขั้นที่ 3 เชื่อมวงแหวนตะวันตกและมอเตอร์เวย์ชลบุรี และรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ ระบบขนส่งมวลชนที่จะนำพามวลชนเข้าสู่โครงการด้วย Skywalk เชื่อมตรงจากสถานี ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย กว่า 13 ล้านคน ในพื้นที่รัศมีการเดินทางในระยะ 1 ชั่วโมงครึ่ง 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และ   ในอนาคตเมื่อวงแหวนรอบ 3 แล้วเสร็จ จะสามารถครอบคลุมได้ถึง 15 จังหวัด

ทั้งนี้ ซีพีเอ็น มุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการเดินทางมายังศูนย์ที่ต้อง สะดวกสบาย เข้าถึงง่าย และครอบคลุมทุกประเภทการเดินทาง เราจึงได้ร่วมมือกับภาครัฐ ทั้ง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในการสร้าง SKYWALK ความยาวประมาณ 150 เมตร ที่เชื่อมต่อจาก MRT สถานีตลาดบางใหญ่ ตรงเข้าสู่ศูนย์ฯ เซ็นทรัลเวสท์เกต และยังเชื่อมต่อกับสะพานลอยข้ามฝั่ง และจะมีการก่อสร้างสะพานเชื่อมยกระดับจากถนนกาญจนาภิเษกเข้าสู่ศูนย์การค้า และทางลอดที่มาจากถนนรัตนาธิเบศร์เชื่อมตรงเข้าสู่ศูนย์การค้าได้ โดยไม่กีดขวางการจราจรบนเส้นทางหลัก และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถยนต์

เซ็นทรัลเวสท์เกตจะเป็น “ศูนย์รวมสุดยอดไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตที่ครบครันที่สุดยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในประเทศ และในเอเชีย” ด้วยดีไซน์คอนเซ็ปต์สุดล้ำระดับโลกภายใต้แนวคิด “Beyond Imagination Larger Than Life” ที่การตกแต่ง Features ต่างๆ ภายในศูนย์จะเป็นแบบ “Super-size” ที่มีขนาดใหญ่อลังการเกินจริงและมีสีสันสดใส ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการ เพื่อเชื่อมโยงกับคอนเซ็ปต์ความยิ่งใหญ่ของซูปเปอร์รีจินัลมอลล์ Anchors หลักต่างๆ จะร่วมกันพลิกโฉมร้านค้าให้เป็นรูปแบบ Super-Size Shop ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าทั่วไป และที่นี่จะเป็นทั้ง Shopping Destination ที่รวมร้านค้าแบรนด์ดังระดับโลก ทั้งไทย อินเตอร์, Dinning Destination ที่มีทั้งร้านอาหารแบบ lifestyle dinning และแบบ family dinning บนพื้นที่ใหญ่กว่า 18,000 ตรม., World Class Entertainment Complex ที่ยิ่งใหญ่และทันสมัยที่สุด บนพื้นที่รวมใหญ่กว่า 23,000 ตรม.ประกอบไปด้วย โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ 12 โรง ซึ่งรวมโรงภาพยนตร์แบบ 4DX และ IMAX, คอนเวนชั่นฮอลล์, Health & Wellness Center เกรด

พรีเมี่ยมระดับโลก และที่สำคัญมี Attraction ระดับเวิร์ลคลาสในรูปแบบ Theme Park ที่ดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้มาสัมผัสกับประสบการณ์ความยิ่งใหญ่ระดับเวิร์ลคลาสนี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังจะเป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมรองรับงานอีเว้นท์ระดับประเทศ โดยมีลานกิจกรรมทั้งอินดอร์ และเอ้าทดอร์ โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสท์เกต มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือน พฤษภาคม 2558

กรุงศรี จับมือกับร้านอาหารญี่ปุ่น แค่ฟันดาบผ่านสมาร์ทโฟนก็ได้สิทธิประโยชน์

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ธุรกิจบัตรเครดิต ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคดิจิตอลด้วยการเผยโฉม แอพพลิเคชันเกมบนมือถือ “กรุงศรี ซามูไร” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่สร้างสีสันแคมเปญ แบบอินเตอร์แอคทีฟแก่กลุ่มลูกค้าให้ได้เปิดประสบการณ์ความมันส์ ความอร่อย ความคุ้ม และล้ำเทรนด์ ไปกับบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีที่ร่วมรายการในแคมเปญ “กรุงศรี ซามูไร ตอน กินซ่าส์ ท้าดวล”

ฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยในงานแถลงข่าวเปิดตัวแอปพลิเคชันเกมบนมือถือ “กรุงศรี ซามูไร” ในครั้งนี้ว่า บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี ต้องการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่กลุ่มลูกค้า จึงได้สร้างสรรค์แคมเปญ “กรุงศรี ซามูไร ตอน กินซ่าส์ ท้าดวล” ขึ้น และไฮไลท์หลักของแคมเปญในครั้งนี้ก็คือ การสร้างแอพพลิเคชันเกมบนมือถือที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แสดงท่า “ฟันดาบ” โดยใช้สมาร์ทโฟนแทนดาบ ที่จะไม่ใช่แค่การร่วมสนุกเพียงสัมผัสที่ปลายนิ้ว ดังเช่นในอดีต ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการบัตรเครดิตในประเทศไทย ที่นำประสบการณ์การรับสิทธิประโยชน์แบบอินเตอร์แอคทีฟมาสู้มือผู้บริโภค

Krungsri Samurai 1

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ต้องการเป็นผู้นำตลาดบัตรเครดิตในเรื่องของบัตรที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น โดยเริ่มจากหมวดอาหารซึ่งเป็นที่นิยมอันดับต้นๆของผู้บริโภคชาวไทย อีกทั้งยังต้องการสร้าง จุดเด่นทางการตลาดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความจดจำและขยายสู่ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ผ่านแอปพลิเคชันเกมบนสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันกลายเป็นไลฟ์สไตล์ยอดฮิตของคนไทย จึงได้นำไลฟ์สไตล์ดังกล่าว มาเพิ่มความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจมาผสมผสานกับการมอบสิทธิพิเศษที่ลูกค้าชื่นชอบมากที่สุดคือเครดิตเงินคืน โดยได้ร่วมกับร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ โดยบัตรเครคิตที่เข้าร่วมรายการในครั้งนี้ ประกอบด้วย บัตรเครดิตกรุงศรี ทุกประเภท, บัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม, บัตรเครดิต เอไอเอ วีซ่า, เซ็นทรัล เครดิตคาร์ด, ซิมเพิล วีซ่า คาร์ด, บัตรเครดิต เทสโก้ โลตัส วีซ่า และบัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า”

ทั้งนี้ ลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีที่ร่วมรายการ สามารถร่วมสนุกได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน เกมบนมือถือ “กรุงศรี ซามูไร” ลงทะเบียน เช็คอิน และแชร์ ก็สามารถร่วมเล่นเกมได้ ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ร่วมรายการ เพื่อรับสิทธิพิเศษแบบสุดคุ้มสูงสุดถึง 3 ต่อ ประกอบด้วย ต่อที่ 1: รับเลยสิทธิพิเศษหรือส่วนลดสูงสุด 50 % เพียงชำระค่าอาหารผ่านบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี ต่อที่ 2: เช็คอิน ฟินจุง รับสิทธิพิเศษ หรืออาหารจานพิเศษจากร้านอาหารที่ร่วมรายการ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “กรุงศรี ซามูไร” ลงทะเบียนพร้อมเช็คอินและแชร์ ในแอปพลิเคชันเพื่อรับสิทธิ์เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตตามที่กำหนด และต่อที่ 3: เล่นดีได้ 1,000 รับเครดิต  เงินคืนผ่านการเล่นเกมสูงสุด 1,000 บาทเมื่อเล่นเกมได้ตามที่กำหนดและมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป

โดยการจัดแคมเปญในครั้งนี้ มีร้านอาหารญี่ปุ่นที่ร่วมรายการทั้งสิ้นรวมกว่า 70 ร้าน หรือกว่า 400 สาขา ทั่วไทย นำโดย 2 พันธมิตรใหญ่คือภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นฟูจิทุกสาขา ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิกรุ๊ป ทุกสาขา และร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำกว่าอีก 100 แห่ง เช่น ฮอนโมโนะ ซูชิ, ซูชิ เด็น, มูเทกิ บาย มูเกนได, เทนยู แกรนด์,ร้านอาหารในเครือ ยูเรสเตอร์รองส์, ซูชิโอ, ไจแอนท์ส, อิโรฮะ, มิโซยะ ราเมง และอื่นๆ อีกมากมาย

โดยระยะเวลาโปรโมชั่นแบ่งออกเป็นช่วงเวลาดังนี้

1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2557: นำโดยภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นฟูจิทุกสาขา และร้านอาหารญี่ปุ่นที่ร่วมการกว่า 70 แห่ง

