All posts by Pakin J.

จับตาผลเลือกตั้งอินเดีย โจทย์เศรษฐกิจรอท้าทายรัฐบาลชุดใหม่

16 พฤษภาคม 2557 เป็นวันประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปของอินเดีย ซึ่งมีพรรคการเมืองที่ต้องจับตา 2 พรรคใหญ่ คือ พรรคคองเกรส ที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบันนำโดย นายราหุล คานธี และ พรรคภารติยา ชนาตา ที่นำโดย นายนเรนทรา โมดี พรรคแกนนำฝ่ายค้านที่มาแรง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า หากพรรคจัดตั้งรัฐบาลเป็นการจัดตั้งแบบรัฐบาลผสมเนื่องจากไม่ได้รับเสียงข้างมากอาจทำให้การดำเนินนโยบายไม่สามารถตอบสนองความต้องการและความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ทันเวลา ส่งผลให้เศรษฐกิจอินเดียยังจะเติบโตได้อย่างช้าๆ แต่หากรัฐบาลครองเสียงข้างมากก็มีแนวโน้มว่าการใช้นโยบายต่างๆ จะทำได้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว ซึ่งน่าจะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอินเดียให้เติบโตได้ดีกว่า

 

3 โจทย์ที่ยังรอ “ทางออก”

เศรษฐกิจ… ถือเป็นโจทย์ท้าทายที่รัฐบาลชุดใหม่ของอินเดียต้องให้ความสำคัญ โดยมี 3 โจทย์ที่รอทางออกจากรัฐบาลชุดใหม่คือ

1. ปัญหาเงินเฟ้อ เพราะเงินเฟ้อในอินเดียยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทั้งในดัชนีราคาผู้ผลิต (WPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2557 ดัชนี WPI แตะอยู่ที่ระดับร้อยละ 5.7 (YoY) และ CPI อยู่ที่ระดับร้อยละ 8.3 (YoY) กดดันให้ธนาคารกลางอินเดียยังคงดำเนินนโยบายการเงินเชิงเข้มงวด โดยล่าสุดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Reverse Repo Rate) ที่ระดับร้อยละ 8 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่คงทรงตัวอยู่ในระดับสูงและเพื่อดึงดูดเงินเข้าสู่ประเทศ ซึ่งการที่อัตราดอกเบี้ยคงอยู่ในระดับสูงดังกล่าว ส่งผลให้ต้นทุนและภาระทางการเงินของธุรกิจสูงขึ้น อาจเป็นตัวเร่งให้ภาคธุรกิจแสวงหาเงินทุนในต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อค่าเงินรูปีได้

2. ปัญหาขาดดุลแฝด การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดยังมีความเปราะบางเชิงโครงสร้าง ในขณะที่การขาดดุลการคลังยังต้องจับตา การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียยังคงเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข แม้ว่ายอดขาดดุลในปีงบประมาณ 2556/57 จะลดลงแตะระดับ 32 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือราวร้อยละ 1.7 ของ GDP เทียบกับ 88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวร้อยละ 4.7 ของ GDP ในปีงบประมาณก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการใช้มาตรการควบคุมการนำเข้า โดยเฉพาะในทองคำ ซึ่งการควบคุมการนำเข้าอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องประดับที่เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของอินเดีย ทำให้ส่งออกได้น้อยลง และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงดุลการค้าของอินเดียต่อไป

3. เสถียรภาพของค่าเงินรูปี ความผันผวนในค่าเงินรูปีของอินเดียสะท้อนความเปราะบางในเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยในช่วงเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ค่าเงินรูปีได้ลดลงสู่ระดับ 68.825 รูปี/ดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นการอ่อนค่าต่ำเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี ล่าสุด ค่าเงินรูปีไต่ระดับแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ราว 59.7 รูปี/ดอลล่าร์สหรัฐฯ ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นสัญญานที่ดีของเสถียรภาพค่าเงินของอินเดีย โดยเสถียรภาพของเงินรูปีเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นที่รัฐบาลใหม่อินเดียต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมไปถึงทิศทางค่าเงินที่อ่อนค่าจะส่งผลต่อฐานะทางการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียมากขึ้น

