All posts by web content 2

บริดจสโตนคว้ารางวัล “The Most Powerful Brand of Thailand 2016”

[กรุงเทพฯ] ( 22 กุมภาพันธ์ 2560 ) – บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับรางวัล “แบรนด์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในประเทศไทยประจำปี 2016- กลุ่มยางรถยนต์ ” หรือ “ The Most Powerful Brand of Thailand 2016” ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากผลสำรวจของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 12,000 คน นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตน สะท้อนถึงความสำเร็จของบริดจสโตนที่ได้ทุ่มเท มุ่งมั่น พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพนำเสนอต่อผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ โดยมี นายวินิจ ปรุงพาณิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด สายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้แทนรับรางวัล จาก ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ โรงละครแบงค์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน

The Most Powerful Brand of Thailand 2016 ในปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ของการจัดกิจกรรม โดยครั้งแรกจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี ของการสถาปนาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภาควิชาการตลาดได้ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อจัดอันดับสินค้าแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีพลังที่สุดของประเทศไทยในสินค้า 6 ประเภท 32 กลุ่มผลิตภัณฑ์ องค์ประกอบหลักที่ใช้ในการวัด คือ (1) ความตระหนักในแบรนด์ (Awareness) (2) ความชื่นชอบในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ (Preference) (3) การใช้ผลิตภัณฑ์จริง (Usage) (4) ภาพลักษณ์ในมุมมองผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ (Image) โดยสำรวจไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นประชาชนทั่วไป ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ และอีก 13 จังหวัด จำนวน 12,000 คน

คุณวินิจ ปรุงพาณิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด สายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวหลังจากรับรางวัลว่า “การที่บริดจสโตนได้รับรางวัล The Most Powerful Brand of Thailand 2016 นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของ แบรนด์บริดจสโตน ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีเยี่ยม พร้อมทั้งการสื่อสารเกี่ยวกับตราสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภคผ่านรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างๆที่ตอบสนองไลฟ์ไตล์การใช้ชีวิตอันหลากหลาย บริดจสโตนยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้วยคุณภาพที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า นับเป็นหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ ของบริดจสโตน มาจนถึงวันนี้”

สมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย ประกาศผลรางวัล MAAT Media Award ครั้งที่ 2

(22 กุมภาพันธ์ 2560) สมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) มอบรางวัล MAAT Media Award 2016 ให้กับผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์นำวงการสู่ระดับสากล 35 รางวัล จาก 13 แคตตากอรี่ พร้อมมอบรางวัลเกียรติคุณ MAAT Award of Legend 2017 แด่ผู้มีคุณูปการแก่วงการสื่อไทย 4 ท่าน

นายไตรลุจน์ นวะมะรัตน นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า การมอบรางวัล MAAT Media Awards 2016 ครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งจากสมาชิกที่ส่งผลงานเข้ามามากกว่า 150 ผลงานได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ ทั้งในด้านการวางแผนกลยุทธ์ที่แตกต่างสร้างความโดดเด่นให้แก่วงการเป็นอย่างมาก

“การตัดสินผลงานที่ส่งเข้ามามากกว่า 150 ผลงาน นับว่ามากกว่าครั้งที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคณะกรรมการในการตัดสิน ซึ่งเป็นผู้ทรงวุฒิจากผู้ประกอบการด้านธุรกิจสื่อ นักการตลาด และคณาจารย์จากสถาบันต่างๆ ทำให้ได้ผลงานที่โดดเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์ในการวางสื่อ และการใช้สื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ทุกท่านได้ช่วยกันกลั่นกรองผลงานทุกชิ้นจนได้ 35 ผลงานที่โดดเด่นและทรงคุณค่าออกมา และทุกชิ้นงานจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการโฆษณาในการเป็นกรณีศึกษา หรือประยุกต์ใช้จากความสำเร็จของผลงานต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักในการจัดการประกวดครั้งนี้คือ Be Different เป็นเสมือนการกระตุ้นให้มีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อได้รับการพัฒนา ทั้งในด้านการวางสื่อ และใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ ทำให้มั่นใจได้ว่าอุตสาหกรรมสื่อของเราสามารถแข่งขันในระดับสากลได้อย่างแน่นอน” นายไตรลุจน์ กล่าว

ในการประกวด MAAT Media Awards 2016 ภายใต้แนวคิด Be Different นี้แบ่งรางวัลออกเป็น 20 ประเภท โดยผลงานที่แต่ละเอเยนซี่นำเสนอจะต้องเป็นผลงานที่เผยแพร่จริงในช่วงเดือน มกราคม 2015 ถึง กันยายน 2016 และมีผลงานที่ได้รับรางวัลถึง 35 รางวัล ตามแคตตากอรี่ต่างๆ ซึ่งแบ่งเป็น Gold, Silver และ Bronze ตามลำดับ (รายละเอียดตามเอกสารสมาคมฯ ที่แนบมาด้วย) หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mediaagencythai.com

นอกจากนี้ทางสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย ยังได้มอบรางวัลเกียรติคุณ หรือ “Media Award of Legend 2017” ให้แด่ผู้มีคุณูปการแก่วงการสื่อไทยทั้ง 4 ท่านด้วย

