Category Archives: Entertainment

เครือโรงแรมเพนตาโฮเทลรุกตลาดไทย เตรียมเปิดเพนตาโฮเทล กรุงเทพฯ ในปี 2563

เพนตาโฮเทล เครือโรงแรมที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย ร่วมมือกับบริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือพีเอ็ม กรุ๊ป (PM Group) ประกาศพร้อมเปิดตัวโรงแรมแห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2563 โดยโรงแรมเพนตาโฮเทล กรุงเทพฯ จะตั้งอยู่ที่ทำเลทองใจกลางย่าน ธุรกิจของกรุงเทพฯ บริเวณเพลินจิต ลุมพินี การประกาศครั้งนี้ยังถือว่าเป็น ก้าวแรกและก้าวสำคัญในการรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเครือบริษัทเพนตาโฮเทลอีกด้วย ทั้งนี้เพนตาโฮเทลมีแผนที่จะเปิดตัวที่พักแห่งที่สองในฮ่องกงช่วงปลายฤดูร้อนปีนี้ 

 

โรงแรมแห่งใหม่แห่งนี้ ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันตkมมาตรฐานของเพนตาโฮเทล สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน อาทิ เพนตาเลาจน์ บริเวณต้อนรับรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่างฟังก์ชั่นการใช้งานและความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีบริเวณบาร์อันทันสมัยที่ให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อนและพบปะเพื่อนใหม่ได้อีกด้วย

โดยโรงแรมเพนตาโฮเทล กรุงเทพฯ จะประกอบด้วยห้องพักจำนวน 157 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งชอปปิ้งใหญ่มากมาย ตลอดจนอาคารสำนักงานและสวนสาธารณะลุมพินี ทำให้โรงแรมเพนตาโฮเทล กรุงเทพฯ พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักใน เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีแห่ งนี้ให้แก่ผู้เดินทางเพื่อธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั่วไป

 

นางสาวโซเนีย เชง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริ ษัทโรสวู้ด โฮเทล ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเพนตาโฮเทล กล่าวว่า “การประกาศเปิดตัวเพนตาโฮเทล กรุงเทพฯ ครั้งนี้ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของ แบรนด์เราในการขยายตลาดเข้าสู่ ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้ โดยแนวคิดของเพนตาโฮเทลนี้ จะสามารถมอบประสบการณ์การเข้าพั กโรงแรมที่แปลกใหม่ให้แก่ผู้เข้ าพักได้ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวประสบความสำเ ร็จอย่างสูงในทวีปยุโรปและเอเชี ย โดยในกรุงเทพฯ เราได้เลือกทำเลทองอย่างลุมพินี เพราะบริเวณนี้เป็นแหล่งธุรกิจร ะหว่างประเทศที่สำคัญ อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยผู้คนท้ องถิ่นที่มีชีวิตชีวาและทิวทัศน์ ที่สวยงาม เรามั่นใจว่าทำเลทองแห่งใหม่แห่ งนี้จะเป็นหนึ่งในผลงานความสำเร็ จที่จะพาธุรกิจของเราพุ่ งทะยานสู่ความสำเร็จในประเทศไทย ได้”

 

นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เผยว่า “เครือโรงแรมเพนตาโฮเทลมีผลการดำ เนินงานที่น่าเชื่อถือและมี ความเชี่ยวชาญในการบริหารโรงแรม ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่ นใหม่ เรารู้สึกยินดีที่จะได้ร่วมธุรกิ จกับเครือเพนตาโฮเทล เพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าพัก ในโรงแรมที่โดดเด่นและมีเอกลักษ ณ์ในกรุงเทพฯ”

 

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทเจแอลแอลส์ โฮเทล แอนด์ ฮอสพิทัลลิตี้ (JLL’s Hotels & Hospitality) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของกลุ่ม พีเอ็ม ในการช่วยค้นหาผู้ประกอบการโรงแ รมและเจรจาข้อตกลง นายแอนดรูว์ แลงค์สตัน รองประธานกรรมการบริษัทเจแอลแอล กล่าวว่า “การลงนามข้อตกลงเพนตาโฮเทล กรุงเทพฯ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของทั้งองค์กรและผู้ประกอบการใ นการเจริญเติบโตของตลาดกรุงเทพฯ และตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดอสังหาริมทรัพย์แ นวไลฟ์สไตล์ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ได้รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้าน กลยุทธ์ให้แก่กลุ่มพีเอ็ม ในการนำเพนตา

โฮเทลมาสู่ประเทศไทย”

ก้าวสู่ปีที่ 17 นิตยสารอะเดย์ ฉลองฉบับที่ 200 สุดยิ่งใหญ่

ก้าวสู่ปีที่ 17 นิตยสารอะเดย์ ฉลองฉบับที่ 200 สุดยิ่งใหญ่ แปลงโฉมนิตยสารกลายเป็นนิทรรศการขนาดเล็กทั่วเมืองไทย พร้อมจัดนิทรรศการครั้งใหญ่ #aday200 The Magazine Exhibition ถ่ายทอดเส้นทางกว่าจะเป็นอะเดย์ ตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มปัจจุบั

 

โลดแล่นในแวดวงน้ำหมึกมาจวบจนก้าวสู่ปีที่ 17 กระทั่งเดินทางมาถึงฉบับที่ 200 แล้ว สำหรับอะเดย์ (a day) นิตยสารรายเดือนขวัญใจคนหนุ่มสาวที่นำเสนอความคิดสร้างสรรค์และบุคคลที่น่าสนใจในสังคม หนึ่งในนิตยสารคุณภาพเครือเดย์ โพเอทส์

ในวาระพิเศษนิตยสาร a day ฉลองครบรอบฉบับที่ 200  ซึ่งเป็นฉบับพิเศษสุดในการก้าวสู่ปีที่ 17  ทีมงานได้แปลงโฉมเนื้อหาในรูปเล่มนิตยสาร  กลายเป็นนิทรรศการขนาดเล็กที่ถ่ายทอดเนื้อหาเบื้องหลังการทำ a day เพื่อบอกเล่าเรื่องราว กระบวนการทางความคิด การสร้างสรรค์ ในการผลิตเนื้อหาทั้ง 200 ฉบับ และได้จัดแสดงนิทรรศการขนาดเล็กดังกล่าวตามสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับนิตยสารเล่มนั้น ๆ ในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ 25 เมษายน – 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวมากมาย

เพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นนิตยสารที่สร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้ผู้อ่านมาอย่างยาวนาน  และร่วมเฉลิมฉลองวาระพิเศษที่นิตยสาร a day ครบรอบฉบับที่ 200 ทีมงานจึงได้จัดงานนิทรรศการใหญ่อีกครั้ง ภายใต้ชื่อ  #aday200 The Magazine Exhibition โดยในงานเปิดตัวนิทรรศการดังกล่าวได้รวบรวมนิตยสาร a day ฉบับจริง จำนวน  200 เล่ม เพื่อให้ผู้เข้าชมงานสัมผัสถึงเส้นทางของนิตยสารตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มปัจจุบัน โดยสามารถสแกน QR Code เพื่ออ่านนิตยสาร a day ในรูปแบบ E-Magazine ได้หลายฉบับ รวมทั้งมีการจัดแสดงของสะสม ของหายากของ a day ตลอดจนร่วมกิจกรรมสุดแนว เช่น เวิร์คช็อปหนังสือทำมือ ให้ผู้ร่วมงานได้อวดฝีไม้ลายมือกันเต็มที่ ณ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ถนนราชดำเนิน เมื่อเร็ว ๆนี้

บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยแฟนนิตยสาร a day หลากหลายรุ่น รวมทั้งผู้ที่สนใจเรื่องราวการผลิต a day ตั้งแต่เล่มแรกจนปัจจุบัน ร่วมชมนิทรรศการอย่างแน่นขนัด โดยมีเสวนาในหัวข้อ “The Class room a day team talk” โดยศิวะภาค เจียรวนาลี บก.บห. นิตยสาร a day และ ทีม a team junior รุ่นก่อน ๆ ร่วมให้ความรู้แบบถึงกึ๋นแก่น้อง ๆ นักศึกษาที่สนใจการผลิตนิตยสาร a day

นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานคือ การปรากฎตัวของนักวาดการ์ตูนชื่อดัง “ตั้ม” วิศุทธิ์ พรนิมิตร ที่วาดภาพประกอบลงใน a day มาอย่างยาวนาน ร่วมถ่ายทอดความผลงานแอนนิเมชั่นสนุก ๆ ของเขาประกอบการเล่นดนตรีทั้งกีต้าร์ และเปียโน  และปิดท้ายด้วยการโชว์วาดการ์ตูนที่ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันที่มีต่อ a day ของชายหญิงนักอ่านคู่หนึ่งประกอบบทเพลง “ทุกอย่าง” ของวงสครับ นักดนตรีหนุ่มที่แจ้งเกิดจาก a day เช่นกัน ซึ่งสร้างความประทับใจให้แฟนานุแฟนที่มาร่วมงานอย่างท้วมท้น ก่อนจะสนุกสนานกันต่อกับการแสดงดนตรีบนเวทีอะเดย์ของวงสครับ ที่มาพร้อมเพลงฮิต และซิงเกิลใหม่ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ให้หายคิดถึง

 

ศิวะภาค เจียรวนาลี บรรณาธิการบริหารคนใหม่แห่งนิตยสาร a day ลูกหม้อที่อยู่กับ a day มาเนิ่นนาน ตั้งแต่เป็นสมาชิก a team junior รุ่น 3 และเป็นกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังนิตยสาร a day และ HUMAN RIDE รวมถึงเป็นแม่ทัพใหญ่ของงาน  a day BIKE FEST เผยความมุ่งมั่นในการสานต่อนิตยสาร a day ว่า  “ผมเชื่อว่า a day  ยังมีศักยภาพ ในฐานะนิตยสารที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ส่งพลังดี ๆ ให้ผู้อ่าน และเป็นแหล่งบ่มเพาะคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการ และผมตั้งใจจะทำ a day ให้เป็นนิตยสารที่ดี โดยไม่ทิ้งต้นทุนเดิมที่สั่งสมมาตลอด 17 ปี ซึ่งทีมงานส่วนใหญ่เป็นทีมงานชุดเดิม บวกกับทีมงานชุดใหม่ซึ่งล้วนแล้วแต่เคยร่วมงานกับ a day ทุกคนล้วนมีความเชื่อมั่นว่าสื่อสิ่งพิมพ์ยังมีพลังในการสื่อสารกับคนยุคนี้ และยังสามารถดึงดูดผู้อ่านได้ อาจจะไม่ใช่ในแง่การเป็นผู้มอบข่าวสาร แต่เป็นผู้สร้างเนื้อหา คัดสรรเรื่องราวที่น่าสนใจจากทั่วโลก ทุกวันนี้เราไม่ได้แข่งกันที่ความเร็วอย่างเดียว แต่แข่งกันที่ความน่าเชื่อถือของเนื้อหา และความสนุกในการเล่าเรื่อง รวมถึงรูปแบบการนำเสนอที่เข้ากับคนอ่านรุ่นใหม่”

บรรณาธิการบริหารหนุ่มไฟแรง กล่าวถึงความพิเศษใน a day ฉบับที่ 200 ว่า  “a day 200 เราทำในสิ่งที่ฉีกขนบของนิตยสารทั่วไป โดยเปลี่ยนจากการทำเนื้อหาบนกระดาษมาทำเป็นนิทรรศการขนาดย่อมจัดแสดงในหลายสถานที่ เนื้อหาจะพูดถึงเบื้องหลังการทำ a day ตลอด 200 ฉบับที่ผ่านมา สถานที่ที่ติดตั้งจะเกี่ยวข้องกับการทำ a day ฉบับนั้น นอกจากนี้เรายังจัดพิมพ์ a day 200 เป็นฉบับพิเศษที่ไม่มีวางขาย แต่พิมพ์เป็นที่ระลึกให้สมาชิกรายปี และให้ผู้อ่านที่ร่วมกิจกรรมกับนิทรรศการเท่านั้น”

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการประกาศผลผู้โชคดีที่ได้รับนิตยสาร a day ฉบับ 200 ที่จัดพิมพ์จำนวนจำกัดสำหรับมอบให้ผู้อ่านที่ร่วมกิจกรรมถ่ายภาพคู่กับปกในนิทรรศการ แล้วติดแฮชแท็กพร้อมข้อความ # a day  200 พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันที่มีกับ a day ซึ่งผู้โชคดีที่ผ่านการคัดเลือกจากกองบรรณาธิการนอกจากจะได้รับ a day ฉบับพิเศษนี้ไปครอบครองแล้ว ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในนิทรรศการพิเศษครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

สาวก a day ตัวจริงเสียงจริง สามารถร่วมติดตามชมนิทรรศการสุดแนว #aday200 The Magazine Exhibition หรืออัพเดตเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจในนิตยสาร a day ได้ทางเว็บไซต์ www.adaymagazine.com  และรอพบกับ a day ฉบับต่อไปจากการนำทีม  a day โดย ศิวะภาค เจียรวนาลี ได้บนแผงทุกๆ กลางเดือน

“ออกแบบ” นักแสดงไทยคนแรก คว้ารางวัล “Screen International Rising Star Asia Award”

“ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง” นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” ค่าย จีดีเอช ดีใจที่ได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัล “Screen International Rising Star Asia Award” จากเทศกาลภาพยนตร์ New York Asian Film Festival” ประเทศสหรัฐอมริกา ซึ่งออกแบบ-ชุติมณฑน์ พร้อมด้วย นน-ชานนท์ สันตินธรกุล และ ผู้กำกับ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ได้เดินทางไปร่วมงานและร่วมรับรางวัลในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ด้วย