1 ธันวาคม 2557 – 31 มกราคม 2558: นำโดยร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิกรุ๊ปทุกสาขา และร้านอาหารญี่ปุ่นที่ร่วมรายการ กว่า 70 แห่ง

และร้านอาหารญี่ปุ่นที่ร่วมรายการกว่า 70 แห่ง เช่น ฮอนโมโนะซูชิ, ซูชิ เด็น, มูเทกิ บาย มูเกนได, เทนยู           แกรนด์ ร้านอาหารในเครือ ยูเรสเตอร์รองส์, ซูชิโอ, ไจแอนท์ส์, อิโรฮะ, มิโซยะ ราเมง และอื่นๆ อีกมากมาย เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 – 31 มีนาคม 2558

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เคทีซีตะลุยรูดปี๊ดต่างจังหวัด

เคทีซี เผยกลยุทธ์รุกธุรกิจต่างจังหวัด ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติของประชากรไทยโดยแบ่งตามหลักภูมิศาสตร์ ที่ตั้งและจังหวัดใกล้เคียง (Demographic) / จำนวนประชากรและรายได้ (Population) และปัจจัยที่สะท้อนความเจริญ (Development Indicators) อาทิ สนามบิน หรือห้างสรรพสินค้า ประกอบกับเผยตัวเลขการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของสมาชิกเคทีซีในแต่ละท้องถิ่น เพื่อคัดสรร 14 จังหวัดที่เคทีซีจะรุกทำการตลาดในเฟสแรก นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชากรแยกตามไลฟ์สไตล์ อาทิ หมวดท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง หรือไดนิ่ง เพื่อนำเสนอแคมเปญการตลาดที่ตอบสนองความต้องการของสมาชิกมากที่สุด รวมถึงการให้ความสำคัญกับพันธมิตรที่มีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมทัพในด้านการขยายฐานจำนวนสมาชิกและเพิ่มช่องทางให้แคมเปญต่างๆ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับกลยุทธ์รุกตลาดต่างจังหวัด เคทีซีประเดิมที่แคมเปญ “รูดทุกครั้ง … ได้ลุ้นทุกวันกว่า 10 ล้านคะแนนกับเคทีซี” ใน 14 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ชลบุรี ระยอง สงขลา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ประจวบคิรีขันธ์ และเพชรบุรี สมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต   เคทีซีที่ใดก็ได้ใน 14 จังหวัดดังกล่าว สามารถร่วมลุ้นรับคะแนนสะสม Forever Rewards ได้ทุกวันๆ ละ 50 รางวัล และลุ้นรางวัลใหญ่สุด 999,999 คะแนนเมื่อจบแคมเปญ รวมกว่า 10 ล้านคะแนน ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2557

นอกจากนี้ เคทีซียังได้จับมือกับ ซีพีเอ็น หรือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกแคมเปญ KTC TREND SPOTTED” มอบโปรโมชั่นให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ใช้จ่ายกับร้านค้าในหมวดเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋า ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เฉพาะ14 สาขาต่างจังหวัด ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาสาขาแอร์พอร์ต พลาซา เชียงใหม่ / พัทยา เซ็นเตอร์ / ชลบุรี / ขอนแก่น / เชียงราย / พิษณุโลก / อุดรธานี / ลำปาง / สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี รวมถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลสาขาพัทยา บีช / เชียงใหม่ / หาดใหญ่ และสมุย สมาชิกรับส่วนลดสูงสุด 50% หรือรับของสมนาคุณ / รับฟรีผ้าพันคอ KTC TREND SPOTTED มูลค่า 890 บาท หรือรับคะแนนสะสม Forever Rewards พิเศษ 999 คะแนนกับกิจกรรมช่วง HAPPY SHOPPING HOUR ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ (สถานที่และเวลาตามที่กำหนด) วันนี้ – 12 ตุลาคม 2557

Xperia Z3 Series สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากโซนี่

โซนี่ ไทย เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดยอดอีกครั้งด้วย Xperia™ Z3 Series รุ่นล่าสุด ที่ครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่ดีที่สุดจากโซนี่ พร้อมผลิตภัณฑ์ และอุปกรณ์เสริมมากมาย อาทิ สมาร์ทแบนด์ ทอล์ค และลำโพงบลูธูท

