Category Archives: AEC

ขับ Uber : ทางเลือกใหม่คนอยากมีรถในสิงคโปร์

 

สิ่งใหม่ย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น และบางครั้งผลกระทบที่มาพร้อมกันไม่มีแค่ด้านเดียว ยืนยันได้จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของ ASEAN โดยความนิยมในการใช้บริการ Uber ในสิงคโปร์ไม่ได้เพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น แต่ App เรียก Taxi ชื่อดังสัญชาติอเมริกันยังกลายเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ของคนหลายกลุ่มที่อยากซื้อรถ หาค่าน้ำมันรถไว้ขับท่องเที่ยววันหยุดและดันให้ธุรกิจเช่ารถได้เติบโต ท่ามกลางอัตราการว่างงานในปัจจุบันที่สูงสุดในรอบ6 ปีและราคารถยนต์ที่ยังสูงมากหากเทียบกับประเทศอื่น

ปีเตอร์ ฉิว ตำรวจเกษียณวัย 58 ปี กล่าวว่า การเช่ารถมาขับ Uber 6 วันต่อสัปดาห์แลกกับรายได้ 500 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 12,500 บาท) ถือว่าคุ้มเพราะช่วยให้มีค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษารถส่วนตัว ด้านอดีตนายค้าอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งก็เป็นอีกคนที่หารายได้เสริมด้วยวิธีการนี้ โดยเขาเช่ารถ Toyota Corolla มาขับ Uber วันละไม่เกิน 4 ชั่วโมงเพื่อช่วยสามารถซื้อรถเพื่อขับพาครอบครัวซึ่งประกอบไปด้วยภรรยาลูกอีก 2 คนขับข้ามไปเที่ยวในมาเลเซียช่วงสุดสัปดาห์ได้

เหตุที่รถในสิงคโปร์มีราคาแพงกว่าในสหรัฐถึง 4 เท่า เช่น รถอเนกประสงค์ (SUV) รุ่น Vezel ของ Honda ราคาถึง 100,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 ล้านบาท) ซึ่งเท่ากับ M3 รถเก๋ง 4 ประตูสุดหรูของ BMW ในสหรัฐ เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้จำนวนรถในประเทศมีมากเกินไปการจราจรติดขัดและรักษาคุณภาพอากาศให้ดี ส่วน Uber เข้ามาทำธุรกิจในสิงคโปร์เมื่อปี 2014 เพียงปีเดียวก็ทำให้ยอดการเช่าเพิ่มขึ้นถึง 50% จนมากกว่าจำนวน Taxi บนท้องถนนไปแล้ว โดยนายกรัฐมตรี ลี เซียนหลุง กล่าวว่าการเข้ามาในสิงคโปร์ของ Uber จะกระตุ้นให้หลายธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลง ขณะที่นักเศรษศาสตร์ของ Nomura Holdoing ให้ทัศนะว่า จะทำให้ตลาดแรงงานพัฒนาไปข้างหน้าและประชาชนมีทางเลือกในการหารายได้มากขึ้น

ที่มา : bloomberg.com

ตลาดรถยนต์ ASEAN ประเดิมปี 2017 คึกคัก

 

