Category Archives: AEC

ชาวออฟฟิศสิงคโปร์อยากได้วันหยุดพักร้อนเพิ่ม

“ความสุขสากล” ของคนทำงานไม่ว่าในประเทศไหน คือการได้หยุดพักร้อน เพื่อใช้เวลากับครอบครัว คลายเครียด เติมไฟให้ตัวเองให้พร้อมกับมาลุยงานต่อ ยืนยันได้จากผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของ Robert Hall Singapore บริษัทจัดหางานในสิงคโปร์ ผ่านกลุ่มตัวอย่างชาวออฟฟิศและนายจ้างในประเทศ 500 คน โดยกลุ่มตัวอย่างกลุ่มแรก36% ระบุว่า การเพิ่มวันหยุด/วันลาพักร้อนต่อปีคือสิ่งที่อยากได้นายจ้างมากสุด รองลงมาคือการปรับชั่วโมงทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้น (32%) โอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน/การฝึกอบรม (20%) การทำงานจากที่บ้าน (9%) และสวัสดิการ/สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ห้องออกกำลังกายและบริการซักรีดเสื้อผ้า (3%)

ส่วนฝ่ายนายจ้างตอบว่าสิ่งที่ลูกจ้างต้องการที่สุดคือ การปรับชั่วโมงทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้น (54%) ถัดมาคือการเพิ่มวันหยุด/วันลาพักร้อน (18%) โอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน/การฝึกอบรม (12%) การทำงานจากที่บ้าน (9%) และสวัสดิการ/สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ห้องออกกำลังกายและบริการซักรีดเสื้อผ้า (7%) Stella Tang กรรมการผู้จัดการ Robert Hall Singapore ระบุว่า ทัศนะจากฝ่ายนายจ้างอิงตามความเป็นจริงมากกว่า โดยขณะที่ลูกจ้างต้องการวัดหยุดเพิ่ม แต่มีคงมีเพียงไม่กี่บริษัทที่สามารถให้ได้ เนื่องจากจำนวนวันหยุดเป็นเงื่อนไขที่ลูกจ้างยอมรับตั้งแต่เริ่มงานกับองค์กรแล้ว

SPore Work 2

Tang กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้สมดุลย์ระหว่างชีวิตและการทำงานจะมีความสำคัญ แต่นายจ้างกับลูกจ้างในสิงคโปร์ก็มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ต่างกัน โดยฝ่ายแรกให้น้ำหนักกับการปรับชั่วโมงทำงานให้สอดคล้องกับชีวิตของคนในองค์กรและความหน้าที่แต่ละคนรับผิดชอบมากว่า ขณะที่ฝ่ายหลังให้ค่ากับวันหยุดมากกว่า เนื่องจากไม่มีอะไรทดแทนวันว่างที่สามารถทำสิ่งที่ต้องการหรือต้องทำได้

ที่มา : asiaone.com

Ducati รุกกัมพูชา

เสียงเครื่องยนต์ Super Bike กระหึ่มดังมาถึงกัมพูชาแล้ว เมื่อ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยโชว์รูมพร้อมศูนย์ซ่อมครบวงจร ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Authorized Dealer) แห่งแรกกัมพูชา ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2,700 ตารางฟุต ของย่าน Russian Boulevard ในกรุงพนมเปญ พร้อมด้วยพนักงาน 18 คน เปิดให้บริการแล้ว Faisal Tan Sri SM Narismuddin ประธานบริหาร Naza Group เจ้าของโชว์รูม ระบุตลาดกัมพูชายังมีโอกาสเติบโตอีกมากโดยเฉพาะ Super Bike และเชื่อว่าการเข้ามาของเราจะทำให้ตลาดสองล้อรุ่นใหญ่ในประเทศนี้ร้อนแรงขึ้น

Ducati Cam 2

ด้าน Yeur Rorseth ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Ducati Cambodia กล่าวว่ากลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าระดับ High End ที่มีกำลังซื้อจักรยานยนต์คันละ 14,000-130,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 490,000 – 4.5 ล้านบาท) ส่วน Cristina Tsan ผู้จัดการทั่วไป Ducati Cambodia บริษัทเดียวกันเสริมว่า สถานะ Authorized Dealer ของโชว์รูมแห่งนี้ ช่างผู้ชำนาญงานที่ผ่านการอบรม สินค้าของแท้มีคุณภาพ คือแต้มต่อเหนือบรรดาผู้นำเข้าแบบผิดกฏหมายเพื่อเลี่ยงภาษี (Grey Market) ซึ่งมักต้องเสียค่าซ่อมบำรุงจุกจิกในระยะยาว ส่วนเรื่องกำแพงภาษีนำเข้าของรัฐบาลกัมพูชา เชื่อว่าไม่เป็นปัจจัยฉุดรั้งความสามารถในการแข่งขัน เพราะสามารถทำราคาให้เท่ากับเที่เวียดนามและไทยได้

