All posts by Pakin J.

แลคตาซอยร่วมเติมพลังบุญกับแคมเปญ “เจรวมใจ” อิ่มเจอิ่มใจกับแลคตาซอย สูตรเจ 3 รสชาติ

นางสาวพรรวนา มหาทรัพย์ (ขวา) ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด ร่วมสนับสนุนแคมเปญ “เจรวมใจ 2017” ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 19-28 ตุลาคมนี้ โดยมี นางภัทรา ทรัพยะประภา (ซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจอาหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน ที่อาคาร ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

แลคตาซอย เสริมพลังบุญ สร้างพลังกาย ในช่วงเทศกาลกินเจ ด้วยผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองแลคตาซอยสูตรเจ 3 รสชาติ ได้แก่ ไฮแคลเซียม นมถั่วเหลือง 100% ปริมาณน้ำตาลน้อย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิด, งาดำ นมถั่วเหลืองผสมเนื้องาดำธรรมชาติพร้อมคุณประโยชน์จากวิตามินและแร่ธาตุกว่า 13 ชนิด ที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน และ ชาเขียว นมถั่วผสมคุณค่าของผงชาเขียวแท้ ช่วยเติมเต็มความสดชื่นและความกระปรี้กระเปร่าระหว่างวัน สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ร่วมอิ่มบุญอิ่มใจกับแลคตาซอยสูตรเจ ได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าทั่วประเทศ

มองเกม Freitag บน Kickstarter แบรนด์ใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้มาเพื่อระดมทุนแน่ๆ!?

Kickstarter.com คือเว็บไซต์ Crowdfunding เจ้าใหญ่ของโลก…
ที่นี่มีสินค้าและแบรนด์มากมายที่มาพร้อมกับ “ไอเดีย” และการนำเสนอที่ทำให้คนรู้สึกว้าว
เพื่อเรียกเงินสนับสนุนจากผู้คนทั่วโลก จนสามารถตั้งบริษัท-ผลิตสินค้าออกมาจริงๆ ได้หลายต่อหลายแบรนด์

ส่วน Freitag คือแบรนด์กระเป๋าของคนรักษ์โลก และรักความคูลที่ยอมจ่ายให้กับกระเป๋า
ที่ทำจากผ้าใบรถบรรทุกรีไซเคิล ซึ่งมีราคาค่าตัวไม่ด้อยไม่กว่าสตรีทแบรนด์อื่นๆ ที่ขายอยู่ในท้องตลาด

Kickstarter และ Freitag มีจุดร่วมที่คล้ายกันอยู่ 1 อย่าง คือการ “ขายไอเดีย”…

Kickstarter ขายไอเดียจากโปรเจคที่ทำเพื่อให้คนมาสนับสนุนจนเกิดเม็ดเงินที่มาจาก Crowdfunding
ส่วน Freitag มีไอเดียรักษ์โลกที่แข็งแรง ของทุกชิ้นมาจากการรีไซเคิล วัสดุเช่น ผ้าใบคลุมรถบรรทุก ยางในรถจักรยาน สายเข็มขัดนิรภัย สร้างให้เกิดกระเป๋าที่คนใช้รู้สึกภูมิใจ พร้อมยังเคลมได้ว่าไม่ซ้ำกับใครในโลก เพราะลวดลายแต่ใบเกิดจากการตัดผ้าใบรถบรรทุกที่ขึ้นอยู่กับมือช่างตัด

 

ส่งผลให้กลุ่มคนที่ติดตาม Kickstarter และ Freitag มีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก “มองหาสิ่งใหม่ สนับสนุนไอเดียที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ริเริ่มสร้างสรรค์”

แม้ Freitag จะไม่ได้เกิดจาก Kickstarter แต่โปรเจคเปิดตัวกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า ZIPPELIN  กระเป๋ารุ่นแรกของ Freitag ที่มีล้อเลื่อน และเป็นกระเป๋ารุ่นแรกของโลกที่เติมลมได้* และสามารถเอาลมออกเมื่อต้องการพับเก็บ

ดังนั้นการเปิดตัว ZIPPELIN บน Kickstarter.com ไม่ได้มาแค่ระดมทุนแน่…

แต่ Freitag น่าจะมองว่า Kickstarter คือหนึ่งในช่องทางโปรโมทใหม่ รูปแบบการโปรโมทใหม่ รวมถึง การทำตลาดแบบใหม่ ที่สำคัญยังสามารถเช็คกระแสการตอบรับ ได้ตั้งแต่สินค้ายังไม่เปิดตัว

กว่า 24 ปี ของ Freitag กระเป๋ารุ่น ZIPPELIN เเตกต่างไปจากสินค้าตัวอื่นๆ ของเเบรนด์อยู่หลายด้าน

• เป็นกระเป๋ารุ่นใหญ่ที่สุด ความจุถึง 85 ลิตร เเละสามารถสะพายหลัง หรือ ลากได้
• เเม้ว่าจะมีแบบกระเป๋ากว่า 70 แบบวางขาย แต่ ZIPPELIN เป็นรุ่นแรกที่มีล้อลาก
• การเติมลมเข้า-เอาลมออก ช่วยทั้งเรื่องการรักษาทรงเวลาไม่ได้ใส่ของ เเละเมื่อเอาลมออกก็สามารถพับเก็บได้ไม่เกะกะ
• เป็นครั้งแรกที่ Freitag ทำโปรโจคบน Kickstarter  
มีการส่งกระเป๋าตัวอย่างให้กับร้านดีลเลอร์ทั่วโลก เพื่อให้แฟนๆ ชาว F ทั้งหลายได้เยี่ยมชมก่อนเปิดขายจริง พร้อมๆ กับโปรเจคที่รันบนออนไลน์

โปรเจค ZIPPELIN บน Kickstarter ตั้งยอดไว้ที่ 100,000 ยูโร และจะปิดรับในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ เท่ากับเหลืออีก 9 วัน… เเละคงไม่ต้องเป็นห่วงอะไร เพราะโปรเจค ZIPPELIN มียอดสนับสนุนถึง 391,533 ยูโรเป็นที่เรียบร้อย ส่วนสินค้าจะทยอยผลิต ส่งให้ผู้สนับสนุนก่อน และการเปิดขายสำหรับผู้คนทั่วไปคงต้องรอติดตามกันอีกที

เเละความสำเร็จของ Freitag คงไม่ได้อยู่เเค่ยอดระดมทุน…
โปรเจคนี้ยังส่งผลให้พวกเขาได้ฟรีมีเดียจากเว็บไซต์ทั่วโลก ได้โปรโมตกระเป๋ารุ่นใหม่ พร้อมๆ กับโปรโมตเเบรนด์ขยายกลุ่มลูกค้าได้อีกเพียบ!

Kickstarter.com/ZIPPELIN

 

ย้าย ‘บัตรประกันสังคม’ ลงมือถือ ง่ายไม่กี่คลิก แถมตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้ตลอดเวลา

ที่จริงระบบ SSO Connect  หรือการเปิดให้โหลดข้อมูลบัตรประกันสังคมมาลงไว้บนมือถือของทางสำนักงานประกันสังคมนั้นได้เริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่ช่วงต้นปี 2017 ซึ่งต้องบอกว่ามีขั้นตอนที่ง่ายมาก

เพียงแค่ กรอกข้อมูล >> อ่านเงื่อนไข / ยอมรับ >> สแกน QR Code >> บัตรประกันสังคมจะมาอยู่ในมือถือได้ทันที!

คือต้องเล่าให้ฟังก่อน ว่าทำไมจู่ๆ แอดมินถึงลุกขึ้นมาควานหาบัตรประกันสังคม…. เพราะว่าใกล้ปลายปีแบบนี้จึงอยากเช็คสิทธิทันตกรรม + ดูยอดสมบทชราภาพ ว่าทำงานมากันตั้งหลายปีเรามีเงินเก็บเท่าไหร่แล้วนะ

หลังจากนั้นจึงเริ่มเสิร์จหาข้อมูลไปเรื่อยๆ และเจอเข้ากับ SSO Connect เเละหลังจากที่ได้ทดลองใช้เป็นที่เรีนยร้อย ก็รู้สึกว่ามีประโยชน์ จึงอยากหยิบมาแชร์เพื่อคนที่ยังไม่รู้ และถือว่าเป็นนโยบายด้านดิจิทัลของทางสำนักงานประกันสังคมที่มีการอัพเดท เพื่อรองรับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” และยุคของ QR Code ได้แบบไม่ตกเทรนด์สุดๆ

 

เริ่มต้นโดยการเข้าไปที่ ssoconnect.mywallet.co  และ กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเบอร์โทรศัพท์ ลงบนเว็ปไซต์ ให้เรียบร้อย อย่าลืม อ่านเงื่อนไข และกดยอมรับต่อไปได้เลย

  • ถ้าเป็น iOS ก็สามารถเปิดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Wallet เพื่อสแกน QR Code ได้ทันที
  • สำหรับ Android ผู้ใช้งานต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า My Wallet ก่อนถึงจะใช้งานได้

เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะมีบัตรประกันสังคมอยู่ในสมาร์ทโฟนเป็นที่เรียบร้อย “ใช้ได้เสมือนบัตรประกันสังคมใบจริง” บวกกับสามารถตรวจสอบสิทธิ์ เช็คโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ และสามารถดูยอดเงินสมทบชราภาพ ตรวจสอบสิทธิทันตกรรม ซึ่งข้อมูลทั้งหมดยังอัพเดทให้ตลอดเวลาอีกด้วย

นอกจากความสะดวกสบายที่ผู้ใช้งานได้รับแล้ว… หากมองให้ลึกลงไป ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวของหน่วยงานราชการในบ้านเรา ที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนอย่างชัดเจน ใช้งานได้จริง โดยใช้พลังของดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนองค์กร และอำนวยความสะดวกสบายให้กับประชาชนได้ดีมากยิ่งขึ้น ถือเป็นเรื่องน่าชื่นชน รวมถึงยังน่าสนับสนุนให้เกิดการต่อยอดไปยังองค์กรอื่น เเละทุกภาคส่วนเพื่อเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็น “ไทยแลนด์ 4.0” ได้ในเร็ววัน!