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้ารุกธุรกิจผลิตภัณฑ์ใน กลุ่ม  โซนี่โมบายล์ ล่าสุดเปิดตัว Xperia™ Z3 Series 3 รุ่น ได้แก่ Xperia™ Z3 , Xperia™ Z3 Compact และ Xperia™ Z3  Tablet Compact พร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ SmartBand TALK และอุปกรณ์เสริมใหม่ๆ มากมาย โดยผลิตภัณฑ์ใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่าย และจัดแสดงให้ผู้สนใจได้ทดสอบ ประสิทธิภาพภายในงาน ไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซ์โป 2014 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 ตุลาคม   ศกนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ด้วยโปรโมชั่นพิเศษมากมาย และเตรียมพร้อมโปรโมทแคมเปญสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกสื่อ ภายใต้แนวคิด ‘Don’t settle for good. Demand great.’ หรือ “อย่าหยุดแค่คำว่าดี เลือกความเป็นที่สุดสไตล์คุณ” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป

ยูโซะ ชิบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “โซนี่ไม่เคยหยุดที่จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆอีกทั้งยังเชื่อว่าลูกค้าของเราก็จะไม่หยุดที่จะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ และความต้องการในสิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิมเช่นกัน ดังนั้น โซนี่จึงมุ่งมั่นเดินหน้าท้าทายขีดจำกัดโดยจะไม่หยุดเพียง แค่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ “ดี” แต่เราต้องมอบนวัตกรรมที่ “ยอดเยี่ยม” ให้แก่ผู้บริโภค ดังที่โซนี่ได้สร้างสรรค์ Xperia Z Series ให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของโซนี่ รวมถึงการเปิดตัว Xperia Z3 Series ในวันนี้ ที่โซนี่สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยกลยุทธ์ “One Sony” ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยีสุดยอดอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโซนี่ทั้งในภาคเสียง ดิจิตอลอิมเมจจิ้ง และเกม ขณะเดียวกัน โซนี่ก็ยังพร้อมประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และโอเปอเรเตอร์ เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ และบริการที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า และสร้างความเติบโตอย่างเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจโซนี่โมบายล์ต่อไป”

กฤษณ์ ประพัทธศักดิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาดธุรกิจโมบายล์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้กล่าวถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติ่มว่า “Xperia™ Z3 series นับเป็นนวัตกรรมล่าสุดจากโซนี่ที่เพียบพร้อมไปด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเอกสิทธิ์จากโซนี่มากมาย  ผู้ใช้จะได้สัมผัสถึงประสบการณ์อีกระดับที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนอื่น ๆ จากสุดยอดคุณสมบติ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบรับในทุกไลฟสไตล์ กล่าวได้ว่า Xperia™ Z3 มีความโดดเด่นด้วยการเป็นสมาร์ทโฟนที่มีเทคโนโลยีกล้องที่ดีที่สุด เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่มีค่า ISO สูงถึง 12800 เป็นสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวที่มี PS4 Remote Play และยังเพียบพร้อมด้วย แอพพลิเคชั่นเพิ่มความสนุกสนานในการใช้งานอีกมากมาย อาทิ Multi Camera Control  ให้ผู้ใช้บันทึกภาพหลากหลายมุมด้วย อุปกรณ์ Xperia ในเวลาเดียวกันได้พร้อมกันถึง 3 ตัว หรือเพิ่มเสียงให้กับภาพด้วย Sound Photo สร้างสรรค์ภาพยนตร์จากภาพถ่าย และวิดีโออัตโนมัติด้วย Movie Creator และที่สำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้นถึงสองวัน ขณะเดียวกัน โซนี่โมบายล์ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อาทิ SmartBand Talk พร้อมอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยสร้างความสนุก และอำนวยความสะดวกในการใช้งานกับ XPERIA Z3 Series ให้เลือกสรรอีกมากมาย”

 

ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากโซนี่โมบายล์
Xperia™ Z3 series สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมเเละ เเท็บเล็ต
•Xperia™ Z3 – ผสมผสานเรื่องดีไซน์ เเละความเชี่ยวชาญเชิงวิศวกรรม สู่ความงามเหนือกาลเวลา ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 7.3 มิลลิเมตร หนักเพียง 152 กรัม เเละหน้าจอที่สามารถใช้งานได้ง่าย รวมถึงดีไซน์ที่สมบูรณ์เเบบ ภายใต้กรอบอลูมิเนียม และกระจก สามารถบันทึกภาพด้วยความละเอียดที่ คมชัดอย่างน่าอัศจรรย์ ผ่านกล้อง และกล้องวิดีโอระดับ 20.7 ล้านพิกเซลพร้อมเซ็นเซอร์ Exmor RS™ for mobile ขนาดใหญ่ถึง 1/2.3 นิ้ว สำหรับมือถือ พร้อม Sony G Lens เลนส์ระดับพรีเมียมของโซนี่ ที่สามารถเก็บภาพได้มุมกว้างถึง 25 มม.  และเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟนที่สามารถถ่ายภาพด้วยค่าความไวแสง ISO 12800 จึงทำให้สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยด้วยรายละเอียดที่คมชัด ทั้งยังสามารถบันทึกภาพด้วยความละเอียดระดับ 4K อีกด้วย ในส่วนของเสียง ยังถ่ายทอดคุณภาพเสียงด้วยรายละเอียดความคมชัดระดับ Hi-Res Audio พร้อมเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนแบบดิจิตอล การชมภาพยนตร์ให้ความคมชัดที่สมบูรณ์แบบในการแสดงผลแบบเดียวกับเทคโนโลยีทีวีล่าสุดของโซนี่ สำหรับคอเกมส์สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนให้ควบคุมเกมบน PS4 ได้อย่างง่ายดาย และประสิทธิภาพการทำงานไม่มีใครเทียบ กับระบบประมวลผลQualcomm® Snapdragon 801 Quad-core processor ที่มีความเร็ว 2.5GHz อีกทั้งประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ยังใช้งานได้นานถึงถึงสองวัน นอกจากนี้ยังเพิ่มระยะเวลาของแบตเตอรี่ได้อีกด้วย STAMINA Mode ที่จะปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เมื่อเข้าสู่โหมดพักหน้าจอ Xperia™ Z3 ออกแบบมาเพื่อการใช้งานทุกที่ พร้อมระบบกันน้ำระดับสูงสุด (IP 65/68)  หลากหลายด้วยสีสันใหม่อย่าง ขาว ดำ ทองเเดง เงิน นอกจากนี้ยังมีระบบ dual sim มาให้เลือกใช้อีกด้วย
• Xperia™ Z3 Compact – คือรุ่นย่อส่วนที่ถอดแบบออกมาจากรุ่นเรือธง Z3 ในขนาดที่เล็กลง แต่ยังคงความโดดเด่นในทุกเทคโนโลยี และฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงเส้นสายดีไซน์ของกรอบที่โค้งมนสะท้อนแสงสวยงาม แเละหน้าจอกระจกนิรภัยที่แข็งแกร่งทำให้ Xperia™ Z3 Compact ดูสวยงาม หรูหรา เป็นสมาร์ทโฟนเพียบพร้อมไปด้วยประสิทธิภาพ อันยอดเยี่ยม ตัวเครื่องบางเพียง 8.6 มม. หนัก 129 กรัม จึงทำให้ Xperia™ Z3 Compact มีขนาดกระทัดรัด กระชับมือ สามารถใช้งานเพียงมือเดียวได้อย่างสะดวก และสนุกไปกับการเลือกสรรสีสันสดใสที่เข้ากับรสนิยม และทุกสไตล์ส่วนตัว ทั้งสีส้มแมนดาริน สีเขียวมินต์ ที่โดดเด่น นอกเหนือไปจากสีคลาสสิคอย่างสีขาว และสีดำ Xperia™ Z3 Compact มาพร้อมระบบกันน้ำระดับสูงสุด (IP 65/68)
•Xperia™ Z3  Tablet Compact – เเท็บเล็ตกันน้ำที่บางเบาที่สุด ด้วยตัวเครื่องที่บางเฉียบอย่างเหลือ เชื่อ ด้วยความบางเพียง 6.3 มม. เเละเบาเพียง 270 กรัม เเละถูกออกเเบบมาอย่างสวยงาม Xperia™ Z3 Tablet Compact จึงเป็นแท็บเล็ตที่เบาจนเเทบไม่รู้สึกเลยเมื่อถืออยู่ในมือ ประกอบขึ้นด้วยวัสดุคุณภาพชั้นเลิศ กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล Sony G Lens, 1/2.3″ เซนเซอร์ Exmor RS™ for mobile image sensor & BIONZ™ for mobile image processing engine ปุ่มเปิดปิดเครื่องที่ออกแบบเป็นพิเศษ แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในรายละเอียด ขอบมุมที่ทำด้วยสแตนเลส กรอบที่โค้งมนบางเฉียบ และหน้าจอกระจกนิรภัย ให้ทั้งสัมผัสแห่งความหรูหราสง่างาม และทนทาน พร้อมระบบกันน้ำระดับสูงสุด (IP 65/68) มีให้เลือกทั้งสีดำ และสีขาว
ประสบการณ์ Smartwear
Lifelog: โปรแกรมที่ใช้ Android ส่วนบุคคลจากโซนี่ที่รวบรวม และบอกเล่าเรื่องราวของคุณ มีให้บริการทั้งในส่วนที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์แล้ว รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ จาก Google play Store แอพพลิเคชั่น Lifelog ช่วยให้คุณสามารถตั้งค่า และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ บุ๊คมาร์คช่วงเวลาที่น่าจดจำ และกลับมาดูได้ตลอด เพื่อให้คุณได้รู้จักตัวเองดีขึ้น
อุปกรณ์ใช้งานกับ LIFELOG
•SmartBand Talk – อุปกรณ์ lifelogging ที่มีประสิทธิภาพ เเละมีคุณสมบัติใช้งานง่าย เป็นอุปกรณ์ Wearable ที่มีประสิทธิภาพ เเละมีคุณสมบัติใช้งานง่าย มีส่วนโค้ง 1.4 ” หน้าจอแบบ E Ink® ที่เห็นได้ชัดเจน ทำให้คุณสามารถเห็นการอัพเดทกิจกรรมต่างๆ ได้ตลอดเวลา พร้อมระบบการแจ้งเตือน และบอกเวลาที่เห็นได้ง่าย มีไมโครโฟนและลำโพงในตัว พร้อมฟังก์ชั่นแบบ short call ช่วยให้คุณสามารถพูดคุย และได้ยินเสียงคู่สนทนา

