All posts by web content 3

โตโยต้าเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ พาน้องร่วม Workshop กับกิจกรรม Campus Challenge 2016 โดยโตโยต้าถนนสีขาว

เมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้พานิสิตนักศึกษาผู้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายกิจกรรม Campus Challenge 2016 โดยโตโยต้าถนนสีขาวเดินทางไปร่วมกิจกรรม Workshop ที่พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อเพิ่มความรู้ในการพัฒนาแผนรณรงค์การสื่อสาร

ในโอกาสนี้ทางโตโยต้าได้เรียนเชิญวิทยากรทั้ง 3 ท่านมาเสริมสร้างความรู้ในหัวข้อต่างๆดังนี้ 1)การลดอุบัติเหตุในมหาวิทยาลัย โดยนายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเพื่อความปลออดภัยบนท้องถนน 2)การเขียนแผนรณรงค์การสื่อสาร โดย ดร.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ ที่ปรึกษาและนักกลยุทธ์ด้านการสื่อสารชื่อดัง 3)การออกแบบสื่อโฆษณาให้ตรงกับผลงาน โดยคุณสมเกียรติ กิตติพินิจนันท Deputy Executive Creative Director บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด

IMG_5812IMG_5472 IMG_5736 IMG_5388 IMG_5437IMG_5494 IMG_5501

นอกจากนี้ น้องๆทั้ง 16 ทีมยังได้มีโอกาสสอบถามและขอข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมกับทางคณะกรรมการอย่างใกล้ชิดอีกด้วย นอกจากนี้น้องๆยังได้เข้าร่วมการขับขี่ปลอดภัยจากทางวิทยากรจากโตโยต้า ที่ “TOYOTA Driving Experience Park” ศูนย์ขับทดสอบรถยนต์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของโตโยต้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ซึ่งน้องๆ ทั้ง 16 ทีมได้รับความรู้ในการขับขี่ที่ปลอดภัย เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกที่ดีในการใช้รถใช้ถนนต่อไป

โดยกิจกรรม Campus Challenge 2016 โดยโตโยต้าถนนสีขาว ได้ตระหนักถึงปัญหาอุบัติเหตุทางถนนและมุ่งหวังปลูกจิตสำนึกให้กับคนรุ่นใหม่ในการใส่ใจแก้ไขปัญหา จึงเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศได้วางแผนการรณรงค์และลงมือปฏิบัติจริงในรั้วมหาวิทยาลัย ได้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของการประกวดในปีนี้แล้ว ทีมไหนจะเป็นผู้ชนะเลิศ และได้รับรางวัลทริปทัศนศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น, ทุนการศึกษา และโอกาสฝึกงานกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จะได้รู้ผลกันในวันที่ 17 ธันวาคม 2559 นี้

IMG_6539IMG_6413 IMG_6596

โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการประกวดได้ที่ www.Toyota.co.th/campuschallenge2016 และหน้าแฟนเพจ CSR Society with Toyota

สร้างแรงบันดาลใจกับ ‘บัว วรรณประภา’ เจ้าของผลงาน Paper Art ที่ไปคว้ารางวัลในเวที Cannes Lions

Continue reading สร้างแรงบันดาลใจกับ ‘บัว วรรณประภา’ เจ้าของผลงาน Paper Art ที่ไปคว้ารางวัลในเวที Cannes Lions

CPN ชวนคนไทยจุดเทียนเทิดพระเกียรติ ‘ในหลวง ร.9’ ข้ามปี พร้อมกับมหกรรมไฟที่สว่างไสวกว่า 10 ล้านดวง

เริ่มปีใหม่ ก็ต้องเริ่มด้วยสิ่งดี ๆ งานนี้ CPN ผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก จึงได้จัดแคมเปญ “Lighten Up Together” ที่จะชวนคนไทยมาส่งพลังใจและความดีให้กันแบบข้ามปี นำทัพกิจกรรมครั้งนี้ด้วยคนในวงการบันเทิงและเหล่า Influencer ที่่ดีต่อกำลังใจ

ไม่ว่าจะเป็น หมอก้อง สรวิชญ์ แพทย์ทหารข้าราชการของแผ่นดิน , แต้ว ณฐพร ดาราสาวที่ร่วมอาสาในโครงการย้อมผ้าเพื่อเพื่อน , แจ็ค บราวน์ หนุ่มอังกฤษเจ้าของแฟนเพจ “dekfarak” ที่มีหัวใจรักประเทศไทย, ปั๊ม อนุชิต เจ้าของแฟนเพจ “คิ้วต่ำ” เพจที่สร้างแรงบันดาลใจด้วยตัวการ์ตูนที่มีเอกลักษณ์ , ปอย สุชาณัฐ เจ้าของเพจ “คนตัวจิ๋ว” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านคนตัวจิ๋ว และ เจมส์ อภิ สิทธิ์ เจ้าของโปรเจ็กต์ภาพถ่าย “ที่ที่พ่อไป” ซึ่งมีคนแชร์ในโลกออนไลน์มากกว่าแสนคน  มาร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ ที่ได้น้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแบ่งปัน ให้คนไทยได้จุดประกายพลังใจในช่วงส่งท้ายปีอีกด้วย

K.เจมส์ อภิสิทธิ์ K.แจ็ค บราว K.แต้ว ณฐพร K.ก้อง สรวิชญ์ K.ปอย สุชาณัฐ K.ปั๊ม อนุชิต

ซึ่งอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ และเป็นไฮไลท์ของทุก ๆ ปี ก็คือมหกรรมไฟตระการตากว่า 10 ล้านดวง ที่จะสว่างไสวไปทั่วล้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ด ที่พิเศษคือ ในครั้งนี้ยังมีการจุดเทียนก้าวเข้าสู่ปี 2560 เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ยังคงสถิตในใจของพวกเราชาวไทย

1978672

และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าในตลอดปีที่ผ่านมา ทาง CPN ก็ยังได้จัดเทศกาลของขวัญ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทั้ง 30 ศูนย์ทั่วประเทศ มาพร้อมกับโปรโมชั่นมากมาย อาทิ

press ad FP2

– ช้อปทุก 1,000.- ลุ้นรับแพ็คเกจบัตรกำนัล มูลค่า 10,000 จากร้านค้าชื่อดังภายในศูนย์การค้าจำนวน 30 รางวัล ( พิเศษ รับสิทธิ์ x 3 สำหรับผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ด และ บัตรไทยไลฟ์) แพ็คเกจบัตรกำนัลจากร้านค้า ประกอบไปด้วย บัตรกำนัลเงินสดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล,ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, Tops Supermarket,  ZARA, H&M, Uniqlo, Jaspal,  MK Restaurant, The Pizza Company, Swensen’s, KFC, SF Cinema, Major Cineplex

