All posts by Pakin J.

จะดีแค่ไหน ถ้าทุก “คำ” ที่คุณกินนั้น “มีความหมาย” มากกว่าที่คุณคิด

เคยคิดเล่นๆ ไหม?…. ว่า อาหารทุกมื้อที่เรากิน ข้าวทุกคำที่เรากำลังรับประทาน นอกจากเพื่อให้ร่างกายของเราเจริญเติบโต และมีชีวิตอยู่รอดแล้ว… อาหารทุกมื้อที่เรากินเข้าไปนั้น ยังมีความหมายอะไรกับเราได้อีกบ้าง?

เพื่อเพื่อนฝูง? เพื่อคนรัก?  หรือเพื่อครอบครัว?

แต่ถ้า “การกินของคุณ” นั้นมีความหมายมากกว่าแค่การทำเพื่อตัวเองล่ะ… ซึ่งอาจยิ่งใหญ่ถึงขั้น “มีความหมายต่อผู้อื่นในสังคม หรือ มีความหมายต่อโลกใบนี้ได้”

คุณจะอยากค้นหาคำตอบของคำถามที่ว่าอยู่ไหม?

อยากให้ลองรับชมคลิปคลิปวิดีโอชิ้นนี้… และมาศึกษาพร้อมๆ กัน ว่าที่จริงเเล้วเราทุกคนสามารถเปลี่ยน “การกินของเรา” ให้กลาย “การกินอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคำมีความหมาย” ได้อย่างไร!

 

“กินอย่างยั่งยืน” คือหนึ่งในแคมเปญ ทุกคำมีความหมาย ที่มุ่งเน้นเเละส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคเพื่อความยั่งยืน (Sustainability) โดยทาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าสานต่อแคมเปญที่ว่านี้มาอย่างยาวนาน เพื่อเป็นการสื่อสารไปยังผู้บริโภคให้เห็นถึงความยั่งยืนในการรับประทานอาหาร รวมทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่มาจากผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบในกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนด้วยเช่นกัน

เพราะความจริงแล้วในแต่ละมื้อหรือในทุกคำที่เรากำลังรับประทานอาหารอยู่นั้น… นอกจากจะส่งผลต่อตัวเองให้ประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว การรับประทานอาหารของเรายังสามารถส่งผลต่อ สังคม สิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้ได้อีกด้วย เพียงแค่รู้จัก “การกินอย่างยั่งยืน”

น่าสนใจว่า “การกินอย่างยั่งยืน” เพื่อให้ ดีต่อตนเอง และ ดีต่อโลกใบนี้
นั้นมีวิธีและรายละเอียดอะไรบ้าง

ลองติดตามข้อมูลที่ทาง Marketeer Online
หยิบเอาเรื่องน่าสนใจจากแคมเปญนี้ มาให้ทุกคนได้อ่านกันด้านล่างได้เลย

หรือใครอยากอ่านข้อมูลทั้งหมด สามารถคลิกอ่านได้ที่
www.ทุกคำมีความหมาย.com

 

ดีต่อโลก : การกินไก่ซีพี ก็สามารถช่วยลดโลกร้อนได้ด้วยหรอเนี่ย

ผลิตภัณฑ์อาหารยั่งยืน” โครงการที่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาศักยภาพ ตลอดกระบวนการผลิตของ อุตสาหกรรมเนื้อไก่ มีการใส่ใจทุกกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chained) ทําให้ผลิตภัณฑ์ ไก่ของซีพี ได้การรับรอง ProSustain จากองค์กร DNV-GL ที่ยอมรับในสากล ซึ่งถือว่า “ไก่สดซีพี เป็นไก่สด ยั่งยืนรายแรกของโลก” ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตน้อยกว่า 50% เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลเนื้อไก่ในประเทศไทย เเละใช้น้ำน้อยกว่า 26% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อไก่โลก

 

ดีต่อโลก : จริงหรือ? ใช้พืชแทนพลาสติกผลิตถาดอาหาร

ถาดบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ PLA (Polylactic acid)เป็นถาดอาหารชีวภาพที่ผลิตจากพืช (Renewable resource) และสามารถย่อยสลายได้ 100% เพื่อทดแทนการใช้ถาดพลาสติกใส PET (Polyethylene terephthalate) ซึ่งเป็นพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียมและไม่สามารถย่อยสลายเองได้ทางชีวภาพ ซึ่งเมื่อเทียบเม็ดพลาสติกสําหรับขึ้นรูปถาดของ PLA กับ PET พบว่า เม็ดพลาสติก PLA จะปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นน้อยกว่าเม็ดพลาสติก PET ถึง 82

โดยบริษัท ซีพีเอฟ เป็นผู้ผลิตอาหารรายแรกในประเทศไทยที่ได้นําร่องการใช้ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก “Poly Lactic Acid (PLA)” กับสินค้าแช่เย็น กลุ่มอาหารสด ได้แก่ เนื้อไก่ และเนื้อหมู ตั้งใจให้ PLA ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่ทํามาจากพืช สามารถย่อยสลายเองได้เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่คิดค้นมาเพื่อความยั่งยืน โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 ถึง ธันวาคม 2559 บริษัทสามารถลดการปล่อยค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ประมาณ 270 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 83 เทียบเท่ากับการปิดไฟจํานวน 12 ล้านดวง เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากการใช้ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก “Poly Lactic Acid (PLA)” แทนบรรจุภัณฑ์ปกติ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ “กินอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคํามีความหมาย” และส่งผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด เปลี่ยนการกินให้เราสามารถช่วยโลกได้ทุกวัน ด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารสด ตราซีพี ถาดบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ PLA (Polylactic acid)

 

ดีต่อคุณ :  ทําไมต้องมีไข่ไก่หลายแบบ ?

เพราะร่างกายของคนเราในแต่ละวัยก็มีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน ทําให้การออกสินค้าจึงจําเป็นต้องมีการคํานึงถึงสารอาหารที่ผู้บริโภคต้องการเป็นหลักแม้กระทั้งกลุ่มสินค้าไข่ไก่สด

ไข่ไก่สดจาก CP สามารถแบ่งความต้องการของผู้บริโภคออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มรักสวยรักงาม จะเห็นได้ว่าทั่ง 3 กลุ่ม มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

กลุ่มแม่และเด็ก ในช่วง 0 – 10 ปี : “ไข่ไก่สด ซูเปอร์พลัส ดีเอชเอ” ไข่ไก่สดที่อุดมไปด้วยสาร ดีเอชเอ ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาการ ที่สมบูรณ์ของสมอง การทํางานของระบบประสาท และร่างกายอย่างสมวัย มาพร้อมสารโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยเรื่องของการทํางานของหัวใจ และวิตามินบี 1 ที่ช่วยในการทํางานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

กลุ่มผู้สูงอายุ : “ไข่ไก่สด ซีพี ซูเปอร์พลัส โอเมก้า” ไข่ไก่สดที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจ และช่วยการทํางานของระบบประสาท ที่มาพร้อมกับวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการมองเห็น และ วิตามินบี 1 ที่มีส่วนช่วยในการทํางานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เป็นไข่ไก่ที่มีสารอาหารเพียงพอสําหรับความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุ

กลุ่มรักสวยรักงามไข่ไก่สด ซูเปอร์พลัส วิตามินอี” ไข่ไก่ที่อุดมไปด้วย วิตามิน อี ซีลีเนี่ยม และซิงค์ เป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการสร้างต้านสารอนุมูลอิสระ และชลอการเกิดริ้วรอย เป็นไข่ไก่ที่ช่วยให้สาว ๆ ดูดีจากภายในสู่ภายนอก

ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการกินอย่างยั่งยืนอีกมากมาย ตามอ่านต่อได้ที่ : www.ทุกคำมีความหมาย.com

Fancy Feast เปิดงาน “เหมียวชลิน ซีซั่น 2” จับคู่ปั้นจั่น-มิ้นต์ เสิร์ฟเมนูรักให้แมวสุดเลิฟ

“แฟนซี ฟีสต์” (Fancy Feast) ผลิตภัณฑ์อาหารแมวเกรดพรีเมียมนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจัดงาน เหมียวชลิน ซีซั่น 2 (MeowChelin Season 2) แคมเปญการตลาดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของคนรักแมวและน้องเหมียวสุดที่รัก ได้สัมผัสช่วงเวลาพิเศษในการร่วมโต๊ะอาหารกับน้องแมวคู่ใจกับเมนูสุดพิเศษแสนอร่อย นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่ละเมนูผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้น้องเหมียวได้อร่อยกับเนื้อสัมผัส และรสชาติสุดพิเศษ