 

ดีแทคและเพย์สบายเปิด Mobile Credit Card ช้อป เติม จ่าย ออนไลน์ ง่าย เร็ว ปลอดภัยกว่า

 

ดีแทค และเพย์สบาย เดินหน้าพัฒนาบริการธุรกรรมทางการเงินบนมือถืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ Mobile Credit Card” ครั้งแรกกับแอพพลิเคชั่นเดียวที่รวมบัตรเครดิตไว้ในมือถือ เน้นความสะดวกให้ผู้ใช้ ช้อป เติม จ่าย ออนไลน์ ง่าย สะดวก ปลอดภัยสูงสุด รองรับกลุ่มลูกค้าใช้บัตรเครดิตที่มีอยู่กว่า 23 ล้านใบ เฟสแรกจับมือ 4 พันธมิตรชั้นนำ อาทิ วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล, การไฟฟ้านครหลวง, การประปานครหลวง และเอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น ตอบโจทย์ทุกด้านการใช้ชีวิตทั้งเดลี่ไลฟ์และไลฟ์สไตล์ รวมถึงการช้อปปิ้งจากร้านค้าออนไลน์ ตั้งเป้าสิ้นปี 2557 มียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้กว่า 10,000 ดาวน์โหลด

01_1

สิริวรรณ รัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์บริการทางการเงิน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่าตามนโยบายของดีแทคในการเป็นผู้นำด้านการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ตั้งเป้าให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฝ่ายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการทางการเงิน (Financial Service) จึงได้นำเสนอบริการที่ช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้งานมือถือไม่จำกัดค่ายเพื่อให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเรามี เพย์สบาย บริษัทในเครือที่เป็นผู้นำด้านการให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์และระบบการชำระเงินออนไลน์ในประเทศไทย เป็นผู้พัฒนาบริการเพื่อให้เกิดรูปแบบการชำระเงินใหม่ๆ โดยเฉพาะในยุคที่สมาร์ทโฟนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำโมบายเพย์เมนท์เกตเวย์ที่ตอบโจทย์ทั้งคู่ค้าและลูกค้าได้อย่างไร้ขีดจำกัด จึงได้เปิดตัว “Mobile Credit Card”แอพพลิเคชั่นแรกที่เปลี่ยนมือถือให้เป็นบัตรเครดิตนี้ขึ้น”