-ช้อปทุก 10,000.- ลุ้นรับแพ็คเกจบัตรกำนัล มูลค่า 100,000.-  จากร้านค้าชื่อดังภายในศูนย์การค้า จำนวน 10 รางวัล ( พิเศษ รับสิทธิ์ x 3 สำหรับผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ด และ บัตรไทยไลฟ์) แพ็คเกจบัตรกำนัลจากร้านค้า ประกอบไปด้วย บัตรกำนัลเงินสดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, Tops Supermarket, Supersports, ZARA, H&M,  Uniqlo,  Jaspal, Marimekko,  Pandora, MK Restaurant,  The Pizza Company, Sizzler,  Swensen’s , KFC  Ootoya, SF Cinema, Major Cineplex

-ช้อปครบ 5,000 บาท รับฟรี “กระเป๋าผ้าดีดี” และ “ข้าวกล้องดอยจากโครงการหลวง”  (สำหรับลูกค้ามาสเตอร์การ์ด และ บัตรไทยไลฟ์การ์ด ช้อปเพียง 4,000 บาท)

แน่นอนว่าในปีนี้เราจะยังได้พบกับ ความงดงามสว่างไสวกับมหกรรมดวงไฟกว่า 10 ล้านดวง การประดับดวงไฟและตกแต่งของประดับคริสต์มาสต์ด้วยสีขาวและเขียว  นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 , การจุดเทียนเข้าก้าวเข้าสู่ปีพ.ศ. 2560 และสำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญ เพื่อส่งมอบความสุขให้กับคนใกล้ตัวในช่วงเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้ เราจะได้พบกับเทศกาลของขวัญที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เป็นตัวของตัวเองกันให้สุด! Alcatel จับมือ 7 เน็ตไอดอล 7 สไตล์ ชวนร่วมกิจกรรมแจกสมาร์ทโฟนฟรี!

อัลคาเทล (Alcatel) หรือแบรนด์มือถือค่ายดังจากฝรั่งเศส จัดกิจกรรม “Speak It Out With Alcatel” โดยจับมือ 7 เน็ตไอดอลแถวหน้าจากหลากหลายไลฟ์สไตล์มาร่วมรีวิวสมาร์ทโฟนสุดปัง ผ่านคลิป 7 ตัวบนโลกออนไลน์ โดยอัลคาเทลได้เปิดโอกาสให้ใครก็ได้มีสิทธิ์ลุ้นรับสมาร์ทโฟนสุดเก๋จำนวน 7 เครื่องง่ายๆ เพียงร่วมบ่งบอกความเป็นตัวเองผ่านการแชร์คลิปรีวิวที่ใช่ ตั้งแต่วันนี้ – 23 ธันวาคม 2559  (ร่วมสนุกและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Alcatel Mobile Thailand)

 

อัลคาเทล (Alcatel) ได้เปิดฉากรีแบรนด์ดิ้งใหม่ พร้อมดีไซน์สุดล้ำและฟีเจอร์ที่ทันสมัยตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา หลังเคยทำตลาดในประเทศไทยในช่วงยุค 90 มาแล้ว

ซึ่งครั้งนี้ อัลคาเทล พร้อมตอบโจทย์ของคนยุคใหม่ ด้วยโทรศัพท์หลากรุ่น หลากสไตล์ เจาะกลุ่ม Gen Millennium หรือวัยรุ่นยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างและเป็นตัวของตัวเองได้เป็นอย่างดี

ซึ่งกิจกรรม “Speak It Out with Alcatel” ที่จัดขึ้นครั้งนี้  อัลคาเทลได้เชิญเน็ตไอดอลแถวหน้าที่กำลังโด่งดังจากหลากหลายไลฟ์สไตล์ มาเป็นตัวแทนคน Gen M บอกเล่า 7 สไตล์ของคนยุคใหม่ในมุมต่างๆ อาทิ

สไตล์อินเทรนด์ล้ำสมัย (Stylish) – ที่บอกเล่าผ่านลุคหล่อสุดเนี๊ยบของหนุ่ม “เอส-ชิษณุพงศ์” พระเอกเอ็มวีและนายแบบ ที่มองผิวเผินอาจจะเรียบง่าย แต่เมื่อเป็นงาน เขาใส่ใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เฉกเช่นเดียวกับทุกรายละเอียดของ SHINE LITEDARE-TO-SHINEa

 

สไตล์เปรี้ยวเซ็กซี่ (Attractive) – ที่ถ่ายทอดได้อย่างเซ็กซี่สุดๆ กับ “ลูกเกด-ชฎาพร” เน็ตไอดอลสาวที่โด่งดังจากเพจ Cup E  ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีเรื่องส่วนตัวมากมาย และต้องการความรวดเร็วในการเข้าถึงโซเชียล ซึ่งรูปทรงของอัลคาเทล นอกจากจะสวยเพรียวมีสไตล์แล้ว ฟีเจอร์ Fingerprint Scan ที่ลัดเข้าสู่แอพลิเคชั่นและโฟลเดอร์ต่างๆ ได้ทันทีถึง 5 แอพ ก็ตอบโจทย์ชีวิตเธอได้ลงตัวที่สุดDARE-TO-SHINEb

 

สไตล์ท่องเที่ยวเล่าเรื่อง (Imaginative) – กับสาวน้อยสุดน่ารัก “ปิงปิง-พิชญา” ดีกรีเจ้าของเพจรีวิวท่องเที่ยว Bliss Out There หรือตัวแทนของวัยรุ่นยุคใหม่ที่รักอิสระ ชอบเปิดหูเปิดตาในสถานที่ใหม่ๆ และชอบเล่าเรื่องด้วยภาพ ที่ชอบใจ หลายๆ ฟังก์ชั่นของ อัลคาเทล อย่าง V-Gesture ที่ถ่ายภาพได้ทันทีแค่ชู 2 นิ้ว แถมยังเลือกถ่ายภาพด้วยฟังก์ชั่น Split Catcher ที่ถ่ายภาพหลายๆ ภาพ และจัดเรียงเป็นภาพเดียว พร้อมแชร์ได้ทันทีDARE-TO-SHINEc

 

สไตล์สร้างสรรค์แตกต่าง (Creative) – ที่เล่าผ่านมาดอนน่าเมืองไทยอย่าง “ไจ๋ ซีร่า-ศิรม์วิชญ์” ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เล่นกับธีมแต่งหน้าแต่งตัว จึงไม่แปลกที่นางจะชอบ ฟีเจอร์เก๋ๆ ของอัลคาเทล POP4 Plus ที่มีฟีเจอร์ Color Catcher ที่สามารถถ่ายภาพอะไรๆ ก็ได้ แล้วเอามาปรับเป็นธีมในโทรศัพท์ ง่ายๆ เพียงคลิกเดียวDARE-TO-SHINEd

 