นายไตรลุจน์ กล่าวว่า “ทั้งสี่ท่านเป็นเสมือนตำนานของวงการสื่อโฆษณาไทยก็ว่าได้ เพราะทุกท่านคลุกคลีในวงการสื่อโฆษณามามากกว่า 40 ปี เป็นตำนานของ Media Planner และ Buyer สร้างความเจริญให้วงการ  เป็นครูบาอาจารย์ให้กับคนสื่อโฆษณารุ่นหลังๆ เป็นที่รู้จักนับหน้าถือตาของเจ้าของสื่อ บางท่านร่วมก่อตั้งสมาคมมีเดียฯ และในปัจจุบันท่านยังเป็นที่ปรึกษาให้กับชาวสื่อโฆษณารุ่นหลังๆ และยังเป็นอาจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งหมดนับว่ามีคุณูประการต่อวงการสื่อโฆษณาอย่างมากมาย ทั้ง 4 ท่าน คือ คุณประกิต อภิสารธนรักษ์ คุณประดิษฐ์ รัตนวิจารณ์ คุณไพจิตร เทียนทอง และคุณประสิทธิ์ ภัทราผลาพิบูล”

การจัดงาน MAAT Award 2016 ได้รับการสนับสนุนจาก สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ระบบ HD ช่อง 33 ระบบ SD ช่อง 28 และ Family ช่อง 13, สถานีโทรทัศน์โมโน 29, Plan B Media, VGI Global Media, M Channel, Kantana, สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี ช่อง 23, RS, FOX Network Group, เงาะถอดรูป, TV Online Television, Zense, MCOT, สถานีโทรทัศน์ไบรท์ ทีวี ช่อง 20, Broadcast Thai Television, หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, หนังสือพิมพ์ Bangkok Post, หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์, หนังสือพิมพ์ M2F, หนังสือพิมพ์ The Nation, หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ, หนังสือพิมพ์คมชัดลึก, หนังสือพิมพ์ข่าวสด, หนังสือพิมพ์มติชน, หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ, หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์สยามกีฬา, หนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเกอร์, หนังสือพิมพ์สปอร์ตพูล และ หนังสือพิมพ์ดาราเดลี่

สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2550 โดยเกิดจากการรวมตัวกันของบุคลากรในวงการมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อในประเทศไทย มีพันธกิจเพื่อส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสื่อโฆษณา ทั้งในด้านประสิทธิภาพของสื่อและบุคลากรให้มีมาตรฐานในวิชาชีพและมีจริยธรรมทางธุรกิจ มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยสื่อโฆษณาให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมโฆษณาและส่วนรวม ตลอดจนมุ่งสร้างสรรค์ความร่วมมือกันในระดับนานาประเทศ

อาร์ตแอนด์เทคโนโลยี : ONLINE MARKETER

บริษัท อาร์ตแอนด์เทคโนโลยี จำกัด
ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าครอสติช “ ภิญญ์ ” (PINN) ก่อตั้งในปี 2535 ที่จังหวัด เชียงใหม่ ภิญญ์เป็นผู้ริเริ่มนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาผสมผสานเข้ากับงานฝีมือ โดยได้พัฒนาซอฟแวร์สร้างลายปักครอสติชจากภาพถ่าย และเป็นเจ้าแรกที่ผลิตชุดอุปกรณ์ครอสติชพร้อมปัก ด้วยความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนการผลิต ทำให้ปัจจุบันชุดปักครอสติช ภิญญ์ ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในโลกงานฝีมือ ด้วยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะ อย่างยิ่งลายปักศิลปวัฒนธรรมไทย ด้วยคุณภาพของอุปกรณ์ชุดปักที่คัดสรรอย่างดีเยี่ยม และด้วยรูปแบบชุดอุปกรณ์ที่นำเสนอ ทำให้วันนี้ไม่เพียงแต่ในประเทศเท่านั้น ภิญญ์ยังได้รับความยอมรับอย่างดียิ่งจากกลุ่มผู้รักงานฝีมือในต่างประเทศอีกด้วย

ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ภิญญ์เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง พร้อมด้วยการขยายไลน์สินค้าครอบคลุมหมวดงานฝีมือ เย็บ-ปัก-ถัก-ร้อย ด้วยจุดเด่นของภิญญ์คือ “ ทีมดีไซน์ ” ที่มีศักยภาพสูง สามารถออกแบบงานฝีมือให้ทันสมัย วิธีทำง่าย เสร็จเร็ว เหมาะกับไลฟสไตล์ปัจจุบัน

ภิญญ์ตั้งใจนำเสนองานฝีมือด้วยการ ดีไซน์และการผลิตที่ได้มารตรฐานโลก ภิญญ์ได้ขยายตลาดงานฝีมือออกไปสู่งานอดิเรก งานเสริม และงานประจำที่สามารถสร้างรายได้ โดยการพัฒนาสินค้าในหมวด เย็บ-ปัก-ถัก-ร้อย ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ขยายครอบคลุมไปถึงลูกค้าทุกวัยได้เพลิดเพลินกับงานฝีมือ และสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้

