Category Archives: Digital

โซนี่ไทยปล่อย ทีวี บราเวีย 4K ขนาด 65 และ 55 นิ้วลงตลาด

Pic_BRAVIA 4K TV_KD-65X8500B_01Pic_BRAVIA 4K TV_KD-65X9000B_01

 

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ให้คุณเป็นเจ้าของทีวี บราเวีย 4K  ด้วยราคาสุดคุ้ม กับทีวี บราเวีย 4K ซีรี่ส์ใหม่ 2 ซีรี่สืด้วยกัน คือ BRAVIA X9000B Series ขนาด 65 นิ้ว ในรุ่น KD-65X9000B และ BRAVIA 8500B Series มี 2 ขนาดคือ 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว ในรุ่น KD-55X8500B และ รุ่น KD-65X8500B ตามลำดับ

Pic_BRAVIA 4K TV_KD-65X9000B_02

ในรุ่น KD-65X9000B โดดเด่นด้วยการออกแบบในรูปลักษณ์ Wedge Design ที่นอกจากสวยงาม ยังช่วยประหยัดพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพของพลังเสียง มาพร้อมเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมของภาพและเสียง อาทิ X-tended Dynamic Range™ที่ให้รายละเอียดความคมชัดกว่าทีวีแบบ LED ทั่วไปถึง 3 เท่า โดยแสดงผลในส่วนที่มืดได้อย่างลึกมีมิติ ทำให้คุณได้สัมผัสถึงความคมชัดของภาพในระดับ 4K หน้าจอ TRILUMINOS™ Display ที่แสดงผลของสารพันเฉดสีต่าง ๆ ได้กว้างขึ้นเหนือกว่าทีวี LED ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ภาพที่ได้จึงมีมิติสีสันสุดสมจริง มาพร้อมวงจรประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง 4K X-Reality™ Pro ซึ่งเป็นวงจรที่ช่วยเพิ่มรายละเอียด (upscale) ของสัญญาณที่เข้ามาจากแหล่งโปรแกรมใด ๆ ให้ใกล้เคียงกับ 4K ที่สุด ภาพที่ได้จึงมีความคมชัดอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าภาพนั้นจะมาจากกล้องดิจิตอล เครื่องเล่นบลูเรย์ คลิปจากยูทูบ หรือแม้แต่คลิปวิดีโอที่ถ่ายจากสมาร์ทโฟนก็ตาม นอกจากคุณภาพของภาพให้คุณสัมผัสประสบการณ์บันเทิงในระดับ 4K ได้ง่ายกว่าเดิม อีกทั้งยังพิถีพิถันใส่ใจในเรื่องของพลังเสียงด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี ClearAudio+™ (เคลียร์ออดิโอพลัส) ที่ช่วยปรับแต่งเสียงให้มีความคมชัด สมจริงในทุกรายละเอียดเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเสียงดนตรี เสียงสนทนา รวมทั้งเสียงเซอร์ราวด์ เอ็ฟเฟ็กต์ต่าง ๆ ให้มีความคมชัด และมีมิติสมจริง มาพร้อมลำโพงแบบ 2.2Ch. Magnetic Fluid Speaker สำหรับ KD-65X9000B จำหน่ายราคา 189,990 พร้อมรับชุดบลูเรย์ โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์รุ่น BDV-N9200W มูลค่า 24,990 บาท และส่วนลด 8% (cash discount)

Pic_BRAVIA 4K TV_KD-65X8500B_02

ส่วนในรุ่น KD-65X8500B และ KD-55X8500B ยังคงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีคุณภาพอย่าง TRILUMINOS™ Display , 4K X-Reality™ Pro โดย KD-65X8500B จำหน่ายราคา154,990 บาท และ KD-55X8500B ราคา 89,990 บาท ทั้ง 2 รุ่น รับฟรี Sound Bar       รุ่น HT-CT370 มูลค่า 10,990 บาท และรับส่วนลด 8% (cash discount)ทั้ง 2 รุ่น

Hisense Set Target

 