สไตล์สนุกสนานขี้เบื่อ (Fast) – กับผู้กำกับวัยรุ่น “เจแปน-ภานุพรรณ”  ดีกรีเจ้าของ Buffet Production  ตัวแทนของวัยรุ่นที่โด่งดังมาจากการทำวีดีโอ Cover MV ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร กล้าคิด กล้าแสดงออก คิดแล้วทำเลยแบบนี้เลยชอบ ปุ่ม Boom Key ใน Alcatel Idol4s ปุ่มเดียว ที่จะทำอะไรก็ทันใจ ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลง อัดเสียงDARE-TO-SHINEe

 

สไตล์วัยรุ่นใจร้อน (Energetic)  – ถ่ายทอดด้วยวัยรุ่นที่เลิฟการเล่นเกมส์อย่าง “สกาย-รัฐธัญ” นักแคสเกมส์ ผู้ติดโซเซียล ที่มี PIXI4 Plus Power สมาร์ทโฟนพลังเยอะ ที่ช่วยให้กิจกรรมของเขาไปต่อได้อย่างไม่มีสะดุด แถมจะเปลี่ยนเป็น Power Bank ชาร์จไฟให้เพื่อนก็ได้DARE-TO-SHINEf

 

สไตล์ขาลุยท้าฝนท้าแดด (Adventurous) – ผ่านมุมลุยๆ ของนักปั่นจักรยานสาวร่างเล็ก “มิ้น-วณิชชา”  ที่รักสายลมแสงแดด ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง การมี Alcatel Go Play สมาร์ทโฟนที่พร้อมลุยน้ำ คลุกฝุ่น ไปด้วยทุกสถานการณ์ ทำให้ชีวิตมีภาพประทับใจอัพเดทเพื่อนๆ ตลอดDARE-TO-SHINEg

 

ทั้งนี้กิจกรรม “Speak It Out with Alcatel” นั้น จัดขึ้นเพื่อท้าให้คนยุคใหม่อย่างเรากล้าแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง เพียงแชร์คลิปที่ตรงสไตล์ แล้วลุ้นรับมือถือสมาร์ทโฟนจากอัลคาเทล (Alcatel) ทั้งหมด 7 รางวัล เรียกได้ว่า “แชร์สไตล์ที่ใช่รับมือถือที่ชอบ” ซึ่งน่าจะถูกใจสาวกคนรุ่นใหม่สุดๆ เพราะ อัลคาเทล เองก็ผ่านการค้นหาตัวเองมาจนกว่าจะพบจุดยืนที่ใช่ เราจึงเชื่อในความกล้าแตกต่าง และเชื่อในความเป็นตัวของตัวเองในตัวทุกๆ คน เช่นพวกเค้าเหล่านี้ ที่พบสไตล์ของตัวเองแล้ว… คำถามคือ แล้วคุณล่ะพบรึยัง?

(ร่วมสนุกและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Alcatel Mobile Thailand)

‘เจ๊โอว’ เปลี่ยนมาม่าธรรมดา ให้กลายเป็นเมนูราคาหลักร้อย-800 ได้ยังไง ?

มาม่า เมนูที่สุดแสนจะธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำกินเองที่บ้านได้ แต่ทำไมหลาย ๆ คนถึงเลือกที่จะออกมาต่อคิวรอนาน ๆ เพื่อกินมาม่าในราคาหลักหลายร้อยที่ร้านเจ๊โอว แถมยังขายแค่เวลา 5 ทุ่มเป็นต้นไปเท่านั้นอีกด้วย ?

ไม่ใช่แค่คุณที่สงสัย เราก็เช่นกัน วันนี้ Marketeer ก็เลยไปหาคำตอบมาให้กับทุกคนผ่านการพูดคุยกับ ‘ลูกสาวเจ๊โอว’ ผู้ที่มีหน้าที่ดูแล Social Media ต่าง ๆ ของทางร้าน ที่จะมาเล่าถึงเคล็ดลับ ที่มีมากกว่าความอร่อย ว่าทำยังไง ถึงทำให้มาม่าที่ซองละไม่กี่บาท กลายเป็นเมนู Signature ของร้านที่ใคร ๆ ก็อยากจะมาลิ้มลองสักครั้งหนึ่ง

12118641_914302655292393_3759108296408600312_n

จุดเริ่มต้นของร้านเจ๊โอว จากหาบเร่ สู่ร้านข้าวต้มใจกลางเมือง

คุณลี่ ลูกสาวเจ๊โอวบอกกับ Marketeer ว่า ถ้าจะให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านจริง ๆ คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 60 กว่าปีก่อนตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า ที่ในสมัยนั้นหาบข้าวต้มเป็ดมาขาย จนถึงรุ่นของเจ๊โอวซึ่งเป็นหม่าม๊าของคุณลี่ก็เริ่มมีเมนูเยอะขึ้น มีหน้าร้านเป็นจริงเป็นจัง ซึ่งสาขาแรกตั้งอยู่ตรง I’m Park ในปัจจุบัน ร้านที่ 2 ย้ายมาอยู่จุฬาซอย 22 มาจนถึงร้านที่ตั้งอยู่แถวบรรทัดทองในทุกวันนี้

ในช่วงแรกที่ย้ายร้านก็เงียบอยู่เหมือนกัน แต่ยังดีที่มีลูกค้าจากที่เก่ามาต่อคิวรอกินกันอยู่ จนกระทั่งคนแถวนั้นเกิดความสงสัยว่าร้านอะไรทำไมถึงคนเยอะขนาดนี้ นำมาสู่การลองเข้าไปชิมและก็เป็นลูกค้าของเจ๊โอว ที่ส่วนใหญ่เกิดจากการบอกแบบปากต่อปากไปในที่สุด

13627001_1067719793284011_4697928317912167824_n

ทำยังไงให้ของธรรมดาอย่าง ‘มาม่า’ เพิ่มมูลค่าเป็นหลักร้อยได้

ด้วยความที่มีลูกค้าบางส่วนมาดูบอลรอบดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครัวปิดไปแล้วเจ๊โอวก็เลยอยากจะหาเมนูบางอย่างที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยามาเสิร์ฟให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้กิน ซึ่งก็คงไม่มีอะไรจะง่ายไปกว่ามาม่าอีกแล้ว

ช่วงแรก ๆ ก็ต้มแบบธรรมดา แต่พอทำไปทำมาก็เริ่มมีการใส่เครื่องมากขึ้น เริ่มแต่งหน้าจัดหม้อให้น่ากินมากกว่าเดิม จนลูกค้าบางคนก็เอาไปถ่ายลงใน Social Media ต่อมาไม่นานคนก็เริ่มรู้จักและก็เริ่มมาสั่งแบบที่ทางร้านยังไม่ได้เตรียมตัวจะขาย การทำแต่ละหม้อก็เลยดีเลย์ไปบ้างเล็กน้อย จนบางครั้งกว่าจะเก็บครัวเสร็จถึง 6โมง 7 โมงเช้าก็มี

