All posts by web content 2

“น้ำดื่มสิงห์” ดึง 5 Brand Influencer เสริมแกร่งตำแหน่ง “ผู้นำ” ตลาดน้ำดื่มของไทย

“น้ำดื่มสิงห์”  เปิดเกมรบ รุกตลาดน้ำดื่มรับซัมเมอร์ เผยโฉม 5 Brand Influencer ตัวแทนผู้นำความคิดและทรงอิทธิพลในด้านต่างๆ  เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของผู้นำตลาดอันดับ 1 ผ่านแคมเปญ    “A PART OF YOU” น้ำดื่มสิงห์เท่านั้นที่เราเลือก หวังสร้างสีสันตลาดให้คึกคักและเติบโตต่อเนื่อง

คุณธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม          บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดน้ำดื่มของไทยเป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง   มีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นมากมาย การจัดกิจกรรมการตลาดที่ดี จึงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์   ให้เป็นที่จดจำและน่าเชื่อถือมากขึ้น ประกอบกับตลาดน้ำดื่มจะมีการขยายตัวค่อนข้างสูงในช่วงฤดูร้อนของทุกปี  การเปิดตัวแคมเปญ ” A PART OF YOU ” ของน้ำดื่มสิงห์ในครั้งนี้ จะยิ่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำตลาดน้ำดื่มให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เรายังมีความพร้อมในการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดหรือ NDC (National Distribution Center) ในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อการบริหารการจัดการระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อีกทั้ง แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ให้ความใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น และมีการหันมาดื่มน้ำบรรจุขวดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดน้ำดื่มเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำดื่มสิงห์ใน     ปี 2559 เติบโตเพิ่มขึ้น 6-7% จากปี 2558

“จากปัจจัยของพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยลดการบริโภคเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ลดลง แล้วหันมาบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดมากขึ้น รวมถึงผู้บริโภคใส่ใจและเชื่อมั่นเกี่ยวกับแบรนด์สินค้ามากขึ้น ส่งผลให้ตลาดน้ำดื่มมีการขยายตัวสูงขึ้น และแบรนด์น้ำดื่มสิงห์ ซึ่งเป็นผู้นำตลาดที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดน้ำดื่มโดยรวม ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโต โดยในปีที่ผ่านมาน้ำดื่มสิงห์มีส่วนทำให้ตลาดเติบโต 11%”

และในปีนี้น้ำดื่มสิงห์ได้เปิดตัวแคมเปญ A PART OF YOU น้ำดื่มสิงห์เท่านั้นที่เราเลือก” เป็นครั้งแรกที่เราดึงตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันเข้ามาเป็น Brand Influencer    เสริมความแข็งแกร่งของผู้นำตลาดอันดับ 1  อันได้แก่ “วี วิโอเล็ต วอเทียร์” นักร้องนักแสดงอีกคนที่มีความสามารถทั้งแต่งเพลงและร้องเพลงเอง พ่วงด้วยการแสดงภาพยนต์ละคร “ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์”นักเขียนบท ผู้กำกับภาพยนต์ ซีรี่ส์ดังมากมาย “เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา” อาจารย์ นักแสดงและเน็ตไอดอลร่างเล็กผู้มากความสามารถ โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีแฟนคลับติดตามบนโลกออนไลน์กว่า 1.4 ล้านคน จนสร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น  “2 หนุ่มแห่งวงเซาท์ไซด์” (Southside) “ทูพี(2P) พิทวัส พฤกษกิจ” และ “ดีเจต๊อบ(DJ Tob) ณภัทร เหล่าพลายนาค แรปเปอร์ที่มาแรงและดังสุดแห่งยุค ที่จุดประกายให้คนรู้จักความเป็นฮิปฮอปในสายเลือดเป็นอย่างไร มาร่วมสื่อสาร บอกเล่าเรื่องราว แรงบันดาลใจ ตลอดจนสิ่งที่แต่ละคนทำ     เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งในกลุ่มผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายยิ่งขึ้น

“น้ำดื่มสิงห์ เป็นน้ำดื่มที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในด้านความสะอาดมาโดยตลอด อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน NSF International สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองการผลิตระดับโลก ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น และบริษัทยังตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้วยการมุ่งสร้างความพึงพอใจในตราสินค้า (Brand Preference) ในกลุ่มผู้บริโภค เพื่อทำให้น้ำดื่มสิงห์เป็นผู้นำตลาดอย่างยั่งยืนด้วย”
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ  โดยเฉพาะออนไลน์ โดยเปิดช่องทางจัดจำหน่ายสินค้า ผ่านเว็บไซต์ www.singhaonlineshop.com และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง และช่วยเสริมสร้างโอกาสในการเติบโตของยอดขายมากขึ้น