ออกแบบ-ชุติมณฑน์ เผยว่า “ตอนที่พี่บาส ผู้กำกับโทรมาแสดงความยินดีที่เราได้รับรางวัล Screen International Rising Star Asia Award หนูถึงกับช็อคไปเลย ตื่นเต้นและดีใจมากๆ แค่ตอนแรกทราบว่าเราได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเปิดเทศกาลก็ใจดีมากๆแล้ว แต่ตอนนี้ต้องขึ้นไปรับรางวัลด้วย มันยิ่งทำให้หนูภูมิใจมากๆ และรางวัลนี้หนูคงไม่ได้มา ถ้าไม่มีทีมงานที่ดีแบบนี้ เพื่อนนักแสดงทุกคน นน, เจมส์,  อุ้ม, ป๊าเอก-ธเนศ ฯลฯ รวมถึงพี่บาส ผู้กำกับ รวมถึงตัวละครลิน ตัวละครแรกในชีวิตที่ทำให้หนูหลงรักการแสดง อีกทั้งผู้ชมที่น่ารักทุกคนที่ให้เสียงตอบรับทั้งกระแสและรีวิวหนังฉลาดเกมส์โกง และขอขอบคุณคณะกรรมการที่ชื่นชอบการแสดงของหนูและภาพยนตร์ฉลาดเกมส์โกง วันที่หนูขึ้นไปรับรางวัลจะพยายามไม่ตื่นเต้นบนเวที ฝากเป็นกำลังใจให้หนูและทีมหนังฉลาดเกมส์โกงด้วยนะคะ”

กสิกรไทย – เวิร์คพอยท์ เปิดตัวเกมโชว์ The Unicorn สตาร์ทอัพพันล้าน

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย (ซ้าย)  และนายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)  (ขวา) ร่วมเปิดตัวThe Unicorn สตาร์ทอัพพันล้าน” ครั้งแรกของเกมโชว์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและปลุกกระแสการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งในชีวิตส่วนตัว และธุรกิจ รายการที่ผู้เข้าแข่งขันจะได้แสดงศักยภาพเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อชิงความเป็นสุดยอดเทคสตาร์ทอัพ พิชิตเงินรางวัล 1 ล้านบาท ณ สตูดิโอเวิร์คพอยท์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

My Mate Nate ยูทูปเบอร์ฝรั่งแอบเข้าห้างที่พัทยาตอนกลางคืน

แน่นอนว่าการเป็นยูทูปเบอร์จะต้องหาวิธีต่างๆ นานา เพื่อสร้างคอนเทนต์ คิดครีเอทคลิปแปลกๆ เรียกยอดคนดูเข้าช่องของตนเอง เเละล่าสุดยูทูปเบอร์ฝรั่งสุดแสบจ้าของช่อง My Mate Nate ที่เคยทำคลิปวิดีโอจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์หลายครั้ง กลับมาทำคลิปสร้างกระแสให้ชาวเน็ตได้วิจารณ์อีกครั้งด้วยการ “บุกเข้าห้างฮาร์เบอร์ พัทยา ตอนกลางคืนด้วยการแอบอยู่ในห้องน้ำ ก่อนออกมาแอบเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ภายในห้างไม่ว่าจะเป็น เลเซอร์เกม, สเก็ตน้ำแข็ง,  โรลเลอร์ สเก็ต และกลับเข้าไปรอในห้องน้ำอีกรอบก่อนจะออกมาจากห้างในตอนเช้าของอีกวัน แถมยังพูดทิ้งท้ายเตือนแฟนคลับช่องของตนที่รับชมคลิปไว้ว่า “ขอโทษ และกรุณาอย่าทำตาม”

หรือว่า “การแอบเข้าห้างตอนกลางคืน” คือกระแสที่ทำตามกันมา

หากใครที่ติดตามดูชาแนลของเหล่ายูทูปเบอร์ชาวต่างชาติหลายๆ คน จะเห็นว่ามักจะมีคลิปประมาณนี้ออกมาให้เราชม เช่นการแอบเข้าไปให้ห้าง WALMART ตอนกลางคืน หรือแอบอยู่ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ถึงขั้นเป็นเทรนด์มีการแข่งขันว่าจะใช้ชีวิต 24 ชม. อย่างไรในห้าง (24 HOUR CHALLENGE IN WALMART)

ซึ่งคลิปเหล่านี้มักเรียกยอดผู้เข้าชมได้สูงหลักหลายล้านวิว ให้เหล่ายูทูปเบอร์ตัวเเสบทั้งหลายจึงกล้าที่จะเสี่ยงทำอะไรเเบบนี้ออกมาให้ผู้ชมได้ติดตามกัน
(ยอดเข้าของทาง My Mate Nate ก็เกือบ 2 ล้านวิว ภายใน 3 วัน)

เเละเเน่นอนการทำคลิปเเบบนี้ออกมาย่อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนสังคมออนไลน์ ออกมาเเสดงความคิดเห็นว่า คลิป My Mate Nate “แอบเข้าห้างหลังปิด!! ฮาร์เบอร์ พัทยา! โคตรมันส์!!” ที่ว่านี้อาจเป็นเพียงแค่การทำคอนเทนต์เพื่อสร้างไวรัลทางการตลาดเพื่อโปรโมทอะไรบางอย่าง เพราะตามปกติเเล้วห้างปิดแล้วไม่น่าจะสามารถเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ได้ รวมถึงยังมีคนสังเกตว่าเห็นคนอื่นซึ่งอาจเป็นทีมงานอยู่ในคลิปอีกด้วย เเต่ก็มีกระเเสเเฟนคลับหลายๆ คนที่ติดตามเเละเข้าใจว่าหนุ่ม My Mate Nate พยายามทำคลิปเเอบเข้าห้างตามสไตล์เหล่ายูทูปเบอร์ฝรั่งที่นิยมทำกันเท่านั้น เเละบอกให้เพื่อนๆ ชาวเน็ทรับชมคลิปที่ว่านี้เพื่อความสนุกสนานเหมือนชมคลิปจากยูทูปเบอร์ทั่วไป

แต่ที่แน่ๆ การแอบเข้าห้างตอนกลางคืนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องน่าสนับสนุน และไม่ควรทำตามอย่างยิ่ง!