มีข้อมูลเชิงบวกที่ทำให้ค่ายรถยนต์ที่ทำธุรกิจอยู่ใน 6 ประเทศหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยิ้มได้ เนื่องจากยอดขายรถใหม่เกือบทุกประเทศเฉพาะมกราคมที่ผ่านมาต่างขยับขึ้นลดหลั่นกันไปจากเดือนนี้เมื่อปี 2016 ประเดิมด้วยฟิลิปปินส์ที่มียอดขาย 33,785 คัน เพิ่มขึ้น 24% หลังผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงพอสำหรับซื้อรถคันแรกซึ่งรถ 2 รุ่นที่ขายดีสุดคือ Vios ของ Toyota และ Accent ของ Hyundai ถัดมาเป็นไทยที่ยอดขายรถในกรอบเวลาเดียวกันอยู่ 57,254 คัน เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเหตุผลหลักมาจากทางรัฐบาลลดภาษีให้ 13% สำหรับรถที่เครื่องยนต์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco Car) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ออกมาไม่เกินปริมาณที่กำหนด แต่คาดว่าภาพรวมในปีนี้จะดีขึ้นอย่างแน่อนเพราะผู้บริโภคคงใช้จ่ายกันมากขึ้นหลังคลายเศร้าจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สิงคโปร์ก็เป็นอีกประเทศที่ตลาดรถประเดิมปี 2017 ได้สวย ยอดขายเดือนแรกของปีอยู่ที่ 7,539 คันเพิ่มขึ้น 7% ส่วนอินโดนีเซียแม้เป็นประเทศใหญ่สุดในภูมิภาคแต่ยอดขาย 86,252 คันแต่คิดเป็นการเพิ่มขึ้นเพียง 1% เท่านั้น ขยับมาที่มาเลเซียแม้ขายได้ถึง 44,667 คันแต่ถือว่าไม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนเวียดนามเป็นหนึ่งเดียวจาก 6 ประเทศที่ได้รับข้อมูลเชิงลบ มียอดขาย 20,232 คัน ลดลง 13% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผู้บริโภคชลอการซื้อเพราะหวังว่าจะได้รถราคาถูกลง เพราะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าทั้งรถและอะไหล่จากอนิสงส์ของเขตการค้าเสรีในกลุ่มประเทศ ASEAN

ข้อมูลทั้งหมดดังกล่าวเมื่อนำรวมกันยอดขายทั้ง 6 ประเทศจะอยู่ที่ 249,729 คันเพิ่มขึ้น 5% จากมกราคมปี 2016 โดยตามคาดการณ์ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดว่าตลอดปีนี้เศรษฐกิจใน ASEAN มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 4.6% ซึ่งจะส่งผลสืบเนื่องให้ตลาดรถยนต์ในภูมิภาคโตขึ้นตามไปด้วย

ที่มา : nikkei.com

ญี่ปุ่น : แหล่งทำเงินใหม่แม่บ้านมืออาชีพชาวฟิลิปปินส์

รู้กันทั่วโลกว่าฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีคนไปทำงานต่างแดนแล้วส่งเงินกลับมาจุนเจือครอบครัวมีไม่ใช่น้อยในแต่ละปี ล่าสุดที่หมายในการทำงานของผู้ไปไขว่คว้าหาโอกาสไกลบ้านเหล่านี้เพิ่มขึ้น โดยหลังรัฐบาลญี่ปุ่นแก้กฏหมายให้ชาวต่างชาติมาทำงานเป็นแม่บ้านคนทั่วไปได้จากที่เคยจำกัดเฉพาะบ้านนักการฑูต ก็มีสตรีชาวฟิลิปปินส์จำนวนหนึ่งให้ความสนใจทำงานนี้ เพราะค่าตอบแทนระหว่าง 120,000 – 180,000 เยน (ราว 36,000 – 54,000 บาท) ต่อเดือนนั้นใกล้เคียงกับการไปเป็นแม่บ้านในตะวันออกกลาง สิงคโปร์ และฮ่องกง แต่ชั่วโมงทำงานก็ยังน้อยกว่า ไม่ต้องทำงานเกินเวลา แม้ต้องผ่านการอบรมถึง 400 ชั่วโมงก็ตาม

การแก้ไขกฏหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อแบ่งเบางานบ้านให้ผู้หญิงวัยทำงาน และช่วยให้พวกเธอกลับไปทำงานหลังคลอดบุตรได้เร็วขึ้น พร้อมอุดช่องว่างที่คนในชาติบางส่วนไม่อยากทำ อย่างไรก็ตามธุรกิจนี้ซึ่งครอบครัวไหนอยากใช้บริการต้องจ่ายเริ่มต้นที่ 10,000 เยน (ราว 3,000 บาท) แลกกับการได้แม่บ้านมืออาชีพไปทำงาน 2 ชั่วโมงต่อครั้ง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ มีข้อติดขัดและความท้าทายมากมาย เช่น สัญญาทำงานของแม่บ้านแต่ละคนจำกัดแค่แค่ 3 ปี บริษัทจัดหางานจึงต้องประหยัดค่าใช้จ่ายให้พวกเธอพักรวมกันอยู่ในห้องเช่า และยังมีผู้ใช้บริการน้อยเพราะผู้หญิงญี่ปุ่นส่วนใหญ่เห็นว่างานบ้านเป็นสิ่งที่ควรทำเอง

