Category Archives: Entertainment

Pacific Rim 2 Is Coming

เป็นภาพยนนตร์ฟอร์มยักษ์อีกเรื่องที่ประสบความสำเร็จเมื่อปี 2013 สำหรับ Pacific Rim และมีข่าวเรื่องการสร้างภาคต่อมาโดยตลอด ล่าสุดฝันของเหล่า Fanboy และคอหนังหุ่นยนต์ขยับใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้น หลัง Guillermo del Toro ผู้กำกับออกมาเผยผ่าน Youtube ด้วยตัวเองว่า Legendary Picture ไฟเขียวให้เหล่าหุ่นยนต์ยักษ์ Jaeger ได้ออกมาบู๊กับฝูงสัตว์ประหลาด Kaiju อีกครั้งพร้อมกำหนดให้ 7 เมษายน 2017 เป็นวันเข้าฉาย โดยที่ตัวละครหลักอย่าง ทั้ง Raleigh Becket กับ Mako Mako 2 นักขับหุ่น Gipsy Danger และ ด็อกเตอร์ Newton Geiszler กับ ด็อกเตอร์ Hermann Gottlieb 2 นักวิทยาศาสตร์ต่างขั้วผู้คลั่งใคล้สัตว์ประหลาด จะกลับมากันครบทีม

Del Toro ยังบอกด้วยว่าระหว่างปั้น Pacific Rim 2 ซึ่ง Hanibal Chao พ่อค้าขายของตลาดมืดจอมขโมยซีนจากภาคแรกอาจกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งนี้ก็ได้พัฒนาบทเวอร์ชั่น Animation Series ร่วมกับ 2 นักเขียนบทอย่าง Zak Penn จาก X-Men : The Last Stand และ Travis Beacham จาก Pacific Rim ภาคแรกไปพร้อมกันด้วย

 

Spoiler title

 

 

Optimus Prime for Uber

Uber แอพเรียกแท็กซี่ในสหรัฐฯ เพิ่มรถแบบใหม่ที่คงจะสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้โดยเฉพาะคอภาพยนตร์ เพราะมันคือ Optimus Prime หัวหน้ากลุ่ม Autobots เพื่อโปรโมทภาพยนตร์ Transformers: Age of Extinction ที่จ่อเขาฉาย โดย Uber เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ในเมือง Dallas Pheonix และ Los Angeles ได้โดยสารรถบรรทุกอันแข็งแกร่งขนาดมหึมานี้ สำหรับ Prime จะเปิดให้บริการในแต่ละเมืองเป็นเวลานาน 6 ชั่วโมง ซึ่งในช่วงเวลานั้น เหล่า Fanboy สามารถเลือกรถแบบ Autobots ในหมวดรถกระบะจากแอพ Uber แต่การโดยสารจำกัดเวลาไว้ที่ 15 นาทีเท่านั้น โดย Uber ระบุว่า “เรามี Optimus Prime เพียงคันเดียว เพราะฉะนั้นคุณอาจจะจองยาก และต้องลองจองหลายๆครั้ง”

 

ดูเหมือนว่าฝ่ายโปรโมทภาพยนตร์ Transformers: Age of Extinction ที่จะเข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 27 มิถุนายนนี้จะเดินหน้าเต็มที่ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งมีการเปิดตัว Angry Birds เวอร์ชั่น Transformers แต่สำหรับ Uber นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางบริษัทจับมือกันร่วมโปรโมทการบริการแท็กซี่ และก่อนหน้านี้ในงานแสดงเครื่องใช้ไฟฟ้า E3 ที่ Los Angeles ผู้ร่วมงานสามารถนั่งรถที่ถอดแบบมาจากเกมดัง Call of Duty: Advanced Warfare เกมดังมาแล้ว

Spoiler title

PlayStation Series

 