ปัจจุบัน ภิญญ์ จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งสินค้าและการบริการ เพื่อเป็นองค์กรงานฝีมือที่ทันสมัย อยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป

ONLINE MARKETER
ด่วน!!!
ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่
หน้าที่และความรับผิดชอบ
เราเป็นบริษัทที่ทำ Retail Business โดยใช้เทคโนโลยีด้านการตลาดสมัยใหม่เต็มรูปแบบ
ต้องการรับสมัครนักศึกษาจบใหม่ที่อยากทำงานท้าทาย ได้ความรู้และประสบการณ์ทางการตลาดนอกตำรา และสนใจในหัวข้อต่อไปนี้
– Content Marketing
– Social Commerce
– SEO
– Omni Channel
– Precision Marketing
คุณสมบัติ
1.มีความรู้ ความเข้าใจในด้านการตลาดเป็นอย่างดี
2.คุ้นเคย และเข้าใจ Social media เป็นอย่างดี
3.ชอบศึกษาค้นคว้าข้อมูล ติดตามข่าวสารโลก Online
4.มีความสามารถในการใช้โปรแกรม Computer ได้ดี
5.มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบคิดหาวิธีการแนวทางใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร
6.สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้ดี และน่าสนใจ
7.มีความมั่นใจในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
8.มีความละเอียดรอบคอบ จัดการงานได้อย่างเป็นระบบ
9.มีทัศนคติที่ดี ร่วมงานกับผู้อื่นได้ดี มีความสามารถในการพูดคุยกับผู้ร่วมงานอย่างเป็นมิตร
10.มีความรับผิดชอบสูง รับภาวะกดดันได้อย่างมีสติ
11.สามารถทำงานล่วงเวลาได้ เมื่อมีงานเร่งด่วน
12.กระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ทำงานได้ว่องไวและมีคุณภาพ
ติดต่อ
ที่อยู่ : เลขที่ 12/3-4 ซอย 6 ถนน สามล้าน ตำบล พระสิงห์ อำเภอ เมืองเชียงใหม่ จังหวัด เชียงใหม่ 50000
 โทรศัพท์ : 053-904-301-2
 โฮมเพจ : http://www.pinn.co.th

เข็มเหล็ก : Marketing Manager

บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด
จากประสบการณ์การทำงานในด้านวิศวกรรมมากกว่า 30 ปี ของ Sutee Group ทำให้บริษัททราบถึงปัญหาและความยุ่งยากของการวางระบบฐานรากในรูปแบบเดิม ซึ่งงานฐานรากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานก่อสร้างทุกประเภท เช่น ต้องวางฐานรากอย่างไร ค่าใช้จ่ายของงาน ระยะเวลาการก่อสร้างรวมถึงการจ้างแรงงานเพื่อวางระบบฐานราก ต้องใช้เวลาการก่อสร้าง และสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เป็นอย่างมาก

ดังนั้น Sutee Group จึงนำเข้านวัตกรรมฐานรากสำเร็จรูป Kemrex จากประเทศเยอรมนี เพื่อเป็นแนวทางเลือกใหม่ สำหรับการก่อสร้างงานโครงสร้างเบา โดย Kemrex เปรียบเหมือนศาสตร์และศิลป์ของระบบฐานรากสำเร็จรูปที่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อายุการใช้งาน 30 ปี ขึ้นไป Kemrex ไม่ต้องทำการปรับพื้นที่การก่อนติดตั้งงาน ไม่ต้องขุด ไม่ต้องเทปูน แต่ให้ความมั่นคงแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับดินทุกประเภท  แม้แต่ในหินที่มีแรงต้านสูง ได้รับการรับรองทางวิศวกรรมถึงมาตรฐานระดับสากล อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลารอคอย เนื่องจาก Kemrex ใช้หลักการทำงานที่แตกต่างจากระบบฐานรากแบบเดิม เพียงสกรูลงไปในดินที่แข็งแรงหรือแม้แต่บนหินได้ทันทีและรวดเร็วด้วยระบบ Telescopic เสมือนหลักการเติบโตของต้นไม้ที่มีรากชอนไชยึดเนื้อดิน ทั้งยังสามารถรับแรงในแนวดึงขึ้นได้อีกด้วย Kemrex ใช้เวลาในการติดตั้งประมาณ 5 นาที/เสา 1 ต้น ถ้าเทียบกับระบบฐานรากแบบเดิม อาจใช้เวลาถึง 3 วัน นอกจากนี้ Kemrex ยังได้รับลิขสิทธิ์จากเยอรมนี ให้เป็นผู้ดูแลด้านการจำหน่ายในภาคพื้นเอเชียทั้งหมด รวมถึงการก่อสร้างโรงงานเพื่อเป็นฐานการผลิตอย่างเต็มตัวในประเทศไทยเพื่อส่งออกไปทั่วภูมิภาคเอเชีย