ความพิเศษในปีนี้ยังได้ 2 เซเลป ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย และ มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง สองนักแสดงรักแมวเป็นผู้เปิดงาน “เหมียวชลิน ซีซั่น 2” บรรยากาศของงานเน้นการตกแต่งสไตล์กาล่าดินเนอร์สุดหรู ในคอนเซ็ปต์ “เอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์” โดยปูพรมชมพูให้เจ้าของและน้องแมวได้เดินเฉิดฉายเข้าสู่งาน พร้อมเสิร์ฟอาหารมื้อพิถีพิถันที่คัดสรรเป็นพิเศษเพื่อเค้าที่คุณรัก ซึ่งแต่ละเมนูได้รับแรงบันดาลใจมาจากความอร่อยของแฟนซี ฟีสต์ทั้ง 9 รสชาติ โดยอาหารทุกจานที่เสิร์ฟเจ้าของและน้องแมวได้ผ่านการรังสรรค์โดยเชฟฝีมือดี ปรุงอย่างพิถีพิถัน คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ เพื่อให้ได้รสชาติอร่อยถูกใจทั้งคนและแมว

 

อีกหนึ่งความเอ็กซ์คลูซีฟของงาน คือ การมาโชว์ตัวครั้งแรกของ “ปุยฟ้า” น้องแมวคู่ใจ  ปั้นจั่น-ปรมะ ที่เจ้าตัวเก็บมาเลี้ยง หลังจากไปเจอปุยฟ้าได้รับบาดเจ็บอยู่กลางถนนเอกมัย จึงพาไปรักษา ซึ่งคุณหมอตรวจพบว่ามีอาการสะโพกแตก เศษกระดูกตัดเส้นประสาทส่วนรับรู้การขับถ่าย อาจทำให้พิการขาหลังและขับถ่ายเองไม่ได้ แต่จากการรักษาอย่างเต็มที่อยู่ 2-3 เดือน ก็ช่วยให้ปุยฟ้ากลับมาเดินได้อีกครั้ง

ทางด้าน มิ้นต์-ชาลิดา ที่มาร่วมงานเหมียวชลินเป็นครั้งที่ 2 พร้อมพา “คามิเลีย” หนึ่งในน้องแมวคู่ใจ มาเปิดตัวในงานนี้ เผยให้เห็นความน่ารักมุ้งมิ้งที่สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนในงาน โดยคามิเลียเป็นแมวพันธุ์เปอร์เซีย อายุ 2 ปี เป็นน้องเล็กสุดในบรรดาแมวทั้ง 4 ตัวของมิ้นต์ นิสัยขี้เล่น ส่วนเมนูโปรดต้องยกให้อาหารเปียก เพราะได้กลิ่นหอมเมื่อไรเป็นต้องวิ่งมาเป็นตัวแรก

ภายในงานยังมีผู้โชคดีอีก 9 คน ที่ร่วมกิจกรรมกับแฟนซี ฟีสต์ผ่านทาง www.facebook.com/FancyFeastThailand และได้สิทธิ์ในการพาน้องแมวมาร่วมดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับปั้นจั่นและมิ้นต์ พร้อมลิ้มรสความอร่อยล้ำของเมนูพิเศษที่แฟนซี ฟีสต์จัดมาให้ฟินทั้งคนและแมว นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเติมเต็มความรักความผูกพันของคนรักแมว และการมอบรางวัลให้กับสุดยอดเจ้าของแมวที่ดูแลน้องเหมียวด้วยความรักในแบบฉบับของตัวเอง อาทิเช่น รางวัลเจ้าของจอมอ้อน, รางวัลเจ้าของขี้เล่น, รางวัลเจ้าของสายแบ๊ว ที่ล้วนแล้วตรงใจคนรักแมวสุดๆ

สำหรับคนรักแมวที่สนใจจะร่วมกิจกรรม “เหมียวชลิน” กับแฟนซี ฟีสต์ ในซีซั่นต่อไป สามารถติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊ก FancyFeastThailand


 

กรุงศรีฯ พลิกโฉมโอนเงินข้ามประเทศภาคธุรกิจผ่าน Blockchain’s Interledger ธนาคารแรกของไทย

ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไป… สำหรับเทคโนโลยีที่กำลังเป็นกระแสสุดๆ อย่าง “Blockchain” … แม้หลายคนอาจจะยังไม่เคลียร์ชัด หรือยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าจริงๆ แล้ว “Blockchain” ที่กำลังพูดถึงกันอยู่ สามารถทำอะไรได้บ้าง หน้าตาเป็นอย่างไร?

รู้จัก Blockchain ในมุมผู้บริโภค และคนทำธุรกิจ

หากมองแค่ผิวเผิน Blockchain ยังดูเป็น Technical Term มาก สำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆ … จนบางคนอาจรู้สึกว่า Blockchain ยังเป็นเรื่องไกลตัว ไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตหรือธุรกิจที่ทำอยู่ “หากใครคิดเช่นนี้อยู่บอกเลยว่า เป็นความคิดที่ผิด!

 

Blockchain คือ รูปแบบการเก็บข้อมูลชนิดหนึ่ง ที่ไม่ง้อศูนย์หรือตัวกลางแบบเดิมๆ
ทุกคนในวง (chain system) ถือเอกสารชุดเดียวกัน เมื่อมีการอัพเดต โอน-ย้าย โดยที่ทุก Transaction จะต้องได้รับการอัพเดตข้อมูลจากทุกคนในวงก่อน
รวมถึงจะมีระบบตรวจสอบและจัดการภายในตัวเอง ก่อนที่จะอนุมัติ Transaction นั้นๆ อีกด้วย

การที่ทุกคนในวงอัพเดตข้อมูลเหมือนกัน ทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูง ป้องกันการถูกล้วงเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ และที่สำคัญคือ ความรวดเร็ว เพราะไม่จำเป็นต้องพึ่งคนกลางอีกต่อไป

นอกจากนั้น Blockchain ยังถูกนำมาใช้ในหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าเป็นการเก็บข้อมูลสำคัญ ตัวเลขสถิติ… แต่บทบาทสำคัญของ Blockchain ในปัจจุบันคงหนีไม่พ้น ธุรกิจที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ หรือ การธนาคาร นั่นเอง โดยเฉพาะ “การโอนเงินข้ามประเทศ” ซึ่งเป็นหนึ่งในการทำธุรกรรมที่เทคโนโลยี Blockchain เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก


กรุงศรีฯ “Blockchain’s Interledger”
พลิกโฉมการโอนเงินข้ามประเทศ ภาคธุรกิจ
“แข่งกันที่หลัก วินาที”

หนึ่งในเรื่องปวดหัวของคนทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกคงหนีไม่พ้นเรื่องการ “การโอนเงินข้ามประเทศ” ไม่ว่าจะเป็นการโอนออก หรือ รับโอน ซึ่งใช้เวลา 1-3 วัน ในการรอเงินโอนเข้าระบบ กรอกเอกสารมากมายเพื่อเป็นการยืนยันความปลอดภัย รวมถึงเรื่อง ดอกเบี้ยเงินกู้ ที่ต้องยอมเสียตามระยะเวลการโอนหรือรอเงินโอน นอกจากนั้นความล่าช้าของระบบทำให้เจ้าของธุรกิจมีโอกาสที่จะเสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

การที่เราสามารถร่นระยะการชำระเงินเร็วขึ้น ได้รับสินค้าเร็วขึ้น กระจายสินค้าได้รวดเร็ว เกิดการบริหารการเงินและบริหารธุรกิจในด้านต่างๆ ดีขึ้น โอกาสในการชำระเงินกู้ได้เร็วขึ้นทำให้เสียดอกเบี้ยน้อยลงก็มีมากขึ้น

ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านบริการดิจิทัล  ธนาคารกรุงศรีฯ จึงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า และล่าสุดได้มีการเปิดตัว “Blockchain’s Interledgerเทคโนโลยี “การโอนเงินข้ามประเทศรูปแบบใหม่” ที่สามารถย่นระยะเวลาการทำธุรกรรมข้ามประเทศจาก 1-3 วันให้กลายเป็นหลัก “วินาที”