ทั้งนี้งานบ้านถือเป็นภาระหนักของสตรีในทุกประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น โดยตามรายงานสำนักงานสถิติแห่งของญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 พบว่า เฉลี่ยแล้วผู้ชายทำงานบ้านเพียง 39 นาทีต่อวัน เทียบไม่ได้เลยกับผู้หญิงซึ่งต้องหมดเวลาไปกับการทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยในบ้านมากถึง 4 ชั่วโมง 53 นาทีต่อวัน

ที่มา : nikkei.com

Xiaomi เปิดโรงงานในอินโดนีเซีย

 

ด้วยขนาดพื้นที่ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซียจึงเป็นประเทศที่มองข้ามไม่ได้สำหรับการเจาะตลาดในภูมิภาคนี้ โดยล่าสุดโรงงาน Xiaomi แบรนด์ Smartphone จีนน้องใหม่ไฟแรงในชาติพี่ใหญ่กลุ่มประเทศ ASEAN ตั้งอยู่ที่เมืองบาทามบนเกาะสุมาตรา ทางภาคตะวันตกของประเทศ ได้เปิดทำการแล้ว และภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้จะเริ่มผลิต Smartphone ออกจำหน่ายได้ราว 100,000 เครื่องต่อเดือน เน้นไปที่รุ่น Redmi 4 ซึ่งมีราคาขายเครื่องละ 113 เหรียญสหรัฐ (ราว 3,842 บาท)

 

การเปิดโรงงานแห่งใหม่ของ Xiaomi เป็นไปตามนโนบายรัฐบาลอินโดนีเซียที่แบรนด์ Smartphone ต้องมาตั้งโรงงาน สร้างเนื้อหาเป็นภาษาท้องถิ่นไม่น้อย 30% หรือลงทุนในประเทศก่อนวางจำหน่าย Gadget รุ่นใหม่บนคลื่นความถี่ 4G LTE ซึ่งก่อนหน้านั้นเมื่อมกราคม Apple ได้ประกาศทุ่มลงทุน 44 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,496 ล้านบาท) ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขดังกล่าว ทั้งนี้แม้ครองส่วนแบ่งตลาดน้อยมากเทียบไม่ได้เลยกับอันดับ 1 และ 2 อย่าง Samsung และ Oppo แต่ อินโดนีเซียถือเป็นตลาดนอกจีนที่แบรนด์ Smartphone จากการก่อตั้งของ เล่ย จุน ให้ความสำคัญ หลังยอดขายในบ้านเกิดตกต่ำแต่กลับประสบความสำเร็จอินเดีย

ที่มา : techinasia.com

ใช้ Grab จองที่นั่งรถทัวร์ทั้งคันได้แล้ว

 

แค่ไม่กี่คลิก ผู้ที่มี App เรียกแท็กซี่ดังของกลุ่มประเทศASEANอยู่บน Mobile Device ก็สามารถจองที่นั่งสำหรับการเดินทางเป็นหมู่คณะ โดย Grab เปิดบริการใหม่ GrabCoach ของที่นั่งบนรถโดยสารขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 3 ขนาดคือ 13 ,23 และ 40 ที่นั่ง ค่าบริการต่อครั้งที่ 46 ,67 และ 106 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ,2,278 และ 3,604 บาท) ตามลำดับ เบื้องต้นไว้ราว 200คันไว้รองรับความต้องการและประเดิมที่สิงคโปร์ก่อนเป็นประเทศแรก

บริการดังกล่าวซึ่งสามารถจองล่วงหน้าได้สูงสุด 7 วันมุ่งตอบสนองความต้องการใครที่อยากเดินทางเป็นหมู่คณะ เช่นการไปพักผ่อนหรือสัมนาของบริษัทต่างๆ ซึ่งคล้ายบริการจองที่นั่งจำนวนแบบเหมาบนทั้งคนบนรถประจำทางของ Didi Chuxing บริษัทในธุรกิจเดียวกันของจีน แต่ไม่สามารถใช้เดินทางข้ามประเทศได้ มีขึ้นหลังการทุ่มงบ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 23,800 ล้านบาท) ของ Grab ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในอินโดนีเซียเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ที่มา : techinasia.com ,grab.com