 

4 วิธี “ปรับโทนสีภาพ เว็บไซต์ 40%” สำหรับช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เดือนตุลาคม 60

เนื่องด้วยในเดือนตุลาคม 2560 เป็นช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามที่ทางสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ได้ประกาศแนวทางสำหรับสื่อประเภท Digital Owned Media หมายความถึง Website, VDO, Content บน Digital หรือ Social Platform และชิ้นงาน On-line / Digital Material ที่จะจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ในช่วงวันที่ 1-27 ตุลาคม 2560 โดยมีแนวทางให้ปรับ รูปแบบการนำเสนอชิ้นงานเพื่อถวายความอาลัยดังนี้

1.ใช้เฉดสีเทา (Grayscale) ระดับ 40% คลุมทั้ง Website, VDO, Content บน Digital หรือ Social Platform และชิ้นงาน On-line / Digital Ad หรือ

2.ปรับสีองค์ประกอบต่างๆ โดยแนะนำให้ใช้โทนสีขาว-เทา-ดำ แทน หรือ

3.ใช้สีหน้าเว็บตามปกติ แต่เพิ่มแถบข้อความหรือสัญลักษณ์ด้านบนของหน้าเว็บ (ริบบิ้นถวายอาลัยสีดำ) หรือชิ้นงาน On-line / Digital Material เพื่อถวายความอาลัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและความสามารถของแต่ละรายที่สามารถจะดำเนินการได้เป็นสำคัญ

สำหรับ บริษัท / ห้างร้าน / SME / ผู้ประกอบกิจการ e-Commerce / ขายสินค้าออนไลน์ ที่มีทีมงานกราฟิก หรือผู้รับผิดชอบด้านเว็บไซต์ สามารถปรับเว็บไซต์ รูปภาพ วิดีโอ คอนเทนต์ และเว็บไซต์ทั้งหมดให้อยู่ใน เฉดสีเทา (Grayscale) ระดับ 40% คลุมทั้งหมดได้ตั้งแต่วันที่ 1  ตุลาคม 2560 ได้เป็นต้นไป

โดยผู้ที่ใช้งานเว็บไซต์บนแพลตฟอร์ม WordPress สามารถคลุมสีเว็บไซต์ และติดตั้งริบบิ้นถวายอาลัย ได้ด้วยการ ดาวน์โหลด Plugins WP Easy Grayscale ได้ที่นี่ www.tannysoft.com

 

วิธีการลง Plugins : WP Easy Grayscale

1.เข้าที่หลังบ้าน Dashboard ของคุณ เลือกที่เมนู Plugin >> Add New >> Upload Plugins

>> เลือกไฟล์ wp-easy-grayscale-v1.2.Zip ที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ www.tannysoft.com ติดตั้งได้ทันที

เมื่อติดตั้งเสร็จ

2.สามารถปรับค่าสีขาวดำ (1-100%) และ ริบบิ้น ให้กลับไปที่ Dashboard ของคุณ เลือกที่เมนู Setting >> WP Easy Grayscale >> ปรับค่าสีขาวดำมาอยู่ที่ 60 >>คลิกเลือก ริบบิ้น

เพียงเท่านี้ทุกหน้าเพจเว็บไซต์ของคุณจะถูกคลุมด้วยเฉดสีเทา ลดโทนสีทั้งหมดลงเหลือ 40%
(สามารถ ยกเลิกการใช้ Plugin ได้หลังจากหมดเดือนตุลาคม ความเข้มของสีทั้งหมดก็จะกลับมาที่ค่าปกติ)
ขอบคุณ Plugin WP Easy Grayscale จาก www.tannysoft.com

 

เเต่เชื่อว่า… ยังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่ไม่มีทีมกราฟิก หรืออาจจัยังไม่ทราบวิธีปรับโทรสีรูปภาพให้เป็น 40% 

Marketeer Online จึงขอนำเสนอ “วิธีการเปลี่ยนโทนสีรูปภาพให้อยู่ในระดับ ไม่เกิน 40% แบบไม่ค่าใช้จ่าย และยังสามารถทำได้ทั้งบน คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ อีกด้วย” (สามารถปิดโหลดสีเทาเว็บไซต์ Marketeer.co.th ได้ที่มุมขวาด้านบน “เลือกปิดโหมดสีเทา” เพื่อชมภาพตัวอย่างการปรับภาพ)

 

Mobile

ที่จริงแล้วทั้ง iOS / Android มีโปรแกรมแต่งภาพมากมายให้เลือกใช้ แต่ในวันนี้เราจะขอใช้แอพที่ชื่อว่า “Snapseedในการปรับโทนสีภาพให้เหลือ 40%

 

1.เริ่มต้นจาก ดาวน์โหลดแอพจากทาง AppStore / PlayStore
Link Download : iOS >> https://itunes.apple.com/us/app/snapseed/id439438619?mt=8
Android >> https://play.google.com/store/apps/details?id=com.niksoftware.snapseed&hl=en

2.เปิดแอพขึ้นมาและเลือกเมนู “Open” ที่มุมซ้ายบน >> เลือกภาพที่ต้องการจะปรับ >> เมื่อเลือกภาพได้แล้ว >> ให้ไปที่คำสั่ง Tools >> เลือกหัวข้อ “Saturation” >> เลื่อนไปทางซ้ายเลขแสดงผลขึ้นที่ -60 เป็นอันเสร็จ

3.สามารถ Export ภาพไปใช้บนโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ทันที

 

Website

1.เริ่มต้นด้วยการเปิดเว็บบราวเซอร์ของคุณขึ้นมา และเข้าไปที่เว็บไซต์ https://pixlr.com/editor/

2.ระบบจะสอบถามเกี่ยวกับการติดตั้ง FlashPlayer ให้ตอบตกลง หรือ Allow Plugins ทั้งหมด

 

3.เมื่อเปิดหน้าเว็บไซต์ขึ้นมาเป็นที่เรียนร้อยให้เลือกไปที่เมนู “OPEN IMAGE FROM COMPUTER” >> เลือกภาพจากคอมพิวเตอร์ที่คุณต้องการ

4.ไปที่เมนู Adjustment >> Hue & Saturation >> หลังจากนั้น “ปรับลด Saturation” ให้เป็น -60” กด OK >> สามารถเซฟไฟล์ไปใช้งานได้ทันที

Computer: Window / OSX
โปรแกรมแต่งภาพฟรียอดฮิตอย่าง PhotoScape ยังช่วยเราได้เสมอ (ดาวน์โหลดโปรแกรมที่นี่ : http://www.photoscape.org/ps/main/index.php)

1.เมื่อติดตั้งตัวโปรแกรมเป็นที่เรียบร้อย >> เลือกเมนู “แก้ไขภาพ” เลือกภาพที่คุณต้องการปรับให้เรียบร้อย

2.มองไปที่ด้านล่าง เลือกเมนู “ความสว่า, สี” >> การลดสี (decolor) >> เลือกไปที่ –6 / -60%)

3.เพียงเท่านี้รูปของคุณก็จะถูกปรับเป็นภาพที่โทนสีไม่เกิน 40% เซฟไปใช้งานได้ทันที

Healthy Living Day สุขภาพดีไม่มีเงื่อนไข ตอกย้ำ ประกันที่กล้าบอกเงื่อนไข โดย อลิอันซ์ อยุธยา

เชื่อว่าหลายคนในที่นี้… คงได้ผ่านตากับแคมเปญ ประกันที่กล้าบอกเงื่อนไข” จากอลิอันซ์ อยุธยา แคมเปญขายประกันแบบจริงใจ กล้าบอกทุกเงื่อนไข ขยายดอกจันไซส์จิ๋วให้ชัดเจน เพื่อมอบสุขภาพดีให้กับลูกค้าแบบเคลียร์ชัดทุกเงื่อนไข

อลิอันซ์ อยุธยา คือบริษัทประกันเจ้าแรกของไทยที่ กล้าบอกทุกเงื่อนไข เพราะเชื่อว่าทุกคนนั้น สามารถมีสุภาพดี มีชีวิตที่ดีได้ เเบบไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง เเละแนวความคิดที่ว่านี้ได้ถูกต่อยอดเป็นงานอีเว้นท์เพื่อคนรักสุขภาพอย่าง Healthy Living Day กิจกรรมใหญ่ประจำปีของทาง อลิอันซ์ อยุธยา ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งงานในปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้ธีมหลัก “สุขภาพดี ไม่มีเงื่อนไข” ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า สยามสแควร์ ซอย 1 เมื่อวันเสาร์ที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา…

Healthy Living Day
สุขภาพดีไม่มีเงื่อนไข พร้อมแชร์ต่อเพื่อสังคม

พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “การจัดงาน Healthy Living Day ขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จ จากการจัดกิจกรรมHealthy Talk มั่นใจใช้ชีวิต” ในปีที่แล้ว ที่ได้รับเสียงตอบรับดีมาก ในปีนี้เราจึงเพิ่มกิจกรรมเกี่ยวกับสุขภาพดีเพิ่มอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โซนเฮลท์ตี้มาร์ท ตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ โซนเฮลท์ตี้เพลย์ เวิร์คช้อปทำอาหารเพื่อสุขภาพ และ โซนเฮลท์ตี้แชร์ กิจกรรมการกุศลเพื่อให้คุณส่งต่อสุขภาพดีให้กับผู้อื่นในสังคมได้อีกด้วย”

โดยไฮไลท์ของงานในวันนี้ยังคงอยู่ที่กิจกรรม “Healthy Talk ทอล์คโชว์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจในการสร้างสุขภาพดีแบบไม่มีเงื่อนไข พร้อมรับฟังประสบการตรงจาก 4 วิทยากรที่ต้องเกี่ยวต้องกับโรคร้ายอย่าง “มะเร็ง”

Healthy Talk ในปีนี้เราได้ 4 วิทยากร ที่มี 4 แง่มุม ที่ชีวิตของพวกเขาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าโรคร้ายอย่าง “มะเร็ง” มาขึ้นพูด ทั้งในมุมของผู้ที่เคยป่วยที่ต่อสู้กับมะเร็งจนหาย ฟังประสบการณ์จากผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ฟังความรู้จากคุณหมอซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง และนักโภชนาการที่จะมาบอกว่าจริงๆ แล้ววันนี้เราควรรับประทานอาหารอย่าไรให้สุขภาพดี อีกทั้งยังเชื่อว่าทุกคนที่ได้มาร่วมงานในวันนี้จะสามารถนำความรู้และข้อคิดดีๆ และตระหนักถึงการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง ควบคู่ไปกับการวางแผนเตรียมความพร้อมหากเกิดโรคร้าย”