ย่อเรื่องยุ่งยากในการก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีฐานราก Kemrex ระบบมาตรฐานวิศวกรรมฐานรากแบบใหม่ที่ปลอดภัยรวดเร็ว ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างงานโครงสร้างเบา
Marketing Manager
หน้าที่และความรับผิดชอบ
• Identify best practice marketing technologies, platforms, tools and systems to support the overall digital marketing strategy and effectively implement to enhance the prospect and customer experience.
• Drive a social media, communications and content marketing programmed that generates trials, sales opportunities and engaging content Delivery of a commercial digital marketing programmed that generates direct and indirect revenues from across the product portfolio
• Effectively and continuously improving the customer journey using marketing automation technology to both optimize the customer experience and identify efficiencies by maximizing digital channels
• Run stakeholder supported marketing budgets and capital investments that generate the optimal ROI for the business, measured against the strategic and commercial objectives of the business.
• Deliver required digital marketing projects, in collaboration with internal and external partners, on time and on budget
• Lead, manage and motivate a team to deliver consistent high performance against defined objectives and best-in-class service
คุณสมบัติ
• Male/Female, Age between 35-45 years old
• Excellent skills in the following areas (we mean it)
– Leadership
– Interpersonal
– Creative & Art
– Analytical
– Presentation
• Having a great vision while being hardworking, down-to-earth, practical and work with speed (we also really mean it as we don’t want to hire a daydreamer)
• Computer literacy
สวัสดิการ
• ประกันสังคม ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ตรวจสุขภาพประจำปี
• เบี้ยเลี้ยงทำงานต่างจังหวัด ค่าล่วงเวลา
• โบนัส
• ปรับเงินเดือนประจำปี
• วันหยุดประจำปี วันพักร้อน
ติดต่อ
ที่อยู่ : 27/5 หมู่ที่ 7 ถนน กิ่งแก้ว-เทพารักษ์ ตำบล บางพลีใหญ่ อำเภอ บางพลี จังหวัด สมุทรปราการ 10540
 โทรศัพท์ : 0-2751-0900
 โทรสาร : 0-2751-0909
 โฮมเพจ : http://www.kemrex.com/

คอมฟอทต้า : เจ้าหน้าที่การตลาดออนไลน์ E-Commerce

บริษัท คอมฟอทต้า จำกัด โดยดำเนินธุรกิจการนำเข้าและจัดจำหน่าย (Marketing & Distribution) ในประเทศไทย และในเขตเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ / Home & Building System / Design & Decoration ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายต่าง ๆ

คอมฟอทต้า ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการเป็นผู้นำในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์สินค้า และการให้บริการ ด้วยเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ประกอบไปด้วยตัวแทนกว่า 400 รายทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร ดีลเลอร์ โครงการ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน

เจ้าหน้าที่การตลาดออนไลน์ E-Commerce
E-Commerce/Digital Marketing
ด่วนมาก!!!

หน้าที่และความรับผิดชอบ
1. พัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่านทางอินเตอร์เน็ต (เว็บไซต์และอีเมล์)
2. บริหาร และพัฒนารูปแบบเว็บไซต์ของบริษัท เว็บไซต์สินค้าของบริษัท
3. สร้างฐานข้อมูลสำหรับ E – Commerce โดยรวบรวมฐานรายชื่อลูกค้าเป้าหมายจากสื่อต่างๆ รวมทั้งสื่ออินเตอร์เน็ต
4. ทำการตลาดผ่านอีเมล์ และช่องทางอื่นๆ เว็บไซต์การตลาดออนไลน์อื่นๆ เช่น LAZADA , I Trumart เป็นต้น
5. มีความรู้เกี่ยวกับ Google adword / Line / Facebook หรือมีความชำนาญในเรื่อง Social Media
คุณสมบัติ
1. เพศชาย/หญิง อายุระหว่าง 25-35 ปี
2. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาบริหารธุรกิจ การตลาด สื่อดิจิตอล หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. มีประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์ 1-3 ปีขึ้นไป
4. สามารถใช้ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจได้ เป็นอย่างดี
5. สามารถใช้ Microsoft Office, Microsoft Project และ Internet Applications ต่างๆได้เป็นอย่างดี
6. มีความกระตือรือร้น มีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะด้านการนำเสนอสินค้าบนสื่ออินเตอร์เน็ต

เงินเดือน 18,000 – 25,000 บาท (หรือขึ้นอยู่กับประสบการณ์)

สวัสดิการ

– เงินเดือนประจำ
– คอมมิชชั่น (สำหรับงานขาย)
– ค่าล่วงเวลา และเบี้ยเลี้ยงงานต่างจังหวัด (สำหรับงานเทคนิค)
– โบนัสประจำปี ตามผลประกอบการ
– ปรับเงินเดือนประจำปี
– วันลาหยุดพักผ่อนประจำปี
– วันหยุดตามประกาศของบริษัท (หยุดนักขัตฤกษ์)
– ประกันสังคม
– ประกันอุบัติเหตุ
– ประกันสุขภาพกลุ่ม AIA
– สวัสดิการอื่นๆ ที่เป็นไปตามเงื่อนไขการทำงาน และการประเมินผลการทำงาน

ติดต่อ

ที่อยู่ : 25/1 ซอย พระยาพิเรนทร์ ถนน เชื้อเพลิง แขวง ทุ่งมหาเมฆ เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10122
 โทรศัพท์ : 0-2240-1331-2,099-092-5070
 โทรสาร : 0-2249-4283
อีเมล์ : [email protected]