Blockchain’s Interledger คือหนึ่งในเทคโนโลยีในตระกูล Blockchain ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการโอนเงินระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ในด้านความปลอดภัยข้อมูลจะถูกจำกัดให้เห็นเฉพาะ ผู้รับ กับ ผู้ส่ง เท่านั้น ทำให้ข้อมูลในการโอนเงินนั้นมีความปลอดภัยสูง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ เวลาโอนที่เงินจะถึงผู้รับ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งจะแตกต่างจากระบบเก่าที่เราไม่มีทางทราบได้เลยว่าเงินที่โอนออกไปจะถึงผู้รับเมื่อไหร่ และค่าธรรมเนียมการโอนรวมถึงเรทเงินที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการดำเนินการ

“การโอนเงินข้ามประเทศผ่าน Blockchain’s Interledger เรียกได้ว่าเป็นการโอนเองแบบเรียลไทม์โดยแท้จริง เมื่อการทำธุรกรรมเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด ทำให้หมดปัญหาเรื่องความผันผวนของค่าเงิน รวมถึงส่งผลให้การปิดดีลธุรกิจได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทางฝั่งผู้รับโอนเมื่อเห็นยอดเงินเข้ามาเป็นที่เรียบร้อย ก็สามารถส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้ทันทีเช่นกัน”


Blockchain’s Interledger
มาตรฐานโอนเงินข้ามประเทศด้านธุรกิจรายแรกของไทย

เพราะ ความปลอดภัย (Privacy) คือหัวใจหลักของการทำธุรกิจสำหรับโครงการ Blockchains Interledger ที่เปิดให้ลูกค้าของทาง ธนาคารกรุงศรีฯ ได้ใช้งานนั้น ได้รับอนุญาติจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ BOT ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox เป็นที่เรียบร้อย และยังถือเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียว ณ เวลานี้ ที่ได้เริ่มใช้กับลูกค้าจริงระดับธุรกิจ ผ่านระบบ Blockchain’s Interledger ของไทย

ซึ่งธนาคารกรุงศรีฯยังได้รับการสนับสนุนจาก มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป หรือ MUFG กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และ 1 ใน 5 กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในการพัฒนาความเชื่อมโยงของเครือข่ายทั่วโลก ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศเชื่อมโยงทั่วโลกเป็นไปได้อย่างแท้จริง  และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบ และหลักเกณฑ์ผ่านเทคโนโลยี Blockchain’s Interledger ภายใต้ชื่อ Global Payment Steering Group ร่วมกับธนาคารชั้นนำระดับโลกอีก 6 ธนาคาร เพื่อสนับสนุนการโอนเงินระหว่างประเทศทั่วโลก

(ปัจจุบันเครือข่าย MUFG มีธนาคารทั้งหมดกว่า 2,000 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก)

 

เริ่มเปิดใช้จริงแล้ววันนี้!

นอกจากนี้ทาง ธนาคารกรุงศรีฯ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำธุรกรรมโอนเงินข้ามประเทศผ่าน Blockchain’s Interledger ว่า ในปัจจุบันได้เริ่มใช้จริงสำหรับภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ Transaction แรกของลูกค้าธนาคารกรุงศรีฯ ที่เปลี่ยนมาใช้การโอนเงินข้ามประเทศ Blockchain’s Interledger ได้แก่การโอนเงินจากผู้ซื้อน้ำมันในประเทศลาว มายังบริษัท ไออาร์พีซี ประเทศไทย

จะเห็นได้ว่า นอกจากความไว้วางใจในการเลือกใช้ Blockchain’s Interledger ในการทำธุรกิจด้านปิโตรเคมีของบริษัทน้ำมันในประเทศลาว และบริษัท ไออาร์พีซี ประเทศไทย แล้ว ผลิตภัณฑ์โอนเงินข้ามประเทศที่ถูกพัฒนาขึ้นมานี้ ยังเป็นการสนับสนุนให้คนทำธุรกิจค้าขายระหว่างประเทศทำธุรกิจได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

“เมื่อ ผู้ขาย ได้รับเงินเร็วขึ้น ก็สามารถส่งสินค้าไปยัง ผู้ซื้อ ได้รวดเร็วขึ้น ระบบ Supply Chain ก็จะหมุนเวียนได้เร็วขึ้น และในอนาคตเมื่อระบบครอบคลุมหลายประเทศมากขึ้น ก็ยิ่งสร้างความสะดวกสบายให้แก่คนทำธุรกิจ ทำการค้าระหว่างประเทศมากขึ้นด้วยเช่นกัน”

การตลาดที่ดีที่สุด คือ “การให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุด”

 

สมัครบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์ วันนี้
แถมฟรีประกันอุบัติเหตุ

#เพราะเราเป็นห่วง

 

อาจดูเป็นคำโฆษณาเเข็งๆ … เเต่นี่คือสิ่งที่ผู้บริหารและทีมงาน กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ต้องการจะสื่อสารและบอกตรงๆ อย่างจริงใจกับผู้บริโภค ถึงแม้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการสร้างภาพ หรือเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการตลาด ซึ่งกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ก็ขอยอมรับว่านี่คือส่วนหนึ่งของการตลาดจริงๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่ผ่านการคิดมาอย่างดีที่สุดว่างบการตลาดนั้น ควรเอามาทำอะไรถึงจะได้ประโยชน์กับลูกค้าของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์มากที่สุด…

 

กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ จึงนึกถึงการดำเนินชีวิต และสังคมในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ประกอบกับความเข้าใจในลูกค้าถึงภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน จนอาจลืมนึกถึงสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง

กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ จึงอยากจะขอมอบประกันอุบัติเหตุ ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด  100,000 บาท โดยไม่มีเงื่อนไข ให้เป็นปัจจัยพื้นฐานติดกระเป๋าสตางค์สำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรใหม่ทุกคน

โดยตัวหนังโฆษณาจะใช้วิธีการเล่าผ่านพนักงานของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และมุมมองที่คนทั่วไปมักจะรู้สึกกับแบรนด์หรือสินค้าเมื่อมีโปรโมชั่นใดๆ นอกจากนั้นยังพยายามสอดแทรกและเน้นย้ำความจริงใจว่ากิจกรรมส่งเสริมการขายครั้งนี้ คือ

การตลาดที่ดีที่สุด คือ “การให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุด”

ซึ่งนับเป็นรายแรกในตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลไทย ที่กล้ามอบสิทธิ์พิเศษให้กับผู้เปิดบัตรใหม่  กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์  ทุกคน พร้อมชูจุดเด่นบัตรสินเชื่อเงินสดและผ่อนชำระสินค้าที่มอบความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ วงเงินประกันภัยสูงสุด 100,000 บาทฟรี! เเละยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ได้สูงสุด 3,000 บาทต่ออุบัติเหตุ ณ สถานพยาบาลคู่สัญญาในโครงการกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์ 245 แห่งทั่วประเทศ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ

ตอบโจทย์ ครบทุกความต้องการด้านการเงินในบัตรเดียว นอกจากนี้ยังเป็นการลดภาระรายจ่ายลูกค้าในสภาวะที่เศรษฐกิจปัจจุบัน ที่มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง เพราะกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ห่วงใยในความมั่นคงในชีวิตของลูกค้าของเรา และต้องการเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงความคุ้มครองขั้นพื้นฐานได้ง่ายขึ้นอีก

#เพราะเราเป็นห่วง

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

www.firstchoice.co.th / www.facebook.com/KRUNGSRI.First.Choice

การตลาดสนั่นเมือง! “โปรโมต QR Code อย่างไร” ให้โดนใจทุก Lifestyle จาก SCB Easy

ตลอดเดือนที่ผ่านมา… คงไม่มีแคมเปญการตลาดใด “ฮอต” เท่ากับการโปรโมต QR Code ที่ชวนให้สายเปย์-ขาช้อปทั้งหลาย รวมถึงร้านค้าต่างๆ ยันพี่วินมอเตอร์ไซค์ เปลี่ยนมา “รับ-จ่ายเงินด้วย QR Code แทนการใช้เงินสดในชีวิตประจำวัน

การร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ของทางภาครัฐ ภาคเอกชน และธนาคาร ในครั้งนี้ถือเป็นการกระตุ้น ให้ผู้บริโภครวมถึงผู้ประกอบการและทุกภาคส่วน ตระหนักและหันมาสนในการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless society กันอย่างจริงจังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ : “QR CODE” มิติใหม่แห่งการชำระเงิน จุดเริ่มต้น CASHLESS SOCIETY ที่แท้จริง” ได้ที่นี่

 

นั่งวินมอเตอร์ไซค์ ก็จ่ายด้วย QR Code
ซื้อเสื้อผ้าก็ ก็จ่ายด้วย QR Code
เดินสวนจตุจักร แวะช้อปต่อที่สยาม ก็จ่ายได้
ด้วย QR Code!
.
เมื่อเราก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเเท้จริง
อะไรๆ
ก็สามารถจ่ายได้ด้วย QR Code….