PlayStation ของ Sony เตรียมแซงหน้า Xbox จาก Microsoft ด้วยการเปิดตัว Powers ซีรี่ย์เรื่องแรกที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ผลงานของ Michael Bendis และ Michael Avon Oeming โดยผู้บริหารของ Sony กล่าวในงาน Electronic Entertainment Expo (E3 2014) เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ว่า Powers จะออกฉายผ่านทางบริการ PlayStation Plus ในเดือนธันวาคมนี้ ด้าน Andrew House ซีอีโอ Sony Computer Entertainment กล่าวว่า Sony พร้อมสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าจดจำให้กับเครื่องเล่น PlayStation 4 ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน E3 นี้เช่นกัน

 

ฝ่าย Xbox ซึ่งมีโครงการผลิตซีรี่ย์ต่าง ๆ อยู่หลายสิบเรื่อง มีแผนผลิตซีรีย์แนวเกม-ดิจิตอลเรื่อง Halo ที่มี Ridley Scott เป็นผู้อำนวยการผลิต ขณะที่ก่อนหน้านี้ Xbox เองเคยประกาศจะสร้างซีรี่ย์ Sci-Fi ชุด Halo ที่มี Steven Spielberg เป็นผู้อำนวยการผลิตมาแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ซีรี่ย์ทั้งสองเรื่องจะยังไม่เริ่มถ่ายทำจนกระทั่งปี 2015

 

สำหรับ Powers ของ PlayStation จะเป็นซีรี่ย์จริง ชุดแรกในบรรดาค่ายผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมยักษ์ใหญ่โดย Michael Pachter นักวิเคราะห์จาก Wedbush ชี้ว่า การที่ PlayStation ซึ่งครองอันดับเครื่องเล่นเกมที่มียอดขายสูงที่สุดในสหรัฐฯ ถึง 5 เดือนติดต่อกัน สามารถเข้าใช้สตูดิโอผลิตภาพยนตร์ของ Sony ได้ เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้แผนของ PlayStation คืบหน้าไปได้เร็วกว่า Xbox “พวกเขามีคนเก่งและมีความคิดสร้างสรรค์อยู่มากมาย เพราะฉะนั้น พวกเขาย่อมผลิตคอนเทนท์ทางโทรทัศน์ได้ดีกว่า Microsoft ”

 

Spoiler title

2nd Season Green Light

ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในซี่รี่ย์ทางโทรทัศน์ที่ทั้งผู้ชมทั่วโลกและคนในวงการทีวีอเมริกันจับตามองมากสุดไปเรียบร้อย สำหรับ Better Call Saul ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของ Saul Goodman ทนายความจอมพลิ้ว รับบทโดย Bob Odenkirk ผู้ทำหน้าที่เก็บกวาดและฟอกเงินให้ Walter White และ Jesey Pinkman ครู-ลูกศิษย์พ่อค้ายาตัวแสบจาก Breaking Bad ล่าสุดทางช่องเคเบิล AMC ไฟเขียวให้สร้าง Season 2 ความยาว 10 ตอนได้เลย ทั้งที่ Season แรกยาว 13 ตอนยังไม่ได้ไม่ลงจอ และเป็นไปได้ว่าจะบรรดาตัวละครเอกจาก Breaking Bad จะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง

breaking-bad

แต่ในข่าวดีก็มีข่าวร้ายปนมาด้วย โดยทางช่องสั่งเลื่อนคิวฉาย Season แรกจากในปีนี้ไปเป็นไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งทำให้ Season 2 อาจถูกเลื่อนออกอากาศเป็นปี 2016 ไปโดยปริยาย สำหรับ Breaking Bad เป็นซี่รี่ย์สร้างชื่อให้ช่อง AMC ต่อจาก The Walking Dead ฉายต่อเนื่อง 5 Season ตั้งแต่ปี 2008-2013 คว้ารางวัลมากมายจากหลายสถาบัน และส่งให้ Bryan Cranston ผู้สวมบท Walter White ครูวิทยาศาสตร์ดีแตก ที่ใช้ความรู้ทางเคมีมาปรุงยาไอซ์เพื่อหวังนำให้เงินบาปมาให้ครอบครัว หลังตัวตายจากมะเร็ง กลายเป็นดาราดังเมื่อวัยใกล้ 60 ปี จนได้รับบทในหนัง Blockbuster อย่าง Godzilla ภาคล่าสุด