และสิ่งที่ทำให้เมนูมาม่าธรรมดา สามารถเพิ่มมูลค่าให้เป็นหม้อละหลายร้อยบาทได้ ไม่ใช่เป็นเพราะกระแสหรือหน้าตาที่ดูน่าทานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงส่วนผสมข้างใน ไม่ว่าจะเป็นกุ้งตัวใหญ่ ๆ กรรเชียงปูแบบเต็ม ๆ คำ ที่ใส่เครื่องแบบไม่ยั้งให้ลูกค้าได้กินกันแบบถึงรสถึงชาติ เพราะถ้าไปกินซีฟู้ดพวกนี้ ปกติก็โลละหลายร้อยแล้ว

ซึ่งคุณลี่บอกว่า “ถ้าเอาจริง ๆ แล้ว ขายมาม่าไม่คุ้มเท่าขายพวกกับข้าวอย่างอื่นหรอก แถมยังต้องมานั่งเก็บล้างดึกกว่าเดิมด้วย แต่เมื่อลูกค้าอยากกิน เราก็ทำให้กิน”

ส่วนที่ขายตั้งแต่ 5 ทุ่มเป็นต้นไป ก็คงต้องย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของเมนู ที่ตั้งใจทำมาเพื่อลูกค้ารอบดึกให้ได้นั่งกินกันชิลล์ ๆ นั่นแหละ

คนในบ้านอยากกินอะไร ก็ขายอันนั้น

เมนูต่าง ๆ ในร้านเจ๊โอว ไม่ได้เกิดจากการที่ลูกค้านิยมกินอะไร แต่เกิดจากการที่คนในบ้านอยากจะกินอะไรมากกว่า อย่างถ้าเป็นเมนูพวกข้าวต้ม ผัดผัก หรือจับฉ่าย ก็จะเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในบ้านชอบกิน ส่วนพวกเมนูยำแซลมอน มาม่า กุ้ง 3 รส ก็จะเป็นเมนูที่ลูก ๆ  หลาน ๆ ชอบกิน แล้วเอามาเสนออาม่า(เจ๊โอว) ถ้าผู้ใหญ่เห็นว่ารสชาติและราคามันพอไปได้ ก็จะเอาไปขายแล้วให้ค่าขนมกับลูก ๆ หลาน ๆ

ถือเป็นร้าน ที่สามารถจับกลุ่ม Target ได้หลากหลายวัยทีเดียว

15135810_1171420812913908_5254742916861937428_n

ช่วงเทศกาล ร้านอื่นเร่งทำเงิน แต่เจ๊โอ๊วเลือกที่จะหยุด

อย่างที่รู้กันดีว่าเทศกาลคือช่วงเวลาที่ร้านอาหารจะขายดีกว่าปกติ แต่ร้านเจ๊โอวเลือกที่จะหยุด ด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงเวลาดังกล่าววัตถุดิบอาหารจะแพงกว่าปกติ แต่จะให้ตุนเอาไว้ก่อนวัตถุดิบก็จะไม่สดใหม่ ความอร่อยของอาหารก็จะลดลงไปโดยปริยาย

ซึ่งการหยุดในช่วงเทศกาลที่ร้านก็จะได้หยุดพักผ่อน เพื่อให้ลูกน้องได้กลับบ้านกันอีกด้วย

ทำ Social Media แบบบ้าน ๆ แต่คนติดตามเป็นแสน!

ร้านเจ๊โอวคือ Family Business แบบล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่คอยคุมการทำอาหาร คนเก็บเงิน หรือแม้กระทั่ง Social Media ที่ทำโดยคนในครอบครัว แต่กลับมีคนติดตามเป็นแสน!

โดยให้ลูก ๆ หลาน ๆ นี่แหละเป็นคนทำเพจให้ ส่วนคุณลี่เองก็มีหน้าที่เป็นแอดมินที่คอยตอบคำถามลูกค้า โพสต์ภาพอาหารและบรรยากาศภายในร้าน ที่สำคัญคือแม้จะทำอย่างเรียบง่ายแต่สามารถตอบโจทย์การขายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าเบอร์โทรศัพท์ร้าน แผนที่การเดินทาง และการโต้ตอบลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนที่แอดมินชอบเป็นการส่วนตัวเลยก็คือรูปโปร์ไฟล์ ที่ทำแบบง่าย ๆ คือใช้รูปเจ๊โอว พร้อมกับบอกเวลาเปิด-ปิดของร้าน เห็นแค่แว๊บเดียวก็จำได้ และสามารถตอบคำถามแรก ๆ ที่เกิดขึ้นเวลาคนจะมาร้านอาหารได้เป็นอย่างดี ก็คือร้านนั้นขายอะไร และเปิด-ปิดกี่โมงนั่นเอง

14721649_1139525929436730_3073306985088596179_n

ขายดีแบบนี้ แต่กลับไม่คิดที่จะขยายสาขา

เมื่อเห็นขายดีแบบนี้ หลาย ๆ คนจึงเข้ามาถามทางร้านว่าทำไมไม่คิดจะขยายสาขา ทำไมไม่จ้างคนมาทำ Social Media อย่างจริงจังเพื่อให้เป็นที่รู้จักไปอีก

ไม่ใช่ไม่อยากทำ แต่คุณลี่บอกว่ากำลังคนที่มีอยู่ตอนนี้ก็แทบจะไม่พอแล้ว ถ้าขยายไปอีกก็กลัวที่จะคุมคุณภาพไม่ได้ ขอแค่ทุกวันนี้ที่บ้านอยู่ได้ คนงานอยู่ได้ ก็พอใจแล้ว

13226968_1035753163147341_6351593944312265201_n

ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ชั่วโมงที่ได้พูดคุยกัน สิ่งที่คุณลี่มักจะเน้นย้ำกับเราเสมอก็คือเรื่องของคุณภาพ ทำอาหารห้ามงกเครื่องปรุงต้องใส่ให้เต็มที่ ทำให้เหมือนกับเวลาทำให้คนที่บ้านกิน และสิ่งที่เธอคิดจะทำไม่ใช่การหากำไรที่มากขึ้น แต่คือการจัดระบบของลูกค้าที่มีอยู่ให้ไม่ต้องรอคิวนานจนเกินไปนั่นเอง

บอกเลยถ้าขายไม่ดี พูดแบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ เจ๋งปะละ!