คนอเมริกันส่วนใหญ่ที่หาซื้อทีวีต่างรู้จักทั้งสามแบรนด์ใหญ่จากญี่ปุ่น Panasonic , Sharp และ Sony และเวลาที่ซื้อคนส่วนใหญ่จะเห็นทีวีชั้นนำระดับโลกจากเกาหลีใต้ Samsung และ LG ส่วนที่ยังไม่ชัดเจนนักในสหรัฐคือแบรนด์จากบริษัทจีนเช่น Skyworth , TCL, Changhong และ Hisense โดยที่น่าจับตาตามองคือบริษัทหลังสุดซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ที่เมือง Qingdao ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนและเติบโตเป็นบริษัทที่มียอดขายขาย TV อันดับ 4 ของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดทีวีโลกเพิ่มขึ้นจาก 5.1% ในปีที่แล้วเป็น 6.4% ในปีนี้ อย่างไรก็ตามยังอยู่ห่างจากอันดับ 1 อย่าง Samsung ซึ่งครองตลาด 29.6% และ LG อันดับ 2 ซึ่งครองตลาด 17% แต่บริษัทอยู่แค่เอื้อมจาก Sony ซึ่งครองตลาด 6.8% สำหรับตลาดในสหรัฐฯนั้นบริษัทมีส่วนแบ่งปีที่แล้วเพียง 1.3% และได้ตั้งเป้าลูกค้าในสหรัฐไปที่กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบผลิตภัณฑทันสมัย (early adopter) เพื่อที่จะหาทางขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ของโลกให้ได้

 

Lan Lin ผู้บริหารของ Hisense กล่าวว่า “ถ้าต้องการอยู่รอด บริษัทเราต้องเป็นผู้เล่นระดับโลก” โดยเพื่อการนี้ Hisense ได้ทุ่มงบไปเพื่อการเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันเทนนิส Australian Open และทีมฟุตบอลในเยอรมัน มีการทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในสหรัฐ ได้แก่ Wal-Mart , Best Buy , Costco , P.C.Richard & Son และ Sam’s Club และเข้าร่วมงาน Consumer Electronics Show ที่ Las Vegas โดยยึดพื้นที่ 9,600 ตารางฟุตที่เคยเป็นของ Microsoft อันเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์มากขึ้น

China TV 3

ในจีน Hisense ครองส่วนแบ่งตลาดถึงเกือบถึง 1 ใน 5 และต้องการประสบความสำเร็จแบบเดียวกันกับตลาดในสหรัฐฯ จึงโฟกัสไปที่ทีวีเพียงอย่างเดียวแม้บริษัทจะผลิตโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์อื่นๆด้วยก็ตาม ซึ่งทำให้บริษัทสามารถพึ่งพาส่วนลดที่ได้จากการผลิตสินค้าจำนวนมากซึ่งเป็นกรณีเช่นเดียวกับ Lenovo และบริษัทเทคโนโลยีแห่งอื่นๆจากจีน ด้าน Chris Porter ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Hisense จากสำนักงานใหญ่สหรัฐชานเมือง Atlanta กล่าวว่า “ด้วยตำแหน่งการตลาดของเราในตลาดประเทศจีนนั้น เราผลิตทีวีได้เป็นจำนวนมหาศาล” บริษัทมุ่งให้สินค้าที่ Walmart มีราคาถูกกว่า Sony ประมาณ 15% โดยขายทีวีของบริษัทขนาด 32 นิ้วในราคา 230 เหรียญสหรัฐ (ราว 7,500 บาท) และ 55 นิ้วราคา 650 เหรียญสหรัฐ (ราว 21,000 บาท)

 

Porter ต้องการให้แน่ใจว่า Hisense ไม่ได้แข่งขันกันที่ราคาเพียงอย่างเดียวและยังสามารถเตะตาคอเทคโนโลยีอเมริกัน ถึงแม้ประเทศจีนจะมีชื่อเสียงด้านการปลอมแปลงและเลียนแบบสินค้าแต่ “เราไม่ได้ก็อปปี้เป็นอย่างเดียว” โดยทางบริษัทได้เพิ่มงบวิจัยและพัฒนาจาก 5% เมื่อสองปีที่แล้วเป็น 8% ของรายได้ในปีนี้คือจาก 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 585,000ล้านบาท) และเตรียมจ้างนักวิจัยอีก 30-40 คนเพิ่มเติมจากบุคลากรในทีมวิจัยและพัฒนา 140 คนในอเมริกาเหนือ ซึ่งคอยช่วยพัฒนา Smart TV ระบบ Android และบริษัทกำลังพัฒนาทีวี 4K และทีวีจอโค้งอีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นร่วมมือกับ Roku บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เล่นไฟล์มัลติมีเดียแบบ streaming อีกด้วย