แม้รัฐบาลชุดใหม่ของอินเดียจะมีโจทย์ที่ยังรอการแก้ไขดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการสร้างเสถียรภาพในระยะยาว แต่ด้วยปัจจัยด้านการค้าที่เติบโตจากการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้าสำคัญ และภาคการลงทุนที่ฟื้นตัว อีกทั้งแนวโน้มของรัฐบาลชุดใหม่ของอินเดียที่น่าจะสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ จึงคาดว่าเศรษฐกิจอินเดียน่าจะขยายตัวดีขึ้นจากร้อยละ 4.5 – 4.7 (ประมาณการในปีงบประมาณ 2556/2557) มาอยู่ในระดับร้อยละ 5 – 5.5 ในปีงบประมาณ 2557/2558

อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นที่น่าจับตาหากพรรค BJP ได้รับเลือกเข้ามาเป็นรัฐบาล นโยบายการลงทุนที่คาดว่ายังคงเปิดกว้าง แต่อาจมีข้อจำกัดในธุรกิจที่มีความอ่อนไหว อาทิ ธุรกิจค้าปลีก ฯลฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ข้อมูล:ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ภาพ:nbc

นาฬิกาปลุกเนสกาแฟ ทำให้คุณตื่นเช้ารับอรุณพร้อมกาแฟแก้วโปรด

NESCAFÉ Alarm Clock ฝาขวดโหลเนสกาแฟดีไซน์ใหม่ มาพร้อมนาฬิกาปลุกที่สามารถปรับได้ 7 เสียง และสามารถทำงานได้จริงเพียงเราตั้งเวลาปลุก!

newnescafemain

โดยมีกลไกลการปิดเสียงปลุกสุดเท่คือการ “เปิดขวดโหลกาแฟออก”

nescafeun8

เรียกได้ว่าคุณจะตื่นเช้าพร้อมสูดกลิ่นกาแฟหอมๆ  (ต้องชงก่อน!)

nescafeun10a

ที่สำคัญ NESCAFÉ Alarm Clock ไม่ต้องกลัวแบตหมดสามารถชาร์จไฟผ่านสาย USB ได้ด้วย

นอกจากฟังก์ชั่นนาฬิกาปลุก ทุกฝาเนสกาเเฟๆยังเป็นลิมิเต็ด ใช้การทำ 3D Printed  สร้างขึ้น ทำให้ 200 ฝามีลวดลายไม่ซ้ำเเบบกัน
เเต่งานนี้ท่าทางจะมาไม่ถึงเมืองไทย!

nescafeun11a

Source/Picture

พฤกษา ไตรมาสแรกกำไร 1,065 ล้านบาท เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ

 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2557 เติบโตอย่างมั่นคง สวนกระแสเศรษฐกิจ มีรายได้รวม 8,055 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% และ 38% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2556

 

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ประจำปี 2557 ว่า “บริษัทฯ มีผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 8,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ที่มีรายได้รวม 6,340 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสูงถึง 1,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 773 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากสินค้าในกลุ่มทาวน์เฮาส์ สูงถึง 64% จากบ้านเดี่ยว 24%  คอนโดมิเนียม 10% และจากโครงการในต่างประเทศ 2%”

 

“การที่กลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่เน้นการพัฒนาโครงการแนวราบ เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ ยังเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถทำรายได้เติบโตสูงขึ้น โดยแม้สถานการณ์ในประเทศขณะนี้ จะไม่เอื้ออำนวยต่อบรรยากาศการตัดสินใจซื้อของลูกค้า กอปรกับมีการพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้างที่ทันสมัยเข้ามาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพ และการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า  ส่งผลให้  Business Cycle Times ของการพัฒนาโครงการแนวราบ ลดลงจากเดิม   146 วันเหลือเพียง 112 วัน ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้รายได้เร็วขึ้น ประกอบกับมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้สามารถรักษาระดับต้นทุนได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้ในไตรมาสที่ 1 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น” นายทองมา กล่าว