 

การเปลี่ยนแปลงของ “สังคมใช้เงินสด” สู่ “สังคมไร้เงินสด”  QR Code ถือเป็น ฮีโร่คนสำคัญ ที่ช่วยให้ cashless society เกิดขึ้นได้จริงบ้านเรา… และหนึ่งธนาคารที่ Take Action กับแคมเปญ QR Code ที่ว่านี้ได้อย่างสนั่นเมือง คงหนีไม่พ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ที่ทยอยปล่อยแคมเปญการตลาดสนุกๆ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม จนกลายเป็นกระแส QR Code สนั่นเมือง!

 

 

จากวินมอเตอร์ไซค์ สู่สวนจตุจักร รุก น.ศ. ถึงมหาลัย ช้อปสนั่นกลางสยาม

ทาง SCB เดินเครื่องขานรับนโยบาย Cashless society ประเทศไทย 4.0 ของทางภาครัฐ ด้วยการอัพเกรดแอพพลิเคชั่น SCBEASY โมบายแบงก์กิ้งใหม่หมด เพื่อรองรับฟังก์ชั่นการจ่ายเงินผ่าน QR Code รวมถึงระบบอื่นๆ (รายละเอียดเพิ่มเติม : “SCB EASY” โมบายแบงก์กิ้ง ที่ขอเป็นทุกอย่างเพื่อคุณ)

ซึ่งหลังจากเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ SCB เริ่มต้นด้วยกิจกรรม On Ground  สนุกๆ ไม่ว่าจะเป็นการ “ชวนคนจ่ายเงินค่าวินมอเตอร์ไซค์ด้วย QR Code ที่ ซ.พหลโยธิน 34” #เป็นวินมอไซค์เพื่อคุณ

SCB EASY สแกน QR CODE จ่ายค่าวินมอไซค์ ง่ายนิดเดียว!ชีวิต EASY ขึ้นอีกเยอะ! ด้วยบริการจาก SCB EASY ที่ล่าสุดเปิดบริการ…

โพสต์โดย Marketeer Online บน 25 สิงหาคม 2017

 

ต่อด้วยการ #เป็นทุกอย่างเพื่อชาวจตุจักร ขยายบริการ QR Code ไปยังร้านค้าในตลาดนัดสวนจตุจักร ไม่ต้องใช้เงินสดในการช้อปปิ้ แค่สแกน QR CODE ของแต่ละร้านก็จ่ายค่าช้อปปิ้งได้ทันที… และนอกจากที่ตลาดนัดจตุจักรแล้ว เมื่อพูดถึงเรื่องช้อปปิ้ง SCB ยังลงพื้นที่ต่อ #เป็นทุกอย่างเพื่อชาวสยามสแควร์ จัดโปรโมชั่นส่วนลด ของแถมเพื่อเอาใจคนสยามที่ซื้อของผ่าน QR Code กันถึงที่

 

SCB EASY สแกน QR CODE จ่ายวินฯ ไม่พอ จ่ายร้านค้าได้ทั้งจตุจักร.ให้ชีวิตง๊ายง่ายไปอีกขึ้น ด้วยแอพพลิเคชั่น SCB EASY กั…

โพสต์โดย Marketeer Online บน 27 สิงหาคม 2017

 

กลุ่มนักศึกษาคนรุ่นใหม่ นับว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในการจ่ายเงินผ่าน QR Code  SCB จึงบุกถึงรั้ว ม.เกษตรฯ (บางเขน) #เป็นทุกอย่างเพื่อเด็กเกษตร นั่งวินมอเตอร์ไซค์รอบมหาวิทยาลัย 1 บาท และโปรโมชั่นที่ Too Fast To Sleep @KU เพียงแค่จ่ายผ่าน QR Code

เป็นทุกอย่างเพื่อเด็กเกษตรจ้า 😘SCB จัดหนักโปรโมชั่น 1 บาท ทั่วกรุงกับวินมอเตอร์ไซค์รอบ ม.เกษตรฯ (บางเขน) ให้เพื่อนๆ นั…

โพสต์โดย Kasetsart University บน 1 กันยายน 2017

 

จะเห็นได้ว่ากิจกรรม On Ground ทั่วกรุง ของ SCB นอกจากจะเป็นการโปรโมต การรับ-จ่ายเงินผ่าน QR Code โปรโมต และแอพพลิเคชั่น SCBEASY แล้ว ยังเป็นการช่วยปลุกกระแส พร้อมทั้งสร้างสีสันให้กับการใช้ QR Code แทนเงินสด แสดงให้ผู้ผู้บริโภคทุกคนเห็นว่าการใช้จ่ายด้วย QR Code นั้นเป็นเรื่องง่ายๆ และไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป  

 

เฟี๊ยซๆ กันต่อ กับ “น้องทราย เจ้าแม่คอสเพลย์เมืองไทย”
ขอคอสเป็น ชมพู่-อารยา นั่ง
Taxi ทั่วกรุงไม่พกกระเป๋าตังค์ เพราะจ่ายด้วย
“QR Code”

SCB ไดร์ฟกระเเส ‘คุณเเม่ชมพู่’ (คอสเพลย์ โดย น้องทราย) พานั่ง Taxi ทั่วกรุงเทพ เเบบไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์… เพราะเธอสามารถจ่ายผ่าน QR Code ได้ทันทีเเม้ไม่ได้พกเงินสด… ชีวิต EASY ขึ้นอีกเยอะ!

ซึ่งนอกน้องจาก “น้องทราย เจ้าแม่คอสเพลย์เมืองไทย” เเล้ว SCB ยังมีการสานต่อเเคมเปญ QR Code  ผ่าน Influencer คนดังมากมายในโลกโซเชียลจะมีใครบ้างตามมาดูได้เลย

 

คุยผ่าน Influence คนดัง เพิ่มการเข้าถึง ใช้จริงให้ผู้บริโภคดู

นอกจากกิจกรรมลุยพื้นที่จริง ใช้จริงทดสอบจริงแล้ว SCB ยังมีคุยผ่าน Influencer เพื่อให้เป็นตัวแทนเล่าเรื่องราว “รับ-จ่ายเงินผ่าน QR Code ได้อย่างน่าสนใจ

แย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข : Facebook : www.facebook.com/uunws

พริตตี้ นางแบบสุดฮา มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ “5นิสัยของผู้ชายที่เราต้องเท!!” ดูซิว่าเธอจะมีวิธีการจัดการกับผู้ชายแบบนี้อย่างไร

 

ตามติดชีวิตผีบ้า :  Facebook : https://www.facebook.com/bobOaPeba/
นักเดินทางสาว ที่จะเปลี่ยนให้ชีวิตง่ายขึ้น เพียงแค่สแกน QR Code ไม่ว่าจะวินมอไซต์ ร้านขายน้ำ ร้านผลไม้ ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า

ดูมันดิ DoMunDi TV :  Facebook https://www.facebook.com/DoMunDiTV
6 หนุ่มหล่อ กับ ภารกิจ เที่ยวกรุงเทพแบบชิลๆ เป๋าตังไม่พกให้ตุง จะทำยังไง ต้องติดตาม

ภาพบรรยากาศลุยตลาดสามย่าน

อยากทานอาหารที่สะอาดปลอดภัย… ต้องเริ่มใส่ใจตั้งแต่ “บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย” ที่ได้มาตรฐาน

ปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป ไลฟ์สไตล์การเลือกซื้ออาหารนอกบ้าน และเลือกใช้บริการตามร้านอาหารต่างๆ แทนการปรุงอาหารเองกันมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการใช้ บรรจุภัณฑ์อาหาร เพิ่มขึ้นเช่นกัน ประกอบกับการเติบโตของ กระแสการใส่ใจเรื่องสุขภาพ ในช่วง  2 – 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้นอกจากความสะดวกสบายในการเลือกรับประทานแล้ว ความใส่ใจในเรื่องของความสะอาดปลอดภัยยังต้องมาเป็นอันดับ 1

เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จึงเริ่มพัฒนาบรรจุภัณฑ์ “เฟสท์ (Fest) บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย เราห่วงใยคุณ”  ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีมาตรฐานด้านความสะอาดและปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับบรรจุอาหารโดยเฉพาะ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนไทยสามารถบริโภคอาหารอย่างปลอดภัย อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของ เอสซีจี ที่มุ่งเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต และสร้างความสะดวกสบายเหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวัน

“บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยที่ดี” นั้นควรเป็นอย่างไร?