China TV 2

Peter Erdman รองประธานฝ่ายขาย Hisense ในสหรัฐซึ่งเคยทำงานให้กับ Panasonic และ Samsung กล่าวว่า “เราเห็นโอกาส” จากการที่ทีวีบางแบรนด์ดังบางแบรนด์ได้ถอนตัวไป โดยเชื่อว่าขณะที่บริษัทถูกมองว่าอยู่ระหว่างระหว่างทีวีล้ำสมัยของเกาหลีและทีวีราคาถูกของจีน โดย Sony ที่ Hisense กำลังไล่ตามอยู่นั้นก็ไม่ได้กำไรจากทีวีมากว่า 10 ปีแล้ว และในเดือนกรกฎาคมได้ตั้ง Sony Visual Product แยกออกมาต่างหาก และหวังที่จะสร้างผลกำไรจากธุรกิจทีวีในปีนี้ โดยตัดค่าใช้จ่ายการสนับสนุนและเปลี่ยนการโฟกัสไปยังทีวีที่ล้ำสมัยขึ้น อย่างไรก็ตาม Jitendra Waral นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ให้ทัศนะว่า คงไม่ใช้เรื่องง่ายที่ Hisense จะเจาะตลาดอเมริกัน เพราะ TV จากจีนแบรนด์นี้ยังไม่ล้ำพอและการทุ่มงบพัฒนา Smart TV จะทำให้กำไรปีนี้ลดลงด้วย

Spoiler title

ฮอนด้า เจ็ท รุ่นการผลิตลำแรก ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมเริ่มให้บริการในปี 2015

7 สิงหาคม2557 บริษัท ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี จำกัด ประกาศความสำเร็จของฮอนด้า เจ็ท รุ่นการผลิตลำแรกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ตอกย้ำความพร้อมในการให้บริการในปี 2015 และได้เปิดตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่อีเอเอ แอร์เวนเจอร์ ออชคอช (EAA AirVenture Oshkosh)

มิชิมาสะ ฟูจิโนะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี จำกัด กล่าวว่า “การเริ่มบินเป็นครั้งแรกของรุ่นการผลิตนี้ นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อม
ในการส่งมอบ และแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่เกิดจากความทุ่มเทในการพัฒนาและผลิตวิศวกรรมอากาศยานนับเป็นก้าวสำคัญก่อนที่ฮอนด้าจะนำเสนอเครื่องบินเจ็ทน้ำหนักเบาที่มีนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่สุดในโลกออก
สู่ตลาด”

First Production HondaJet Takes to the Skies

แจ็ค เจ. เพลตัน ประธานบอร์ดสมาคมการทดลองอากาศยาน (EAA – Experimental Aircraft Association) กล่าวว่า “ฮอนด้า เจ็ท นับเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันโดดเด่นจากทีมงานอากาศยานของฮอนด้า ทางสมาคมฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นการพัฒนาของฮอนด้า เจ็ท ตั้งแต่แนวคิดในขั้นตอนแรก
มาจนถึงการผลิตเครื่องบินที่ได้เริ่มบินเป็นครั้งแรก นับเป็นความมุ่งมั่นพยายามของทีมฮอนด้าที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ และประสบความสำเร็จในที่สุด”

ฮอนด้า เจ็ท รุ่นการผลิตลำแรกนี้ได้บินขึ้นสู่ท้องฟ้าจากสนามบิน พีดมอนท์ ไทรแอด อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต (Piedmont Triad International Airport) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 เวลา 10.18 น. ตามเวลาท้องถิ่นทาง
ฝั่งตะวันออก โดยใช้เวลาการบินในครั้งแรก 84 นาที ไต่ถึงความสูง 15,500 ฟุต และทำความเร็วที่ 348 KTAS (Knots True Airspeed) ในระหว่างการบิน ทีมงานได้ตรวจเช็คระบบการทำงานต่าง ๆ อย่างละเอียด ทั้งในช่วง
ที่บินด้วยความเร็วสูงและต่ำ รวมถึงระบบเกียร์ การควบคุมปีก และระบบเบรคเพื่อการลงจอด

ฮอนด้า เจ็ทรุ่นการผลิตลำแรกนี้มาพร้อมสีเขียวมุก คาดด้วยลายเส้นสีทอง ซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ใหม่ของฮอนด้า เจ็ท เพิ่มเติมจากสีเดิมที่มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเงิน สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน ฮอนด้าจะดำเนินการผลิตเครื่องบินตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่พร้อมส่งมอบเครื่องบินทันทีหลังจากได้รับการรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (Federal Aviation Administration) ปัจจุบัน ฮอนด้าเจ็ทเปิดจำหน่ายให้กับลูกค้าในอเมริกาเหนือ และยุโรป ผ่านทางเครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้า เจ็ท