 

ด้าน นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง ยอดขายในไตรมาส 1 ปี 2557 ว่า “จากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองของประเทศ ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้ ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวมชะลอตัวลง เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อและรอดูสถานการณ์ จนเมื่อช่วงเดือนมีนาคมซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาสแรก ความมั่นใจของผู้บริโภคจึงเริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยภาพรวมบริษัทฯ สามารถเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสแรก ได้จำนวนรวม 18 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 14,121 ล้านบาท ประกอบด้วย ทาวน์เฮาส์ 6 โครงการ บ้านเดี่ยว 7 โครงการ และคอนโดมิเนียมอีก 5 โครงการ โดยเฉพาะเดือนมีนาคมสามารถเปิดได้ 11 โครงการ มูลค่า 10,336 ล้านบาท และจากยอดขายและรายได้ของเดือนมีนาคมที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ยอดขายในไตรมาส 1/2557 มีมูลค่าถึง 8,194 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้  หรือเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2556  ที่มียอดขาย 7,515 ล้านบาท  นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย ( Active Projects) ทั้งหมด 173 โครงการ มูลค่ารวม 66,327 ล้านบาท โดย 80% เป็นโครงการแนวราบ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีส่วนในการสนับสนุนหรือผลักดันการขยายตัวของยอดขายในแนวราบต่อไป โดยแม้สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะยังคงชะลอและยังไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด แต่บริษัทฯ ยังคงยืนยันเป้ายอดขายปี 2557 ไว้ดังเดิมคือ 41,000 – 45,000 ล้านบาท”

Meet the Superhumans

ใครๆก็อยากพบกับ Super Hero ดูสักครั้ง แต่วันนี้พวกคุณลองพบกับ Super Humans เหล่านี้ดูก่อน แล้วจะรู้ว่าพวกเขาสุดยอดขนาดไหน

หนึ่งใน The Winner จาก Cannes Lions ปี 2013 “Meet the Super Humans” คว้ารางวัล Grand Prix ในหมวด Film Craft Lions มาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยตัวหนังเองที่มีมุมกล้องสุดเฉียบ เล่าเรื่องได้สุดเท่ และเพลงประกอบก็เร้าใจ

Meet the Superhumans  เป็นโฆษณาเพื่อโปรโมตการเเข่งขันกีฬาพาราลิมปิก เมื่อปี 2012 ที่ดูเเล้วน่าปรบมือให้ดังๆ

 

หนังโฆษขนาดความยาว 1 นาทีครึ่ง ที่ทำให้เหล่านักกีฬาพาราลิมปิกดูเท่ไม่แพ้ซุปเปอร์ฮีโร่เลยจริงๆ

เคทีซี ไตรมาสแรกกำไร 355 ล้านบาท สวนกระแสเศรษฐกิจซบ

จ่ออัดแคมเปญการตลาดบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล พร้อมควบคุมความเสี่ยงและต้นทุน

เคทีซีโชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2557 เป็นบวกทุกด้าน กำไรสุทธิ 355 ล้านบาท เติบโต 77% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนกระแสเศรษฐกิจซบและความไม่แน่นอนทางการเมือง พอร์ตลูกหนี้สุทธิและฐานสมาชิกขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะเน้นให้ธุรกิจเติบโตอย่างระมัดระวัง ควบคู่ไปกับการพัฒนาและนำเสนอโปรแกรมการตลาดครอบคลุมทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลเพื่อให้สมาชิกได้รับประโยชน์สูงสุด มั่นใจสิ้นปีรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย

 

นายระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลประกอบการเคทีซีในช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมา มีรายได้รวม 3,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% จากกำไรดำเนินงาน (ไม่รวมรายการพิเศษ) ในไตรมาส 1/2556 ที่มีมูลค่า 201 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 49,078 ล้านบาท พอร์ตลูกหนี้การค้ารวมสุทธิเท่ากับ 44,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 42,684 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ฐานสมาชิกรวม 2.3 ล้านบัญชี ประกอบด้วย บัตรเครดิต 1,636,444 บัตร ยอดลูกหนี้บัตรเครดิตสุทธิ 30,808 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล “เคทีซี แคช” เท่ากับ 650,856 บัญชี ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเคทีซี แคช สุทธิ 13,915 ล้านบาท ลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) บัตรเครดิตลดเหลือ 2.2% และ NPL สินเชื่อบุคคลเหลือเพียง 1.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่หนี้สูญได้รับคืนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือเท่ากับ 414 ล้านบาท”

 

“แม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมความต้องการสินเชื่ออาจลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความผันผวนของสถานการณ์ทางการเมือง  แต่เคทีซียังคงเดินหน้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยโปรแกรมการตลาดในผลิตภัณฑ์หลักทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เนื่องจากการทำตลาดของบริษัทฯ เน้นการ   ใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลดีสำหรับผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มค่าที่มากกว่า    ทุกครั้งในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือการใช้สินเชื่อเงินสดกับเคทีซี ด้วยสิทธิประโยชน์ที่ตรงและตอบโจทย์ความต้องการสมาชิก โดยปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีขยายตัวที่ 3%”

 

“สำหรับไตรมาสแรกของปี 2557 บริษัทฯ มีวงเงินสินเชื่อคงเหลือ (Available Credit Line) ทั้งสิ้น  25,090 ล้านบาท เป็นวงเงินของธนาคารกรุงไทย 18,030 ล้านบาท และจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ 7,060 ล้านบาท อัตราส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าภาระผูกพันที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า”

 

“ในส่วนกลยุทธ์ของเคทีซีจากนี้เพื่อการมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจบัตรเครดิต ในปีแรกนี้จะสร้างฐานการเติบโตไปสู่เป้าหมาย ด้วยแนวคิดการทำงาน “Make it Better” เน้นให้ธุรกิจเติบโตอย่างระมัดระวัง ด้วยการควบคุมความเสี่ยงและคุณภาพหนี้ให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามสถานการณ์ภายนอกอย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์ที่ดีกว่าเดิมและคำนึงถึงความต้องการของสมาชิกเป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกได้รับประโยชน์สูงสุด โดยบัตรเครดิตจะขยายฐานสมาชิกไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ มีการออกบัตรใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย และโปรแกรมการตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม เจาะกลุ่มคนระดับกลางและบนมากขึ้น สินเชื่อบุคคล จะออกแคมเปญเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับสมาชิก สร้างสรรค์แคมเปญตอบแทนกลุ่มสมาชิกที่มีวินัยในการชำระเงิน และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เข้าถึงและตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย”

 

“นอกจากนี้เคทีซียังมีแผนดำเนินธุรกิจร่วมกับธนาคารกรุงไทยในส่วนอื่นๆ ต่อเนื่อง โดยผนวกจุดแข็งด้านการตลาดและนวัตกรรมของเคทีซี กับจุดเด่นด้านฐานการเงินของธนาคารกรุงไทย ผ่านการใช้เครือข่ายและฐานลูกค้าของกันและกัน โดยนอกจากจะร่วมมือกันขยายบริการด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินแล้ว ธนาคารฯ ยังได้เริ่มโอนย้ายระบบการติดตามหนี้ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยมาให้เคทีซีดูแลแทนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการติดตามหนี้และลดต้นทุนของธนาคาร ในด้านบุคลากรของเคทีซี บริษัทฯ ได้เสริมสร้างหลักสูตรพัฒนาบุคลากรในหลากหลายด้านให้มีความพร้อมแข่งขันได้ และด้วยองค์ประกอบทั้งหลายเหล่านี้ จึงเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะสามารถทำรายได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้” นายระเฑียรสรุป

“Better World Brands” เมื่อแบรนด์ดังเปลี่ยนคำกลายเป็นแบรนด์ดี

Christian Goldemann ดีไซนเนอร์ชาวเยอรมัน คิดโปรเจคเปลี่ยนโลโก้แบรนด์ระดับโลก ให้เป็นถ้อยคำดีๆ

มาดูกันว่ามีเเบรนด์อะไรบ้าง!