 
เพราะ โรคมะเร็ง เป็นแล้วไม่จำเป็นต้องตาย…
แต่ถ้าเกิดเป็นแล้ว เราจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษา และต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น นอกจากการดูแลสุขภาพเพื่อให้เราทุกคนห่างไกลจากโรคร้าย
เชื่อว่าทุกคนยังควรมีแผนประกันสุขภาพเพื่อรองรับ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

 

Healthy Talk  
 4 วิทยากร และ 4 มุมมองเรื่องโรคร้ายที่ใกล้ตัวเราเหลือเกิน

หากจะพูดว่า โรคมะเร็ง เป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวของเราทุกคนอีกต่อไปแล้ว ก็คงไม่ผิดนัก… เพราะในแต่ละปี ประเทศไทย มีผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งกว่า 60,000 คน เเละยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1

ในขณะที่ระดับโลกมีรายงานการเสียชีวิตปีละเกือบ 8 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งนับเป็นโรคไม่ติดต่ออันดับ 1 ที่คร่าชีวิตผู้คนในแต่ละปีมากที่สุดอีกด้วย นอกจากนั้นเจ้ามะเร็งร้ายยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่อายุยังน้อยลงเรื่อยๆ สวนทางกับวิวัฒนาการด้านการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นทุกวัน

แม้มะเร็งจะดูเป็นโรคร้าย ที่ไม่ใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือกับกับคนรอบๆ ตัว แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วหล่ะ… เราจะมีวิธีต่อสู้กับมันอย่างไร? รวมถึงเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวอย่าง คุณพ่อ-คุณแม่ เราจะมีวิธีรับมือกับสถาณการณ์เช่นไร?
รวมถึง วิธีการพาตัวเองไปให้ใกล้จากโรคร้ายที่ว่านี้ และ สรุปสุดท้าย มะเร็งคือโรคร้ายที่เราไม่สามารถต่อกรกับมันได้จริงหรือไม่?

ลองมาหาคำตอบจาก 4 วิทยากร ที่ขึ้นพูดในงาน Healthy Living Day ได้เลย!

 

หนุ่ย นันทกานต์ : “การขึ้นชกครั้งนี้ ต้อง “ชนะ” สถานเดียว”

หากใครที่ติดตามเรื่องราวชีวิตของ หนุ่ย นันทกานต์ มาบ้าง… คงจะทราบดีว่านักร้องสาวเสียงดีคนนี้ต้องต่อสู้กับโรคร้าย  “มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” มาถึง 15 ปี

ซึ่งในวันนี้เธอได้รับโอกาสขึ้นพูดเป็นคนแรกบนเวลา Healthy Talk ภายในงาน Healthy Living Day โดยเธอเปรียบเทียบการต่อสู้กับโรคร้ายเหมือนกับ การขึ้นชกบนสังเวียน แต่เกมนี้เธอจะต้องห้ามแพ้  เพราะถ้าเธอถูกน็อคเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงว่าเธอจะไม่ได้มีโอกาสแก้ตัวอีกต่อไป…

“ชีวิตหนุ่ยเหมือน ดนตรี ร็อค แอนด์ โรล สุดเหวี่ยง อิสระ อยากทำอะไรก็ทำ กินอะไรก็กิน บวกกับการทำงานเป็นนักร้องกลางคืนที่ต้องร้องเพลงในผับ เต็มไปด้วยควันบุหรี่มือ 2 ดื่มเหล้า ปาร์ตี้ พักผ่อนน้อย และไม่ค่อยดูแลตัวเอง เพราะคิดตัวเองแข็งแรงเป็นนักกีฬามาตลอดชีวิต”

ปี 2545 “กว่าจะรู้ตัวว่าเราใช้ชีวิตอย่างประมาทมาโดยตลอด คุณหมอก็บอกกับหนุ่ยว่า ตรวจพบเนื้อร้ายที่บริเวณต่อมน้ำเหลืองและอาจจะเป็นมะเร็งได้ ความรู้สึกหลังจากที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง คือ ฉันต้องตายแน่ๆ แต่คุณหมอบอกกับหนุ่ยว่าคุณยังมีโอกาสหาย ถ้าคุณได้รับการการทำเคมีบำบัด หรือคีโม ซึ่งต้องทำเป็นจำนวน 6 ครั้งก่อน หากไม่ดีขึ้นอาจต้องเพิ่มเป็น 8 ครั้งภายหลัง”

“พอเราได้ยินคำว่า โอกาสรอด ในตอนนั้นหนุ่ยก็คิดได้อย่างเดียวว่า เราต้องลุกขึ้นสู้เท่านั้น และการทำคีโมทั้ง 6 ครั้ง หนุ่ยยกให้เหมือนกับการขึ้นชก 6 ยก ด้วยกัน ซึ่งกว่าจะผ่านแต่ละยกไปได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หมัดของคู่ต่อสู้หนักขึ้นเรื่อยๆ ในยกที่ 3 – 4 เกือบเล่นเอาน็อคนับ 10 กับพื้นเวทีอยู่หลายครั้ง… แต่สุดท้ายหนุ่ยก็ผ่านมาได้ เพราะกำลังใจ จากคนรอบตัว ครอบครัวเพื่อน รวมตัวเองที่คอยเตือนตัวเองเสมอว่า การขึ้นชกครั้งนี้หนุ่ยจะแพ้ไม่ได้”

นอกจากนั้น หนุ่ย นันทกานต์ ยังมองว่า มะเร็ง นอกจากจะเป็นคู่ชกแล้ว ยังเป็น ครูที่ดี ของเธอด้วย เพราะถ้าไม่เคยผ่านจุดนี้มาได้ ทุกวันนี้เธอก็คงยังใช้ชีวิตประมาทเหมือนเมื่อก่อนแน่ๆ

 

 

แซมมี่ เคาวเวลล์ : “การตัดสินใจที่ต้องรับฟัง”

แซมมี่ เกริ่นถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอและคุณพ่อให้ทุกอีเว้นท์ครั้งนี้ได้รับฟัง… ตลอดเวลาที่เธอเติบโตทั้งในประเทศไทย และที่ประเทศอังกฤษ คุณพ่อ คือหัวเรือใหญ่ของครอบครัว และคุณพ่อยังเป็นคนที่แข็งแรงมาก ไม่ชอบเข้าโรงพยาบาล มีไลฟ์สไตล์เต็มที่ทุกกิจกรรมทั้งการทำงานและปาร์ตี้เหมือนฝรั่งทั่วไป…

“ตลอดเวลาคุณพ่อไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้เห็นเลย… แซมมี่ยังจำวันนั้นได้ดีหลังจากที่เราถ่ายละครเสร็จ คุณแม่เดินมาบอกว่า คุณพ่อต้องเข้าโรงพยาบาลกระทันหันเพราะอาการของโรคหัวใจ แต่เรื่องเลวร้ายยังไม่จบแค่โรคหัวใจ เพราะระหว่างการรักษา คุณหมอแจ้งว่าได้ตรวจพบเนื้อร้ายที่บริเวณตับ”

“ตอนนั้นแซมมี่และคุณแม่ปรึกษากัน และตัดสินในใจว่าจะรักษาเนื้อร้ายในตับของคุณพ่อไปพร้อมๆ กับการรักษาโรคหัวใจ… แต่คำตอบของคุณพ่อคือ ไม่ขอรักษา โดยท่านให้เหตุผลว่าท่านอายุเยอะแล้วรักษาไปร่างกายก็ไม่สามารถกลับมา 100% ได้ ตอนนั้นเราก็รู้สึกสับสนมาก ด้วยความรักของเราก็อยากรักษาพ่อหาย แต่ท่านก็ปฏิเสธตลอด…”

เชื่อว่าใครที่เคยผ่านโมเม้นท์เช่นเดียวกับแซมมี่ น่าจะเข้าใจถึงความรู้สึก “การตัดสินใจที่ต้องเปิดใจรับฟัง” รับฟังความต้องการของตัวผู้ป่วยเอง บาลานซ์เหตุและผล บวกกับหาวิธีในการรับมือ

“ปัจจุบันแซมมี่อยู่ในฐานะผู้ดูแล ดูแลคุณพ่อมากว่า 3 ปีแล้ว แม้ว่าก้อนเนื้อร้ายของคุณพ่อจะยังไม่ถูกกำจัดออกไปจากร่างกาย แต่ทุกวันนี้คุณพ่อยังคงแข็งแรง ไปเที่ยวกันแซมมี่ได้ ออกไปข้างนอกตามประสาครอบครัวได้ทุกที่ ที่สำคัญ… เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังช่วยสอนให้แซมมี่สัมผัสได้ถึงคำว่า การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน  คุณพ่อแสดงให้เราเห็นว่าท่านมีจิตใจที่แข็งแกร่งมาก ต่อสู้กับเรื่องร้ายๆ ได้อย่างไม่ยอมแพ้ เเละพลังเหล่ายังได้นี้ได้ถูกส่งต่อมาถึงเรา หลังจากนี้ไปแซมมี่สัญญาว่าเรา 2 คนจะคอยเป็นพลังบอกให้แก่กันและกันตลอดไป…”

 

หมออ้อม พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลปะ : “กิน อยู่ จิตใจ สร้างสมดุลชีวิต”

หมออ้อม เราให้ทุกคนฟังถึงประสบการณ์การการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งมากว่า 10 ปี และเหตุผลของการเริ่มเป็นหมอเพราะรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นผู้ป่วยหายดี แข็งแรงขึ้น พร้อมๆ กับเห็นรอยยิ้มของพวกเขา แต่หมออ้อมมักสังเกตเห็นถึงแววตาที่บ่งบอกถึงความเศร้าจากภายในของผู้ป่วยมะเร็งเสมอ ทั้งๆ ที่คนไข้เหล่านั้นได้รับการรักษาขั้นสูงสุด ได้รับยาที่ดีสุด…