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ปรับทัพธุรกิจใหม่ เสริมความแกร่งรอบด้าน

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ปรับทัพธุรกิจใหม่ เสริมความแกร่งรอบด้าน ชี้ทุนท้าทาย “ครีเอทีวิตี้ แอดเดด” (Creativity-Added) เพิ่มเติม สร้างสรรค์ และสร้างมูลค่า เจาะตลาดข้ามแพลตฟอร์มเชิงลึกอย่างแม่นยำ

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ปรับทัพธุรกิจใหม่ เสริมความแกร่งรอบด้าน เพื่อรองรับ และเชื่อมโยงทุกกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างแม่นยำ เผยทุนท้าทายของการตลาดยุค 2560 ต้องผ่านกลยุทธ์ “ครีเอทีวิตี้ แอดเดด” (Creativity-Added) เพิ่มเติม สร้างสรรค์ และใส่ใจในรายละเอียดด้วยความเข้าใจ เพื่อสร้างมูลค่า และเพิ่มโอกาสด้านการตลาด เข้าถึงทุกกลุ่มเซกเม้นท์ เชิงลึก ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ผู้บริโภคในรูปแบบข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างหลากหลาย

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน บริษัท ครีเอทีฟอีเว้นท์ อันดับ 7 ของโลก (จัดอันดับโดยนิตยสารสเปเชี่ยล อีเว้นท์ แม็กกาซีน ประเทศสหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า “เนื่องด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เป็นปัจจัยที่กำหนดทิศทางการทำการตลาดที่ดีที่สุด ผนวกกับเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักการตลาดต่างต้องปรับตัวให้ทันผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นการทำการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน จึงไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องเพิ่มด้านความคิดสร้างสรรค์เข้าไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการเพิ่ม แวลู แอดเดด (Value-Added) เพียงอย่างเดียว เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือแบรนด์ให้สูงขึ้น ด้วยวิธีการต่างๆ แต่ต้องใส่ ‘ครีเอทีวิตี้ แอดเดด’ (Creativity-Added) กลยุทธ์สร้างทุนที่ท้าทายของการตลาดยุค 2560 คือ การเพิ่มเติม สร้างสรรค์ และใส่ใจในทุกรายละเอียดต่างๆ ด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง เพื่อสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้น เนื่องจากในทุกๆ กลุ่มอุตสาหกรรมต่างต้องการความคิดสร้างสรรค์มาเติมแต่งให้เกิดความแตกต่าง เกิดความจดจำ และเป็นที่สนใจต่อกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรม และเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่นิยมความสุข ความสบาย ความสนุกสนาน และมีความละเมียดละไมในการใช้ชีวิตมากขึ้น แต่จะแตกต่างกันในส่วนของรายละเอียดต่างๆ ด้วยวิธีการเข้าถึงในแต่ละกลุ่มช่วงวัยที่แตกต่างกัน โดยมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริโภคต้องการอะไร เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม”

“ด้วยกลยุทธ์ ‘Creativity-Added’ สามารถเพิ่มโอกาสทางการตลาดได้ด้วยการสร้างประสบการณ์ร่วม โดยเจาะลึกผ่านประสบการณ์กับผู้บริโภค ให้เกิดความรู้สึก นึกคิด สู่การกระทำด้วยความเต็มใจ ผ่านการออกแบบดีไซน์การสื่อสารจากแบรนด์ และสินค้าต่างๆ หรือที่เรียกว่า “อิมเมอร์ซีฟ เอ็กซ์พีเรียนส์” (Immersive Experience) เชื่อมโยงประสบการณ์ร่วมด้วยรูปแบบของดิจิ-ไลฟ์-เอ็กซ์พีเรียนส์ (Digi-Live Experience) ผสมผสานโลกออนกราวน์ และโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภค ด้วย 1.การสร้างประสบการณ์ร่วมเสมือนจริง (Virtual becomes Reality) คือ การเชื่อมโยง และสร้างให้ผู้บริโภคมีความผูกพันธ์กับแบรนด์ ทั้งบนโลกดิจิตอล และโลกจริง และ 2.การเจาะกลุ่มจีแอลบีที (GLBT) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับในกลุ่มประเทศ ในซีแอลเอ็มวี (CLMV) ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่เปิดอิสระเสรีให้กับเพศที่ 3 มากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศเกาหลี และญี่ปุ่น เป็นต้น เห็นได้จากการเติบโตของกลุ่มแบรนด์สินค้า และผลิตภัณฑ์ รวมถึงงานอีเว้นท์ และโชว์บิซต่างๆ อาทิ งานคอนเสิร์ตประเภทอีดีเอ็ม (EDM) และงานละครเวทีต่างๆ ที่หันมาเจาะกลุ่มเป้าหมายจีแอลบีทีอย่างชัดเจน รวมถึงเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นลักษณะที่เป็นกลุ่มเป็นก้อน ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การสร้างการสื่อสารที่สามารถโน้มน้าวใจ และตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้ โดยมีครีเอทีวิตี้ แอดเดด เป็นตัวเชื่อมโยงกลุ่มของผู้บริโภค และสร้างสีสันแต่ละงานให้ออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ เจาะข้ามแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย

“ในส่วนของอินเด็กซ์ฯ ได้มีการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักของความคิดสร้างสรรค์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายธุรกิจ และการสร้างความพร้อมในเรื่องของกำลังคน ส่งผลให้การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุดได้มีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจอีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นคง และความชัดเจนในเรื่องของการบริการที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ
1.กลุ่มธุรกิจ ครีเอทีฟ บิซซิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ (Creative Business Development) ให้บริการด้านการพัฒนา แบรนดิ้ง และสร้างประสบการณ์พิเศษ สู่การสร้างมูลค่าในรูปแบบของแหล่งท่องเที่ยว ประกอบด้วย

  • ด้านงานทัวริซ แอนด์ วิซิเตอร์ แอทแทรคชั่น (Tourist & Visitor Attraction) ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
  • ด้านงานแบรนด์ แอทแทรคชั่น (Brand Attraction) สร้างแลนด์มาร์คใหม่ที่สำคัญด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • ด้านงานธีม พาร์ค (Theme Park) สีสัน และความสนุก ผ่านเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์
  • ด้านพิพิธภัณฑ์ (Museum) ตีโจทย์ และถ่ายทอดความต้องการทุกรูปแบบ
  • ด้านงานนิทรรศการชั่วคราว และถาวร (Exhibition: Permanent & Temporary) สื่อสารด้วยวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
  • ด้านงานให้คำปรึกษาการดีไซน์ต่างๆ (Conceptual Idea & Design Consulting) ด้วยประสบการณ์หลากหลาย
  • ด้านงานเอ็กซ์โป (The World Exposition) คิดอย่างสร้างสรรค์ ผสานไอเดียใหม่ๆ ด้วยความเชี่ยวชาญมาตรฐานระดับโลก

2.กลุ่มธุรกิจ มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส (Marketing Service) ให้บริการด้านการวางแผน วางกลยุทธ์ และให้คำปรึกษาด้านการตลาดต่างๆ อย่างมืออาชีพ ประกอบด้วย