ฮอนด้า เจ็ท นับเป็นเครื่องบินไอพ่นน้ำหนักเบาที่มีนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่สุดในโลก และยังโดดเด่นด้วยแนวคิด
การออกแบบที่ผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว นวัตกรรมของฮอนด้า เจ็ท ประกอบด้วย เครื่องยนต์
ที่ติดตั้งเหนือปีกเครื่องบิน (Over-The-Wing Engine Mount: OTWEM) การออกแบบปีกแบบ NLF (Natural-laminar Flow) ที่ช่วยให้อากาศไหลผ่านปีกเครื่องบิน และลดแรงต้านได้ดียิ่งขึ้นขณะบิน และการออกแบบโครงสร้างชิ้นเดียวกันตลอดทั้งลำ ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาอันยาวนาน จึงทำให้ฮอนด้า เจ็ท
เป็นนวัตกรรมอากาศยานที่บินได้เร็วที่สุด มีพื้นที่ใช้สอยภายในสูงสุด และประหยัดน้ำมันมากที่สุดในเครื่องบินระดับเดียวกัน

ฮอนด้า เจ็ท สามารถบินได้ด้วยความเร็วสูงสุด 420 KTAS (Knots True Airspeed) และมีเพดานบินสูงสุด 43,000 ฟุต รองรับผู้โดยสารตามมาตรฐานได้ 5 คน สามารถบินได้ระยะ 1,180 ไมล์ทะเล (1,357 ไมล์)
ตามมาตรฐานของ NBAAIFR (National Business Aviation Association’s Instrument Flight Rules)

เกี่ยวกับฮอนด้า เจ็ท

ฮอนด้า เจ็ท เครื่องบินไอพ่นน้ำหนักเบาที่มีนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่สุดในโลก นับเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงสุด เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ฮอนด้า เจ็ท ยังสามารถบินได้เร็วที่สุด เงียบที่สุด และประหยัดน้ำมันมากที่สุด ในเครื่องบินระดับเดียวกัน ฮอนด้า เจ็ท มีนวัตกรรมอากาศยานอันล้ำสมัยมากมาย อาทิ เครื่องยนต์ที่ติดตั้งเหนือปีกเครื่องบิน (Over-The-Wing Engine Mount: OTWEM) ที่ช่วยลดแรงต้านได้ดียิ่งขึ้นขณะบิน ช่วยลดเสียงในห้องโดยสาร ลดเสียงรบกวนจากภายนอก พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และห้องบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ที่สุดในเครื่องบินระดับเดียวกัน และห้องน้ำส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ฮอนด้า เจ็ท ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ จีอี ฮอนด้า HF120 เทอร์โบ แฟน 2 เครื่องยนต์ ส่วนในห้องนักบินได้รับการติดตั้งกระจกรอบด้าน พร้อมระบบนำทางการบิน G3000 ที่ควบคุมผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 14 นิ้ว จำนวน 3 จอ ฮอนด้า เจ็ท จึงเป็นเครื่องบินเพื่อการพาณิชย์ลำแรกของฮอนด้า ที่นำเสนอสมรรถนะที่เหนือกว่า เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ มีประสิทธิภาพสูงสุด และคุ้มค่า

Cool ‘n Tough Smartwatch

การยังต้องพึ่งพา Smartphone ทำให้แม้จะดีแค่ไหน Smartwatch ก็ยังเป็นได้แค่ Robin คู่หูข้างกาย Batman เท่านั้น แต่ด้วย IronMan One GPS+ ของ Timex ถึงคราวที่ “นาฬิกาอัจฉริยะ” จะได้เลื่อนขั้นขึ้นมารับบทเด่นแบบฉายเดี่ยวได้เสียที เพราะจากตัวรับส่งสัญญาณ 3G ภายในทำให้มันสามารถส่งข้อความไปยัง Smartphone ได้เลย ขณะที่ Mode พื้นฐานอย่างการจับความเร็วและระยะทางในการวิ่งก็สามารถเชื่อมต่อกับ Internet ได้เลย ส่วนความจุข้อมูลขนาด 4GB และ Bluetooth Radio ก็ทำให้ผู้ใช้ไม่ต่างจากการมี ipod อยู่บนข้อมือ

 