Ducati Cam 3

ทั้งนี้ Ducati เป็นแบรนด์ Super Bike ที่เปิด Authorized Dealer ในกัมพูชาถัดจาก Aprillia แบรนด์ลูกของ Piaggio เมื่อเมษายน 2014 ส่วน Naza Group กลุ่มธุรกิจยานยนต์เก่าแก่ของมาเลเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเปิดโชว์รูมแบบAuthorized Dealer ในเวียดนามมาแล้ว

ที่มา :autoworld.com ,phnompenpost.com ,combodiadaily.com

สายการบินที่ชาวมุสลิมอุ่นใจได้

กลุ่มเป้าหมายชัดเจน เหมือนเครื่องมือทางการตลาดชั้นดีสำหรับบริษัทที่เพิ่งเริ่มกิจการหรือแบรนด์หน้าใหม่ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยคู่แข่งมากมาย เช่นเดียวกับ Rayani Air สายการบินน้องใหม่ของมาเลเซียที่ประกาศตัวว่าเป็นสายการบินที่ผู้โดยสารชาวมุสลิมอุ่นใจได้ เพราะอาหารทั้งหมดเป็นอาหารฮาลาล ไม่มีการเสิร์ฟเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ และให้ผู้โดยสารสวดดูอาได้ก่อนเครื่องบินจะทยานขึ้น ส่วน Air Hostess ที่เป็นมุสลิม ยังสวมผ้าคลุมปกปิดเรือนผมและลำคอ (ฮิญาบ) พร้อมเสื้อแขนยาว ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามอีกด้วย

SHARIA Airline 2

Rayani Air ประเดิมเที่ยวบินแรกจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ สู่เกาะลังกาวี ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยแม้เป็นสายการบินขนาดเล็ก ให้บริการเฉพาะในประเทศ มีเส้นทางบินน้อยเพียง 5 เส้นทาง และยังมีเครื่องบินรองรับผู้โดยสารแค่ 2 ลำ (รุ่น Boeing รุ่น 737-400) แต่ก็ได้ชื่อว่า เป็นสายการบินที่ปฏิบัติถูกต้องการหลักศาสนาอิสลามแห่งแรกของมาเลเซีย ชาติที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และแห่งที่ 4 ของโลก ถัดจาก Royal Brunei Airlines ,Saudi Arabian Airlines และ Iran Air

ที่มา : telegraph.co.uk ,wikipedia.com

Casino Group ขายกิจการ Big C เวียดนาม

ปี 2015 ของ Big C มีอันต้องจบลงพร้อมข่าวร้าย โดย Casino Group บริษัทค้าปลีกสัญชาติฝรั่งเศส เผยว่า เตรียมขายกิจการ Big C Hypermarket ในเวียดนามซึ่งมียอดขายเพียง 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 385 ล้านบาท) ต่อสาขาต่อปี เพื่อระดมทุนให้ได้ราว 813 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 28,455 ล้านบาท) มาลดภาระหนี้ นำไปขยายธุรกิจในไทยและสนับสนุนธุรกิจหลักในทวีปอื่นเช่นยุโรปที่ยังมีโอกาสเติบโต การขายกิจการดังกล่าวได้รับความสนใจจากค่ายค้าปลีกและผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้ามากมาย ทั้ง Vin Group ของเวียดนาม Lotte Group ของเกาหลีใต้และ Berli Jucker ของไทย

สำหรับ Big C ขยายกิจการเข้ามาในเวียดนามเมื่อ 1998 ปัจจุบันมีสาขาอยู่ 30 แห่ง แต่หลายปีที่ผ่านไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าและมียอดขายเพียง 1 ใน 5 ของสาขาในไทย จนต้องขายกิจการตาม Metro คู่แข่งสัญชาติเยอรมัน ที่ “ม้วนเสื่อกลับบ้าน” ไปตั้งแต่ 2014 โดยมีการวิเคราะห์กันว่า เกิดจากการเข้าใจผิดว่าประชากรเวียดนามทั้ง 90 ล้านคนจะเป็นลูกค้า ทั้งที่ความจริงกลุ่มชนชั้นกลางผู้มีกำลังซื้อที่ทวีจำนวนขึ้นในนครโฮจิมินห์กับกรุงฮานอย เป็นเพียงกลุ่มน้อยของประเทศ เทียบไม่ได้กับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย คนกลุ่มใหญ่ราว 88 ล้านคน