ปีนี้แบรนด์ซื้อ Digital Media ใน ASEAN เพิ่มขึ้น

การเข้าถึง Internet ผ่าน Mobile Device และ Social Media ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ทั่วโลกหันมาใส่กับสื่อดิจิทัลมากขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัว โดยตามรายงานของ emarketer บริษัทวิจัยข้อมูลตลาดในสหรัฐและ iAB ศูนย์ที่ปรึกษาโฆษณา Interactive ในสิงคโปร์ คาดว่าเหตุผลดังกล่าวทำให้ปีนี้การซื้อสื่อดิจิทัลใน 6 ประเทศหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทยและเวียดนาม จะเพิ่มจากปีก่อน 18.9% มาอยู่ที่ 2,070 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 70,380 ล้านบาท) ซึ่งอินโดนีเซียเป็นประเทศจะเพิ่มขึ้นมากสุด ปีนี้บรรดาแบรนด์จะใช้เงินไปกับซื้อโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล 480 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 16,320 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ถึง 25% โดยมี ฟิลิปปินส์ตามมาเป็นที่ 2 เพิ่มขึ้น 20% ส่วนอีก 4ประเทศที่เหลือต่างรั้งอันดับ 3 เพิ่มขึ้น 18% เท่ากัน

รายงานชิ้นนี้ยังระบุด้วยว่าเฉพาะในไทยตลอดปี 2017 เงินที่แบรนด์ซื้อโฆษณาในทุกช่องทางจะอยู่ที่ 2,030 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 69,020 ล้านบาท) เพิ่มจากปี 2016 อยู่ 2.1% ในจำนวนนี้เป็นงบโฆษณาบนสื่อดิจิทัล 403 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 13,702 ล้านบาท) ทว่าแม้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องแต่เงินที่แบรนด์ซื้อโฆษณาบนสื่อดิจิทัลใน 6 ประเทศถือเป็นส่วนน้อย ครองสัดส่วนเพียง 1 ใน 4 ของงบโฆษณาทุกช่องทาง เทียบไม่ได้เลยกับสื่อโทรทัศน์ที่กินสัดส่วนเกิน 50%

สำหรับการคาดการณ์ครั้งนี้ emarketer และ iAB ประเมินจากสภาพเศรษฐกิจ แนวโน้มตลาดธุรกิจโฆษณาแและตัวเลขต่างๆ ด้านการใช้เสพย์สื่อของผู้บริโภค แต่ละประเทศ ส่วนสื่อดิจิทัลหมายถึง คอมพิวเตอร์ทั้งแบบตั้งโต๊ะและพกพา Mobile Device ทั้ง Tablet และ Smartphone

ที่มา : emarketer.com ,nikkei.com

นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปบาหลีมากขึ้น

อีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ออสเตรเลียอาจไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติหมายเลข 1 ในเมืองตากอากาศของอินโดนีเซียที่อบอวลไปด้วยวัฒนธรรมฮินดูอีกต่อไป โดยศูนย์สถิติประจำหวัดของบาหลี (BPS) เผยว่ามกราคมถึงพฤศจิกายนปี 2016 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในพื้นที่ 907,028 คน ต่างจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 642,000 คน คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 41.28% และเกือบทั้งหมดเดินทางด้วยเครื่องบินจากจีนตรงมายังสนามบินนานาชาติเดนปาซา มีเพียง 886 คนเท่านั้นที่เดินทางเข้าอินโดนีเซียก่อนแล้วจึงต่อมาบาหลีโดยทางเรือ