  • ด้านงานวิจัย (Research) วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแบบเจาะลึก
  • ด้านอีเว้นท์ มาร์เก็ตติ้ง (Event Marketing) วางกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกแง่มุม
  • ด้านคอมมิวนิเคชั่นส์ (Communications) วางแผน และผสมผสานกลยุทธ์การสื่อสารทั้งใน และนอกองค์กร
  • ด้านมาร์เก็ตติ้ง คอนเซาท์ติ้ง (Marketing Consulting) ให้คำปรึกษาด้านการตลาดอย่างมืออาชีพ
  • ทีวี และมัลติมีเดีย (TV & Multimedia) สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • ดิจิตอล ออนไลน์ (Digital Online) เข้าถึงไลฟสไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย
  • ด้านอินโนเวทีฟ อินสโตร์ มีเดีย (Innovative In-Store Media) สื่อสารผ่านสื่ออินเตอร์แอคทีฟอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ด้านปริ้นท์ติ้ง แอนด์ สโตร์ เดคคอเรชั่น (Printing and Store Decoration) นวัตกรรมงานพิมพ์ในรูปแบบพิเศษ
  • ด้านอีควิปเม้นท์ ซัพพลาย (Equipment Supply) รองรับงานทุกประเภทแบบครบวงจร

3.กลุ่มธุรกิจ ไอ-โปรเจค (I-Project) ให้บริการสร้างสรรค์งานโปรเจคพิเศษ อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบด้วย

  • ด้านงานโชว์บิซ (Showbiz) สร้างสีสัน และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์อย่างหลากหลาย อาทิ งานมิวสิค เฟสติวัล (Music Festival) มิวซิคัล (Musical) ไลฟ์ โชว์ (Live-show) และคอนเสิร์ต (Concert) เป็นต้น
  • ด้านงานการศึกษา (Academic) ถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์จริงอย่างมีระบบ อาทิ งานสัมมนา (Seminar) งานเวิร์คช็อป (Workshop) และคอร์สพิเศษ เป็นต้น (Special Course)
  • ด้านซีซันนัล แอนด์ เฟสทีฟ (Seasonal & Festive) ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก เช่น งาน ไลท์ เฟสติวัล (Light Festival) และงาน สปอร์ต เฟสติวัล (Sport Festival)
  • ด้านงานบิซซิเนส ออพพอทูนิตี้ (Business Opportunity) ศูนย์กลางสร้างโอกาสทางธุรกิจ ทั้งใน และต่างประเทศ เช่น งานเอ็กซ์คลูซีฟ บิซซิเนส ทัวร์ (Exclusive Business Tour) และงานเทรดแฟร์ (Trade Fair) เป็นต้น

ด้วยความสามารถเชื่อมโยงการบริหารงานในเครือข่ายทั้งใน และต่างประเทศ กับ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างหลากหลาย ด้วยการนำเอาจุดแข็ง ประสบการณ์ Know-How และความเชี่ยวชาญที่แตกต่าง เชื่อมั่นจะสามารถต่อยอดธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ให้เติบโตมั่นคงแบบต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ และระดับภูมิภาคอาเซียนแบบครบวงจร ได้อย่างแน่นอน” เกรียงไกร กาญจนะโภคิน กล่าวทิ้งท้าย

20 ภาพเสียดสีสังคม บางอันก็ฮา บางอันก็จุก

ใกล้สงกรานต์แล้ว มาดูภาพเสียดสีสังคม หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า IRONY ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความบังเอิญ หรือไม่ตั้งใจทั้งสิ้น

ฉะนั้นก็ดูให้เกิดความบันเทิง หรืออารมณ์ดีก็พอ.. แต่สำหรับบางภาพก็ดูแล้วจุกจนพูดไม่ออกเหมือนกัน

 

The Irony with this Taxi in Berlin from pics

1.ภาพแท็กซี่แปะป้ายโฆษณาให้ Uber ในกรุงเบอร์ลิน

ถ้าเป็นประเทศที่มีดราม่า ทำแบบนี้อาจโดนหาว่าทรยศก็ได้ เพราะ Uber คือด้านตรงข้ามกับรถสาธารณะอย่างแท้จริง หรือพี่แท็กซี่คันนี้รับงานจากทั้งสองทางก็เป็นได้ (แท็กซี่ในเยอรมันสีครีม ป้ายเหลือง)

 

Did somebody say irony? from pics

2.ขอทางหน่อยจ้า

ให้ทางคนปั่นจักรยานด้วยนะ… แต่ป้ายดันขวางทางซะเอง ถ้าเป็นที่ไทยไม่มีป้ายแบบนี้แน่ เพราะมีมอเตอร์ไซค์ กับรถเข็นจองไว้แล้ว

 

 

The irony is strong with this one… from pics

3.เสียดสี ซ้อน เสียดสี

ป้ายเหลืองบอกว่า “อันตราย น้ำแข็งอาจแตก ไม่อนุณาตให้เล่นสเก็ต”  ถัดลงมา มีการอ่อนข้อเล็กน้อย “เล่นสเก็ตได้ แต่ไม่รับผิดชอบนะ” เลื่อนไปทางซ้ายหน่อย “ไว้สำหรับการช่วยชีวิตเท่านั้น”

 

 

Irony of Fate In bangladesh from pics

4.เลือกเกิดไม่ได้

อันนี้ดูแล้วจุกจริง เด็กเหมือนกัน แต่โอกาสที่มีนั้นต่างกัน คนหนึ่งได้เรียนหนังสือ อีกคนต้องทำงาน เราไม่รู้ว่าอนาคตสองคนนี้จะเป็นยังไง แต่ตอนนี้พวกเขาต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 

Irony at its finest from pics

5.จะขายไม่ได้ก็แบบนี้แหละ

ไม่รู้ว่านั่นคือไม้ถูพื้น หรือเครื่องดูดฝุ่น แต่สายตาคนที่มองเข้าไปคงสงสัยไม่น้อย

 

6.Made in USA?

ใครๆ ก็รู้ว่าการผลิตส่วนใหญ่เกิดในจีน และเอเชีย เป็นส่วนใหญ่ แต่การมีชื่อแบรนด์เป็น USA นั้น มันช่างเสียดสี แม้แต่หมวกที่เชียร์ Donald Trump ก็ยัง Made in China ทั้งๆ ที่ Trump เองก็พูดต่อต้านจีนเรื่องการแย่งฐานผลิตด้วย

 

7.มาวิ่งเพื่อโลกกัน

ในงานวิ่งมักจะมีการให้บริการน้ำดื่ม หรือขนมรองท้องไว้ระหว่างวิ่ง แต่ปัญหาก็คือถังขยะมักจะไม่เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดภาพในลักษณะนี้ขึ้นในหลายงาน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีทีมงานมาเก็บกวาดในตอนจบ แต่มันก็อดคิดไม่ได้ว่า มีวิธีการดีกว่านี้มั้ย

ที่สำคัญงานนี้ วิ่งเพื่อโลกอีกต่างหาก

 

8.ซ่อมได้ แล้วจะซ่อมให้

เราสามารถซ่อมได้ทุกอย่าง เข้ามาเลย แต่ตอนเข้ากรุณาเคาะดังๆหน่อย กริ่งมันเสีย

 

9.โดมิโน่ มอเตอร์ไซค์

ที่บอกว่าโดมิโน่ หมายถึงมอเตอร์ไซค์นี่เอง

 

10.จงแตกต่าง

อันนี้แสบสุดเลย เสื้อยืดสกรีนว่า “จงแตกต่าง” แต่ทุกคนดันใส่เหมือนกันหมด แล้วมันจะต่างยังไงล่ะ