เฟสท์ (Fest) “บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย” นั้นผลิตจากเอสซีจี แพคเกจจิ้ง ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพ  ซึ่งประกอบไปด้วย 3 คุณสมบัติเด่น ได้แก่

1. ผลิตจากวัตถุดิบที่ได้รับมาตรฐานด้านความสะอาดและปลอดภัยตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการค้นคว้าและพัฒนาสายพันธุ์ยูคาลิปตัส ส่งเสริมการปลูกเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเยื่อบริสุทธิ์ สำหรับผลิตกระดาษสำหรับสัมผัสอาหาร (Food Contact Paper)* เคลือบด้วยพลาสติก PE สำหรับสัมผัสอาหาร (PE Food Contact)** เพื่อลดการรั่วซึมของน้ำและน้ำมัน ทั้งยังมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารด้วยการขึ้นรูปจากกระดาษแผ่นเดียว เพื่อให้สามารถบรรจุอาหารทุกประเภท ทนความร้อนได้ 100 องศา

2. กระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานระดับสากล ควบคุมการผลิตภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานการผลิตที่ดี (Good Manufacturing Practice) หรือ GMP มาตรฐานสากล*** เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในความสะอาดและปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์

3. บริการให้คำแนะนำด้านการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับเจ้าของธุรกิจอาหาร ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเน้นความสวยงาม และใส่ใจความปลอดภัยของผู้บริโภค เพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ สร้างมูลค่าทางการตลาด และเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ร้านได้อีกด้วย

 

สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจเลือกใช้ “เฟสท์” บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัย สามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ทั่วไป ห้างแม็คโคร ทุกสาขา และ ร้าน Fest Shop เอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.festforfood.com  ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2586 1000

 

ภาพ (ขวา) คุณวิมล จันทร์เทียร Brand Director บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์, (ซ้าย) คุณกิตชัย ทัศนวิญญู ผู้จัดการส่วน Food Packaging Business Development

 

ร้าน Fest Shop เอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ

ข้อมูลเพิ่มเติม วัสดุที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์

* กระดาษสัมผัสอาหารได้ (Food Contact Paper)  นั้นผ่านข้อกำหนด Resolution AP (2002) 1; Paper and Board Materials and Articles Intended to Come into Contact with Foodstuffs  ภายใต้ข้อกำหนดตาม EU regulation for direct contact materials for food
** เม็ดพลาสติก PE Food Contact Grade ที่เลือกใช้ ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตและจำหน่ายว่าเป็นวัตถุดิบที่สามารถใช้เป็นวัสดุสำหรับสัมผัสอาหาร (Food Direct Contact material) ได้  โดยผ่านข้อกำหนดตามกฎหมาย Commission Regulation (EU) No 10/2011, Plastic Materials and Articles Intended to Come into Contact   ที่มีจุดหลอมเหลวที่ 107 องศาเซลเซียส อ้างอิงจาก product specification ของ SCG Chemicals (ข้อแนะนำการใช้งานผลิตภัณฑ์ คือใช้งานที่อุณหภูมิไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส)

*** GMP มาตรฐานระดับสากล ตามข้อกำหนด Regulation (EC) 2023/2006 ของ European Union และผ่าน มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับ บรรจุภัณฑ์อาหาร ตามข้อกำหนด European Regulation EC No. 10/2011 และ Directive 94/62/EC Packaging and packaging waste รวมถึงผ่านข้อกำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 295 เรื่องกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ตามมาตรฐาน EU Standard เฉพาะสินค้าที่ผลิตจากบริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด (โรงงานบ้านโป่ง) เท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง

สามารถค้นหาข้อมูลการย่อยสลายของวัสดุได้จาก กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  http://www.pcd.go.th/info_serv/waste_rubbish.htm)
บริษัทฯ ได้มีการชี้แจงวัสดุว่าผลิตจากกระดาษ Food Contact เคลือบพลาสติก PE ในสื่อต่างๆ มาโดยตลอด เช่น www.festforfood.com (ตัวอย่าง: http://festforfood.com/product/PB004.php

 

SCB เผยท่าไม้ตาย “ย่อ ยืด ขยาย” 3 หลักบริหาร SME ไทยให้แข็งแรง!

หากตั้งคำถามว่า… ในปัจจุบัน อะไรคือ “หัวใจ” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ คำตอบที่ได้คงหนีไม่พ้น SME ตัวเลขโดยประมาณของผู้ประกอบการไทยจากทาง สสว. ระบุว่า ในบ้านเรามีคนทำธุรกิจขนาดย่อย หรือ SME ตีเป็นตัวเลขกลมๆ ประมาณ 2.8 ล้านราย โดยธุรกิจหลักที่ทำยังคงอยู่ในภาคของ “การค้า” และประเภทอื่นๆ ตามลำดับ

ดังนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะพูดว่า SME คือ หัวใจหลัก” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แท้จริง เเละเมื่อมองออกไปในประเทศที่มีโครงสร้าง SME ที่แข็งแกร่ง มีการส่งเสริมและพัฒนาให้ SME เติบโตควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรฐกิจประเทศอย่างจริงจัง ประเทศเหล่านั้นย่อมมีแต้มต่อในการพัฒนาเศรฐกิจที่ดีกว่า เเละด้วยจุดเด่นของธุรกิจประเภทนี้ คือ ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ รวมไปถึงระบบความคิดแบบสตาร์ทอัพ ที่ผนวกรวมเอาเทคโนโลยีและจุดเริ่มต้นจากการแก้ปัญหา Pain Point ของผู้บริโภคลงไป ทำไอเดียเหล่านี้สามารถต่อยอดและพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

SME ไม่ง่าย… หลายคนเหนื่อย หน้าบู้ ตีบตัน ลองมาที่ SCB มีทางออกให้!

แม้ว่าในปัจจุบันทั้งภาครัฐและธนาคารจะมีนโยบายต่างๆ ออกมาเพื่อซัพพอร์ทและส่งเสริมให้ SME ไทยเติบโต แต่ผู้ประกอบการหลายคนยังคงเจอกับปัญหาที่ชวน “หน้าบู้ เหนื่อย ตีบตัน” ไม่ว่าจะเป็น เงินผ่อนต่อเดือนที่ต้องจ่ายเยอะจนหน้าบู้ ระยะเวลาผ่อนชำระสั้นที่ทำให้เหนื่อยใจ หรือ วงเงินกู้น้อยจนตีบตัน

เพราะปัญหาเรื่อง “เงินเงิน ทองทอง” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำ SME
SCB Thailand จึงหาวิธีเพื่อลูก SME ด้วย 3 หลักบริหาร “ย่อ ยืด ขยาย” เพื่อ SMEแข็งแรง ไทยแข็งแรง”

ลองรับชมโฆษณาตัวจาก SCB แล้วคุณจะรู้ว่า 3 หลักบริหาร “ย่อ ยืด ขยาย” นั้นช่วยให้ SCB ไทยแข็งแรงขึ้นได้อย่างไร!