ข้อมูลเดียวกันนี้ระบุด้วยว่าตลอด 11 เดือนของปีที่แล้ว บาหลีได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 4.48 ล้านคน อันดับ 1 ยังเป็นชาวออสเตรเลีย ด้วยจำนวน 1.04 ล้านคน เพิ่มจาก 876,748 คน อันดับ 2 คือจีน แต่คาดกันว่าในอนาคตมีแนวโน้มที่อันดับ 2 จะขยับสู่อันดับ 1 เนื่องจากเที่ยวบินบินตรงจากจีนมายังบาหลีจากทั้งสายการบินจีนและสายการบินอินโดนีเซียมีมากขึ้น ประกอบกับจีนเป็นหนึ่งในชาติที่ทางการอินโดเชียอนุญาตเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอ Visa และชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีกำลังทรัพย์คงอยากไปเที่ยวที่หมายอื่นซึ่งนอกเหนือไปจากดินแดนที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันกันมากขึ้น

รายงานเชิงบวกดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จำนวนนักเที่ยวจีนจะเพิ่มเป็น 20 ล้านคนในปี 2019 ตามเป้าที่รัฐบาลอินโดนีเซียวางไว้ และจะช่วยสร้างรายได้ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงเศรษฐกิจของชาติพี่ใหญ่ใน ASEAN เนื่องจากนักท่องเที่ยวแดนมังกรราว 130 ล้านที่เดินทางไปต่างประเทศในแต่ละปี ส่วนใหญ่ชอบที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น นอกเหนือจากการจับจ่ายซื้อสินค้าและของฝากต่างๆ

ที่มา : antaranews.com

Garena เล็ง IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐ

เป้าหมายต่อไปที่ค่ายเกมออนไลน์ในสิงคโปร์วางไว้ ทำให้ Startup ใน ASEAN ทั้งอิจฉาและต้องจับตามอง โดยมีรายงานว่า อีก 2 ปีข้างหน้า Garena เตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ โดยให้ Goldman Sachs Inc วาณิชธนกิจอเมริกันชื่อดังขอเป็นที่ปรึกษา เบื้องต้นคาดว่าในการประเดิม IPO วันแรกอาจระดมทุนได้ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 34,000 ล้านบาท)

ด้านนักวิเคราะห์มองว่าหากค่ายเกมซึ่งชื่อบริษัทมาการนำคำว่า Game กับ Arena ผาผสมกันเพื่อสื่อถึงการเป็นพื้นที่ประลองฝีมือของเหล่าคอเกมทั่วโลก บรรลุตามเป้าหมายจะถือเป็น IPO ในต่างประเทศครั้งใหญ่สุดของบริษัทเทคโนโลยีจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเปิดทางให้บริษัทร่วมภูมิภาคในกิจการใกล้เคียงกันที่ธุรกิจกำลังกำลังขยายตัว อย่าง Grab แอพเรียกแท๊กซี่สัญชาติสิงคโปร์กับ Tokopedia แบรนด์ E-Commerce ดังในอินโดนีเซียได้เดินตาม

สำหรับ Garena ก่อตั้งโดย ฟอร์เรสต์ ลี ชาวจีนที่เคยทำงานกับ Motorola ซึ่งนอกจากเกมออนไลน์ที่เหล่า Gamer รู้จักดีอย่าง League of Legends แล้วบริษัทที่ก่อตั้งมาเลเซียเมื่อปี 2009 แต่สำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ และมี Tencent บริษัทอินเตอร์เน็ตจีนรายใหญ่เป็นหนึ่งในบริษัทที่ร่วมลงทุน ยังขยายธุรกิจไปสู่ Mobile Shopping อีกด้วย โดยจากการระดมทุนเมื่อมีนาคมปีที่แล้ว ส่งผลให้มูลค่าบริษัทเพิ่มเป็น 3,750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 127,500 ล้านบาท)

ที่มา : bloomberg.com

มีผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นนกเต็นฟิลิปปินส์เสียชีวิตแล้ว 4 คน

ความคืบหน้าของพายุนกเต็นที่พัดขึ้นฝั่งทางภาคตะวันออกของฟิลิปปินส์เมื่อคืนวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดอ่อนกำลังลงเล็กน้อยและทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์คาดว่าจะเคลื่อนออกจากประเทศไปและลงลงทะเลจีนใต้ไปภายในวันนี้ อย่างไรก็ตามบริเวณที่พายุผ่านมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน โดยคนแรกเป็นชาวนาที่จังหวัด Quezon เสียชีวิตหลังถูกต้นไม้หักปักเสียบกลางกำลังตัว ส่วนอีก 3 คนจมน้ำท่วมฉับพลันที่จังหวัด Albay