ที่มา : insideretail.asia

Zalora อินโดฯ เพิ่มแต้มต่อด้านการส่งสินค้า

ประสบการณ์ในการจับจ่ายออนไลน์ที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น สอดคล้องกับจำนวนสินค้าและฐานะตลาดใหญ่สุดใน Asia-Pacific คือสิ่งที่ลูกค้าของ Zalora ในอินโดนีเซียกำลังจะได้รับ โดยเว็บไซต์ค้าปลีกโลกออนไลน์ (E-Tailer) ที่เปิดให้บริการเมื่อปี 2012 เผยว่าได้ลงนามกับการไปรษณีย์อินโดนีเซีย (Pos Indonesia) ให้ฝ่ายหลังทำหน้าที่ส่ง Fashion Item ไปให้ผู้ใช้ รับสินค้า รวมไปถึงส่งคืนสินค้า ณ ที่ทำการไปรษณีย์ได้ฟรี หากไม่พึงพอใจคุณภาพ ภายใน 100 วันหลังซื้อ

Anthony Fung กรรมการผู้จัดการ (MD) Zalora “แดนอิเหนา” ระบุ นี่จะทำให้การช็อปออนไลน์ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และแสดงให้เห็นว่าทางเว็บไซต์ใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า สำหรับ Zalora เป็นเว็บไซต์ E-Tailer เน้นสินค้าแฟชั่น มีสินค้าให้เลือกว่า 70,000 รายการ ส่วน Pos Indonesia มีที่ทำการทั่วประเทศอยู่ 4,154 แห่ง จุดรับสินค้า 24,410 แห่ง และพนักงาน 11,835 คน โดยความร่วมมือกันครั้งนี้จะส่งผลดีทั้ง 2 ฝ่ายและประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับผู้ใช้เว็บไซต์ ท่ามกลางธุรกิจ E-Commerce ในอินโดนีเซียที่กำลังโตวันโตคืน

ที่มา : insideretail.asia

Jollibee เล็งรุกจีนและสหรัฐฯ

ประเทศใหญ่คือหลักไมล์สำคัญที่ต้องพิชิตให้ได้ ระหว่างทางขึ้นเป็นแบรนด์ระดับโลก Tony Tab Tan Caktiong ประธานและผู้ก่อตั้ง Jollibee เครือร้านอาหารจานยักษ์ใหญ่ของฟิลิปปินส์ เผยหลังทุ่มเงิน 99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 3,168 ล้านบาท) ซื้อหุ้น 40% Smashburger แบรนด์ฟาสต์ฟู๊ดที่โตวันโตคืนในสหรัฐฯ ว่าเตรียมขยายธุรกิจต่อเนื่องเข้าไปใน ”เมืองลุงแซม” และจีนด้วยเงินลงทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 3,500 ล้านบาท) ตามแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่มีปัจจุบันมีเพียง 20% ให้ขยับขึ้นสู่อย่างน้อย 50% เพื่อให้สานฝันการเป็นแบรนด์ระดับโลก

ด้าน Dennis Flore sรองประธานฝ่ายกิจการต่างประเทศ เผยปี 2016 มีแผนรุกเข้าไปในสหราชอาณาจักร อิตาลี แคนาดาและมาเลเซีย ต่อเนื่องด้วยออสเตรเลียกับญี่ปุ่นปี 2017 สำหรับ Jollibee เริ่มจากเป็นร้านขายไอศครีมเมื่อปี 1978 โดยไดเพิ่มเมนูทั้งอาหารคาว หวาน เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด บะหมี่และแซนด์วิช ปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั่วโลกอยู่ 3,023 แห่ง แบ่งเป็นสาขาในประเทศราว 2,393 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 630 แห่งอยู่ในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ในเครือ อย่าง Red Ribbon Chowking และ Jinja Bar อีกด้วย

ที่มา : insideretailasia.com

Facebook สื่อยอดฮิตในกัมพูชา

ปี 2004 หากถามว่า “รู้จักหรือเคยใช้ Facebook มั๊ย” คงมีเพียงนักศึกษาในมหาวิทยาลัย Harvard เท่านั้นที่ “รู้และเคยใช้” แต่ปัจจุบันคำถามนี้แปรสภาพเป็นประโยคเฉิ่มเชย เพราะคนส่วนใหญ่ในประเทศที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึง ต่างรู้จักและใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์จากมันสมองของ Mark Zuckerberg กันอย่างคล่องแคล่ว จนทำให้มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจากผลการศึกษาเรื่องการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ตในกัมพูชา 2015 ระบุว่า กลุ่มตัวอย่างชาวกัมพูชา 2,064 คนอายุระหว่าง 15 ถึง 65 ปี 24.9% ยอมรับว่าปัจจุบัน Facebook คือแหล่งรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญอันดับ 2 รองจากโทรทัศน์ (31.8%) แซงหน้าวิทยุ (17.8%) ขยับขึ้นจากอันดับ 3 จากการสำรวจเมื่อปี 2013