เกรท ดิสทริบิวเทอร์ : ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

บริษัท เกรท ดิสทริบิวเทอร์ จำกัด (มหาชน)

เพราะเราเชื่อว่า “พนักงาน” คือหัวใจสำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจของเรา

ก่อตั้งและจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2536 ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 20 ล้านบาท
และในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนทำให้ ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 128 ล้านบาท ซึ่งชำระเต็มมูลค่าแล้ว ดำเนินธุรกิจหลักเป็นตัวแทนจำหน่าย น้ำมันเชื้อเพลิง, น้ำมันหล่อลื่น, ยางมะตอย, ยางรถจักรยานยนต์, แบตเตอรี่ เป็นต้น

ปัจจุบันเป็นบริษัทตัวแทนหลักจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง
มาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปี

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
Marketing Manager
ด่วนมาก!!!

หน้าที่และความรับผิดชอบ
วางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด กำหนดกิจกรรมด้านการตลาดต่างๆในระยะสั้นและระยะยาว
วางแผนการขาย วางกลยุทธ์ส่งเสริมการขายตามที่ได้รับมอบหมาย
ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ในตลาด นำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วางแผนการอบรมและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้แก่พนักงาน
คุณสมบัติ
เพศชาย/หญิง อายุ 35 ปีขึ้นไป
วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป สาขา การตลาด หรือมีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้อง
มีประสบการณ์ด้านการขาย,การตลาด,พัฒนาธุรกิจตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ (พูด,อ่าน,เขียน) ได้เป็นอย่างดี
มีทักษะการวางแผน การคิดเชิงวิเคราะห์, การบริหารจัดการ, การสื่อสารภายในและนอกองค์กร, การเจรจาต่อรอง โน้มน้าวชักจูงใจเป็นอย่างดี

สวัสดิการ
• โบนัสประจำปี(บางตำแหน่ง)
• ค่ารักษาพยาบาล, ค่าตรวจสุขภาพประจำปี
• งานสังสรรค์ประจำปี
• ปรับเงินเดือนประจำปี
• เงินช่วยเหลือตามวาระต่างๆ
• การฝึกอบรม พัฒนาความก้าวหน้า
• กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
• เงินรางวัลตามระยะเวลาการทำงาน
• ค่าครองชีพ
• เงินกู้ยืมแก่พนักงาน
• ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยงกรณีเดินทางต่างจังหวัด

 

ติดต่อ

ที่อยู่ : 337 Soi Prachasanti, Ratchadapisek Rd., Huaykwang, Bangkok 10320
 โทรศัพท์ : 0-2248-8223-9
 โทรสาร : 0-2248-8230
 โฮมเพจ : http://www.greatdistributor.co.th
อีเมล์ :[email protected]

บลจ. กสิกรไทยรับรางวัลบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยม

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ (ขวา) ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย)  เข้ารับรางวัลบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยอดเยี่ยม จาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบโดย ดร. ชัยวัฒน์  วิบูลย์สวัสดิ์ (ซ้าย) ประธานกรรมการ ภายในงาน SET Awards 2016 ซึ่งรางวัลนี้เป็นการตอกย้ำความสำเร็จจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการกองทุนที่มีความหลากหลาย ตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยให้วางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไอพีจีฯ เสริมความแกร่งทางด้านธุรกิจ หนุน Ensemble รุกตลาดการเป็น Creative Content Agency รายแรก

นายธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้มีการเสริมความแข็งแกร่งทางด้านธุรกิจด้วยการปรับทีม เอ็นเซ็มเบิล (Ensemble) ที่ปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินธุรกิจทางด้านการเป็น Creative Content Agency ที่มีผลงานในการสร้างสรรค์ไวรัลคลิป และการผลิตรายการโทรทัศน์ โดยได้ผนึกกำลังกับทีมดอทดิจิตอล (Dot Digital) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในธุรกิจออนไลน์ รวมถึงยังจะได้รับการสนับสนุนทางด้านข้อมูลและพฤติกรรมเชิงลึกของผู้บริโภคจากทีมวางแผนกลยุทธ์ และนวัตกรรม (Strategy & Innovation) ซึ่งจะทำให้ เอ็นเซ็มเบิล เป็น Creative Content Agency ที่มีประสิทธิภาพ และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ทั้งยังจะเป็น Creative Content Agency รายแรกในประเทศไทยที่มีการผสานการใช้ Big Data, Insight และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับแบรนด์ ทั้งนี้การปรับทีมงานครั้งนี้ยังจะส่งผลให้ ไอพีจีฯ สามารถเสริมการให้บริการใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการหาลูกค้าใหม่ที่กำลังมองหามีเดียเอเยนซี่ซึ่งสามารถให้บริการได้อย่างครบวงจรทั้งด้านออฟไลน์ และออนไลน์ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน

“ธุรกิจมีเดียเอเยนซี่ต้องมีการปรับตัวไปตามสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นว่า การขยายตัวของสื่อใหม่ ๆ มีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดิจิตอลทีวีหรือกลุ่มสื่อออนไลน์ทั้งหลาย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ ไอพีจีฯ ต้องมีการเพิ่มการบริการ และปรับตัวให้เท่าทันสื่อใหม่ ๆ หรือก้าวล้ำไปข้างหน้า เพราะในปัจจุบันลูกค้าต้องการมีเดียเอเยนซี่ที่เป็นพันธมิตรหรือคู่คิดทางธุรกิจมากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่การซื้อมีเดียแบบเดิม ๆ อีกต่อไป”

ทั้งนี้ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากประเทศออสเตรเลียที่ทำการเปิดตัว เอ็นเซ็มเบิลอย่างเป็นทางการ โดยนางสาวดิว อินทปัญญา กรรมการผู้จัดการ เอ็นเซ็มเบิล กล่าวว่า “เอ็นเซ็มเบิลจะไม่เน้นแค่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนท์หรือเนื้อหาที่มีความคิดสร้างสรรค์เพียงด้านเดียวเท่านั้น แต่ยังจะมีการมุ่งเน้นการผลิตคอนเทนท์ที่เกิดจาก Insight หรือมีการผลิตเนื้อหาที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจในความต้องการ และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้คอนเทนท์นั้น ๆ สามารถที่จะตอบสนองถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในยุคโซเชียลที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังตอบโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ซึ่งคอนเทนท์นั้นอาจเป็นได้ทั้งภาพยนตร์โฆษณา กิจกรรมส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ หรือสื่อดิจิตอล ซึ่งขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย และโจทย์ทางธุรกิจของแต่ละแบรนด์ ”

โดยที่ผ่านมา เอ็นเซ็มเบิล ได้ดำเนินการผลิตคอนเทนท์ออกมาตอบสนองตลาด และได้รับการเป็นทียอมรับเป็นอย่างดี อาทิ รายการ แดนซ์ ยัวร์ แฟต ออฟ (Dance Your Fat Off) เสียงลับจับไมค์ (Hidden Singer) ทีมนี้พี่รัก (Unseen Football) ลาแบนด้า ไทยแลนด์ (Labanda Thailand) เป็นต้น และกำลังมีแผนจะผลิตรายการใหม่ ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ เอ็นเซ็มเบิล ยังได้มีการผนึกกำลังกับ ดอท ดิจิตอล (Dot Digital) ที่มี นายราชศักดิ์ อัศวศุภชัย กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ดูแล ซึ่งเป็นทีมที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการวางแผน และการใช้เครื่องมือในการวางกลยุทธ์ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทางด้านสื่อออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ เอ็นเซ็มเบิล มีความแข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจทางด้านการบริการทั้งสื่อออฟไลน์และสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เพือเติมเต็มในความเป็น ครีเอทีฟ คอนเทนท์ เอเยนซี่ ที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นายสร เกียรติคณารัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มวางแผนกลยุทธ์ และนวัตกรรม (Strategy & Innovation) จะเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาในเรื่องของกลยุทธ์ และรูปแบบเนื้อหาของคอนเทนท์ เพื่อสนับสนุนให้ทีมงานเอ็นเซ็มเบิลสามารถผลิตคอนเทนท์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พร้อมนำศาสตร์ของ Contentology (Content+Psychology) ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ IPG ซึ่งเป็นการนำเอาความเข้าใจทางจิตวิทยาผสานกับ Big Data เพื่อสร้างงานที่ได้ผลสูงสุดให้กับแบรนด์

“เพราะในปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่หลากหลาย และมีกระแสในการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีการเสพสื่อในหลากหลายช่องทาง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ในความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด เจาะลึกถึงผลกระทบทางจิตวิทยา และความรู้สึก ซึ่งทีมงานจะเข้ามาร่วมช่วยให้คำแนะนำ และร่วมวางกลยุทธ์เพื่อให้คอนเทนท์หรือเนื้อหาที่ได้มีประสิทธิผลในการเข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด”

‘สนพ.’ จัดบิ๊กอีเวนต์ “สืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย”เพื่อก้าวต่อไปอย่าง “มั่นคง ยั่งยืน และพอเพียง”

กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดบิ๊กอีเวนต์ “สืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ในวาระสถาปนา 25 ปี สนพ. และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และครบรอบ 2 ทศวรรษโครงการ “รวมพลังหาร 2” ทั้งนี้เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงวางรากฐานการพัฒนาพลังงานไทย เพื่อก้าวต่อไปในอนาคตอย่าง “มั่นคง ยั่งยืน และพอเพียง” ระหว่างวันที่ 20 – 21 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สยามพารากอน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “นิทรรศการสืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” พร้อมด้วย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยเป็นการจัดงานในวาระสถาปนา 25 ปี สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปี 2560 และครบรอบ 2 ทศวรรษโครงการ “รวมพลังหาร 2” ภายใต้แนวคิด “ก้าวมั่นคง ยั่งยืน พอเพียง” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ด้วยพระปรีชาสามารถด้านพลังงานและสายพระเนตรอันกว้างไกล ทำให้การพัฒนาพลังงานของประเทศได้รับการวางรากฐานได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน ตลอดจนเป็นต้นแบบของความประหยัด และความพอเพียง