Spoiler title

Elsa Baby Boom

ยังเป็นภาพยตร์ Animation ที่ส่งผลเป็นวงกว้างสำหรับ Frozen ของ Walt Disney ล่าสุดมีรายงานว่า Elsa 1 ใน 2 นางเอกของเรื่องติดอันดับชื่อยอดฮิตของเด็กหญิงอังกฤษเกิดใหม่ปีนี้ในอันดับ 88 จากทั้งหมด 100 อันดับแรก ซึ่งเป็นการขึ้นมาอยู่ Top 100 ได้เป็นครั้งแรก หลังตั้งแต่ปี 2013 จนถึงกลางปี 2014 มีเด็กเกิดใหม่ใช้ชื่อนี้เพิ่มขึ้น 243 คน นอกจากนี้ยังทำให้ชื่อตัวละครสำคัญเรื่อง ทั้ง Kristoff ,Hans ,Sven และ Olaf ถูกเป็นชื่อของเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นด้วย

Frozen

Anna Hill รองประธาน Disney ในอังกฤษเชื่อว่าเทรนด์ดังกล่าวมาจาก ครอบครัวของเด็กรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครที่สามารถเอาชนะความกลัวได้ผ่านแรงสนับสนุนของคนในครอบครัว สำหรับชื่อยอดนิยมทางฝั่งทารกเพศชายที่มีอิทธิพลจากภาพยนตร์เช่นกันคือ Logan ชื่อในฐานะมนุษย์ของ Wolverine มนุษย์กลายพันธ์จอมแกร่งจาก X-MENส่วนชื่อเด็กหญิงและเด็กชายยอดฮิตในอันดับ1 คือ Emily และ Oliver ตามลำดับ

 

Spoiler title

Angry Bird Transformers

อาจเงียบไปพอสมควรสำหรับ Angry Bird เกมบนมือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เคยฮิตสุดๆเมื่อไม่ปีก่อน แต่พวกมันกำลังจะกลับมาในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึงผ่านการจับมือกับตัวละครดังของคาแรคเตอร์หุ่นยนต์ชื่อดังขวัญใจเหล่า Fanboy โดยภายในปีนี้ Angry Birds Transformers Telepods เกมบน Smartphone ที่ “แก๊งค์นกขี้โมโห” จะแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ Transformers จะออกมาให้ Gamer ได้เล่นกัน และ “หุ่นยนต์นกขี้โมโห” นี้จะถูกนำไปต่อยอดเป็นสินค้าประเภทต่างๆด้วย

angry-birds-transformers 2

 

Blanca Juti ผอ.ฝ่ายการตลาด Rovio เจ้าของลิขสิทธ์ Angry Bird มั่นใจว่าเป็นการรวมตัวที่คงจะเรียกเสียงฮือฮาจากทั้งแฟนการ์ตูนยุค 80 และ Brand สินค้าต่างๆในปัจจุบันอย่างแน่นอน” ส่วน John Frascotti หัวเรือใหญ่ด้าน Marketing ของ Hasbro ระบุ เหล่า Autobird และ Deceptithogs จะสร้างความแปลกใหม่ให้กับเด็กๆและครอบครัว” อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Rovio นำคาแรกเตอร์ของตนไปรวมเข้ากับ Icon ที่โด่งดังในวัฒนธรรมป๊อป โดยก่อนหน้านี้เคย Crossover กับตัวละครดังจากมหาสงครามแห่งดวงดาวออก Angry Bird Star Wars มาแล้ว

 

Spoiler title

 