 

11.หมาในหมา

น้องหมาที่บ้านทานโมเดลในเกมเศรษฐีเข้าไป และโมเดลที่ว่านั้นก็คือ หมา … เจ็บเพราะตัวเองแท้ๆ

 

12.รถขันนี้ขนนักโทษ ปลอดภัยแน่นอน

รถขนส่งนักโทษต้องปลอดภัย และหนาแน่นที่สุด แต่ชื่อรถรุ่นนี้ดันเป็น ESCAPE ที่แปลว่าหลบหนี… ลางไม่ดีเอาซะเลย

 

13.ราคาตามนั้นเลย

50 Cent มาเห็นเข้าคงดีใจ เมื่อรู้ว่าแผ่นเพลงของเขาถูกขายในราคา 50 Cent จริงๆ

 

14.ไม่มีวันหัก

ชื่อหนังแปลเป็นไทย คือ ไม่สามารถทำให้แตกหักได้ แต่สภาพที่เจอ ผู้ที่สั่งซื้อคงตลกไม่ออก

 

15.เรื่องออกแบบ วางแปลนไว้ใจเรา

อันนี้เจ็บมากๆ เพราะมันคือหน้าตาของมหาวิทยาลัยที่สอนเรื่องสถาปัตยกรรม แต่เรื่องแค่การวางตัวอักษรยังทำไม่ได้เลย

 

16.หนทางสู่ความสำเร็จ ไม่มีทางลัด

แสดงว่ารถบรรทุกคันนี้กำลังมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จแน่ๆ

 

17.ความปลอดภัยเริ่มต้นที่ตัวคุณ

คุณนั่นแหละคนขับรถไฟ และก็คุณด้วยคนขับรถเก๋ง

 

18.หนังสือเค้าดีจริงๆ

ผู้หญิงท่านนี้กำลังถือหนังสือที่ชื่อว่า “เอาชนะอาการนอนไม่หลับ และปัญหาการนอน” แต่ตัวเธอนั้นหลับไปแล้ว สุดยอดจริงๆ

 

19.สเปรย์ล่องหน

ของแท้แน่นอน

 

20.นี่มันความจริงชัดๆ

บริษัทใหญ่มักจะได้ Resume เป็นร้อย เป็นพัน ให้ทายสิมันไปอยู่ที่ไหน

 

แถมอันสุดท้ายให้ อันนี้แอดมินถ่ายในลิฟต์แห่งหนึ่ง อ่านเสร็จแล้วทั้งขำ ทั้งสงสาร “จะไปว่าเขา แต่ก็เข้าตัวเอง”

 

ที่มา : boredpanda และ Reddit

 

ทีเส็บ จับมือ วีซ่า และ ททท. เปิดตัวโครงการ Spice Up Thailand 2017

ทีเส็บ จับมือ วีซ่า และ ททท. เปิดตัวโครงการ Spice Up Thailand 2017 กระตุ้นนักเดินทางกลุ่มไมซ์ผ่านการตลาดดิจิทัล

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุ มและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับ บริษัท วีซ่าอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,  บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด และกรมส่งเสริมการค้าระหว่ างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ Spice Up Thailand 2017 (สไปซ์ อัพ ไทยแลนด์ 2017)  อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 มอบอภิสิทธิ์สุดพิเศษให้นักเดิ นทางกลุ่มไมซ์ อาทิ ส่วนลดสำหรับที่พักโรงแรม 10% ส่วนลดสำหรับบริการรถเช่ารับ-ส่ งสนามบิน 50% คูปองส่วนลดสำหรับการช้อปปิ้ง 500 บาท ส่วนลดสำหรับร้านอาหาร 25% และส่วนลดค่ากรีนฟีสนามกอล์ฟ 50% เป็นต้น จากโรงแรม, สปาและโปรแกรมแพ็กเกจฟื้นฟูสุ ขภาพ, ช้อปปิ้ง,  ร้านอาหารต่างๆ, กอล์ฟ, บริการรับส่งและเช่ารถจากสนามบิ น, บริการรถลีมูซีน, Tourist SIM Card และแพ็กเกจห้องประชุม เป็นต้น

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุ มและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า”การส่งเสริมธุรกิ จไมซ์ผ่านกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทีเส็ บใช้เป็นช่องทางกระตุ้นตลาดนั กเดินทางกลุ่มไมซ์ทั้งในและต่ างประเทศ สอดรับกับนโยบายส่งเสริม Digital Economy (ดิจิตอล อีโคโนมี่) ของรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนธุรกิ จไมซ์ให้เติบโตและเป็นกลไกสำคั ญของการสร้างเศรษฐกิจระดับมหภาค ทีเส็บดำเนินงานแคมเปญ Spice Up Thailand ร่วมกับ 5 พันธมิตร เพื่อกระตุ้นตลาดไมซ์ในต่ างประเทศ สร้างความประทั บใจและมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ นักเดินทางกลุ่มไมซ์ตลอดจนเป็น
การกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ ายและขยายระยะเวลาพำนั กในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ได้ดำเนิ นงานโครงการมาเป็นเวลาถึง 3 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้ านการเพิ่มสิทธิพิเศษให้แก่นั กเดินทางกลุ่มไมซ์ ในประเทศเป้าหมายหลักอย่ างตลาดไมซ์เอเซียและกลุ่ม CLMV

โดยปีที่ผ่านมามีจำนวนงานไมซ์ 46 งาน จาก 16 บริษัทของผู้จัดงาน ลงทะเบียนร่วมแคมเปญฯ มีจำนวน การแลกรับคูปอง (Redeem Coupon) ประมาณ 43,000 ครั้ง สามารถสร้างการรับรู้ผ่านสื่ อออนไลน์ต่างๆ กว่า 20 ล้านวิว  โดยสินค้าและบริการที่ได้รั บความนิยมสูงสุด 5 อันดับของการแลกรับได้แก่ ร้านอาหาร ช้อปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยวสปา และบริการรถเช่ารับ-ส่งสนามบิน ด้านนักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่มี ยอดการแลกรับคูปองเพื่อใช้สิทธิ พิเศษของสินค้าและบริการต่างๆ ของแคมเปญสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ จีน อินเดีย สิงคโปร์เวียดนาม สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง ปากีสถาน ออสเตรเลีย แอลจีเรียและไทย  และในปี 2017 นี้ แคมเปญ Spice Up Thailand  ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้จั ดงานลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นพั นธมิตรโครงการกว่า 60 งาน ”