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง กล่าวว่า ขอชื่นชมสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงานในฐานะ “องค์กรหลักในการสร้างสรรค์บริหารจัดการด้านนโยบายพลังงานของประเทศและแผนด้านพลังงานเพื่อความยั่งยืนของประเทศ” ที่ได้ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี รวมทั้งเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นเลขานุการคณะกรรมการในด้านพลังงานระดับประเทศ เช่น คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ควบคู่กับการบริหาร “กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน” ให้โปร่งใสอย่างมืออาชีพ และขอชื่นชมความสำเร็จในการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกด้านการประหยัดพลังงาน ผ่านโครงการ “รวมพลังหาร 2” มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษจวบจนถึงปัจจุบัน การจัดงานภายใต้แนวคิด “ก้าวมั่นคง ยั่งยืน พอเพียง” เป็นการรวบรวมผลงานที่เป็นความสำเร็จด้านพลังงานครั้งสำคัญของประเทศมาเผยแพร่สู่สาธารณะในวงกว้าง ทั้งยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” อีกด้วย

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของ สนพ. และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปี 2560 และครบรอบ 2 ทศวรรษโครงการ “รวมพลังหาร 2” ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมและเป็นที่ประจักษ์มากมาย สำหรับภาพรวมการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานปี 2560 นั้น กระทรวงพลังงานจะขับเคลื่อนภาคพลังงานของประเทศภายใต้แผนบูรณาการพลังงานระยะยาว (TIEB) ตามแนวนโยบาย Energy 4.0 ให้เป็นรูปธรรมตามแผนที่วางไว้ โดยมุ่งส่งเสริม และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงาน อาทิ การนำร่องให้มีการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (สมาร์ทกริด) เพื่อพัฒนาให้ระบบไฟฟ้าสามารถตอบสนองต่อการทํางานได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดแท่งอัดประจุไฟฟ้า (Charging) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นต้น เพื่อสอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า งานนิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สยามพารากอน โดยภายในงานแบ่งเป็น 3 โซนหลัก ประกอบด้วย โซนที่ 1 ก้าวมั่นคง มีแนวคิดถ่ายทอดภารกิจตลอด 25 ปี ของ สนพ. ในการวางแผนและนโยบายด้านพลังงานให้พัฒนาไปอย่างมั่นคง ซึ่งภายในงานจะมีนิทรรศการแสดงภารกิจและผลงานสำคัญของ สนพ. ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน และมีกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “Energy 4.0 อนาคตพลังงาน อนาคตประเทศไทย” เพื่อให้เห็นทิศทางนโยบายและแผนพลังงานอนาคตของประเทศไทย พร้อมพบกับข้าราชการรุ่นใหม่ ที่เป็น Brand Ambassador ของ สนพ. ที่จะมาร่วมตอบข้อซักถามพูดคุยกับคนดังที่เป็นคนรุ่นใหม่ อาทิ น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ดำเนินรายการโดย กันต์ กันตถาวร และยังมีกิจกรรมพิเศษ istamp ถ่ายภาพลงแสตมป์ของไปรษณีย์ไทยที่มาร่วมเปิดบูธจัดทำแสตมป์ที่ระลึกวาระครบรอบ 25 ปี ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

โซนที่ 2 ก้าวยั่งยืน มีแนวคิดนำเสนอบทบาทของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนพลังงานไทยพัฒนาไปอย่างยั่งยืน ด้วยภารกิจหลักที่สำคัญในการสนับสนุนงานวิจัย การลงทุน และการดำเนินงานในการอนุรักษ์พลังงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน โดยภายในงานจะมีนิทรรศการ 25 ผลงานเด่นกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีไฮไลต์นวัตกรรมด้านพลังงานมาร่วมจัดแสดง อาทิ เทคโนโลยี DR 100, แท่นอัดประจุไฟฟ้า สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า, ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ และยังมีกิจกรรมการเสวนาก้าวที่ยั่งยืนขับเคลื่อนพลังงานไทย ณ คริสตัลคอร์ท ชั้น M

โซนที่ 3 ก้าวพอเพียง ซึ่ง สนพ. ได้น้อมนำหลักคิดด้านความพอเพียง ซึ่งเป็นพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้ตระหนักในการใช้ชีวิตพอเพียงเท่ากับการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ประหยัด และมีประสิทธิภาพ โดยจะมีไฮไลต์นิทรรศการพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย, นิทรรศการพระราชจริยวัตร รัชกาลที่ 9 ด้านความพอเพียง และนิทรรศการ 2 ทศวรรษโครงการ “รวมพลังหาร 2” และยังมีกิจกรรมการแสดงของโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งกิจกรรมร่วมจุดเทียนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ร่วมกับศิลปินแห่งชาติ สันติ ลุนเผ่ และศิลปินกิตติมศักดิ์ กิต เดอะวอยซ์ รวมถึงศิลปินอีกหลายท่าน ณ ลานพาร์คพารากอน”