Nokten 2

อิทธิพลของพายุลูกนี้ยังทำให้ประชาชนใน 5 จังหวัดไม่มีไฟฟ้าใช้ บ้านหลายพันหลังได้รับความเสียหาย ต้นไม้มากมายหักโค่น และน้ำท่วมฉับพลัน โดย Albay จังหวัดทางตะวันออกเฉียงใต้ได้รับความเสียหายมากสุด มีประชาชนกว่า 150,000 คนต้องย้ายมาอาศัยใน ยังที่พักชั่วคราวในโรงเรียนจนรัฐบาลต้องประกาศเป็นพื้นภัยพิบัติและกำลังเร่งจัดส่งความช่วยเหลือลงไป ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยงานบรรเทาเหตุภัยพิบัติในพื้นที่เผยว่า การผลักดันประชาชนออกจากบ้านเรือนมายังที่พักชั่วคราวก่อนพายุจะเข้าเมื่อคืนเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะส่วนใหญ่อยากอยู่ฉลอง Christmas

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศในเขตมรสมจึงมีพายุพัดขึ้นฝั่งและสร้างความเสียหาย 20 ลูกต่อปี ซึ่งตามข้อมูลของศูนย์อุตุนิยมวิทยาในประเทศระบุว่า 65 ปีที่ผ่านมามี 7 ลูกที่ขึ้นฝั่งวันคริสต์มาส ส่วนไต้ฝุ่นนกเต็นซึ่งในฟิลิปปินส์เรียกว่านีน่าจะเป็นสร้างความเสียหายมากแต่ก็เทียบไม่ได้กับไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนเมื่อปี 2014 ที่คร่าชีวิตคนในประเทศหมู่เกาะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์ไปถึงกว่า 7,300 คน

ที่มา : ap.com ,time.com .bbc.com

สิงคโปร์ครองความเป็นเลิศด้านการศึกษา

องค์การความร่วมมือเพื่อเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เปิดเผยผลของโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) ครั้งล่าสุดซึ่งมีนักเรียนวัย 15 ปีกว่า 1 ล้านคนใน 72 ประเทศเข้าร่วมประเมิน ปรากฏว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีคะแนนสูงสุดทุกด้านคือ ทักษะทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการอ่าน ซึ่งจากคะแนนเต็ม 600 เด็กวัยเรียนในชาติศูนย์กลางเศรษฐกิจ ASEAN ได้ไป 564 556 และ 535 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังสามารถกล่าวได้ว่าเอเชียเป็นทวีปที่ประชากรวัยเยาว์มีความความสามารถด้านการคำนวณสูงสุดในโลก ยืนยันได้ด้วย 7 จาก 10 ประเทศที่ได้คะแนนคณิตศาสตร์สูงสุดล้วนเป็นประเทศในเอเชียทั้งสิ้น เรียงตามลำดับ 1 ถึง 7 ได้ดังนี้คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้

PISA เป็นการประเมินด้านการศึกษาที่ OECD ทำเป็นประจำทุก 3 ปี ซึ่งมีปีนี้ไทย อยู่อันดับ 57 ด้านการอ่าน ส่วนด้านคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์อยู่อันดับ 54 โดยการประเมินครั้งที่แล้วเมื่อปี 2012 จีน (เฉพาะที่นครเซี่ยงไฮ้ พื้นที่เดียวที่มีการสำรวจ) มาเป็นอันดับ 1 ในทุกด้าน ตามด้วยสิงคโปร์ สำหรับสาเหตุที่ทำให้สิงคโปร์ ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งที่เป็นประเทศเล็ก ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติและเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อน ศาสตราจารย์ ซิง คง ลี รองประธานมหาวิทยาลัยเทคนิคนันยาง สถานที่ตั้งสถาบันการศึกษาแห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า เกิดจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษา คัดเลือกนักศึกษา 5% ของกลุ่มที่ผลการเรียนดีสุดมาฝึกอบรมเป็นครูและดำเนินโครงการดังกล่าวต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ

ที่มา : bbc.com ,cnn.com