ขอบคุณภาพ : Facebook : ร้านเจ๊โอว

ปุ้มปุ้ยส่งเมนูใหม่ เปลี่ยนทุกมื้อเป็นรอยยิ้ม แค่ “ฉีกซอง…ทานได้เลย” ตอกย้ำจุดเด่นรสชาติต้นตำรับไทย กับ 5 เมนูคู่ครัวคนไทย

ด้วยความเร่งรีบของผู้คนในยุคปัจจุบัน ทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิตต้องถูกรวบรัดให้เร็วขึ้นตามไปด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่ง…..มื้ออาหาร ที่ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญช่วงหนึ่งที่จะทำให้เราได้อยู่กับคนในครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา

และด้วยความเร่งรีบนี้เอง จึงส่งผลให้ภาพรวมของตลาด “อาหารพร้อมทาน” เติบโตอย่างต่อเนื่องมา 4 ปี ด้วยตัวเลขที่มากถึง 15-20% พร้อมกับมูลค่ารวมตลาดของปีที่แล้วที่ทะยานถึง 11,500-12,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารพร้อมทานแบบ Retort  Pouch  หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ มันก็คืออาหารพร้อมทานที่ไม่ต้องใช้ไฟ ไม่ต้องใส่ตู้เย็น ฉีกซองปุ๊ป กินได้ปั๊ป

นอกจากความสะดวกสบายแล้ว อาหารใน Retort  Pouch ยังสามารถเก็บได้นานถึง 18 เดือนโดยไม่ใส่สารกันบูดแม้แต่น้อย หรือหากต้องการจะทานแบบร้อน ๆ ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 นาทีในการนำเข้าไมโครเวฟเพียงเท่านั้น แต่ถ้าหากไม่มีไมโครเวฟอยู่ใกล้ตัว ก็สามารถนำไปแช่ในน้ำร้อนได้เหมือนกัน เพราะแพ็กเกจของ Retort  Pouch  สามารถทนความร้อนได้เป็นอย่างดี ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ทานแต่อย่างใด

ซึ่ง ปุ้มปุ้ย แบรนด์อาหารกับสัญลักษณ์ Smiling fish หรือปลายิ้มที่อยู่คู่คนไทยมานาน รสชาติที่คุ้นปากของคนไทย และได้รับการยอมรับจากเอเชีย และยุโรป มากว่า 40 ปี จึงได้ส่ง 5 เมนูใหม่พร้อมทานแบบ Retort  Pouch  เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของคนยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา แต่ยังต้องการทานอาหารที่เหมือนกับได้ทานกับข้าวที่บ้านอยู่ อย่าง ปุ้มปุ้ยแกงส้มปลามาฮิมาฮิใส่ยอดมะพร้าว ปุ้มปุ้ยคั่วกลิ้งไก่ ปุ้มปุ้ยแกงมัสมั่นไก่ ปุ้มปุ้ยไก่ผัดกระเทียมพริกไทย และปุ้มปุ้ยผัดกะเพราไก่

1

ภายใต้คอนเซปต์ ‘Smiling Meal’ เมนูอาหารพร้อมทาน เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขในมื้ออาหารของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นการตอบโจทย์คนรักอาหารไทยที่ชอบความสะดวก ด้วยวิธีง่ายๆแค่ ฉีกซองทานได้เลย หรือจะอุ่นร้อนในไมโครเวฟเพียง 1 นาทีก็พร้อมยกเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ ได้ทันที

โดยชูทีเด็ดเป็นเมนูอาหารปักษ์ใต้ อย่างแกงส้มและคั่วกลิ้ง เมนูที่มัดใจนักชิมอย่างเราๆมานักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็นรสชาติร้อนแรง จัดจ้านจากพริกแกงใต้ หรือประโยชน์ที่ได้จากสมุนไพรพื้นบ้าน แต่ด้วยความยุ่งยากในการทำและหาทานได้ยากเราจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้ทาน ปุ้มปุ้ยรู้ใจจึงหยิบเอาสองเมนูคุณภาพส่งตรงความอร่อยจากปักษ์ใต้มาไว้ในซองให้คุณพร้อมอร่อยง่ายๆได้ทันที

เริ่มด้วยเมนูแรกอย่างแกงส้มปลามาฮิมาฮิใส่ยอดมะพร้าว อีกหนึ่งเมนูอาหารพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในปักษ์ใต้ ประกอบด้วยวัตถุดิบมากมายที่มีประโยชน์ ที่เด็ดสุดคือ เนื้อปลามาฮิมาฮิ ลักษณะของเนื้อปลาที่แน่น และมีรสชาติที่หวาน ทำให้เมนูนี้ สำหรับคนที่ชอบรสจัดจ้าน เข้มข้น แบบฉบับปักษ์ใต้ เมื่อได้ทานจะต้องวางช้อนไม่ลงอย่างแน่นอน

2

มาต่อกันที่เมนูที่ 2 อย่างคั่วกลิ้งไก่ จัดจ้านสะใจเหมือนได้ลงมากินที่ปักษ์ใต้เองอย่างไงอย่างงั้น เป็นอีกหนึ่งเมนูที่อุดมไปด้วยสมุนไพร เมนูชวนซี้ด ช่วยเจริญอาหารแบบนี้ จะทานกับครอบครัว เพื่อน หรือแฟน คงต้องมีต่อข้าวจานที่ 2

3

ปุ้มปุ้ยSmiling Meal ไม่ได้มีแต่เมนูเผ็ดจัดจ้านเท่านั้น เพราะอย่างแกงมัสมั่นไก่ เมนูสุดยอดอาหารอร่อยอันดับ 1 ของโลก เป็นตำรับอาหารไทยที่มีมาอย่างยาวนาน อัดแน่นไปด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นใบกระวานหรืออบเชย เรียกได้ว่าทั้งอร่อยทั้งได้ประโยชน์ในเวลาเดียวกัน

4

มาถึงเมนูที่ 4 อย่างไก่ผัดกระเทียมพริกไทย ทางปุ้มปุ้ยเขาก็ทำรสชาติมาได้อย่างกลมกล่อม ไม่ว่าใครก็ทานได้

5

และเมนูสุดท้ายอย่างผัดกะเพราไก่ หอมใบกะเพราเหมือนกับเพิ่งผัดเสร็จจากเตาเลยทีเดียว อีกหนึ่งอาหารยอดนิยมของคนไทย ที่คิดไม่ออกว่าจะทานอะไรคนส่วนใหญ่ก็ต้องนึกถึงผัดกระเพราทั้งนั้น

6

แม้ว่าการแข่งขันของกลุ่มอาหารสำเร็จรูปและอาหารพร้อมทานจะมีค่อนข้างสูง แต่ต้องยอมรับว่าปุ้มปุ้ยโดดเด่นกว่าไม่ว่าจะเป็นเมนูที่หลากหลาย รวมถึงความเข้าอกเข้าใจในรสชาติที่ถูกปากคนไทย หรือการเน้นรสชาติที่จัดจ้าน สไตล์ปักษ์ใต้ที่ไม่มีคู่แข่งรายไหนโฟกัสตรงนี้  ไม่ว่าจะเป็นเมนูคั่วกลิ้งไก่ หรือเมนูแกงส้มปลามาฮิมาฮิใส่ยอดมะพร้าว

อาหารที่อร่อย ต้องใส่ใจของคนทำเข้าไปด้วย และถึงจะเป็นอาหารพร้อมทานแต่ Smiling Meal ก็สามารถใส่ใจของคนทำเข้าไปได้ ด้วยการบรรจุรสชาติของอาหารแบบต้นตำรับของชาวไทยเอาไว้ ฉีกซองมากินทีไรเหมือนกับได้กินกับข้าวที่แม่ทำอย่างไงอย่างงั้น ซึ่งถึงแม้จะรีบแค่ไหนก็ยังสามารถมีรอยยิ้มให้กับมื้ออาหารที่ทานได้เสมอ

พร้อมเสิร์ฟ 5 เมนูใหม่ กับรสชาติที่ถูกปากคนไทยได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : www.facebook.com/smilingfishofficial

Website : www.smilingfish.com

ทางออกของโฆษณาล่อแหลม แบบที่ไม่ต้องเซนเซอร์ ก็คือความคิดสร้างสรรค์นี่แหละ!