“ตอนนั้นเราคิดว่าเราอยากช่วยผู้ป่วยมะเร็งในมุมอื่นที่นอกจากแค่การรักษา เพราะเรารู้ดีว่าเมื่อคนไข้ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสี พวกเขาจะกินอาหารไม่ค่อยได้ กินอะไรก็ไม่อร่อย ซึ่งเป็นเอฟเฟคใหญ่ๆ หลังจากที่ได้รับการรักษา ตอนนั้นเราก็คิดแค่ว่าพอจะมีวิธีไหนที่ทำให้พวกเขากลับมากินอาหารได้เยอะขึ้น เราอยากเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ของพวกเขาระหว่างการรักษาที่มันแสนยากลำบาก”

หมออ้อม เอาจริงจังเรื่องโภชนาการของผู้ป่วยโรคมะเร็งถึงขั้นไปลงเรียนคอร์สทำอาหารเพื่อจะได้นำทั้งศาสตร์และศิลป์ มาประยุกต์ใช้กับการทำอาหารผู้ป่วย ซึ่งก็ได้ผลดีเกินคาด ผู้ป่วยที่ได้เห็นอาหารสวยๆ ได้รับประทานอาหารที่เกิดจากความตั้งใจของคุณหมอ  ก็ส่งผลให้พวกเขาทานได้เยอะขึ้น และอาหารเหล่านั้นยังมีประโยชน์รวมถึงไม่ส่งผลเสียต่อการรักษาทางการแพทย์อีกด้วย

“ไม่อยากให้คนไข้กินอาหารสุขภาพแล้วเศร้าไปด้วย ทั้งอร่อยทั้งสุขภาพดีมันต้องทำได้สิ”

หมออ้อมยังทิ้งท้ายไว้อีกว่า มีโรคเรื้อรังจำนวนมากที่เกิดจากการบลาลานซ์ชีวิตที่ผิด ซึ่งไม่ใช่แค่โรคมะเร็ง ยังรวมถึงโรคอย่างเบาหวานและโรคอื่นๆ ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตที่คนไทยเป็นกันมาก โรคเรื้อรังเหล่านี้ล้วนเกิดจากการบาลานซ์ชีวิตที่ผิด และการไม่ควบคุมดูและตนเอง ทั้งในด้านของอาหาร จิตใจ และการดูแลรักษาสุขภาพ

 พญ. พจนา จิตตวัฒนรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง : มะเร็ง = ตาย? “มันไม่ใช่เเล้ว!

คุณหมอเล่าให้ทุกคนฟังถึงจุดเริ่มต้นในการเริ่มเรียนแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง เนื่องจากการเสียคุณแม่ไปตั้งแต่คุณหมออายุเพียง 10 ขวบ ต้องยอมรับว่าวิวัฒนาการการรักษาโรคมะเร็งในยุคนั้นไม่ได้ดีเทียบเท่ายุคปัจจุบัน

“ตอนนั้นเราคิดแค่ว่า มะเร็ง คือศัตรูร้ายที่ทำให้เราต้องเสียคนที่เรารักไป… แต่เมื่อได้เข้ามาศึกษาอย่างจริงจัง ก็ได้ทราบว่ามะเร็งคือเซลที่อยู่ในตัวเราทุกคน ร่างกายเราจะมีขบวนการจัดการเซลไม่ดีเหล่านี้ทิ้ง แต่ถ้าวันนึงที่ร่างกายของเราอ่อนแอไม่สามารถจัดการกับเซลร้ายเหล่านี้ได้ จึงทำให้เกิดมะเร็งขึ้นมา

และถ้าถามต่อว่า “มะเร็ง = ตายอย่างเดียวใช่ไม๊” ก็คงต้องตอบว่าไม่ใช่แล้ว เรามองว่าเป็นเเค่การตายไปแค่ครึ่งเดียวมากกว่า คำว่าตายไปแค่ครึ่งเดียวในที่นี้หมายถึง ผู้ป่วยต้องทนรับความเจ็บปวด และใช้เงินในการรักษาสูง แต่ยังมีโอกาสหาย”

ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งรุดหน้าไปไกลมาก ทั้งในด้านของเครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ รวมถึงการรักษา ตัวยาใหม่ๆ

“คุณหมอพจนากล่าวว่า เมื่อ 30 ปีก่อน คนป่วยเป็นโรคร้ายอาจมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกเพียง 6 เดือนถึง 1 ปี แต่ถ้าเป็นยุคปัจจุบันผู้ป่วยอาจมีชีวิตอยู่ได้ต่ออีกเป็น 5-10 ปี”

แม้ว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์รุดหน้าไปสักแค่ไหน แต่ห้ามลืมว่าโรคร้ายก็ไม่เลือกคนเป็นอยู่ดี

“ชีวิตเรามีทางเลือกเสมอ ผู้ป่วยก็มีทางเลือกว่าจะรักษาหรือไม่รักษา เมื่อรักษาแล้วก็สามารถเลือกได้ว่าจะรักษาอย่างมีความสุข… หรือรักษาด้วยความทุกข์
ส่วนคนที่ยังไม่โชคร้าย ก็มีทางเลือกว่าจะใช้ชีวิตอย่างสิ้นเปลือง…หรือเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้
เลือกที่จะมีการวางแผน… หรือไม่สนใจอนาคตข้างหน้า ในฐานะหมอก็เป็นได้แค่เพื่อนร่วมทาง… ที่พร้อมจะอยู่กับคุณทุกเส้นทาง”

แน่นอน… เงื่อนไขในการเจ็บป่วยของคนเรามีไม่เหมือน แต่เราสามารถเริ่มวางแผนชีวิตที่ดีตั้งแต่วันนี้ เพราะในวันข้างหน้านั้นเราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าไม่มีการวางแผน ไม่มีแผนรับมือ ไม่ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง เราก็อาจกำลังเร่งให้เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควร

“ดังนั้น..ควรเลิกตั้งเงื่อนไขให้กับชีวิตตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!”

 

เเละหลังจากจบงาน Talk ดีๆ ได้รับฟังความรู้เเละประสบการณ์เกี่ยวกับมะเร็งจาก 4 วิทยากรบนเวทีเเล้ว อลิอันซ์ อยุธยา ยังได้จัดมินิคอนเสิร์ต จาก ก้อง-สหรัฐ เพื่อให้ทุกคนได้มีความสุขก่อนกลับบ้าน

ภาพบรรยากาศตลาดนัดสุขภาพ เเละมินิคอนเสิร์ตจาก ก้อง-สหรัฐ

 

KTC หนุนสังคมไร้เงินสด ชู 3 กลยุทธ์ “เสถียร ปลอดภัย สะดวกสบาย”

เคทีซี ผู้นำธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคของไทย เผยทิศทางธุรกิจปี 2561 ตั้งเข็มทิศที่ความจำเป็นและความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคเป็นหลัก (Customer Needs) เดินหน้าโมเดลธุรกิจจับมือพันธมิตรรอบทิศด้านการตลาด ไอที สตาร์ทอัพ และฟินเทค นำเสนอบริการที่มีคุณค่าและตรงกับความต้องการของสมาชิกอย่างแท้จริง พร้อมผลักดันแผนงานด้านดิจิทัล ครอบคลุมนวัตกรรมเทคโนโลยีบริการล่าสุดสู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ มั่นใจสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลกว่า 3 ล้านบัญชี และผู้บริโภคทั่วไทยจะได้รับประสบการณ์ที่ดี (Customer Experience) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์เคทีซีอย่างยั่งยืน

นายระเฑียร ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในโลกปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปเร็ว สถาบันการเงินของไทยกำลังเปลี่ยนผ่านหรือทรานส์ฟอร์มไปสู่โลกแห่งดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 ตามแผนการพัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็คทรอนิกส์แห่งชาติ (National ePayment) เคทีซีเองก็ได้มีการปรับแผนกลยุทธ์ด้านไอทีและดิจิทัล เพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วย  3 แนวทางหลัก คือ 1. ระบบต้องมีความเสถียร 2. โมเดลธุรกิจที่จับต้องได้ และ 3. กระบวนการทำงานถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2561 บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับทุกพันธมิตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดดเด่นในธุรกิจนั้นๆ  (Collaborative Business Model) แบบไม่มีขีดจำกัด  ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางการตลาด กลุ่มสตาร์ทอัพ ฟินเทค หรือร้านค้าที่มีจุดแข็งโดดเด่นและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับเคทีซี เพื่อนำเสนอบริการที่มีคุณค่าให้กับสมาชิก และรองรับธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้น นอกจากนี้ เรายังมีแผนปรับกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจหลักคือ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลและร้านค้า เพื่อสร้างโอกาสจากมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายใหม่และรักษาฐานสมาชิกเดิมให้อยู่กับแบรนด์เคทีซีอย่างยั่งยืน”

“เราศึกษาและทดสอบระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าได้นวัตกรรมบริการที่ดีที่สุดและเหมาะสมมาพัฒนาและประยุกต์ใช้กับธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ควบคู่ไปกับการศึกษาพฤติกรรมความต้องการของลูกค้าจากฐานข้อมูล (Big Data) และวิเคราะห์ปัญหา (Pain Points) ที่มาจากลูกค้าจริงๆ เพื่อให้แน่ใจว่านวัตกรรมบริการที่จะนำไปเสนอกับลูกค้าต้องเป็นประโยชน์ มีความเสถียร รวดเร็ว ใช้งานง่ายและปลอดภัยที่สุด ในขณะเดียวกันเมื่อลูกค้ามีการใช้จ่ายบัตรเครดิตผ่านทางออนไลน์มากขึ้น เราเองก็ต้องแน่ใจว่าเรามีระบบที่ดีที่สุดสำหรับร้านค้าในการรองรับธุรกรรมที่จะเติบโตมากขึ้นด้วยเช่นกัน ที่สำคัญจะต้องนำเสนอประสบการณ์ที่ดี (CX-Customer Experience) และเหนือกว่าความคาดหมายของผู้ถือบัตรเครดิตในการทำธุรกรรม”