Teen Drama Beat Cruise

ลืมเรื่องสู้กับเอเลี่ยนไปซะ ทอม ครูซ ไม่ชนะแม้กระทั่งวัยรุ่นน้ำตาคลอ Tom Cruise หนึ่งในบรรดานักแสดงฮอลลีวู้ดที่ทำเงินได้มากที่สุด แต่ล่าสุดในภาพยนตร์แนวต่อสู้กับเอเลี่ยนต้องพบเจอความล้มเหลว เมื่อ Edge of Tomorrow เทียบชั้นไม่ติดกับเด็กป่วยเป็นมะเร็งในภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายวัยหนุ่มยอดฮิต The Fault in Our Stars ไม่ว่าจะเป็นยอดจำหน่ายบัตรล่วงหน้า ยอดวิวใน YouTube หรือกำไร ส่วนยอดวิวใน YouTube บ่ายวันศุกร์ต้นเดือนมิถุนายนพบว่า ตัวอย่างภาพยนตร์ The Fault มีผู้เข้าชม 20.6 ล้านครั้ง ขณะที่ตัวอย่างภาพยนตร์ของ Tom Cruise ถูกคลิ๊กดูทั้งหมดเพียง 7.8 ล้านครั้ง เมื่อพิจารณาต้นทุนการถ่ายทำแล้ว Edge of Tomorrow นั้นมีสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คอันหนักหน่วงทำให้บริษัท Warner Bros. ต้องแบกต้นทุนค่าใช้จ่ายประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,200 ล้านบาท) มากกว่าที่บริษัท 21st Century Fox จ่ายเพื่อสร้าง The Fault In Our Stars ประมาณสิบเท่า เป็นสัญญาณว่าหนังเรียกน้ำตาวัยรุ่นนี้ทำกำไรได้มากกว่า

Cruise flop2
ท่ามกลางทัพภาพยนตร์ช่วงฤดูร้อนจำนวนมากทำให้หนังทั้งสองเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์เล็กๆ แต่การจับคู่ในครั้งนี้ได้เน้นให้เห็นว่าสมการความฮิตของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเปลี่ยนไปอย่างไร ในยุคปัจจุบันพบว่าเหล่าคอหนังซึ่งขับเคลื่อนโดย Facebook นวนิยาย หรือทั้งสองอย่าง อาจทรงพลังมากกว่านักแสดงชื่อดัง ถ้าหากมีผู้คนจำหนวนหลายสิบล้านคุ้นเคยกับเค้าโครงเรื่องอยู่แล้วจะทำให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไม่จำเป็นต้องลงทุนใช้นักแสดงเก่งๆที่มีชื่อเสียงเลย ยกตัวอย่างเช่น Hunger Games นั้นเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วในหนังสือนวนิยาย สามารถใช้ Jenifer Lawrence เป็นนักแสดงได้ซึ่งก่อนฉายก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปด้วยซ้ำ หนังสือนวนิยายเรื่อง Fault ขายไปได้แล้วเกือบ 11 ล้านเล่ม ผู้แต่ง John Green ทำตัวเป็นเครื่องจักรการตลาดแบบศิลปินเดี่ยว สังเกตได้จากการที่มีผู้ชมประมาณ 2.2 ล้านคนบอกรับวิดีโอบล็อกที่เขาทำขึ้นกับน้องชายอยู่แล้ว ทำให้ Fault รอบปฐมทัศน์ เก็บรายได้ 8.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 270 ล้านบาท) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการกลยุทธ์คู่ขนานครั้งใหญ่คือทั้งการชมภาพยนตร์และการถามตอบสดกับ Green กับเหล่านักแสดงในเวลาเดียวกัน แฟนๆที่อยากดูต้องจ่ายค่าตั๋วที่นั่งละ 25 เหรียญสหรัฐ (ราว 800 บาท)