เป็นโฆษณาที่กวน ฮา สร้างสรรค์ แถมดูแล้วยังรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ยังไงก็ไม่รู้ สำหรับนิตยสาร Humo จากประเทศเบลเยี่ยม เนื้อหาข้างในไม่รู้เป็นยังไง แต่โฆษณาภายในเล่มนี่สิน่าสนใจสุด ๆ

เพราะโฆษณาที่ว่า คือสื่อแนวลามก-อีโรติคเจ้าหนึ่ง แต่การจะโปรโมทสินค้าแนวนี้ มีข้อจำกัดมากมายทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดต่าง ๆ ที่ห้ามล่อแหลมจนเกินไป แต่ถ้าหากจะทำเป็นโฆษณาแบบธรรมดาทั่วไป ก็คงจะไม่เร้าใจเท่าไหร่

งานนี้ เอเยนซี่อย่าง Mortierbrigade ก็เลยใช้ความครีเอทเป็นทางออก ด้วยวิธีการสร้างสรรค์ชิ้นงานแบบ ‘Placement’ หรืออธิบายให้เข้าใจกันง่าย ๆ ว่า เป็นการหยิบบริบทรอบข้างของตัวงานโฆษณา มาใช้ให้เกิดประโยชน์

อย่างในเคสนี้ ก็เป็นการดึงโฆษณารอบข้าง มาทำให้เกิดภาพที่ดูเผิน ๆ แล้วไม่มีอะไร แต่ถ้าลองสังเกตและใช้จินตนาการสักหน่อยก็จะเป็นอะไรที่ทะลึ่งตึงตังไม่น้อยเลยทีเดียว

censorship-erotic-literature-ad-campaign-mortierbrigade-humo-9-5847d7ac2306d__880

censorship-erotic-literature-ad-campaign-mortierbrigade-humo-1-5847d7c4343fe__880 censorship-erotic-literature-ad-campaign-mortierbrigade-humo-2-5847d79a2ba3b__880 censorship-erotic-literature-ad-campaign-mortierbrigade-humo-4-5847d7a1c1e50__880 censorship-erotic-literature-ad-campaign-mortierbrigade-humo-5-5847d7a3c2600__880 censorship-erotic-literature-ad-campaign-mortierbrigade-humo-6-5847d7a6190f1__880 censorship-erotic-literature-ad-campaign-mortierbrigade-humo-7-5847d7a83fb14__880 censorship-erotic-literature-ad-campaign-mortierbrigade-humo-8-5847d7aa394ec__880

ที่มา : mortierbrigade.com

 

 

ดวงรายสัปดาห์ : 12 – 18 ธันวาคม 2559

ระหว่างวันที่  12 ธันวาคม  ถึง  18 ธันวาคม  2559 โดย ศ.บัณฑิตกุล

ราศี  เมษ  13  เมษายน  ถึง  14  พฤษภาคม     

สัปดาห์นี้หากได้ยินได้ฟังเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจอย่าเก็บไปคิดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนที่ต้องรับผิดชอบจะดีกว่า การเงินดีได้เพิ่มขึ้นจากการแบ่งทรัพย์มรดกหรือเงินรางวัล การลงทุนในตลาดทุนมีโอกาสสูงที่จะทำกำไรทั้งระยะสั้นและยาว โชคลาภมีได้จากการนำมาของผู้สูงอายุ งานหากควบคุมคุณภาพได้ตามที่ต้องการผลงานที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะสร้างความก้าวหน้าให้ท่านอย่างมากในสายตาผู้ใหญ่ ความรักความใกล้ชิดที่มากขึ้นเป็นเรื่องดีที่ควรทำในขณะนี้ สุขภาพต้องดูแลตนเองให้มากขึ้นเพราะอาจจะเจ็บป่วยได้ง่ายๆ

ราศี  พฤษภ  15  พฤษภาคม  ถึง  14  มิถุนายน

หากมีใครชักชวนให้เข้าร่วมการสัมมนาในความรู้ใหม่ๆ ควรไปเป็นอย่างยิ่งแม้ว่าจะยังไม่เห็นความสำคัญแต่จะมีประโยชน์อย่างมากกับท่านในอนาคต การเงินหมุนซ้ายหมุนขวาจนเวียนหัวรายได้ไม่มากอย่างที่ต้องการ การลงทุนในตลาดทุนยังไม่ควรทำอะไรนอกเหนือจากที่ทำอยู่จะเจ็บตัว งานความไม่รู้จริงของตนเองและที่ปรึกษาจะสร้างความเสียหายตามมาอย่างมาก ความรักมองข้ามข้อด้อยของกันและกันบ้างก็ช่วยให้อยู่กันได้อย่างมีความสุข สุขภาพหากรู้สึกเจ็บกระเพาะอาหารบ่อยครั้งควรเข้ารับการรักษาอย่าปล่อยให้รุนแรงยิ่งขึ้น

ราศี  มิถุน  15  มิถุนายน  ถึง  15  กรกฎาคม

ความคิดในด้านลบที่มีกับคนบางคนไม่มีประโยชน์ที่จะไปคิดเดินหน้าต่อไปกับสิ่งที่ต้องทำร่วมกันจะดีกว่าประโยชน์ที่ได้ก็จะเกิดขึ้นร่วมกัน การเงินไม่ดีอย่างที่หวังแต่ก็ยังเอาตัวรอดได้ การลงทุนในตลาดทุนสิ่งที่รับรู้มาโดยเฉพาะข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือจะทำให้ท่านตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายๆในช่วงนี้จากความไม่ชัดเจนบางอย่าง โชคลาภอาจได้มาอย่างฟลุคๆ งานอ่านสัญญาให้ดีก่อนเซ็นมีบางอย่างซ่อนเงื่อนไขที่ผูกมัดท่านมากกว่าที่คุยกันไว้ กับคนรักผิดใจกันได้ง่ายๆจากคำพูดบางคำ สุขภาพโรคเก่าประจำตัวหากแสดงอาการต้องรีบรักษาก่อนลุกราม