นางพิทยา  วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2561 ว่า “ทีมการตลาดของเคทีซีจะเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เพื่อสรรหาสิทธิพิเศษที่เป็นประโยชน์ทุกหมวดการใช้จ่ายที่จำเป็นและตอบสนองทุกเทรนด์ของไลฟ์สไตล์ที่จะเกิดขึ้น อย่างเช่น หมวดกีฬา ท่องเที่ยว ของเล่น ของสะสม สัตว์เลี้ยงและคอมมูนิตี้ต่างๆ  เพื่อเป้าหมายของการเป็นบัตรเครดิตอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึง ผนวกเข้ากับกลยุทธ์สร้างสัมพันธ์ระยะยาวกับฐานสมาชิกเดิมด้วยโปรแกรมคะแนนสะสม KTC Forever Rewards โดยจะขยายทั้งรูปแบบการใช้คะแนนที่หลากหลาย และเพิ่มช่องทางในการแลกสินค้าและบริการให้มากขึ้น รวมทั้งจะมุ่งสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ

ต่างๆ และช่องทางออนไลน์ให้สมาชิกได้ทราบรายการส่งเสริมการตลาด และบริการแบ่งชำระ 0%  KTC Flexi  เพื่อสร้างโอกาสในการใช้จ่ายผ่านบัตร รวมถึงพัฒนาช่องทางออนไลน์ให้สมาชิกเคทีซีทำธุรกรรมรายการต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ผ่าน “Click KTC” บนเว็บไซต์ www.ktc.co.th โฉมใหม่ หรือผ่านโมบาย แอพพลิเคชั่น “TapKTC” โดยเคทีซียังได้ปรับโฉมใหม่ของโมบาย แอพพลิเคชั่น “TapKTC” เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ลูกค้าใช้ง่าย สะดวกและสบายตากับฟีเจอร์จำเป็นที่ลูกค้าเลือกได้เอง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในหลายด้าน นอกเหนือจากความคุ้มค่าและความหลากหลายของสิทธิพิเศษที่เราจะคัดสรรมาให้”

นางสาวสุดาพร  จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจสินเชื่อบุคคลในปี 2561 ว่า “ในปีหน้าคาดว่าตลาดสินเชื่อบุคคลจะมีการแข่งขันสูงและมีความท้าทายผู้ประกอบการมากขึ้นกว่าเดิม จากกฎเกณฑ์ที่แบงค์ชาติประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยในส่วนของเคทีซีจะพิจารณาขยายฐานสมาชิกใหม่ไปยังกลุ่มเป้าหมายศักยภาพที่มีรายได้ 30,000 บาท มากขึ้น เพราะไม่มีการจำกัดวงเงินและจำนวนสถาบันการเงิน ในขณะเดียวกันจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของบริษัทฯ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาและมีงานประจำทำ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เคทีซี พราว “KTC PROUD”  เป็นบัตรใบแรกที่เคียงคู่กับผู้ใช้และเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในยามที่จำเป็น ในขณะเดียวกันบริษัทฯ จะพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อพร้อมใช้ “เคทีซี พราว” ให้ตอบโจทย์สมาชิกมากขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในยุคดิจิทัล  เช่น Cash Online การเบิกถอนเงินสดผ่านโทรศัพท์มือถือและเว็บไซต์เคทีซี สำหรับผู้มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย หรือการขอรหัสผ่านด้วยตนเองที่ Click KTC บนเว็บไซต์ หรือโมบาย แอพฯ “TapKTC” หรือทำรายการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ด้วยระบบ IVR รวมทั้งบริหารจัดการพอร์ตลูกหนี้ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสูดและผูกพันกับเคทีซีอย่างยั่งยืน ด้วยโปรแกรมการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่แตกต่างและตรงกับความต้องการของสมาชิก เช่น การแบ่งเบาภาระหนี้และค่าครองชีพ คอร์สการให้ความรู้เพื่อสร้างรายได้เสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ ปัจจุบันเคทีซีมีสมาชิกสินเชื่อบุคคล 850,383 บัญชี (ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2560)”

นายปิยศักดิ์ เตชะเสน  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส – ช่องทางจัดจำหน่ายและธุรกิจร้านค้า “เคทีซี” กล่าวถึงกลยุทธ์การบริหารช่องทางจัดจำหน่ายและธุรกิจร้านค้าว่า “ในปี 2561 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายในการขยายฐานลูกค้าใหม่เพื่อให้ตอบรับกับกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกมา เคทีซีมีการปรับกลยุทธ์แนวคิดและวิธีการทำงานใหม่ทั้งกระบวนการให้เหมาะสม โดยในส่วนของธุรกิจช่องทางจัดจำหน่ายจะมุ่งไปที่ 4 แนวทางหลักคือ 1) เพิ่มประสิทธิภาพในการขยายฐานลูกค้าคุณภาพให้ตรงกลุ่มมากกว่าการเน้นปริมาณ เน้นกลุ่มคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาท  มากขึ้น เนื่องจากมีการใช้จ่ายต่อเดือนสูงและมีอัตราหนี้เสียที่ต่ำกว่ากลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท 2) เน้นช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งเว็บไซต์ www.ktc.co.th โมบาย แอพฯ “TapKTC” และ QR Code รวมถึงจะร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจที่เป็นสื่อกลางในการรับสมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลผ่านออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น  3) ใช้ช่องทางสาขาของธนาคารกรุงไทยและตัวแทนขาย (Outsource Sales) ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นช่องทางหลักในการขยายฐานสมาชิก  4) ใช้โปรแกรมและแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจและหลากหลายของเคทีซีกระตุ้นความสนใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้มาสมัครเป็นลูกค้า”

“สำหรับการบริหารธุรกิจร้านค้ารับบัตร ในปี 2561 บริษัทฯ มีเป้าหมายเติบโตของธุรกิจร้านค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น เพิ่มทางเลือกใหม่ให้แก่ร้านค้าในการรับชำระค่าสินค้าและบริการที่หลากหลาย นำเสนอบริการ KTC Payment Solutions ที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจของคู่ค้า และขยายตลาดเจาะร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยใช้ QR Code Payment ในการขับเคลื่อน ซึ่งมีความคล่องตัวและช่วยให้ร้านค้าบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด พร้อมทั้งนำเสนอ Alipay O2O (Online to Offline) Payment ให้กับร้านค้าในหลายธุรกิจ เพื่อเร่งขยายจุดรับชำระค่าสินค้าและบริการตามแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ทั้งดิวตี้ฟรี ช้อป ร้านอาหาร จิวเวลรี่ เครื่องสำอาง”

 

นายชุติเดช ชยุติ  ซีเอฟโอ (CFO) “เคทีซี” กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและกลยุทธ์ในการบริหารการเงินว่า “เคทีซียังคงความสามารถในการสร้างรายได้และการทำกำไร รวมถึงยังสามารถควบคุมให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม แม้จะต้องพบกับความท้าทายใหม่จากหลายปัจจัยก็ตาม บริษัทฯ ยังคงยืนยันว่ากำไรปี 2560 จะเติบโต 10% ตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศในปี 2561 มีแนวโน้มเชิงบวก จากสภาพเศรษฐกิจต่างประเทศที่ขยับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การส่งออกในประเทศดีตามไปด้วย รวมไปถึงจีดีพี (GDP) ที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอาจจะปรับตัวสูงขึ้นในปีหน้า สำหรับกลยุทธ์การบริหารด้านการเงินของเคทีซีในปี 2561 บริษัทฯ จะยังคงมุ่งเน้นให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ โดยจะบริหารต้นทุนเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการหาต้นทุนที่ต่ำและเพิ่มสัดส่วนของเงินกู้ระยะยาวมากขี้น รวมทั้งมีแผนจะออกหุ้นกู้ในระยะยาวกว่าเดิม เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีหน้า”

 

“ส่วนการตั้งสำรองของบริษัทฯ ตามแนวทางของมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ทางบริษัทที่ปรึกษาของบริษัทฯ  ได้สอบทานโมเดลที่ใช้ในการคำนวณสำรองว่าสอดคล้องกับหลักการ และเป็นไปตามแนวทางของมาตรฐาน IFRS 9 แล้ว ดังนั้นใน           สิ้นปี 2560 นี้ บริษัทฯ จะปรับตัวเลขการตั้งสำรองในส่วนต่างๆ ให้เพียงพอตาม IFRS9 และพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรฐาน โดยคาดว่าไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญในต้นปี 2562 ที่บริษัทจะนำมาตรฐานฉบับดังกล่าวมาถือปฏิบัติ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมรับชำระเงินและจ่ายเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบพร้อมเพย์ในสิ้นปี 2560 และมีแผนเข้าร่วมในโครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิคส์ (E-tax System) เป็นกลุ่มแรก ซึ่งกรมสรรพากรจะเริ่มนำมาใช้ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561”

 

นายระเฑียรกล่าวปิดท้าย “เคทีซีมุ่งขยายธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยโมเดลธุรกิจที่แตกต่างและเป็นรูปธรรม โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ธุรกิจขับเคลื่อนอย่างมีเสถียรภาพ เราคิดว่าวันนี้เคทีซีพร้อมเกือบ 100% สำหรับการรองรับแพลทฟอร์มงานดิจิทัลอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าลูกค้าจะได้รับบริการด้านดิจิทัลที่ดีที่สุดของวงการบัตรเครดิตในขณะนี้ และพร้อมจะให้สมาชิกเคทีซีหรือแม้กระทั่งผู้บริโภคที่อาจจะเป็นลูกค้าเราในอนาคต เป็นผู้พิสูจน์และบอกเรา เพื่อให้เราได้มีโอกาสปรับปรุงและพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น เพราะการจะทำให้ลูกค้าหรือสมาชิกผูกพันกับแบรนด์เคทีซีได้อย่างยั่งยืน ควรจะมาจากความพึงพอใจของลูกค้าที่ได้รับจากประสบการณ์ใช้งานจริงๆ และเคทีซีจะไม่หยุดแค่นี้ เรายังคงทำงานหนักต่อเนื่องเพื่อสรรหาสิ่งที่ดีที่สุด มานำเสนอให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ครบทุกความต้องการ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์เคทีซีอย่างยั่งยืน”