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิ จท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า“ในภาคอุตสาหรรมการท่ องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นได้ชัดว่า กลุ่มนักเดินทางไมซ์เป็นกลุ่มนั กท่องเที่ยวคุณภาพ มีกำลังใช้จ่ายสูง การจับจ่ายใช้สอยของนักเดิ นทางกลุ่มนี้ นอกเหนือจากการใช้จ่ายในการเดิ นทางมางานประชุมหรืองานแสดงสิ นค้าแล้ว ยังใช้จ่ายในส่วนกิจกรรมสั นทนาการต่างๆ ด้วย  ททท. จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ เข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลั กให้การสนับสนุนกิจกรรมโครงการ Spice Up Thailand 2017 เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนั กเดินทางกลุ่มไมซ์ และเพื่อเป็นการส่งเสริ มประเทศไทยให้เป็นหนึ่ งในประเทศจุดหมายปลายทางไมซ์ที่ ดีที่สุดในโลก ที่สามารถผสมผสานแผนการเดิ นทางเชิงธุรกิจเข้ากับกิ จกรรมเชิงพักผ่อนได้เป็นอย่างดี โดยแคมเปญนี้นำเสนอสิทธิพิ เศษของสินค้าและบริการที่ อำนวยความสะดวกให้นักเดิ นทางไมซ์ และช่วยให้ขยายระยะเวลาพำนั กในประเทศไทยจากการใช้เวลาท่ องเที่ยวพักผ่อนหลังจากเสร็จสิ้ นทริปเดินทางธุรกิจ ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่ออุ ตสาหกรรมไมซ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ ยวในภาพรวมอีกด้วย”

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศไทย กล่าวว่า“ทางวีซ่าได้คัดสรรสิ ทธิพิเศษที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ และความต้องการของนักเดินทางกลุ่ มไมซ์จากทั่วโลกรวมทั้งนักเดิ นทางกลุ่มไมซ์ในประเทศไทยด้ วยโดยสิทธิพิเศษในปีนี้มีทั้งรั บฟรีของสมนาคุณหรือบัตรกำนั ลและส่วนลดสูงสุดถึง50%, จากร้านอาหารห้างสรรพสินค้าสปา/ wellness สนามกอล์ฟบริการรถรับส่ง รถเช่า สถานที่พักผ่อนหย่อนใจอื่นๆที่ เข้าร่วมรายการและที่พิเศษเพิ่ มขึ้นในปีนี้ ได้แก่ ทุกครั้งที่ จองโรงแรมในประเทศไทยผ่าน www.booking.com/visain และชำระเงินด้วยบัตรวีซ่าจะได้ รับคูปองส่วนลดคิง-เพาเวอร์มู ลค่า7% จากราคาที่จองทุกรายการ

นอกจากนี้ วีซ่าได้ร่วมกับ Thai Travel Center (ไทย ทราเวล เซ็นเตอร์) และ Asia-Discovery (เอเชีย ดิสคัฟเวอรี่) เสนอทางเลือกให้กับนักเดิ นทางกลุ่มไมซ์ที่ต้องการพักผ่ อนต่อสามารถเลือกแพ็กเกจท่องเที่ ยวเส้นทางต่ างๆในประเทศไทยในราคาพิเศษหรื อรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอื่นๆซึ่ งนอกจากสิทธิพิเศษในฐานะนักเดิ นทางไมซ์โดยเฉพาะแล้ววีซ่ายังมี โปรแกรมสิทธิพิเศษ อีกมากมายที่เตรียมไว้สำหรับผู้ ถือบัตรวีซ่าทั้งคนไทยและต่ างชาติรวมถึงสิทธิพิ เศษเฉพาะสำหรับนักเดินทางไมซ์ชา วจีนซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสถิติ การใช้สิทธิพิเศษสูงเป็นอันดั บแรกในปีที่ผ่านมา”

และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นั กเดินทางกลุ่มไมซ์ร่วมกิ จกรรมดาวน์โหลดคูปอง privilege จาก โครงการ Spice Up Thailand  ให้มากยิ่งขึ้น ทีเส็บจึงได้จัดกิจกรรมออนไลน์ แคมเปญ Plan More, Enjoy More (แพลน มอร์, เอ็นจอย มอร์) ให้นักเดินทางกลุ่มไมซ์ร่วมกิ จกรรมออกแบบแผนการเดิ นทางของตนเอง และแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมี เดียทาง Facebook (เฟซบุ๊ก) หรือ Twitter Hashtag #PlanMoreEnjoyMore #SpiceUpThailand ผู้ที่ได้ยอด Like & Share มากที่สุด จะได้รับตั๋วเครื่องบินไปกลั บระหว่างประเทศจากสายการบินไทย 1 รางวัล 2 ที่นั่ง (โดยจะต้องเป็นประเทศที่มีเส้ นทางบินของสายการบินไทยเท่านั้ น) กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นช่วงเดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม 2560

 

ทั้งนี้นักเดินทางกลุ่มไมซ์สามา รถรับสิทธิประโยชน์ จากโครงการได้อย่างสะดวกด้ วยการลงทะเบียน และดาวน์โหลด Spice Up Privilege Coupon ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของโครงการ www.spiceupthailand.com หรือรับ
Spice Up Privilege Coupon Booklet ที่จุดลงทะเบียนเข้างาน และแสดง Spice Up Privilege เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากบริ การร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่เดือนนี้-ธันวาคม 2560

ไอฟลิกซ์ (IFLIX) คว้า ฌอน แครี่ นำทัพบริหารคอนเทนท์

ไอฟลิกซ์ (IFLIX) ผู้นำในบริการดูซีรีส์และหนังออนไลน์แบบ Subscription Video On Demand ในตลาดเกิดใหม่ ดึงผู้บริหารสื่อที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญกลยุทธ์คอนเทนท์ ล่าสุดประกาศแต่งตั้งนายฌอน แครี (Sean Carey) ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าผู้บริหารระดับสูงฝ่ายคอนเทนท์ (Chief Content Officer) ของไอฟลิกซ์ กรุ๊ป

 

นายแครี มีประสบกาณ์กว่า 20 ปี ในสื่อดิจิทัล บริหารจัดการคอนเทนท์ และวางแผนกลยุทธ์ โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายรายการโทรทัศน์ของเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) และรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการคอนเทนท์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น รายการโทรทัศน์ รายการสำหรับเด็กและครอบครัว รายการที่เน็ตฟลิกซ์มีส่วนร่วมในการผลิต นอกจากนี้ แครี่ ยังเคยร่วมงานกับโซนี่คอร์ปอเรชั่น (Sony Corporation) ในการดูแลบริหารกลยุทธ์คอนเทนท์ วางแผนรายการสื่อดิจิทัล และพัฒนาองค์กร รวมถึง คัดสรรรายการบันเทิงให้กับ โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (Sony Pictures Entertainment)

 

นายมาร์ค บริทท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารกลุ่มบริษัท ไอฟลิกซ์ กรุ๊ปเผยว่า “เรายินดีอย่างมากที่ได้ฌอนมาร่วมเป็นทีมไอฟลิกซ์ เขานับเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนท์และวางแผนกลยุทธ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยประสบการณ์ของเขาในบริษัทชั้นนำระดับโลกและมาตรฐานระดับโลก เราเชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นกำลังสำคัญของไอฟลิกซ์ให้ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดและเติบโตทั่วโลกอย่างรวดเร็ว”