1.Nike > Nice

1

2. Levi’s > Love’s

2

3. Converse > Convince

3

4. Vans > Wins

4

5. GUCCI > GOODI

 

6

ชอบแบรนด์ไหนที่สุดครับ?

Source/Picture

รดน้ำต้นไม้ ด้วยที่ ‘วางจาน’

เป็นที่รู้กันว่าหลังจากที่เราล้างน้ำสะอาดสุดท้ายของขั้นตอนการล้านจาน บางบ้านอาจใส่เครื่องอบหรือไม่ก็เช็ดให้เเห้งก่อนนำจานเก็บเข้าที่

scolapianta_design_05

เเต่ตามบ้านส่วนใหญ่ ยังคงใช้การผึ่งจานเปียกให้เเห้งบนที่วางจาน ก่อนนำเก็บเข้าที่หรือใช้สำหรับมื้อต่อไป

scolapianta_design_02

งานดีไซน์ชิ้นนี้ใช้น้ำที่ติดอยู่บนจานหลังจากล้างเสร็จให้เกิดประโยชน์ โดยดีไซน์ที่ออกมาก็เก๋ไม่ใช่เล่น หามุมวางดีๆ ก็เปลี่ยนให้ที่วางจานธรรมดา ๆ กลายเป็นเครื่องประดับตกเเต่งบ้านได้อีกชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว
scolapianta_design_04

scolapianta_design_03

งานดีไซน์เพื่อโลกง่าย ๆ ที่มองเห็นจากสิ่งรอบตัว เเล้วนำจับมาขยับนิด บิดหน่อย ก็สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาได้ เเม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่เเต่ก็น่าภูมิใจ

Source/Picture

NIVEA เจ๋งลงโฆษณาเเถมข้อมือกันเด็กหลง

FCB Brasil เอเยนซี่เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่เคยทำ ‘Nivea solar charger’ รอบนี้พวกเขามองเห็นปัญหาใหญ่เวลาไปเที่ยวทะเล คือ “เด็กหลง”
เมื่อเด็ก ๆ เจอทะเลก็มักตื่นเต้นเป็นธรรมดา เห็นอะไรก็อยากเล่น อยากวิ่งไปนู้นไปนี้จนไกลเกินสายตาของผู้ปกครอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัดหลง

NIVEA จึงคิดทำเครื่องมือเพื่อช่วยให้ผู้ใหญ่ปวดหัวน้อยลง
การทำงานของ “The Protection Ad” สายรัดข้อมือสำหรับเด็กๆจาก Nivea นั้นไม่ยาก เพียงแค่ผู้ปกครองฉีกสายรัดข้อมือออกจากเเมกกาซีนเเละรัดเข้ากับเเขนของเด็ก ๆ

n2

n3

หลังจากนั้นก็ทำการดาวน์โหลด App บนสมาท์โฟน และเชื่อมต่อทั้ง 2 สิ่งเข้าด้วยกัน ก่อนปล่อยพวกเขาออกไปวิ่งเล่น
ที่สำคัญคือผู้ปกครองสามารถกำหนดขอบเขตการวิ่งเล่นของเด็ก ๆ ได้ เมื่อเวลาที่พวกเขาวิ่งออกไปไกลเดินกว่าที่กำหนด App ที่ติดตั้งอยู่บนสมาร์ทโฟนก็จะแจ้งเตือน เพื่อให้พ่อแม่ออกไปนำตัวพวกเขากลับมา

n7

หวังว่าเครื่องมือนี้คงช่วยให้ผู้ใหญ่คลายกังวลลงไปได้บ้าง เเละสามารถปล่อยให้เด็ก ๆ วิ่งเล่นได้อย่างสบายใจ

NIVEA Sun Kids “The Protection Ad”

‘Nivea solar charger’ เเคมเปญเก่าที่ทำออกมาเมื่อไม่นานนี้