ราศี  กรกฏ  16  กรกฎาคม  ถึง  16  สิงหาคม  

ช่วงนี้ท่านอาจรู้สึกหงุดหงิดง่ายควรหาเวลาไปทำบุญไหวพระจะช่วยให้สบายใจขึ้น การเงินรายได้บางส่วนที่เข้ามาไม่ครบตามจำนวนควรหาสาเหตุที่ชัดเจนไม่เช่นนั้นจะขาดหายไปมากขึ้น การลงทุนในตลาดทุนให้ผลกำไรเข้ามาดีขึ้นเล็กน้อย โชคลาภมีโอกาสได้ระหว่างเดินทางและแวะเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธ์ งานได้แรงสนับสนุนมากขึ้นหากท่านบอกความจริงกับผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือท่านมาตลอด ความรักบางครั้งก็ต้องเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่ละทิ้งไปนานแต่ก็ไม่สายเกินไป สุขภาพระวังจะลื่นล้มในสถานที่เปียกชื้นหรือมีตะไคร่

ราศี  สิงห์  17  สิงหาคม  ถึง  16  กันยายน

ท่านมีโอกาสได้รับการยกย่องชื่นชมในชุมชนหรือหน่วยงานที่ท่านเข้าไปมีบทบาทจากสิ่งดีๆที่ท่านทำด้วยความเสียสละ การเงินอาจมีการสะดุดติดขัดขึ้นได้จึงควรใช้จ่ายอย่างระวังมากขึ้น การลงทุนในตลาดทุนความไม่แน่นอนมีสูงรอบคอบให้มากขึ้นเป็นตัวของตัวเองช่วยให้ไม่เสียหายตามคนอื่น โชคลาภไม่ใช่เวลาของท่าน งานมุ่งมั่นให้มากขึ้นจะให้ผลดีอย่างมากในวันหน้าที่ตั้งใจขยายเริ่มได้ทันที ความรักบทเรียนในอดีตนำมาใช้ช่วยให้ความรักมั่นคงสดใสยิ่งขึ้น สุขภาพต้องดูแลให้ดีไม่เช่นนั้นจะเจ็บป่วยได้ง่ายๆ

ราศี  กันย์  17  กันยายน  ถึง  16  ตุลาคม

สัปดาห์นี้หากพบความผิดปรกติในร่างกายของตนเองอย่านิ่งนอนใจควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดจะช่วยให้ไม่เป็นอะไรมาก การเงินมีเข้ามามากขึ้นแต่ก็ใช้ไม่ได้เต็มที่ด้วยเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องรอ การลงทุนในตลาดทุนยิ่งต้องฟังคนใกล้ตัวให้มากขึ้นกับความแปรปรวนที่มองไม่เห็นจะช่วยให้รอดจากความเสียหายได้ โชคลาภยังคาดหวังอะไรไม่ได้รอไปก่อน งานความเสียหายเกิดขึ้นได้ง่ายๆโดยเฉพาะจากลูกน้อง ความรักให้กำลังใจคนรักมากๆในช่วงนี้มีหลายเรื่องที่ทุกข์ใจ สุขภาพตรวจเช็คความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอในช่วงนี้ก็น่าจะดี

ราศี  ตุล 17  ตุลาคม  ถึง  15  พฤศจิกายน

การเริ่มต้นที่จะทำสิ่งดีๆช่วงสัปดาห์นี้เป็นจังหวะที่ดีจะได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากหลายๆฝ่ายโดยเฉพาะคนรู้ใจ การเงินดีมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็มีรายจ่ายสูงเช่นกันรออยู่ การลงทุนในตลาดทุนหากไม่แน่ใจก็อย่าเดินหน้าช่วยให้ผลที่ออกมาดีกว่า โชคลาภมีโอกาสได้จากเพื่อนที่อยู่ห่างไกลหรืออยู่ต่างประเทศนำมาให้ งานหากเกิดติดขัดเพศตรงข้ามที่เพิ่งรู้จักช่วยได้มากอย่ามองข้าม ความรักไม่มีอะไรที่แน่นอนอยากทำอะไรให้ก็ควรทำเรื่องดีๆจะตามมา สุขภาพระวังเรื่องการรับประทานอาหารให้มากโอกาสเกิดอาหารเป็นพิษมีมาก

ราศี  พิจิก  16  พฤศจิกายน  ถึง  15  ธันวาคม

ท่านต้องระวังเรื่องการเกิดเป็นคดีความด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องการควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญ การเงินได้เข้ามาจากคนบางคนที่ท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีและเคยให้ความช่วยเหลือ การลงทุนในตลาดทุนรอดูไปก่อนจะดีกว่าในช่วงนี้แม้ว่าจะเห็นโอกาสทำกำไรก็ตามเพราะจริงๆอาจไม่ใช่ก็ได้ งานอาจถูกบางคนบิดเบือนความจริงทำให้ท่านดูไม่ดีในสายตาผู้ใหญ่อย่าตอบโต้ใดๆจะยิ่งทำให้ดูแย่ลง ความเข้าใจที่ถูกต้องจะเกิดขึ้นเองในวันหน้า ความรักการให้อภัยต่อกันทำให้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข สุขภาพหากรู้สึกเจ็บลึกๆบริเวณช่องท้องควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด

ราศี  ธนู  16  ธันวาคม  ถึง  14  มกราคม

สัปดาห์นี้การให้เวลากับนวัตกรรมใหม่ๆจะทำให้ท่านได้รับคำตอบกับเรื่องที่ท่านหาคำตอบมานานได้เป็นอย่างดี การเงินมีความมั่นคงมากขึ้นแม้ว่ามีบางส่วนลดน้อยลงแต่ก็ได้ทดแทนมาจากทางอื่น การลงทุนในตลาดทุนให้ผลกำไรอย่างดีโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจด้านอาหาร โชคลาภจากการเสี่ยงโชคหากไม่ได้มานานก็เป็นเวลาที่ท่านควรมีเข้ามาบ้างแล้ว งานความเร่งรีบและเชื่อใจบางคนมากเกินไปจะทำให้พลาดโอกาสดีที่จะเกิดขึ้น ความรักมีความเปลาะบางหลีกเลี่ยงการมีปากเสียงต่อกันให้มาก สุขภาพโรคประจำตัวหากแสดงอาการในช่วงนี้จะเป็นมากกว่าที่เคยเป็น

ราศี  มังกร  15  มกราคม  ถึง  12  กุมภาพันธ์

ความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดขึ้นในช่วงนี้บางครั้งก็ไม่มีสาเหตุการได้เข้าวัดทำบุญช่วยให้ท่านสบายใจได้มาก การเงินมีเข้ามาเพิ่มขึ้นในส่วนที่ทำงานหนักมานาน การลงทุนในตลาดทุนการตัดสินใจที่รวดเร็วจะให้ผลดีต่อท่านอย่างมากในเวลานี้ โชคลาภมีเข้ามาได้ไม่ยากระหว่างเดินทางไปทำบุญ งานมีโอกาสได้รับงานใหญ่ส่งท้ายปีหากไม่ถอดใจกับอุปสรรค์ที่เกิดขึ้นเสียก่อน ความรักเพศตรงข้ามบางคนอาจนำความเดือดร้อนมาให้ท่านโดยไม่รู้ตัว สุขภาพการพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ท่านเจ็บป่วยในช่วงนี้