 

นายแครี่ กล่าวว่า “ในเวลาเพียง 1 ปีเศษๆ ไอฟลิกซ์สามารถขยายบริการในหลายประเทศอย่างน่าทึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและยืนยันถึงความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมทีมไอฟลิกซ์ โดยในฐานะประธานเจ้าหน้าผู้บริหารระดับสูงฝ่ายคอนเทนท์ โดยผมจะมุ่งมั่นนำประสบการณ์เชี่ยวชาญที่มีในการพัฒนาไอฟลิกซ์ให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไป”

 

นายเจมส์ บริดเจส (James Bridges) ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าผู้บริหารระดับสูงฝ่ายคอนเทนท์ (Chief Content Officer) ยังคงดูแลในส่วนกลยุทธ์คอนเทนท์ ภายใต้ตำแหน่งใหม่เป็น หัวหน้าส่วนคอนเทนท์สำหรับพาร์ทเนอร์ (Global Head of Content Partnerships) ของไอฟลิกซ์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในทีมนายแครี่

 

ไอฟลิกซ์เปิดบริการแล้วใน 10 ประเทศ ในเอเชีย ล่าสุดร่วมกับเซน (Zain) เพื่อให้บริการไอฟลิกซ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ยังพร้อมเดินหน้าขยายบริการระดับโลกสู่ประเทศในตลาดเกิดใหม่ โดยไอฟลิกซ์ รวบรวมคลังซีรีส์และหนังดังจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ไทย เอเซีย หรือ ฮอลลีวูด และให้สมาชิกสามารถรับชมไอฟลิกซ์ได้บนอุปกรณ์มากถึง 5 เครื่อง ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โน้ตบุค และเชื่อมต่อเพื่อดูบนทีวี โดยสามารถดูได้ทั้งแบบออนไลน์หรือจะดาวน์โหลดมาเก็บไว้ดูออฟไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ในราคาเพียงเดือนละ 100 บาท ก็สามารถดูได้ไม่อั้นแบบไม่มีโฆษณาคั่น พิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ทดลองใช้สุดยอดบริการระดับโลกของไอฟลิกซ์ฟรี 1 เดือนแบบไม่อั้น เพียงเข้าไปสมัครที่ www.iflix.com

ช่อง 7 สี ปลื้มแฟนเพจดีต่อเนื่อง ฉลุยยอดไลค์ทะลุ 8 ล้าน

ช่อง 7 สี ตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะสื่อโทรทัศน์ในอันดับต้นๆ ที่รุกสังคมโซเชียลมาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดส่งผลให้แฟนเพจ BBTV Channel7 มียอดไลค์จากผู้ติดตามทะลุ ถึง 8 ล้านไลค์ (อัพเดทวันที่ 13 มีนาคม 2560)  ครองอันดับ 1 สถานีโทรทัศน์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในเมืองไทย  พร้อมเดินหน้าจัดเต็มความสุข เสิร์ฟความบันเทิงให้คนไทยได้สุขครบรส ครบทุกความต้องการ

นายพลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7เผยว่า
“สำหรับแฟนเพจ BBTV Channel7 ของช่อง 7 สี เพิ่งฉลอง 7 ล้านไลค์ไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2559 เพียง 7 เดือนก็มีแฟนติดตามเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านไลค์ ทั้งนี้ เราได้ก้าวอย่างมั่นคงในด้านการสร้างคอนเท้นต์ในทุกๆ ด้าน เพื่อเติมความสุขครบรสให้กับผู้ชมทุกคน เรียกได้ว่าเปนคอมมูนิตี้ที่แฟนช่อง 7สี จะเข้ามาติดตามทั้งข่าวสาร อัพเดทรายการ ละคร เรื่องราวของนักแสดงได้อย่างครบครัน  ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเอาใจแฟนๆ อีกหลากหลายรูปแบบ อาทิ การ Live รายการข่าวให้ติดตามชมกันสดๆ ไปพร้อมกับทางหน้าจอ รวมถึงการ Live จัดกิจกรรมพูดคุยสดๆ กับนักแสดงอย่างใกล้ชิด  และล่าสุดในช่วงไพร์มไทม์ละครหลังข่าวภาคค่ำได้มีการเพิ่มช่องทางให้แฟน ๆ ได้สามารถรับชมละครผ่านการ Live บนแฟนเพจ BBTV Channel7 พร้อมๆ กับการออกอากาศทางโทรทัศน์  ทำให้สามารถติดตามชมได้ทุกที่ทุกเวลา ก็ยิ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มคนดูที่เป็นคนรุ่นใหม่”

ช่อง 7 สี เป็นเจ้าแรกๆ ในเมืองไทยที่บุกการสื่อสารทางออนไลน์เพราะเราใส่ใจผู้ชมทุกช่องทาง ทั้งนี้เราได้นำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้ชมมาปรับปรุงการทำงานอยู่เสมอ โดยได้เปิดให้มีช่องทางการติดต่อสื่อสารกับแฟนๆ หลากหลายช่องทาง ได้แก่ ทางเวบไซต์หลัก CH7.com ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลเนื้อหาสาระที่หลากหลายรวมถึงรายการพิเศษซึ่งจะหาชมได้ภายในเวบไซต์เท่านั้น  Application BBTV CH7 (บีบีทีวี ซีเอชเจ็ด) บน App Store ของ Apple TV ซึ่งเราก็เป็นสถานีฯ แรกในประเทศไทยที่ให้รับชมสัญญาณสดและรายการย้อนหลังต่างๆ ได้ รวมไปถึงเวบไซต์ Bugaboo.TV และ  Application Bugaboo.TV ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้ดูรายการต่างๆ ของทางสถานีฯ การชมกีฬาดัง และละครย้อนหลังได้ นอกเหนือจากแพลตฟอร์มเดิมที่สามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว  ส่วนช่องทางโซเชี่ยลมีเดียของทางสถานีฯ นอกเหนือจากแฟนเพจ BBTV Channel7 ยังมีแฟนเพจข่าว Ch7news ซึ่งเพิ่งเปิดตัวได้เพียงไม่นานก็มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นกว่า 1.4 ล้านไลค์แล้ว ส่วนการติดตามทางช่องทางอื่น ๆ เราก็มีครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Instagram : @bbtv_ch7 ที่อัพเดทข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวที่สำคัญ น่าสนใจ เกี่ยวกับรายการ ละคร ฯลฯ ของสถานีฯ  Instagram : CH7 Drama Society อัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับดารานักแสดงและความคืบหน้าละครเรื่องต่าง ๆ ของ สถานีฯ แบบ Exclusive เจาะลึก, LINE Official Account BBTV CH7 และ Twitter @BBTVChannel7 เป็นต้น”

“ทั้งนี้เราคาดหวังว่าภายในปี 2560 เราจะมีผู้ติดตามแฟนเพจ BBTV Channel7 เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านไลค์”  นายพลากรกล่าวปิดท้าย