 

 

 

ดวงรายสัปดาห์ : 2-8 ตุลาคม 2560

ดวงรายสัปดาห์ : 2-8 ตุลาคม 2560 / ระหว่างวันที่  2 ตุลาคม  ถึง 8 ตุลาคม 2560 / โดย ศ.บัณฑิตกุล

 

ราศี  เมษ  13  เมษายน  ถึง  14  พฤษภาคม     

สัปดาห์นี้ท่านที่มีคดีความค้างเก่าหากสามารถเจรจากับคู่กรณีได้ก็ควรทำเพื่อไม่ให้ยืดเยื้อจะยิ่งยากในการแก้ไข การเงินไม่เป็นอย่างที่คิดโดยเฉพาะเงินก้อนที่คาดว่าจะเข้ามาคงต้องรอไปก่อน การลงทุนในตลาดทุนคิดให้มากกว่าเดิมก่อนตัดสินใจไม่มีอะไรแน่นอนในเวลานี้ งานเรื่องที่ไม่ชัดเจนควรนำไปปรึกษากับคนที่ท่านไว้ใจจะช่วยให้เดินหน้าต่อไปได้ทันตามกำหนด ความรักเรื่องบางเรื่องต้องคุยกันสองคนจะได้ความเข้าใจที่ดีกลับคืนมา สุขภาพอย่าออกกำลังที่มากเกินกำลังจะส่งผลเสียตามมามากกว่า

ราศี  พฤษภ  15  พฤษภาคม  ถึง  14  มิถุนายน

ท่านต้องระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอารมณ์ในสถานการณ์เฉพาะหน้าซึ่งหากเกิดขึ้นจะต้องใช้เวลานานกว่าจะจบเรื่อง การเงินติดตามเงินในส่วนของท่านจะได้มามากกว่าที่ต้องการ การลงทุนในตลาดทุนอย่ามั่นใจมากเกินไปมีหลายปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างที่ท่านคาดไม่ถึงจะได้ไม่เจ็บตัว งานผู้ใหญ่แนะนำคนมาให้ท่านควรรับไว้ช่วยท่านได้มากในสิ่งที่ท่านขาดอยู่ ความรักเวลาที่อยู่กับคนรักควรมีแต่ความสบายใจที่ให้กันมากกว่าที่เป็นอยู่ สุขภาพอย่ากังวลกับอาการปวดหัวเข่าหากเกิดขึ้นในช่วงนี้จะค่อยๆหายไปเอง

ราศี  มิถุน  15  มิถุนายน  ถึง  15  กรกฎาคม

ความคิดบางอย่างที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำควรเริ่มต้นทำได้แล้วในสัปดาห์นี้เพราะมีโอกาสสำเร็จตามเป้าหมายด้วยความมุ่งมั่นในตัวท่าน การเงินดีมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งจากงานประจำและงานอาชีพเสริม การลงทุนในตลาดทุนได้ข้อมูลที่ดีจากการเข้าร่วมงานสังคมบางงานโดยบุคคลที่เพิ่งรู้จักช่วยสร้างผลกำไรได้พอสมควร งานต้องรู้จักมอบหมายงานให้กับลูกน้องอย่างเหมาะสมจะช่วยให้งานเดินหน้าตามที่วางไว้อย่างดี ความรักมีเรื่องที่ต้องคุยกันด้วยเหตุผลสิ่งที่ขาดหายไปจะกลับคืนมา สุขภาพพักผ่อนให้เพียงพอไม่เช่นนั้นอาจส่งผลเสียตามมาได้ต่อระบบหัวใจ

ราศี  กรกฏ  16  กรกฎาคม  ถึง  16  สิงหาคม

สัปดาห์นี้การได้เข้าฟังความรู้เพิ่มเติมกับสิ่งที่ท่านสนใจจะให้ประโยชน์อย่างมากในวันหน้าอีกทั้งยังจะได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่ดีอีกด้วย การเงินมีรายได้เข้ามามากขึ้นแต่ต้องหักห้ามใจกับบางอย่างที่จะทำให้ท่านเสียเงินจำนวนมากอย่างไม่คุ้มค่า การลงทุนในตลาดทุนสิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นอย่างที่คิดต้องมองหลายๆมุมจะได้ไม่พลาด งานมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้นอีกทั้งความใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ยังสร้างโอกาสที่ดีให้ท่านได้ถ้าเปิดใจให้กว้าง ความใกล้ชิดช่วยพัฒนาความสัมพันธ์อย่างรวดเร็วจึงต้องใช้สติให้มากจะได้ไม่ผิดหวัง สุขภาพโรคเก่าที่เคยสร้างความทุกข์ให้ท่านอาจกลับมาอีกหากไม่ดูแลตนเองให้ดี

 

ราศี  สิงห์  17  สิงหาคม  ถึง  16  กันยายน

ความเป็นจริงบางอย่างก็ไม่ควรค้นหาจะสร้างความทุกข์ใจให้ท่านมากกว่า การเงินมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องและยังได้เงินก้อนใหญ่ที่รออีกด้วย การลงทุนในตลาดทุนมีผลกำไรเข้ามาดีจากสิ่งที่ลงทุนเอาไว้เดิม งานผลงานที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะสร้างชื่อเสียงให้ท่านได้อย่างมากและอย่ากังวลกับปัญหาที่ยังไม่เกิดมากเกินไป ความรักใช้เวลาช่วงวันหยุดกับคนรักให้มากขึ้นจะให้ผลดีตามมาอย่างที่ท่านไม่คาดคิด สุขภาพหลีกเลี่ยงที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกเพราะอาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นได้จากของบางอย่างที่สูดดมเข้าไป

ราศี  กันย์  17  กันยายน  ถึง  16  ตุลาคม

ท่านมีเรื่องสำคัญที่ต้องตัดสินใจขอให้มั่นใจว่าถ้าคิดอย่างรอบคอบและได้ปรึกษาหลายๆคนก็จะได้ความสมบูรณ์กับผลที่จะเกิดตามมาโดยไม่คิดเพียงลำพัง การเงินยังคงต้องเหนื่อยกับรายจ่ายที่สูงแต่รายรับที่เข้ามาไม่ได้ตามเป้าหมาย การลงทุนในตลาดทุนมีข้อมูลดีๆเข้ามาในนาทีสุดท้ายอย่ามองข้ามจะช่วยสร้างผลกำไรได้ งานมีความชัดเจนมากขึ้นกับสิ่งที่ทำอยู่หรือคิดจะทำและควรเดินหน้าทันที ความรักมีความเปราะบางด้านอารมณ์ด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน สุขภาพระวังอุบัติเหตุจากของที่มีความร้อนให้มากในช่วงนี้

ราศี  ตุล 17  ตุลาคม  ถึง  15  พฤศจิกายน

อย่าเดินทางตามลำพังในช่วงค่ำคืนโดยเฉพาะต้องขับยานพาหนะด้วยตนเองอาจมีปัญหาด้านทัศนะวิสัยการมองเป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายขึ้นได้ การเงินมีเข้ามาเป็นเงินก้อนแต่ก็ใช้ได้ไม่เต็มที่ด้วยเหตุบางอย่าง การลงทุนในตลาดทุนไม่ควรรีบร้อนทำตามคนอื่นจะสร้างความเสียหายให้อย่างมาก งานต้องสนใจในเรื่องขวัญกำลังใจของลูกน้องให้มากขึ้นก่อนที่จะแก้ไขยากและเสียคนดีๆไป ความรักหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ที่ขาดสติให้มากเพราะมีแต่เรื่องไม่ดีเข้ามาหากเป็นเช่นนั้น สุขภาพต้องระวังโรคเกี่ยวกับหัวใจให้มากขึ้นด้วยการเข้าไปตรวจโดยเฉพาะหากรู้สึกไม่ดี

ราศี  พิจิก  16  พฤศจิกายน  ถึง  15  ธันวาคม

ท่านต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกับเรื่องที่ทำอยู่ก็จะสำเร็จได้ การเงินยังไม่ดีอย่างที่คิดที่ควรได้อาจไม่ได้แต่ก็จะได้จากส่วนอื่นมาทดแทนได้บ้าง การลงทุนในตลาดทุนความรวดเร็วในการตัดสินใจด้วยข้อมูลที่พร้อมทำให้ท่านทำกำไรได้ดีในช่วงนี้โดยเฉพาะจากส่วนใหม่ๆ งานเข้าหาผู้ใหญ่ให้มากขึ้นก็จะได้รับการสนับสนุนในสิ่งที่ขาด ความรักอย่าให้เรื่องของงานเขข้ามาทำให้ความสัมพันธ์ต้องมีช่องว่างมากขึ้น สุขภาพสิ่งที่รับประทานอยู่เพื่อบำรุงร่างกายจากการแนะนำของผู้เชียวชาญต้องมีความต่อเนื่องจะเห็นผลดีตามมาแน่นอน

 

ราศี  ธนู  16  ธันวาคม  ถึง  14  มกราคม

สัปดาห์นี้สิ่งที่ท่านกำลังมีปัญหาอยู่ซึ่งยังหาทางออกไม่ได้อย่าหมดหวังและกำลังใจใช้สติให้มากขึ้นทำใจให้เข้มแข็งจะมีบางอย่างเข้ามาช่วยให้ท่านพบทางออกได้ในที่สุด การเงินมีเข้ามาจากแหล่งรายได้เดิมมากขึ้นแต่ก็ควรเข้าถึงแหล่งใหม่ๆให้มากขึ้นด้วย การลงทุนในตลาดทุนได้คำแนะนำที่ดีจากบุคคลที่ท่านได้รู้จักบางคนอย่านำมาใช้โดยไม่ปรับให้เหมาะสมผลกำไรมีให้เห็นได้บ้าง งานการกระจายอำนาจให้กับบางคนที่ท่านเห็นว่าเหมาะสมควรทำได้แล้วในช่วงนี้จะได้ไม่สะดุดติดขัด ความรักเงื่อนไขของงานจะช่วยให้ความรักของท่านพัฒนามากขึ้น สุขภาพดีแต่อย่าประมาทกับโรคเก่าบางอย่างที่เคยเป็นเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