Cruise flop3
โปรดิวเซอร์ Wyck Godrey เรียก Fault ว่าเป็น ตัวสกัดหนังทุ่นสร้างสูง และเปรียบ Green เป็นดั่ง John Hughes ผู้ที่เป็นแรงผลักดันเบื้องหลังภาพยนตร์ดราม่าวัยรุ่นช่วงปี 80 อย่าง The Breakfast Club อย่างไรก็ตามตอนที่ Hughes ทำการโปรโมตภาพยนตร์เหล่านั้นยังไม่มี Twitter ด้วยซ้ำ คาดกันว่าผู้บริหารค่ายหนัง Fox ที่ไฟเขียวให้สร้างThe Fault อาจมองเกมอย่างง่ายๆ เพียงแค่ Suppleและ Demand ภาพยนตร์ที่มีระเบิดและสัตว์ประหลาดนั้นมีให้เลือกมากมายในโรงภาพยนตร์ช่วงฤดูร้อนนี้ แต่ภาพยนตร์เศร้าต่อมน้ำตาแตกเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่นและมะเร็งล่ะ? ไม่มีเลย.

Spoiler title

Doraemon Transformer

 

ไม่ได้มีแต่เหล่า Fan Boy การ์ตูนจักรกลต่างดาว Transformer เท่านั้นที่ได้สัมผัสกับของเล่นประกอบร่าง เพราะล่าสุดโอกาสดังกล่าวกำลังจะตกถึงมือของแฟนพันธ์แท้ Doraemon บ้างแล้ว Tamashii Nations บริษัทของเล่นญี่ปุ่น ผลิตหุ่นยนต์ประกอบร่างซึ่งมี “หุ่นยนต์แมวสีฟ้าจากอนาคต” เป็นลำตัว โดยที่ชิ้นส่วนอื่นๆมาจากตัวละครเด่นจากการ์ตูนเรื่องอื่นของ Fujiko F. Fujio ได้แก่ ปาร์แมนเป็นแขนซ้าย กอนสุเกะ หุ่นยนต์จาก 21เอม่อนเป็นแขนขวา โกโรสุเกะ หุ่นยนต์อีกตัวจากเรื่อง Kiteretsu Daihyakka (ชื่อไทย “นักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว) เป็นขาขวา โดเรมี่เป็นชาซ้าย และ ชิมปุยเป็นเข็มขัด พร้อมอาวุธครบมือทั้งซ้ายขวาอีกด้วย

Doraformer 2

ของเล่นประกอบร่างจากเหล่า Characters ที่ไม่น่าจะมารวมตัวกันได้ใช้ชื่อ Time Machine Mecha นี้มาพร้อมโฆษณารูปแบบการ์ตูนเดินท่องเวลาไปตามการ์ตูนเรื่องต่างๆของคู่หูตำนวนนักวาดการ์ตูนแดนซากูระ เตรียมวางขายที่ญี่ปุ่นเดือน 29พฤศจิกายน ในราคาตัวละ 14,904 เยน (ราว 4,800 บาท)

Spoiler title

Coke’s World Cup Songs Story

Coca-Cola คงมองออกว่าเพลงไหนที่จะโดนใจผู้ฟังทันทีที่ได้ยิน เริ่มจากปี 1971 ที่โค้กได้ปล่อยเพลงประกอบโฆษณาออกมาเพลงหนึ่งชื่อ “I’d Like to Buy the World a Coke” หลังจากนั้นเพลงนี้ก็ถูกนำมาบันทึกเสียงใหม่แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “I’d Like to Teach the World to Sing (in Perfect Harmony)” และกลายเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 ในสหราชอณาจักร และติดอันดับ Top 10 ในอเมริกา (เผลอๆ ทุกวันนี้คุณอาจจะยังฮัมเพลงนี้อยู่ก็เป็นได้) ต่อมาในปี 2010 Coke ก็ได้ปล่อยเพลงออกมาอีก ซึ่งเป็นเพลงที่อยู่ในแคมเปญโฆษณาฟุตบอลโลกแอฟริกาใต้ มูลค่า 300 ล้านเหรียญ (ราว 9,600 ล้านบาท)