เรือนเวลาคู่ใจขาลุยและผู้รักการอออกกำลังกายรุ่นล่าสุดจากค่ายนาฬิกาอายุ 160 ปี ยังมีแบตที่ใช้งานได้นาน (หากเปิด GPS อยู่ได้ 8 ชั่วโมง ส่วนแบบปกติอยู่ได้นาน 3 วัน) มาพร้อมMode ฉุกเฉิน Fine Me กรณีหลงป่าหรือสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ที่จะส่งข้อความมายัง Smartphone เครื่องที่กำหนดไว้ และสามารถกันได้ลึก 50 เมตร IronMan One GPS+ ที่ใช้งานด้วยระบบสัมผัสจะวางตลาดราวเดือนพฤศจิกายนนี้ ตั้งราคาขายไว้ที่ 400 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 12,800 บาท)

ที่มา

HP Smartwatch

เพราะเป็น Wearable Tech ที่มีแนวโน้มในการเติบโตและกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Smartwatch เป็น Gadget ที่บรรดาบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายให้ความสนใจ จนค่ายไหนไม่ผลิตออกมาอาจถูกมองว่า “ตกเทรนด์” โดย Hewlett-Packard ก็ไม่พลาดเกาะกระแสดังกล่าว เตรียมเปิดตัว “นาฬิกาอัจฉริยะ” บ้างในฤดูใบไม้ร่วงนี้ (ราวเดือนกันยายน) ซึ่งหากดูจากหน้าปัดทรงกลม ดีไซน์ทรงสปอร์ตที่ต่างจากผลิตภัณฑ์ของค่ายอื่น สายที่ให้เลือก 3 สีคือ น้ำตาล ดำ และ เขียว ประกอบกับการที่สามารถรองรับได้ทั้ง Android และ iOS ก็อาจทำให้บรรดา Tech Geek ตอบรับได้ไม่ยาก

hp watch 2

ในส่วนของ Function การใช้งานก็มีให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน e-mail ข้อความ อัพเดตข้อมูลการออกกำลังกาย ข้อมูลพยากรณ์อากาศและควบคุมการฟังเพลง รวมถึงสามารถควบคุมการทำงานได้ด้วย App อีกด้วย กูรูเทคโนโลยีคาดกันว่า นี่เป็นการลงสู่สมรภูมิ Smartwatch ของ HP อย่างเต็มตัวหลังต้องพึ่งพาบริษัทอื่นในการผลิตมาโดยตลอด โดยมีแต้มต่อจากดีไซน์สุดเท่ผ่านฝีมือการออกแบบของ Micheal Bastian แฟชั่นดีไซเนอร์ ชาวอเมริกันชื่อดัง

 

ที่มา

New Windows Phone Duo

หลังได้ Nokia เข้ามาอยู่ในครอบครองผ่านการซื้อกิจการด้วยเม็ดเงิน 7,170 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 229,440 ล้านบาท) Microsoft ก็เดินหน้ารุกตลาดโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง โดย Stephen Elop ผู้อำนวยการฝ่าย Device ของ Microsoft เผยระหว่างการประชุมภายในว่า เตรียมเปิดตัว Smartphone ใหม่ 2 รุ่นที่ Run บนระบบปฏิบัติการ Window 8.1 รุ่นแรกใช้ชื่อลับว่า Superman จะมาพร้อมกล้องหน้า 5 megapixel และหน้าจอ 4.7 นิ้ว ซึ่งจากการมีกล้องหน้า ทำให้ชื่อเล่นทันยุคสมัยอีกชื่อหนึ่งว่า “Selfie Phone”

 

อีกรุ่นใช้ชื่อลับว่า Tesla จะมาแทน Lumia 720 มีกล้อง Pure View รูปทรงจะคล้าย Limia 930 แต่บางและเล็กกว่า โดย Elop กล่าวว่าเป็น “Smartphone ระดับ High End ในราคาที่เข้าถึงได้” รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลัง Jo Harlow ผู้อำนวยการสายงานโทรศัพท์มือถือของ Microsoft ส่งข้อความถึงพนักงานในองค์กรว่า “มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ High End ในเร็วๆนี้”

ที่มา

Baidu Driverless Car

เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับรถขับเคลื่อนได้เอง ล่าสุด Baidu เว็บไซต์ที่ให้บริการการค้นหาข้อมูลในจีน เจริญรอยตาม Google ด้วยการเตรียมสร้าง ยานยนต์ลักษณะดังกล่าว โดย Kai Yu รองผู้อำนวยการวิจัยฝ่ายเครื่องจักรที่มีความสามารถด้านการเรียนรู้ระบุว่า “เป็นรถประสิทธิภาพสูงจากการช่วยของปัญญาประดิษฐ์ที่เก็บรวบรวมข้อมูลของสภาพถนน จนรถสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง คล้ายกับม้า และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง แต่คนขับก็สามารถบังคับรถเองเช่นกันผ่านพวงมาลัยและคันเร่งที่ติดตั้งอยู่”