ราศี  มังกร  15  มกราคม  ถึง  12  กุมภาพันธ์

ท่านควรให้เวลากับบุตรธิดาในการให้คำแนะนำในขณะนี้ในบางเรื่องที่เขาหาทางออกไม่ได้และเพื่อไม่ให้ตัดสินใจผิดพลาด การเงินต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเจรจากว่าจะได้ในส่วนที่ขาดไปกลับคืนมาและให้รอบคอบในการใช้จ่ายไม่เช่นนั้นอาจถูกกล่าวหาในทางที่ไม่ดีได้ การลงทุนในตลาดทุนการเปิดรับความคิดใหม่ๆจะให้ประโยชน์อย่างมากในเวลานี้กับการตัดสินใจโดยเฉพาะหน่วยลงทุนใหม่ๆ งานเนื้อหาในรายละเอียดบางส่วนอาจไม่สมบูรณ์ควรเข้าไปดูให้ดี ความรักควรใช้เวลาช่วงวันหยุดกับคนรักให้มากขึ้นสิ่งดีๆจะตามมา สุขภาพระวังจะเกิดอาการหน้ามืดจากการขึ้นที่สูง

ราศี  กุมภ์  13  กุมภาพันธ์  ถึง  14  มีนาคม

สัปดาห์นี้เพื่อนใหม่ที่ได้รู้จักควรดูให้ดีอย่าไว้ใจใครง่ายๆเพราะอาจมีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ก็เป็นได้ซึ่งจะนำความเดือดร้อนมาให้ท่านได้ การเงินมีโอกาสได้เงินเพิ่มขึ้นจากสิ่งที่ท่านทำร่วมกับคนอื่นหากได้มีการทวงถามในเวลานี้ส่วนรายได้หลักยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การลงทุนในตลาดทุนสามารถสร้างผลกำไรได้บ้างแต่อย่าทำตามกระแสก็ไม่เจ็บตัวอีกทั้งปัจจัยภายนอกบางอย่างควบคุมยากเข้ามามีบทบาทมาก งานการเข้าสังคมที่มากขึ้นจะช่วยให้งานเดินหน้าได้เร็วขึ้นเช่นกัน ความรักต้องตัดใจกับสิ่งที่ผ่านมาเพื่อรับสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามา

ราศี  มีน  15  มีนาคม  ถึง  12  เมษายน

ความกังวลกับบางเรื่องที่มากเกินไปไม่ดีต่อตัวท่านเองควรทำใจให้สบายด้วยการไปทำบุญให้มากขึ้นในช่วงนี้ การเงินมีเข้ามาเท่าไรก็ดูเหมือนจะไม่พออยู่ตลอดจึงต้องระวังการใช้จ่ายให้มากขึ้นกว่าเดิม การลงทุนในตลาดทุนอย่าทำมากกว่าที่มีอยู่รอดูสถานการณ์ไปก่อนจะดีกว่า งานเร่งจัดการงานค้างเก่าให้เรียบร้อยเพื่อไม่พลาดโอกาสงานใหญ่ที่จะเข้ามา ความรักเป็นเรื่องที่ทำให้ท่านมีความสุขได้มากในช่วงนี้ในความเข้าใจที่มีต่อกัน สุขภาพยาประจำตัวหากลืมรับประทานบ่อยๆจะไม่เป็นผลดีได้

 

คติคำคมประจำสัปดาห์

“พลังแห่งความดีนำมาซึ่งพลังจิตที่เข้มแข็ง”

“อีไอซี” ประเมินเศรษฐกิจไทย ปี 2017 ขยายตัวดีกว่าที่คาด

ดร.พชรพจน์  นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า ได้มีการประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ใหม่เป็น 3.6%จากเดิม 3.4%
เหตุผลหลักที่ต้องปรับใหม่ เกิดจากการส่งออกสินค้าที่เติบโตดีกว่าคาด เศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ฟื้นตัวได้พร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ส่งผลให้การส่งออกของไทยเติบโตได้ถึง 8.9% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี นำโดยสินค้าเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

โดยคาดว่า การส่งออกจะสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง และคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปีจะเติบโตได้ถึง 7% ซึ่งดีที่สุดในรอบ 6 ปีนอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังคงมีแนวโน้มที่ดี อีไอซีคาดว่าทั้งปี2017 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยราว 35.2 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อนหน้า 7.9%

“ที่การส่งออกเติบโตมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโรงงานอุตสาหกรรมที่บรษัทต่างชาติได้มาลงทุนไว้ เริ่มเดินเครื่องและสามารถส่งออกในปีนี้ได้เป็นปีแรก หากในปีหน้าอาจจะไม่ส่งผลมากขนาดนี้”

 

กำลังซื้อยังหน้าห่วง

ด้านกำลังซื้อของครัวเรือนไทยยังไม่ดีขึ้นตามกำลังซื้อจากต่างประเทศ แม้ว่าการใช้จ่ายของผู้มีรายได้สูงจะค่อนข้างดี สะท้อนจากยอดขายสินค้าคงทนโดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่มีอัตราการเติบโตสูง ถึง4.8%

แต่การใช้จ่ายของผู้มีรายได้ปานกลางถึงรายได้น้อยยังคงซบเซาเห็นได้จากรายจ่าย
ในสินค้าจำเป็นอย่างอาหารและเครื่องดื่มที่ชะลอตัว ทั้งกลุ่มสินค้าไม่คงทน -0.7%, เนื้อสัตว์ -0.1% และปลากระป๋อง -1.7% ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามทิศทางของรายได้เกษตรกรที่ลดลงจากช่วงครึ่งปีแรก ในขณะที่รายได้

นอกภาคเกษตรมีแนวโน้มทรงตัว 

ทั้งนี้ อีไอซีมองว่าครัวเรือนไทยยังมีแนวโน้มที่จะชะลอการก่อหนี้ใหม่ ไปจนถึงปี 2020 เพราะยังมีภาระหนี้เดิมในระดับสูงประกอบกับมีการปรับมาตรการควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลตามขั้นรายได้ใหม่ที่เริ่มมีผลตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2017 เป็นต้นไป

 

ปีหน้าโต 3.5%

สำหรับในปี 2018 นั้นอีไอซีประเมินเศรษฐกิจไทยโต 3.5% จากแรงหนุนการลงทุนทั้งรัฐและเอกชน สำหรับภาครัฐคาดว่าจะมีการลงทุนในโครางสร้างพื้นฐาน 2 เท่า และการลงทุนในโครงการขนาดเล็กอีก30% ส่วนภาคเอกชนมีสัญญาณบ่งชี้ว่าน่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากภาคอุตสาหกรรมส่งออกที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความสนใจของต่างชาติที่จะลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และจากการเข้าบุกตลาดผู้บริโภคไทยของกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่จะนำไปสู่ความต้องการการลงทุนในด้านต่างๆ เช่น การขนส่ง การเก็บและกระจายสินค้า การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ประเด็นการขาดแคลนแรงงานจากการปรับตัวรับ พรก.แรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ และกำลังซื้อของครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ที่ยังชะลอตัว เป็นปัจจัยหลักที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในปี2018 ได้

 

ทำความเข้าใจตลาดใหม่

ทั้งนี้อีไอซีแนะธุรกิจทำความเข้าใจรูปแบบเศรษฐกิจและธุรกิจในบริบทใหม่จากการเติบโตของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ตลาดผู้บริโภคยุคดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย รวมถึงในกลุ่มประเทศอาเซียน อินเดีย และจีน ซึ่งเมื่อเชื่อมโยงกันแล้วจะมีฐานผู้บริโภคกว่า 3,000 ล้านคน จึงมีศักยภาพที่จะสร้างโอกาสและมูลค่าให้แก่ธุรกิจได้อย่างมหาศาล อีไอซีมองว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะมีแนวโน้มขยายตัวเด่นชัดทั้งในฝั่งของผู้ให้บริการและฐานผู้บริโภคในปี2561 และประเมินว่าโมเดลธุรกิจที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางและตอบสนองความต้องการตรงจุดแก่ผู้บริโภคจะมีความสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะต่อไป

ครีเอทีฟเวนเจอร์ ตั้งกองทุนบุกซิลิคอนวัลเลย์

ครีเอทีฟเวนจอร์ (CREATIVE VENTURES) กองทุนร่วมลงทุนที่จัดตั้งขึ้นในสหรัฐฯโดยคนไทย มีเป้าหมายลงทุนในสตาร์ทอัพ ที่ทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีชั้นสูง ในซิลิคอนวัลเลย์ เดินสายโรดโชว์เปิดประสบการณ์การลงทุน ให้นักลงทุนที่มองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์และเห็นโอกาสการลงทุนในไทยและสิงคโปร์ พร้อมเปิดตัวกองทุนใหม่มูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการลงทุน ไปที่ สตาร์ทอัพในภาคอุตสาหกรรม เน้นเทคโนโลยีดูแลประชากรสูงวัย แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และลดภาวะโลกร้อน

กรุงเทพฯ —28 ก.ย. – นายแชมป์ สุทธิพงษ์ชัย ผู้จัดการหุ้นส่วน บริษัท ครีเอทีฟเวนจอร์ จำกัด (Creative Ventures)  ซึ่งเป็นธุรกิจกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capitalist : VC) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวการลงทุนกองทุนร่วมลงทุนกองที่สอง มูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ประมาณ 1,650 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปลงทุน ในธุรกิจสตาร์ทอัพ  ที่ตั้งอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ (Silicon Valley) สหรัฐอเมริกา โดยเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะเปลี่ยนโลก (Deep technology) เพื่อช่วยให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และแก้ไขสิ่งที่จะเป็นแนวโน้มปัญหาสำคัญของโลก

ธุรกิจที่กองทุน สนใจเข้าลงทุนนั้น จะต้องอยู่ในเมกกะเทรนด์ (Mega Trend)หรือแนวโน้มใหญ่ของโลกอนาคตใน 3 ด้าน ประกอบด้วย ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตประชากรผู้สูงวัย ธุรกิจเทคโนโลยีที่จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และธุรกิจที่ดูแลหรือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ภาวะโลกร้อน (Climate change) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับภาคการผลิตอุตสาหกรรม การเกษตร และการบริการดูแลสุขภาพ