สำหรับโครงการ “ย่อ ยืด ขยาย” เพื่อช่วยเหลือ SME จาก SCB Thailand นั้นประกอบไปด้วย

ย่อ : ย่อเงินผ่อนต่อเดือนให้น้อยลง ให้คุณผ่อนเบาๆ คลายเครียดได้เห็นๆ

ยืด : ยืดระยะเวลาผ่อนชำระนานเพิ่มขึ้นอีก 2 ปี ให้คุณผ่อนได้สบายๆ ไม่ต้องรีบ

ขยาย : ขยายวงเงินเพิ่มสูงสุด 20% วงเงินขยาย ศักยภาพก็ขยายไปได้อีก

 

เพื่อ “SME แข็งแรง ไทยแข็งแรง”
สมัครเลยวันนี้ – 31 ธันวาคม 2560 ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา หรือโทร 027222222”

ตามรอยก้อนจัง ไปศัลยกรรมที่ญี่ปุ่นก็จะดู หล่อๆ เฟี้ยวๆ กว่าเดิม

“บาร์บีกอน” กลายเป็น Mascot คู่ใจประจำร้าน “บาร์บีคิวพลาซ่า” ถึงขนาดที่ว่าผู้บริโภคไม่ว่าจะยุคไหนต่างเรียกกันจนติดปากคุ้นหูว่าไปกิน “บาร์บีกอน” กันเถอะ แทนที่จะพูดว่าไปกิน “บาร์บีคิวพลาซ่า”

หากมองดูผิวเผิน อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร แต่หากมองในเชิงกว้างต้องบอกว่ายังไม่มีแบรนด์ร้านอาหารในเมืองไทยแบรนด์ใด ที่ผู้บริโภคจะผูกพันกับ Mascot ของร้านเท่ากับร้าน “บาร์บีคิวพลาซ่า”

บาร์บีก้อน เพื่อนทางธุรกิจที่ต้องดูแล

แต่เคยสังเกตกันบ้างไหม? ชุด Mascot บาร์บีกอน ที่มีคนใส่อยู่ข้างในนั้นแลดูโทรมๆ และเหนื่อยจากการใช้งานเป็นระยะเวลานาน

มองดูอาจเป็นปัญหาเล็กน้อยที่สามารถมองข้ามไปได้ แต่ในมุมของ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ที่มี “บาร์บีกอน” เป็นเพื่อนทางธุรกิจและค่อยทำหน้าที่ Connect กับผู้บริโภคเพื่อสร้างความรู้สึกดีๆ ให้แก่แบรนด์แล้วนั้น ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

“คือถ้าแบรนด์คุยกับผู้บริโภคโดยตรงแน่นอนผู้บริโภคจะไม่สนิทใจเท่ากับบาร์บีกอนมาสื่อสารพูดคุยกับผู้บริโภค แล้วรู้สึกว่าบาร์บีกอนนั้นคือเพื่อนของเขา และยิ่ง Mascot ที่มีคนสวมใส่ที่สามารถตอบโต้กับคนได้นั้นยิ่งทำให้ผู้บริโภคผูกพันกับแบรนด์เรามากกว่าเดิม” บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เจ้าของแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า เล่าถึงหน้าที่ความสำคัญของบาร์บีกอน Mascot ประจำร้าน

 

ทำไมถึงต้องทำชุดมาสคอต “บาร์บีกอน” ที่ญี่ปุ่น

ความน่าสนใจกว่านั้นคือนอกจากชุด Mascot จะทรุดโทรมยังมีน้ำหนักมากแถมยังไม่มีระบบระบายอากาศที่ดี จึงเป็นที่มาของการทำชุด Mascot บาร์บีกอน New Look โดยในช่วงแรกนั้นทาง “บาร์บีคิวพลาซ่า” ได้เสาะหาโรงงานในเมืองไทย แต่ไม่มีโรงงานใด ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้

จนมาพบโรงงาน KIGURUMI.BIZ ในจังหวัด มิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลงานสร้างชุด Mascot ให้คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนดังระดับโลกมาแล้วอย่างมากมายอย่างที่รู้จักกันดีคือ “คุมะมง”

เพียงแต่คงไม่ใช่แค่เหตุผลนี้เพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ยอมทุ่มทุนพา “บาร์บีกอน” บินข้ามทะเลไป Modified ที่ญี่ปุ่นแถมการ “แปลงโฉม” ครั้งนี้ยังแพงกว่าถึง 10 เท่า เพราะถ้าผลิตในประเทศนั้นจะอยู่ที่ 30,000 บาท/Mascot 1 ตัว แต่มาที่ญี่ปุ่นคือ 300,000 บาท/ 1ตัว

โดยการผลิตชุด Mascot นี้จะเป็นตัว Master และมีแผนที่จะผลิตเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะมีจำนวนกี่ตัว

 

“โรงงานเราพนักงานทุกคนจะเป็นผู้หญิงเพราะเราเชื่อว่าผู้หญิงมีความเป็นแม่และใส่ใจทุกรายละเอียดในการผลิต ที่สำคัญ Mascot ทุกตัวที่เราผลิต เรามองเขาเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นทุกกระบวนการผลิตเราใส่ใจ” Hiromi Kano CEO บริษัท KIGURUMI.BIZ บอกถึง Main Idea ในการผลิตชุด Mascot

เธอยังบอกว่าการแปลงโฉมบาร์บีกอนครั้งนี้มีความท้าทายอย่างมาก เพราะทางทีมงานไม่ได้สัมผัสตัวเป็นๆ จะเห็นก็แต่ทางคลิปวิดีโอและภาพถ่ายที่ทาง “บาร์บีคิวพลาซ่า” ส่งมาให้ เพราะฉะนั้นการสร้างชุดบาร์บีกอนครั้งนี้ต้องใส่จินตนาการเพิ่มมากขึ้นกว่าการผลิต Mascot ตัวอื่นๆ ที่ทางโรงงานได้เห็นตัวเป็นๆ ก่อนการผลิต

“มันยากนะที่ต้องสร้างชุด Mascot ด้วยการเปรียบเทียบจากรูปถ่ายหรือคลิปวิดีโอที่ส่งมา เพราะโจทย์คือจะต้องทำให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับและต้องทำให้ดีกว่าเดิม”

หลังจากประชุมกันนาน 1 เดือนกว่าๆ เพื่อวางแผนต่อจากนั้นก็ใช้เวลาการผลิตอีก 1 เดือนซึ่งทุกกระบวนการผลิตนั้นจะใช้วิธี Handmade ไม่พึ่งพาเครื่องจักร เพราะการทำชุด Mascot ด้วยมือนั้นจะทำให้ได้สัดส่วนถูกต้องเป๊ะมากกว่าการใช้เครื่องจักร

 

บาร์บีกอน ลุค เจแปน ดีกว่าเดิม ?

คำถามคือ “บาร์บีกอน” ลุคใหม่ที่ลงทุนไปแปลงโฉมถึงญี่ปุ่น นั้นแตกต่างจากลุคเดิม Made in Thailand อย่างไร

อันดับแรก สุดคือผิวสัมผัสที่ขนนุ่ม ชวนให้น่าสัมผัสตราบนานเท่านาน อีกทั้งขนรอบตัวนั้นยังเรียงตัวสวยงาม

ข้อต่อมา คือลุคบาร์บีก้อนจะดูสดใสกว่าเดิมและดูมีเสน่ห์ดึงดูดมากขึ้น หลักฐานที่ชัดเจนนั้นคือเมื่อบาร์บีกอนไปปรากฎตัวในย่านชุมชนในญี่ปุ่นจะมีเด็กๆ จะเข้ามาเล่นหยอกล้อสนุกสนาน

ข้อสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดนั้นคือน้ำหนักชุด Mascot บาร์บีกอน มีขนาดเบาลงจากแต่เดิม 12 กิโลกรัม (เฉพาะส่วนหัว 6 กิโลกรัม)  แต่ชุด Mascot บาร์บีกอนใหม่นั้นจะมีน้ำหนักตัวรวมกันเพียง 6 กิโลกรัมอีกทั้งยังมีพัดลมระบายอากาศฝังอยู่ 2 ตำแหน่งนั้นคือตรงส่วนหัวและส่วนลำตัว

“ชุด Mascot ทุกตัวที่ออกแบบนั้นเราคิดเผื่อคนที่สวมใส่อยู่ข้างในจึงต้องทำให้น้ำหนักเบาที่สุดและเคลื่อนไหวได้คล่องตัว และที่สำคัญที่สุดต้องทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบาย เพราะเขาคือคนสำคัญที่คอยทำหน้าที่ให้ Mascot สื่อสารกับคนอื่นๆ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง”