ราศี  กุมภ์  13  กุมภาพันธ์  ถึง  14  มีนาคม

สัปดาห์นี้ท่านไม่ควรปฏิเสธคำเชิญชวนให้เข้าร่วมงานบางงานที่อาจสร้างความไม่พอใจให้ผู้ใหญ่บางคนและมีผลต่อบางเรื่องที่ท่านรออยู่ได้ การเงินไม่เป็นอย่างที่คิดคงต้องหาช่องทางอื่นเข้ามาเสริม การลงทุนในตลาดทุนต้องหนักแน่นให้มากกับข่าวลือในช่วงนี้ไม่เช่นนั้นจะเสียหายได้ โชคลาภมีโอกาสได้จากความเชื่อของตนเอง งานความทุ่มเทช่วงท้ายปีส่งผลให้ได้รับความสำเร็จในสิ่งที่ทำมานาน ความรักต้องหนักแน่นกับสิ่งที่ได้ยินมาไม่เช่นนั้นมีปัญหาระหว่างกันแน่ สุขภาพยาบางชนิดไม่เหมาะกับท่านต้องรอบคอบให้มากอาจเกิดอันตรายตามมาได้

ราศี  มีน  15  มีนาคม  ถึง  12  เมษายน

การได้เข้าอบรมหรือร่วมสัมมนาความรู้ใหม่ๆในช่วงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในเรื่องดีๆบางเรื่องให้ท่านได้อย่างมากตามมา การเงินรายได้ที่เข้ามามีอย่างต่อเนื่องเพียงแต่เก็บรักษาไว้ไม่ได้จากรายจ่ายที่จำเป็นในช่วงนี้ การลงทุนในตลาดทุนให้ผลกำไรอย่างดีส่งท้ายปี โชคลาภมีโอกาสมีได้มากในเวลานี้ งานระวังเรื่องเอกสารที่ขาดรายละเอียดที่ชัดเจนห้ามเซ็นชื่อโดยเด็ดขาด ความรักเรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่ายๆหากขาดสติ สุขภาพระวังจะลื่นล้มในที่ซึ่งมีความเปียกชื้น

คติคำคมประจำสัปดาห์

“สิ่งดีๆที่อยากทำเริ่มต้นทันทีก่อนที่จะช้าเกินไป”

 

#MannequinChallenge ไม่ใช่เทรนด์ใหม่ แต่คือสิ่งที่คนเป็นพาร์กินสัน เล่นกันมานานแล้ว

#MannequinChallenge กลายเป็นเทรนด์ยอดฮิตในโลกออนไลน์ ที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึง กับการเปิดเพลง Rae Sremmurd ของ Black Beatles พร้อมกับการหยุดนิ่งไปชั่วขณะของผู้คน

ซึ่งการหยุดนิ่งไปชั่วขณะนี้ ก็ดันไปคล้ายกับอาการของคนที่เป็นโรคพาร์กินสัน เพียงแต่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะหยุด หรือจะขยับได้เมื่อไหร่ก็เท่านั้นเอง

ทางมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจากประเทศอังกฤษ ก็เลยใช้ลักษณะร่วมนี้ มาทำเป็นโฆษณา เพื่อให้รู้ว่าการป่วยเป็นพาร์กินสันมันทรมานมากขนาดไหน และสุดท้ายก็คือการเชิญชวนให้ผู้คนมาบริจาคนั่นเอง

ช่างเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้อย่างเข้าใจ แถมเข้ากับเทรนด์ในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี

Agency:Innocean Worldwide, London, United Kingdom

ที่มา : Adsoftheworld

 

Adidas ปล่อยรุ่นใหม่ ‘Futurecraft Biofabric’ ที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

รองเท้าหลายแบรนด์ เริ่มหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของ ‘ดีไซน์’ ก็เพราะเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กำลังฮิตใส่ Sneakers อยู่ในตอนนี้

แต่ดูเหมือนว่า Adidas จะเป็นเจ้าเดียวที่ไม่ว่าจะออกรุ่นไหนก็มักจะเป็นกระแส และมีคนไปต่อคิวรอซื้ออยู่ตลอดเวลา

ที่ทำแบบนี้ได้ เป็นเพราะ Adidas ไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องของดีไซน์ แต่ยังใส่ใจในเรื่องของการใส่สบาย แถมยังคิดไปถึงสิ่งแวดล้อมอีกด้วย!

455198_v2

เพราะหลังจากเคยปล่อยรองเท้าสายรัก(ษ์)โลก ที่ทำมาจากอวนดักปลาในทะเลให้เหล่า Sneakers Head ได้คลั่งกันไปแล้ว

ล่าสุด Adidas ก็ออกมาตอกย้ำความเป็นมิตรกับธรรมชาติให้กับตัวเอง ด้วยรองเท้ารุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Futurecraft Biofabric โดยเป็นรองเท้าที่ทำมาจากวัสดุที่เรียกว่า Biosteel fiber หรืออธิบายให้เข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือเป็นเส้นใยที่มีส่วผสมมาจากของเสียที่ย่อยสลายได้

ซึ่ง Biosteel fiber เป็นวัสดุที่ถูกคิดค้นโดยบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศเยอรมันนีอย่าง AMSilk แล้วทาง Adidas ก็ไปขอมาเป็น Partner ในการผลิตรองเท้ารุ่นพิเศษนี้นั่นเอง

455200_v2872

แม้จะทำมาจากสิ่งที่ย่อยสลายได้ แต่ Adidas Futurecraft Biofabric กลับมีความแข็งแรง และน้ำหนักเบา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทาง Adidas ให้นิยามว่ามันเป็น ‘premium innovation’ เลยทีเดียว

มาพร้อมกับสีแนว Earth Tone แบบน้ำตาลออกเบจ ๆ ซึ่งเป็นสียอดฮิตที่ไอดอลของเหล่า Sneakers Head อย่าง Kanye West ชอบใส่ บวกกับโลโก้ 3 ขีดของแบรนด์ที่ใครเห็นก็ใจละลาย

455198_v2 455199_v27

โดย James Carnes ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ Adidas Global ได้บอกไว้ว่า “Futurecraft Biofabric จะทำให้การกำจัดขยะ เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป”

ซึ่ง Futurecraft Biofabric  นี้กำลังอยู่ในขั้น Product Prototype และทางแบรนด์คาดว่าอาจจะได้เห็นมันวางอยู่บนเชลฟ์ของ Adidas เพื่อให้เหล่าสาวกได้จับจองกันในต้นปีหน้า

เพราะสิ่งที่ Adidas ทำไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์หรือความใส่สบาย แต่ยังรวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้แบรนด์ของพวกเขา ‘ก้าวไปไกลกว่าคู่แข่ง’ นั่นเอง

ที่มา : news.adidas.com