 “ใน ซิลิคอนวัลเลย์ จะเป็นศูนย์รวมของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI- Artificial Intelligence  หุ่นยนต์,คอมพิวเตอร์ วิชั่น ,เทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูง และชีววิทยาสังเคราะห์ เพื่อตอบสนองการดำเนินธุรกิจในสาขาต่างๆ ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต้องการเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจและตลาด เทคโนโลยีขั้นสูงที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนโลกในช่วงต่อจากนี้

ด้วยเหตุนี้ ครีเอทีฟเวนจอร์ จึงตั้งกองทุนเพื่อเข้าร่วมลงทุนใน บริษัทสตาร์ทอัพ ในสหรัฐอเมริกา ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและยังไม่เคยเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังได้จัดหาบริการเทคโนโลยีเหล่านี้ ให้แก่ ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีโอกาสและสิทธิพิเศษ ในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยล่าสุดด้วย นับเป็นการสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง ซิลิคอนวัลเลย์ กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี” นายแชมป์ กล่าว

นายแชมป์ ระบุด้วยว่า จุดเด่นของกองทุน คือการที่มีพาร์เนอร์ผู้บริหารกองทุนที่มีความสามารถ เชี่ยวชาญทั้งการเสาะหาธุรกิจและเจรจาเข้าร่วมทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพที่น่าสนใจและมีอนาคต มีความสามารถในการคำนวณผลตอบแทน วิธีการตรวจสอบธุรกิจ และการเพิ่มความสามารถของสตาร์ทอัพ โดยนอกจากการร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพแล้ว ยังเข้าไปร่วมช่วยพัฒนาธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพด้วย และพร้อมที่จะใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาเชิงลึกซึ่งถือเป็นสิ่งที่ท้าทาย

ด้านนาย Alastair Trueger  หุ้นส่วนผู้ก่อตั้งครีเอทีฟเวนจอร์ กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของกองทุนร่วมลงทุน คือ นักลงทุนที่มีความมั่งคั่ง เห็นโอกาสและมีความเข้าใจในเทรนการลงทุนในสตาร์ทอัพที่จะเปลี่ยนแปลงโลก โดยนักลงทุนไม่เพียงแต่จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปูทางไปสู่การลงทุนในซิลิคอนวัลเลย์ อีกด้วย  โดยที่ผ่านมา ครีเอทีฟเวนจอร์ ประสบความสำเร็จในการจัดหารูปแบบที่ดีที่สุด เพื่อใช้ในการวางระบบให้แก่ สตาร์ทอัพรวมทั้งการเข้าไปช่วยในการวิจัยและพัฒนา (R & D ) ในเชิงพาณิชย์

“ความได้เปรียบของ ครีเอทีฟเวนจอร์ คือ การที่หุ้นส่วนและ ผู้ก่อตั้งกองทุนมีประสบการณ์ผ่านการทำงานมาทั้งฝั่งการเป็นสตาร์ทอัพ และฝั่งเจ้าของธุรกิจ ดังนั้น นอกจากการเข้าร่วมลงทุนแล้วเรายังช่วยเหลือด้านการขยายตลาดของสตาร์ทอัพ เพื่อทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตที่ดี และให้ผลตอบแทนได้ในระยะยาว”Alastair Trueger  ระบุ

สำหรับกองทุนร่วมลงทุนกอง 2 ที่ตั้งขึ้นนี้ ได้มีนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และเห็นโอกาสในการลงทุน ที่ตอบรับการเข้าลงทุนแล้ว คือ คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย

นอกจากนี้ยังได้รับการตอบรับจาก คุณสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทมิลล์คอน สตีล จำกัด(มหาชน)หรือ MILL ผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กแปรรูปในประเทศ ซึ่งได้เข้าไปลงทุนใน Builk  บริษัทสตาร์ทอัพ ที่มีนวัตกรรมเกี่ยวกับการก่อสร้างชั้นนำของไทย  สำหรับการเข้าร่วมลงทุนในกองทุนร่วมลงทุนของ ครีเอทีฟเวนเจอร์ ครั้งนี้ เป็นการลงทุนทั้งในส่วนตัวและในส่วนของบริษัท  โดยมีเป้าหมายในการกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นการลงทุนที่ยังไม่มีในภูมิภาคนี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ครีเอทีฟเวนเจอร์ ประสบความสำเร็จในการเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพในซิลิคอนวัลเลย์ อาทิ  บริษัท Dishcraft  ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่สร้างนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ปฎิบัติงานในห้องครัวที่สมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งเข้ามาช่วยแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนในธุรกิจบริการด้านโรงแรม ภัตตาคาร และธุรกิจเอนเตอร์เทนเม้นต์ขนาดใหญ่ จนได้รับการยอมรับจากผู้นำในธุรกิจนี้

นอกจากนี้ ยังได้เข้าลงทุนใน ALICE Technologies ซึ่งเป็นการสร้างระบบ AI ซอฟต์แวร์  ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดการการก่อสร้างในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 4% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดและลดเวลาในการก่อสร้างลง 14% ทำให้ประหยัดทั้งในส่วนของ เจ้าของโครงการหรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  และ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ในการนี้ ครีเอทีฟเวนเจอร์  ได้นำเทคโนโลยีของ ALICE มาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ร่วมมือกับบริษัทอนันดาฯซึ่งเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยอีกด้วย

DTAC BUSINESS PACKAGE” ช่วยลดต้นทุนการติดต่อสื่อสารง่ายๆ แถมได้โซลูชั่นทางธุรกิจอีกเพียบ!

ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน ล้วนมีสิ่งที่เรียกว่า “ต้นทุนทางธุรกิจ” ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคน เรื่องของวัตถุดิบ ฯลฯ และยังมีหนึ่งในต้นทุนทางธุรกิจที่สำคัญที่เหล่าผู้ประกอบการทั้งหลายที่ห้ามมองข้ามไปเป็นอันขาด นั่นก็คือเรื่องของ “ต้นทุนในการติดต่อสื่อสาร”

“การทำธุรกิจ” และ “การติดต่อสื่อสาร” นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดกันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกันเองในองค์กร หรือการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า/คู่ค้า ก็ดี ซึ่งตรงจุดนี้ตัวผู้ประกอบการทั้งหลายคงต้องยอมรับถึงเรื่อง “ต้นทุนในการติดต่อสื่อสาร” ที่จะมาพร้อมกับคำว่า “ค่าใช้จ่าย” ชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้… และเผลอๆ บางบริษัทที่อาจจะยังไม่มีโซลูชั่นหรือการเตรียมการในการรับมือกับเรื่องของการสื่อสารที่ดีพอ หรือจะเป็นในเรื่องของการจัดการค่าใช้จ่าย ควบคุมดูแลบริหารการใช้งานต่างๆ  และอาจจะไม่ทราบถึงโซลูชั่นใหม่ๆ ที่สามารถช่วยเสริมให้การทำธุรกิจในยุคนี้ราบรื่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้นการทำความรู้จักกับ Business Package หรือลองให้มืออาชีพด้านการดูแลเรื่องการติดต่อสื่อสารเข้ามาช่วย… น่าจะเป็นทางออกที่ทำให้ธุรกิจที่เรากำลังทำอยู่นั้นราบรื่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม…

 

Business Package ไม่ใช่เรื่องใหม่
แต่โซลูชั่นใหม่ คือสิ่งที่ต้องนำมาปรับใช้พัฒนาธุรกิจ

dtac business package โซลูชั่นทางธุรกิจที่ทางดีแทค นำเสนอเพื่อให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับทุกคนที่ทำธุรกิจ เพื่อช่วยในการเพิ่มศักยภาพทางการสื่อสาร และยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันทางธุรกิจให้กับเหล่าผู้ประกอบการทั้งหลาย แบบครบวงจร

สำหรับโซลูชั่นทางการติดต่อสื่อสารเพื่อธุรกิจ จาก ดีแทค dtac.co.th/business

จะถูกแบ่งออกเป็นบริการทางด้านต่างๆ ได้แก่ โซลูชั่นทางการสื่อสาร โซลูชั่นทางการตลาด โซลูชั่นอินเตอร์เน็ตไร้สาย และโซลูชั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน พร้อมบริการหลังการขายที่มีทีมงานเฉพาะ ให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจทุกประเภท โดยผู้ประกอบการหรือฝ่ายที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลเรื่องการติดต่อสื่อสารขององค์กร สามารถเลือกศึกษาข้อมูลใช้โซลูชั่นที่เหมาะสมกับองค์กรทั้งหมดได้จากที่หน้าเว็บไซต์ที่นี่ได้ทันที

 

หรือจะให้ง่ายไปกว่านั้น สำหรับคนที่ยังไม่ทราบว่าโซลูชั่นทางการติดต่อสื่อสารใดเหมาะกับประเภทธุรกิจ / องค์กรของตนทาง ดีแทคจึงได้ทำการจัดหมวดหมู่โซลูชั่นทั้งหมดไว้ตาม ประเภทธุรกิจ” ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มธุรกิจใหญ่ ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ (ราชการ)  ธนาคาร ธุรกิจค้าปลีก สถาบันการศึกษา และ โรงงานอุตสาหกรรม

ต้องยอมรับว่าโซลูชั่นเกี่ยวกับการติดต่อสื่อ จากทาง dtac business package นั้นมีหลากหลาย ครอบคลุมแทบทุกประเภทธุรกิจทุกองค์กร ทั้งองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่

สำหรับผู้ประกอบการที่ใช้ business package อยู่แล้ว
หรือ กำลังมองหาทางเลือกใหม่ในการช่วยลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ

“dtac business package” มีโปรโมชั่นพิเศษ “เพียงสมัครหรือย้ายเครือข่ายมาใช้ดีแทควันนี้!” รับส่วนลดค่าบริการรายเดือนสูงสุด 50% จากยอดค่าบริการเดือนล่าสุด* พร้อมแพ็กเกจพิเศษราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท/เดือน* เน็ตไม่อั้น ไม่ลดสปีด และโทรไม่อั้น

สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ : https://www.dtac.co.th/business/online-campaign
*ไม่รวมค่าเครื่อง และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

#dtacbusiness