เพลงที่ว่านี้คือเพลง “Wavin’ Flag” ของ K’Naan ที่มีถึง 24 เวอร์ชั่นด้วยกัน เพื่อที่จะสื่อให้คนทั่วโลกเห็นความอดอยากและความเลวร้ายในทุกแง่ทุกมุมของสงครามในประเทศโซมาเลียที่เขาเผชิญในวัยเด็ก ซึ่งเป็นความตั้งใจแต่แรกของ K’Naan อยู่แล้ว จึงได้สื่อไปในเพลงเวอร์ชั่นแรก และแน่นอน “Wavin’ Flag” กลายเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 ของ iTune ใน 17 ประเทศ และปีนี้ Cokeได้สร้างกระแสฟุตบอลโลกด้วยเสียงเพลงอีกครั้ง สำหรับเทศกาลฟุตบอลโลกปี 2014 FIFA World Cup ในบราซิล Cokeได้ปล่อยเพลงใหม่ที่ชื่อว่า “The World is Ours” ออกมาถึง 32 เวอร์ชั่น และปรับให้เข้ากับแต่ละประเทศด้วย

 

David Correy ศิลปินชาวบราซิลที่เติบโตในอเมริกาและเป็นผู้เข้าร่วมแข่งขันรายการ X-Factor ได้รับเลือกให้เป็นผู้ถ่ายทอดเพลงนี้ โดยมีวงดนตรี street band ของบราซิล Monobloco มาช่วยทำเพลงด้วย สำหรับเวอร์ชั่นของแต่ละประเทศเขาจะร้องคู่กับนักร้องของประเทศนั้นๆ อย่างเวอร์ชั่นของ Malaysia ก็ได้อดีต Miss Malaysia ศิลปินเพลงป๊อป และนักดนตรีชาวทมิฬ มาร่วมร้อง ส่วนเวอร์ชั่นของ Tanzaniaก็จะเน้นหนักไปที่ศิลปินแนว R&B Lady Jaydee ส่วน Kenya เองก็ได้ Rapperชื่อ Octopizzo มาร่วมงาน และในอเมริกาซึ่งน่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่คุ้นหูที่สุด Correy ได้ร้องคู่กับ Aloe Blacc ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่บรรจุในอัลบั้มเต็มที่ชื่อ One Love, One Rhythm ของ FIFA World Cup 2014 ด้วย ซี่ง Sony Music Entertainment ปล่อยออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

อาจพูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำเท่าไหร่นักในอเมริกา แต่เทศกาลฟุตบอลโลกถือว่าเป็นแคมเปญอย่างเป็นทางการตลาดที่ใหญ่ที่สุดและแพร่หลายมากที่สุดของ Coke คือใหญ่กว่าแคมเปญโอลิมปิกหลายเท่า จากข้อมูลของ AdAge ระบุว่า โค้กได้นำแคมเปญฟุตบอลโลกไปใช้โปรโมทใน 85% ของตลาดทั้งหมดทั่วโลก เทียบกับ London Olympic เมื่อปี 2012 ที่ถูกนำไปใช้เพียง 50% ของตลาดเท่านั้น สำหรับ Coca-Colaนับเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของฟุตบอลโลก โดยเป็น 1 ใน 8 ผู้สนับสนุนที่ใช้งบมไปมากถึง 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว19,200 ล้านบาท) ในการลงโฆษณาบน TV ในบราซิลตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ทำให้การแข่ง Super Bowl นั้นดูเล็กไปเลย Kantar Media รายงานว่า Super Bowl ทำรายได้ไปเพียง 292 ล้านเหรียญ (ราว 9,344 ล้านบาท) เท่านั้นในปี 2013 แล้วฟุตบอลโลกก็ไม่ได้เล่นเพียงคืนเดียวแต่ดำเนินต่อเนื่องไปเป็นเวลา 1 เดือน

Spoiler title