“เป้าหมายต่อไปของ สนพ. คือการก้าวไปสู่การเป็นองค์กรชั้นนำในระดับนานาชาติหรือ World Class Organization ผมพร้อมด้วยบุคลากรของ สนพ. ทุกคนจึงมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนองค์กรด้วยการสร้างผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานใหม่ๆ เพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก สนพ. จะเป็นเสาหลักในการพัฒนานโยบายและแผนการบริหารพลังงานของประเทศ และร่วมสร้างนักบริหารและนักวิชาการพลังงานที่มีคุณภาพออกมารับใช้สังคมและประเทศชาติต่อไป” ดร.ทวารัฐ กล่าวท้ายที่สุด

ไทยสเตนเลสสตีล เปิด ‘ซีกัล สโตร์ สาขาเทอร์มินอล 21 โคราช’

ไทยสเตนเลสสตีล เปิดฉากปี 60 ขยายช่องทางขายสู่ประตูภาคอีสานด้วยการเปิด ‘ซีกัล สโตร์ สาขาเทอร์มินอล 21 โคราช’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ขยายช่องทางการจำหน่ายรับปี 2560 หลังพบแนวโน้มกำลังซื้อสดใสรับเศรษฐกิจช่วงขาขึ้น

 

นายอรุณ เรืองจรุงพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องครัวสเตนเลสสตีลและนอนสติ๊กคุณภาพ แบรนด์ “ซีกัล” เปิดเผยว่า โคราชเป็นเมืองศักยภาพและเป็นทำเลทองของนักลงทุน เพราะเป็นประตูหน้าด่านสู่ภาคอีสานและเชื่อมเมืองชายแดนเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทั้งการบริหารราชการ การศึกษา จากการเปิดเผยล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ     ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี 2560 มีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เกิดจากแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยภาครัฐมีการจัดตั้งทั้งงบประจำและงบลงทุน ขณะที่การใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคยังขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รายได้จากการท่องเที่ยว ราคาสินค้าเกษตรบางชนิด และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี 2559 นอกจากนี้ยังมีการลงทุนของภาคเอกชนเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักเกือบ60% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการขยายตัวของห้างสรรพสินค้าค่ายยักษ์ใหญ่จากกรุงเทพเข้ามาเปิดในพื้นที่โคราช ด้วยเชื่อมั่นในศักยภาพทั้งทางด้านทำเลและกำลังซื้อมหาศาล

 

ด้วยเหตุดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้ขยายช่องทางการขายใหม่โดยการเปิด “ซีกัล สโตร์ สาขา เทอร์มินอล 21 โคราช” เพื่อใช้เป็น เฟล็ก ซีฟ สโตร์ เจาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ข้าราชการ รวมถึงแม่บ้านในโคราชและจังหวัดใกล้เคียง และเป็นทางเลือกใหม่ที่ครบครันเพื่อนำเสนอสินค้าในเครือสู่มือผู้บริโภคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคาดว่าจากการเปิดสาขาดังกล่าวจะช่วยดันยอดขายภาคอีสานโตกว่า 7 %

 

ทั้งนี้ ‘ซีกัล สโตร์ สาขา เทอร์มินอล 21 โคราช’ บริเวณชั้น LG ถูกออกแบบให้ดูทันสมัย นำเสนอผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่ม ประกอบด้วย เครื่องครัวสำหรับครัวเรือนได้แก่  หม้อ กระทะ  อุปกรณ์ครัว อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร กระติ๊กน้ำสุญญากาศและปิ่นโต รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เช่น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตาไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปัง กาต้มน้ำไฟฟ้า และอุปกรณ์จัดเลี้ยงสำหรับธุรกิจโรงแรม หรือ ร้านอาหาร เช่น หม้อก๋วยเตี๋ยว ชุดอ่างอุ่น อ่างอาหาร ซึ่งมีสินค้าครบครันเหมือนสโตร์ในกรุงเทพ บนเนื้อที่กว่า 70 ตารางเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการเลือกซื้อของลูกค้า โดยในช่วงเปิดตัวนั้น ซีกัลมอบโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 60% อาทิ หม้อต้มเอธานา ขนาด 22 ซม. จากปกติ 990 บาท พิเศษเพียง 459 บาท หม้อชุดเซอร์คูลาร์  จำนวน 5 ชิ้น จากปกติ 2,200 บาท พิเศษเพียง 909 บาท กระทะทรงลึกซีกัลฮาร์ดอโนไดซ์ ขนาด 28 ซม. จากปกติ 862 บาท พิเศษเพียง 459 บาทพบโปรโมชั่นโดนใจแบบนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ ศกนี้ ที่ ซีกัล สโตร์ ชั้น LG ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช เท่านั้น

 

นอกจากนี้ยังมีซีกัลช็อปอื่นๆในภาคอีสาน เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ร้านโดมเซ็นเตอร์พอร์ย จ.นครราชสีมา, หจก. บุรีรัมย์ ก.เครื่องครัว จ. บุรีรัมย์, ร้านสยามโกลด์ซุปเปอร์มาร์ท จ. ยโสธร, ร้านแสงไทย จ. ร้อยเอ็ด , หจก.โยพาณิชย์ จ.สุรินทร์ , ร้าน สันติพร จ.อุดรธานี, ร้าน เมืองทองเครื่องเย็นเทรดดิ้ง จ. อุบลราชธานีโดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของซีกัลได้ที่ www.facebook.com/seagullbrand หรือ โทร 02-730-7999