ทีนี้คงหมดข้อสงสัยแล้วว่าทำไม Mascot ที่ต่างประเทศจึงสามารถกระโดดเต้นรัวๆ หรือแม้แต่ภาพที่ “คุมะมง”ปั่นจักรยานเล่นแบบชิลๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือกระบวนการผลิตชุด Mascot ที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง

9 เดือน 9 วันเกิด บาร์บีกอน

กลับมาที่ในมุมของบาร์บีคิวพลาซ่า นอกจากความต้องการให้ชุด Mascot “บาร์บีกอน” นั้นสดใสไฉไลมากกว่าตัวเดิมแล้วนั้น ยังมีอีกหนึ่งเบื้องหลังนั้นคือในวันที่ 9 เดือน กันยายน ปีนี้ แบรนด์ “บาร์บีกอน” จะครบรอบ 30 ปี

และภารกิจบินไปแปลงโฉมที่ญี่ปุ่นก็ถือเป็นการมอบของขวัญให้แก่ “บาร์บีกอน” ขณะที่มุมของผู้บริโภคนั้น “บาร์บีคิวพลาซ่า” ได้เตรียม Project ให้ผู้บริโภคแฟนคลับ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ได้มีส่วนร่วมกับบาร์บีกอน

“ได้มีการทำ Project ให้ลูกค้าเขียนส่งมาว่าในวันเกิดบาร์บีกอน อยากให้ก้อนจังไปทำอะไรดีๆ มันๆ สนุกๆ เพื่อสังคมและคนอื่นให้มีความสุข โดยเราจะคัดเลือกแค่ 3 กิจกรรรมที่โดนใจ แล้วให้ลูกค้ามาร่วมสนุกทำกิจกรรมที่ได้รับคัดเลือกรวมกับบาร์บีกอน พร้อมจะสื่อสารว่า วันเกิดบาร์บีกอนก็พร้อมที่จะทำความดีให้กับคนที่รัก แล้ววันเกิดคุณทำอะไรดีๆ เพื่อคนที่คุณรักหรือยัง”

เป็นการเลือกคิด “ต่าง” เพราะโดยปกติทั่วไปวันเกิดของคนหนึ่งคนมักจะเรียกร้องถามหาของขวัญจากคนที่รักและคนรอบข้างแต่ไม่เคยคิดเป็น “ผู้ให้” ในวันเกิดตัวเอง แต่แคมเปญนี้จะเป็นการปฎิวัติให้ผู้บริโภค “คิดใหม่ ทำใหม่” ว่าวันเกิดตัวเองลองหันมาเป็น “ผู้ให้” เหมือนอย่าง “บาร์บีกอน” ที่ทำให้เห็นมาแล้ว

30 ปี บาร์บีก้อน มีกี่ลุค

ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนดีไซน์ “บาร์บีกอน” แต่เป็นในเรื่องของการทำชุด Mascot ให้มีน้ำหนักเบาและน่าสัมผัส ส่วนดีไซน์นั้นมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเพื่อความคล่องตัว เพราะจริงๆ แล้วตลอดเวลา 30 ปี “บาร์บีกอน” มีเพียง 2 เวอร์ชั่นเท่านั้น

บาร์บีกอนเวอร์ชั่นแรกซึ่งอยู่มาตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน บาร์บีคิวพลาซ่า จะมีดีไซน์ไม่ค่อยทันสมัย อีกทั้งยังดูเก่าไม่ค่อยมีเสน่ห์ชวนให้สัมผัสเท่าไร

บาร์บีกอนเวอร์ชั่นสอง คือการพลิกโฉมอย่างแท้จริงโดยเริ่มต้นในช่วงปลายปี 2554 ผ่านการเล่าเรื่องด้วยแคมเปญ “เสี่ยเส็ง” ลักพาตัวบาร์บีกอนออกอากาศทางฟรีทีวี จากนั้นสร้างการรับรู้ต่อเนื่องบนโลกออนไลน์ด้วยคลิปจับตัวบาร์บีกอนไปทำร้ายจนครบทั้ง 86 ตัวตามจำนวนสาขา แคมเปญก็ถูกเฉลยด้วยอีเวนท์ใหญ่ทำลายบาร์บีกอนทุกตัว จากนั้น 3 -4  วันก็สร้างเรื่องราวให้บาร์บีกอนโฉมใหม่ฟื้นขึ้นมาด้วยความรักจากแฟนๆ

โดยบาร์บีกอนลุคใหม่นั้นจะดูน่ารักสดใสแฝงไปด้วยความขี้เล่น ดูเป็นมังกรใจดี

KIGURUMI.BIZ ปฎิวัติระบบ “มนุษย์ OT”ญี่ปุ่น

จากคำสัมภาษณ์ Hiromi Kano CEO บริษัท KIGURUMI.BIZ บอกว่าอัตราค่าเฉลี่ยการทำงานล่วงเวลาของคนญี่ปุ่นอยู่ที่ 45 ชั่วโมง/เดือน ซึ่งถือเป็นอัตรา OT ติดอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งในมุมของของเธอนั้นมองว่าการจะขับเคลื่อนผลงานการผลิต Mascot ให้มีคุณภาพนั้นต้องให้พนักงานทำงานในระยะเวลาที่พอเหมาะ ไม่ควรให้มี OT มากเกินไป ซึ่งจะทำให้พนักงานเหนื่อยล้าและมีความผิดพลาดในการทำงานสูง

ทำให้ค่าเฉลี่ย OT การทำงานล่วงเวลาของบริษัทแห่งนี้อยู่ที่ 5.9 ชั่วโมง/เดือน โดยโรงงานแห่งนี้มีพนักงาน 28 คน ผลิตชุด Mascot อยู่ที่ 200 ตัวต่อปีหรือเดือนหนึ่งอยู่ที่ 20 กว่าตัว ซึ่งหากเกินกว่านั้น จะให้ลูกค้าเลื่อนคิวการผลิต ทั้งหมดก็เพื่อให้การผลิตมีคุณภาพไม่หลุด QC

“แนนซี่ 2017” คลิปขำๆ อารมณ์ดี๊…ดี ที่ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ อยากบอกว่า “เพื่อลูกบ้าน เราเต็มที่”

ความไว้ใจจากลูกค้า คือความภูมิใจของเรา เชื่อว่าเป็นประโยคที่ผู้กำลังคิดจะซื้อที่อยู่อาศัยอยากได้ยินจากปากเจ้าบ้านหรือ ผู้พัฒนาโครงการ (Developer) ทุกราย

และประโยคนี้ จะเห็นได้ในทุกคลิปโฆษณาและสื่ออื่นๆของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) บริษัทที่มีอายุกว่า 30 ปีและพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 150 โครงการและมีถึง 20,000 กว่าครอบครัวที่อยู่ในการดูแลของบริษัทแห่งนี้

มารู้จักผู้ชายที่ชื่อ แนนซี่ 2017

ที่น่าสนใจคือทุกคลิปที่ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ นำมาโชว์ในโลกออนไลน์นั้นสามารถเรียกรอยยิ้มได้ทุกที ไม่ว่าจะชมซ้ำรอบ 2 หรือรอบ 3

ล่าสุดกับคลิปภาพยนตร์โฆษณา “แนนซี่ 2017” ที่กำลังสร้างรอยยิ้มผ่านโลกออนไลน์พร้อมกับยอด View แบบพุ่งพรวดไม่ว่าจะเป็นใน YouTube 4,256,690 ครั้ง กับอีก 17,878 share  และบน Facebook กว่า 2,960,000 ครั้ง ที่มีคนให้ความสนใจกด Like ถึง 1,900,000 Like และ 143 share โดยปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดใช้เวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์

 

ยอด View ถล่มทลายในเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้ แน่นอนต้องเป็น Content ที่น่าติดตามเต็มไปด้วยความสนุก โดยใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่เป็นพนักงานนิติบุคคลผู้ชายที่มีหน้าตาขี้เหร่ และลูกบ้านไม่ว่าจะเป็นเด็กและผู้หญิงต่างกลัวในหน้าตาเขา ซึ่งทำให้พนักงานคนนี้น้อยใจเป็นอย่างมาก