 

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีมองว่า ยนตรกรรมดังกล่าวของ Search Engine ดังสัญชาติจีนซึ่งต้นแบบจะสร้างเสร็จในปีหน้านี้ ไม่ใช่นวัตกรรมอย่างแท้จริง เพราะนอกจากเป็นการสร้างตามหลัง Google แล้ว ยังเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่เคยมีบริษัทอื่นทำออกมาแล้ว อย่างรถติดตั้งระบบนำทางของ Audi อีกด้วย

ที่มา

 

 

Xperia C3 “สมาร์ทโฟนโปรเซลฟี่”

โซนี่ ไทย เกาะกระแสเซลฟี่ เปิดตัว Xperia C3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง “กล้องโปรเซลฟี่”

นายคัลลัม แมคโดกาลล์ ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด โซนี่ โมบายล์ คอมมูนิเคชั่นส์ เผยว่า การเกิดขึ้นของวัฒนธรรมการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ (Selfie) หรือการถ่ายภาพตัวเอง ไม่ปรากฏว่าจะมีแนวโน้มลดลง โดยตั้งแต่ปี 2555 สถิติการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 17,000% นับเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก โซนี่จึงได้นำเสนอ XperiaTM C3 สมาร์ทโฟนโปรเซลฟี่ เครื่องแรกจากโซนี่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์ระดับโลกนี้

Xperia_C3_Black_FrontHorizRev Xperia-C3_Green_Group

XperiaTM C3 ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานเซลฟี่อย่างเต็มศักยภาพด้วย “กล้องโปรเซลฟี่” กล้องถ่ายรูปด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟ LED ให้แสงสว่างทั่วทั้งภาพ สามารถจับภาพทุกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน มาพร้อมทั้งเลนส์มุมกว้างขนาด 5 MP (25 มม. มุมมอง 80 องศา) นอกจากนี้ โซนี่ ยังให้ความสำคัญกับแอพพลิเคชั่นสำหรับกล้อง ที่จะช่วยภาพเซลฟี่ดูโดดเด่นและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น พอร์เทรต รีทัช (Portrait Retouch) เอฟเฟ็กต์การแต่งหน้าที่มีให้เลือกถึง 10 สไตล์สำหรับสาวๆ และลุคที่เป็นธรรมชาติ 4 สไตล์สำหรับหนุ่มๆ หรือเลือกสนุกปลดปล่อยจินตนาการกับฟังก์ชั่น Augmented Reality เพียงใช้กล้องหน้ากับเอฟเฟ็กต์ AR นี้เพิ่มเติมกราฟฟิกและแอนิเมชั่นสนุกๆลงบนภาพถ่ายเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนฟังก์ชั่น ไทม์ชิฟท์ เบอร์ส (Timeshift Burst) ความสามารถในการถ่ายภาพ 31 ภาพ ใน 2 วินาที เพื่อให้แน่ใจว่าได้รูปภาพที่สมบูรณ์ทุกครั้ง รวมทั้งฟังก์ชั่นอื่นๆอีกมากมายที่พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีผ่าน App Store Sony

 

xperia-c3-slim-sleek-and-lightweightXperia_C3_Group_colours_front

ข้อมูลเครื่อง

XperiaTM C3 มีจอแสดงผล HD 720p ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว สีสันสวยคมด้วยเทคโนโลยี Sony TVระบบประมวลผลความเร็วสูงขนาด 1.2 GHz Qualcomm® Snapdradon™ 400 QuadCore แรม 1 GB ควงคู่มากับระบบปฎิบัติการแอนด์ดรอย 4.4 (KitKat) รองรับ 4G (LTE) พร้อมหน่วยความจำขนาด 8 GB และยังสามารถเพิ่มการ์ด microSD ได้สูงสุดถึง 32GB รวมทั้งความจุแบตเตอรี่ที่มากถึง 2500 mAh พร้อมเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างแบบไร้สายได้ง่ายและรวดเร็ว ดีไซน์เบาบางทันสมัยมีให้เลือก 3 สี ขาว , ดำ และใหม่ล่าสุด สีเขียวมินต์ ทั้งแบบ Single Sim และ Dual Sim