แอพพลิเคชั่น Mobile Credit Cardเป็นช่องทางการชำระเงินบนมือถือ ตอบโจทย์ฐานลูกค้าบัตรเครดิตที่มีกว่า23 ล้านใบ และใช้สมาร์ทโฟนกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของตลาด ให้สามารถชำระสินค้าและบริการ อาทิ จ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟ จ่ายค่าโทรศัพท์และเติมเงินมือถือได้ทุกค่าย ค่าภาษีรถยนต์ ค่าเกมส์และโมบายคอนเทนต์ เป็นต้น และที่สำคัญยังเป็นรายแรกและรายเดียวที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ โดยร่วมกับ เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น ให้ลูกค้าสามารถซื้อตั๋วดูหนังผ่านMobile Credit Card และนำ QR Code ไปสแกนหน้าโรงภาพยนตร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิวรับตั๋วหน้าเคาน์เตอร์อีกต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินที่ง่าย สะดวก และปลอดภัย ในขณะที่ร้านค้าสามารถใช้Mobile Credit Card ต่อยอดเป็นช่องทางในการรับชำระเงิน โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2557 จะมียอดการโหลดแอพพลิเคชั่นกว่า 10,000 ดาวน์โหลด

ทางด้านสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพย์สบาย จำกัด เผยว่า“Mobile Credit Card เป็นอีกบริการหนึ่งที่เพย์สบายพัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตสามารถใช้บริการทางการเงินบนมือถือรูปแบบใหม่ในการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ กับร้านค้าที่ใช้บริการช่องทางการชำระเงินด้วย Mobile Credit Card โดยผู้ใช้งานลงทะเบียนผูกบัตรเครดิตไว้กับแอพพลิเคชั่นได้สูงสุด 3 ใบ และง่ายเพียงใส่รหัสส่วนตัว (mPIN) ในการทำธุรกรรมทุกๆ ครั้งแทนการให้ข้อมูลบัตรเครดิตกับร้านค้า ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นนี้ผ่านมาตรฐาน PCI-DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต โดยที่ข้อมูลของผู้ถือบัตรจะไม่ถูกเปิดเผย ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวได้รับการยอมรับจากวีซ่าซึ่งเป็นเครือข่ายบัตรเครดิตระดับโลก”

True Lab @ Thammasat แหล่งเรียนรู้อย่างมีพลวัต

ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์  อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ  ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่นร่วมเปิด “ศูนย์วิจัย True Lab @ Thammasat” โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้อาจารย์ นักศึกษาและนักวิจัยของมหาวิทยาลัยได้ใช้เป็นพื้นที่ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลงานนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม นำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ

พร้อมเปิด แอพพลิเคชั่น myCampus TU เพื่อเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อดิจิตอลที่ไร้ขีดจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ ตามแนวคิด Thammasat Everywhere, Thammasat Every time ตอบสนองนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้แบบ “แอ็คทิฟ เลิร์นนิ่ง” ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ครั้งแรกกับ Samsung Galaxy Note 4 และข้อเสนอพิเศษ

ซัมซุง ระเบิดความแรงด้วยข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Thailand Mobile Expo 2014 Showcase ระหว่างวันที่ 2 – 5 ตุลาคมนี้ ประกาศวางจำหน่ายสุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 4 (Samsung Galaxy Note 4)ครั้งแรกในเมืองไทย ให้เป็นเจ้าของก่อนใคร ในราคาพิเศษเพียง 24,900 บาทจากราคาเต็ม 25,900 บาท พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษ ได้แก่ ฟิล์มถนอมสายตา หน่วยความจำ SD Card ขนาด 16GB ผ้าห่ม ทรีอินวัน บัตรกำนัลมูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับซื้อซัมซุง เกียร์ เอส (Samsung Gear S)

พิเศษสุด สำหรับ 100 ท่านแรกในแต่ละวัน รับเพิ่มบัตรกำนัลจากเซ็นทรัลมูลค่า 1,000 บาท พร้อมกระเป๋าล้อลาก ส่วนลูกค้าลำดับที่ 101 – 200 รับเพิ่มกระเป๋าล้อลาก โดยสิทธิประโยชน์เหล่านี้พิเศษเฉพาะลูกค้าที่ซื้อซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 4 ณ บริเวณพื้นที่พิเศษภายในห้องบอลรูม โดยลูกค้าที่ซื้อซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 4 สีขาว สามารถรับเครื่องได้ทันที ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 100 เครื่องในแต่ละวันเท่านั้น และสำหรับท่านที่ซื้อซัมซุงกาแลคซี่ โน้ต 4 สีอื่น หรือสีขาวที่เกิน 100 เครื่องต่อวันในงาน สามารถรับเครื่องภายหลังได้ที่ซัมซุง เอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์ สาขาสยาม สแควร์ วัน ตามวันและเวลาที่กำหนด

ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 4 สมาร์ทโฟนจากตระกูลกาแลคซี่ โน้ตรุ่นล่าสุด ที่มากับดีไซน์ที่สวยงามพรีเมี่ยมพร้อมอัดแน่นด้วยสุดยอดนวัตกรรมสุดล้ำ โดยเฉพาะปากกาอัจฉริยะ S Pen ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 3.7 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพแบบ Wide Selfie มุมกว้าง 120องศา หน้าจอ Quad HDSuper AMOLED ขนาด 5.7 นิ้ว เพิ่มความคล่องแคล่วในการใช้งาน Multi-window พร้อมให้คุณจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครประเทศไทย ในราคา 24,900 บาท (จากราคาเต็ม 25,900 บาท ณ พื้นที่พิเศษห้องบอลรูม ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014 Showcase ระหว่างวันที่ 2 – 5 ตุลาคมนี้

‘ชาบูชิ’กินฟรี 100 สาขา สาขาละ 100 คนทั่วไทย!

ชาบูชิ_ขอบคุณครับ

“ชาบูชิ (Shabushi by OISHI)” ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาด “ชาบู-ชาบู…สุกี้หม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น” พร้อมเสิร์ฟแคมเปญเด็ด“ฉลอง 100 สาขา… ร้อยแล้วรับเลยกับชาบูชิ!” ตลอดเดือนตุลาคม มุ่งคืนกำไรให้ลูกค้า พร้อมอัดงบกว่า 30 ล้านบาท คาดมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นราว 10-15%

ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์อาหารไทย (ในปี 2556) ว่าการเติบโตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของร้านอาหารสัญชาติเอเชีย ได้แก่ ร้านอาหารญี่ปุ่นโต 20% ร้านอาหารปิ้งย่าง 16% ร้านอาหารไทย ร้านสุกี้และชาบู เพิ่มขึ้นเท่ากัน 15% สาเหตุมาจากร้านอาหารเอเชียมีวิธีการปรุงที่พิถีพิถัน และรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก ปัจจัยหลักที่ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในไทยมาจากทั้งการปรับรสชาติอาหารให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การเลือกทำเลให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรับรู้ข้อมูลและข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 22,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโต 10-15% ต่อปี ซึ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% โดย 80% เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า” โดยธุรกิจอาหารของ โออิชิ กรุ๊ป (ในปี 2557) รายได้รวมจาก 6 เดือนแรกปีนี้ 3,200 ล้านบาท สิ้นปีตั้งเป้าเติบโตประมาณ 20 – 25% และมีส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 31%

ร้านอาหารญี่ปุ่น “ชาบูชิ (Shabushi by OISHI)” สองความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยมเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2544 ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ เป็นสาขาที่ 1 และได้รับความนิยมอย่างสูง จนก้าวเข้าสู่สาขาที่ 100 แล้วในวันนี้ ในโอกาสนี้ “ชาบูชิ” จึงจัดแคมเปญ ชาบูชิ “ขอบคุณครับ” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความอร่อยที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน โดยมีสุดยอดทีเด็ดของแคมเปญฯนี้ก็คือกิจกรรม “วันนี้กินฟรี” ฉลอง 100 สาขา สาขาละ 100 คน รวม 10,000 คน ในวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 วันเดียวเท่านั้น! เสริมด้วยการแจก “Thank You Coupon (คูปองส่วนลด 100 บาท)” ให้กับลูกค้าผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ท่านละ 1 ใบ ตลอดเดือน ตุลาคม 2557 โดยใช้งบประมาณการตลาดราว 30 ล้านบาท หวังมุ่งคืนกำไรและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าผู้มีอุปการะคุณเป็นสำคัญ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นราว 10-15%

สำหรับแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำของ โออิชิ กรุ๊ป ประกอบด้วย 1) โออิชิ แกรนด์ จำนวน 1 สาขา 2) โออิชิ บุฟเฟต์ 19 สาขา 3) ชาบูชิ 100 สาขา4) นิกุยะ 11 สาขา 5) โออิชิ ราเมน 55 สาขา และ 6) คาคาชิ 9 สาขาขณะที่แผนและทิศทางการลงทุนหลังจากนี้ จะเร่งขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการปีละ 50 สาขา เน้นที่แบรนด์ “ชาบูชิ” เป็น แบรนด์หลัก ส่วนการขยายสาขาในต่างประเทศนั้น ปีนี้จะเปิด “ชาบูชิ” ในประเทศแถบเออีซี โดยเฉพาะเมียนมาร์เพิ่มอีก 2 แห่ง หลังรุกขยายกิจการเมื่องช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับเกินความคาดหมาย สามารถทำรายได้เฉลี่ย 4 – 5 ล้านบาทต่อเดือน