จนมาถึงปฎิบัติการแปลงโฉมตัวเองอย่างหลายรูปแบบ แต่ก็ยังไม่ได้ผลสักที จนมาปิ๊งไอเดียด้วยการแต่งเป็นผู้หญิง “แนนซี่” ซึ่งได้ผลชะงักเพราะไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง,เด็ก,คนชรา ต่างชื่นชอบพนักงานชายขี้เหร่ในลุกซ์ใหม่สวยปิ๊ง หรือเปล่าไม่แน่ใจ

 

โฆษณาที่ตอบโจทย์ Insight

แม้จะเป็นโฆษณาอารมณ์ดี แต่นี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าพนักงานนิติบุคคลของ SENA นั้นทุ่มเทกับการทำงานอย่างเต็มที่และเพื่อให้ได้ใจลูกบ้านของตัวเอง สะท้อนถึงปรัญญาในการดูแลลูกบ้านของบริษัทที่ว่า “ความไว้ใจจากลูกค้า คือความภูมิใจของเรา”

ขณะเดียวกันอีกหนึ่ง Insight ของผู้อยู่อาศัยคอนโดมิเนียม นั้นคือบริการหลังการขายซึ่ง SENA เข้าใจถึง Insight ตรงนี้ได้เป็นอย่างดีจึงสื่อสารผ่านโฆษณา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานให้เกิดสังคมคุณภาพหลังการขายในทุกโครงการ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกบ้านและบริการด้วยใจ

ความ ต่างที่ SENA เสิร์ฟให้

และไม่ใช่แค่บริการขั้นเทพของพนักงานนิติบุคคล เพราะในยุคนี้การแข่งขันด้านธุรกิจที่อยู่อาศัยต้องสร้างความ “ต่าง” จากคู่แข่งและที่สำคัญต้องเป็นความ “ต่าง” ที่ชนะใจลูกค้า

ทำให้ SENA นำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้ธีม ” Eco Innovation” หมายถึง ลบ 2 บวก 1 เพราะ Eco คือการประหยัดพลังงาน และประหยัดเวลา Innovation คือการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้ดีมากขึ้น และพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อลูกค้า   โดยที่สร้างชื่อเสียงให้ SENA นั้นคือการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางและเป็นพลังงานสะอาด

และการทำแอพพลิเคชั่น SENA 360 SERVICE  ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการหลังการขายของบริษัทได้โดยง่าย ซึ่งในปี 2560 ยังมีแผนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้าให้สูงสุดมากกว่าเดิม เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล

 

พฤกษาฯ ดึง 3 สปีกเกอร์ 3 คาแรกเตอร์ จัด Event Talk เปิดตัวคอนโด The Reserve พหลฯ – ประดิพัทธ์ ห้อง Loft ที่กระแสเเรงที่สุดในตอนนี้

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนคงอาจผ่านตากับงาน Event Talk สุดยอดแห่งการสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ที่จัดขึ้นโดย พฤกษาฯ งานเปิดตัวคอนโดหรูโครงการใหม่ The Reserve พหลฯ – ประดิพัทธ์ ที่กล้าทลายทุกกฎ ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด การเปิดตัวคอนโดแบบเดิมๆ โดยสิ้นเชิง

The Reserve พหลฯ – ประดิพัทธ์ Event Talk ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ Challenge Yourself เพื่อเป็นการสานต่อคอนเซ็ปแบรนด์ และคอนเซ็ปการใช้ชีวิต ส่งต่อ Ambition ไปยังกลุ่มเป้าหมาย ผ่าน Speaker ทั้ง 3 คน 3 คาแรกเตอร์ ได้เเก่ “เต๋อ- นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ : New Perspective “นพ-พงศธร ธนบดีภัทร : Pursuit และ “เซฟยีนส์-นกุล กวินรัตน์ : Passion  เเละยังเป็นการสะท้อน เรื่องราวของโครงการและการออกแบบ Community เพื่อคนรุ่นใหม่ ที่เต็มไปด้วยมุ่งมั่นกล้าที่จะท้าทายทุกข้อจำกัดของตัวโครงการอีกด้วย…

The Reserve พหลฯ – ประดิพัทธ์ ได้ใช้สัตว์อย่าง “เสือหิมะ” เพื่อสื่อสาร และวางคาแรกเตอร์ของโครงการให้เปรียบเสมือนกับ นักล่า ผู้ทะเยอทะยาน มุ่งมั่น ชอบอยู่บนที่สูง รวมทั้งเป็นการสะท้อนคาแรกเตอร์ของกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้เป็น กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีสัญชาติญาณ “นักล่าเต็มไปเปี่ยมไปด้วยทะเยอทะยาน” อาทิเช่น เจ้าของธุรกิจ ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย กลุ่มคนทำ Star Up ที่มีความคิดรุดหน้า รวมถึง ฟรีแลนซ์ รักอิสระแต่สามารถสร้างรายได้ได้ไม่แพ้การทำอาชีพอื่น ซึ่งสอดคล้องกับ Tagline ของโครงการ “Reserve Your Ambition” อย่างลงตัว

โดยทั้ง 3 คาแรกเตอร์ ได้ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 สปีกเกอร์ ที่ขึ้นพูดใน Event Talk เปิดตัว “โครงการ The Reserve พหลฯ – ประดิพัทธ์”… หากใครที่พลาดรับชมสดผ่าน LIVE สามารถชมย้อนหลังที่นี่ได้เลย!


 

สำหรับตัวโครงการ The Reserve พหลฯ – ประดิพัทธ์ ได้เริ่มเปิดให้ชมห้องตัวอย่างเพียงไม่กี่วัน ซึ่งได้รับการตอบรับและยอดขายที่ดีเกินคาดจากลูกค้ารอบ VIP ด้วยจุดเด่นของโครงการที่มีจุดขาย คือพื้นที่ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและตอบสนองทุกฟังก์ชั่นในการชีวิตด้วย Product ห้อง Loft ที่แตกต่าง


LOFT IN PRADIPAT : ห้อง 1 Bedroom สไตล์ Loft
ขนาด 28.40 – 38.95 ตร.ม. เเตกต่างเเละโดดเด่นที่สุดในย่านพหลโยธิน ด้วยพื้นที่ที่มากกว่า ความสบายที่เหนือระดับด้วยการออกเเบบเพดานห้องสูงถึง 4.4 เมตร มาพร้อมกระจกบานยาว เพื่อให้คุณเห็นวิวได้กว้างกว่า เปิดรับเเสงธรรมชาติได้เต็มที่ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ชั้นลอยเเยกสัดส่วนเพื่อความรู้สึกปลอดโปร่ง เปิดรับจินตนาการใหม่ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

นอกจากนี้นั้นคุณยังใช้ชีวิตในแบบ LIVE . WORK . PLAY ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ทั้ง COMMUNITY SPACE รูปแบบใหม่ พื้นที่เดียว ให้คุณเพลิดเพลิน ได้ถึง 3 FUNCTIONS มีส่วนทำงาน 24 ชม. “(24/ 7) CO-WORKING SPACE” ในแบบ INDOOR & OUTDOOR มาพร้อม ALL-DAY PANTRY ส่วนของบาร์เครื่องดื่ม อำนวยความสะดวกให้คุณได้ทั้งวัน และ ADAPTIVE FUNCTION ROOM ห้องอเนกประสงค์ ที่ปรับเปลี่ยนเป็นห้องประชุมหรือดูหนังได้

เปิดจอง Pre-sale 16-17 ก.ย.นี้ เปิด Loft ใหม่! โซนสูง เริ่ม 5.9 ล้านบาท
พร้อมพบข้อเสนอพิเศษกว่า 200,000 บาท
พบกันที่ สำนักงานขาย เดอะ รีเซิร์ฟ พหลฯ – ประดิพัทธ์ ใกล้ BTS สะพานควาย

ข้อเสนอสุดพิเศษจากโครงการ The Reserve พหลฯ – ประดิพัทธ์! 

“รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท สำหรับแฟนเพจ 20 ท่านแรกที่สนใจจองโครงการ The Reserve พหลฯ-ประดิพัทธ์
เพียง Add Line @thereservecondo แล้วเขียน ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ พร้อมใส่ #MarketeerOnline
ใช้สิทธินี้ได้ถึง Presale 16-17 ก.ย.นี้เท่านั้น” รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

 

คลิก! รับข้อเสนอพิเศษ 200,000 บาท* : https://goo.gl/xyDwGn
สอบถามเพิ่มเติม [email protected] : @thereservecondo