ผลการศึกษาดังกล่าวซึ่งองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และมูลนิธิเอเชีย สนับสนุนด้านเงินทุนยังระบุด้วยว่า การรับรู้ความเคลื่อนไหวของกิจกรรมต่างๆในประเทศและช่องทางการสื่อสารของกับคือเหตุผลอันดับ 1 และ 2 ที่ทำให้ Facebook สำคัญต่อชีวิตของพวกเขา ด้าน Javier Sola หนึ่งในทีมงานผู้ร่วมทำการศึกษาชิ้นนี้ให้ทัศนะว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ผู้คน(ในกัมพูชา)สื่อสารและรับรู้ข่าวสาร โดยคาดว่าในอนาคตอันใกล้ Facebook อาจมีความสำคัญเทียบเท่าโทรทัศน์

ขณะที่ Din Darathley บล็อกเกอร์ชาวกัมพูชาเชื่อว่า การที่ Computer ,Smartphone และ Social Media มีภาษาเขมรเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมชาติได้เป็นทั้งผู้รับสารและส่งสารกันมากขึ้น โดยที่ Facebook ถือเป็นแหล่งรับรู้ข้อมูลข่าวสารช่องทางใหม่นอกเหนือไปจากสถานีโทรทัศน์ที่ทั้งหมดเป็นของรัฐบาลและกลุ่มที่ใช้ Facebook มากสุดคือผู้ใหญ่ตอนต้น (Young Adult อายุ 20-29 ปี)

ที่มา : combodiadaily.com

แหล่งรวมงานศิลป์อาเซียนใหญ่สุดในโลก

ทุกชาติ ทุกภาษาต่างต้องการศิลปะเพื่อสร้างสุนทรียะและกล่อมเกลาจิตใจ แน่นอนว่ารวมถึงสิงคโปร์ ประเทศศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย โดย 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมาพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติของสิงค์โปร์ซึ่งทางรัฐบาลใช้เวลาปรับปรุงอาคารศาลาว่าการเก่านาน 10 ปีด้วยงบประมาณ 530 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 13,250 ล้านบาท)ได้เปิดทำการแล้ว มีผู้ที่จองตั๋วล่วงหน้า คนในรัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรี ลี เซียนหลุง และเด็กนักเรียนเป็นผู้เข้าชมกลุ่มแรก

S Art 2

ภายในอาคารตัวอาคาร 5 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 64,000ตารางเมตรไปด้วยส่วนจัดแสดงงานศิลปะในศตวรรษที่ 19 และ 20 ทุกรูปแบบ อาทิ ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปปั้น กว่า 8,000 ชิ้น ในจำนวนนี้มีทั้งงานศิลป์ชิ้นสำคัญหาดูยากของ “ดินแดนสิงหปุระ” หลายชิ้น อาทิภาพวาดตัวเองของ Georgette Chen ศิลปินหญิงชาวสิงคโปร์ชื่อดังผู้ล่วงลับ และผลงานศิลปะจากฝีมือของศิลปินใน ASEAN อีกราว 400 ภาพ จึงทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือแหล่งรวมงานศิลป์ของชาติในเอเชียอาคเนย์ที่ใหญ่สุดในโลก

S Art 3

นอกจากผลผลิตจากศิลปินในภูมิภาคแล้ว Singapore National Gallery ซึ่งชาวสิงคโปร์เข้าฟรี ส่วนชาวต่างชาติเสียค่าเข้าเริ่มต้นที่ 15 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 375 บาท) ยังมีแผนนำงานศิลป์จากพิพิธภัณฑ์ชื่อดังในต่างประเทศ เช่น Centre Pompidou ของฝรั่งเศส และ Tate Britain ของอังกฤษ มาจัดแสดงในเดือนมีนาคมและตุลาคมปีหน้า ตามลำดับอีกด้วย ทั้งนี้แม้นายกรัฐมนตรี ลี จะกล่าวในพิธีเปิดว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติ แต่ก็มีการคาดกันว่า นี่คือหนึ่งนโนบายรัฐบาลเพื่อปรับภาพลักษณ์ของประเทศ จากชาติที่ “อะไรๆก็เป็นเงินเป็นทองและระเบียบจัด” ไปเป็นศูนย์กลางด้านศิลปะและวัฒนธรรม

ที่มา (เรื่อง/ภาพ) : bbc.com ,afp.com ,channelnewsasia.com