สำหรับภาพรวมตลาดน้ำดื่มบรจจุขวดในปี 2559 มีอัตราการเติบโตประมาณ 11%  มีมูลค่า 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเชิงปริมาณ 4,000 ล้านลิตร โดยตลาดแบ่งเป็นกลุ่มน้ำดื่มขวด PET สัดส่วน 90% ขวดแก้วสัดส่วน 10%  ทั้งนี้ น้ำดื่มสิงห์ ถือเป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดโดยรวม 23%  และจากการทำตลาดทั้งปี 2560 น้ำดื่มสิงห์ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 25%

นู สกิน ปฏิวัติวงการตลาดชะลอวัยเปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำ “เอจล็อค มี”

นู สกิน ประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิตัล สร้างปรากฏการณ์เหนือคู่แข่ง เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสุดล้ำ “ageLOC Me” ภายใต้เทคโนโลยีเอจล็อค เพื่อการบำรุงผิวด้วยสูตรเฉพาะบุคคลที่ถือเป็นผู้นำของโลก เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถออกแบบสูตรสกินแคร์ได้ด้วยตัวเอง จากสูตรบำรุงกว่า 2,000 สูตร เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลที่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบาย พร้อมวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้เป็น Digital Customized Anti-Aging Skin Care สร้างแบรนด์ลอยัลตี้ สู่ผู้บริโภค คาดว่าหลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 10% ของยอดขายรวม ตั้งเป้าขึ้นแท่นเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของ นู สกิน ภายในสิ้นปี 2560

นางวิภาดา ตั้งปกรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงในปี 2560 นี้ เชื่อว่าการแข่งขันในตลาดจะเป็นไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากเป็นปีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการขับเคลื่อนธุรกิจเข้าสู่ยุคของดิจิตัลแบบเต็มรูปแบบมากขึ้น ซึ่งวันนี้การแข่งขันของธุรกิจขายตรงไม่ใช่เป็นเพียงการแข่งในตลาดเดียวกันอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นการลงไปแข่งกับทุกตลาด ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายให้กับธุรกิจขายตรง และ นู สกิน เรามีความพร้อมจะปรับองค์กรตามโลก และนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาเป็นเครื่องมือที่ทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจุดแข็งของบริษัทยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อคที่เป็นผลิตภัณฑ์หมวด แอนไท-เอจจิ้ง

ประกอบกับ นู สกิน เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดความงามในประเทศไทยที่ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านบาท และเติบโตอย่างต่อเนื่อง 8-10% ทุกปี อีกทั้งตลาดนำเข้าเครื่องสำอางในประเทศไทยมีการเติบโตอยู่ที่ 16.1% หรือคิดเป็นมูลค่า 51,487 ล้านบาท โดยประเทศสหรัฐอเมริกามีการนำเข้าเครื่องสำอางสูงเป็นอันดับ 3 ทั้งนี้ปัจจัยการเติบโตมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การเติบโตของสังคมเมืองและสังคมออนไลน์ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ผู้บริโภคหันมาใส่ใจความเป็นเฉพาะบุคคลมากขึ้น นู สกิน จึงมองเห็นศักยภาพขององค์กรและความได้เปรียบด้านการแข่งขันทางการค้าในตลาดกลุ่มสกินแคร์ ที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก

นอกจากนี้ ในปี 2560 บริษัทได้มีการวางกลยุทธ์และปรับแผนธุรกิจให้ทันกับสถานการณ์และความต้องการของตลาด โดยมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายตามคอนเซ็ปต์การเป็นบริษัทผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรา ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เอจล็อค มี” (ageLOC Me) นวัตกรรมของการบำรุงผิวยุคดิจิตัลที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดีไซน์สูตรสกินแคร์เฉพาะบุคคล ที่ตรงเข้าจัดการสัญญาณริ้วรอยแห่งวัยพร้อมบำรุงผิว โดยสามารถให้ผู้ใช้มีอิสระในการกำหนดสูตรตามความต้องการและเหมาะสมกับผิวเฉพาะบุคคล สามารถตั้งค่าความเข้มข้นของเนื้อครีม น้ำหอม ระดับสารกันแดด ที่มีให้เลือกมากกว่า 2,000 สูตร ด้วยการดีไซน์สูตรบำรุงผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

และอีกหนึ่งไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์ “เอจล็อค มี” คือชุดเครื่องมือผสมครีมและเซรั่มที่มีดีไซน์สวยงามและกลไกอัจฉริยะเพื่อให้ผู้ใช้ตั้งค่าการใช้งานได้ตามความต้องการ เช่น การปรับปริมาณของครีมที่ถูกปล่อยออกมาในแต่ละครั้ง โดยเครื่องจะตั้งค่าอัตโนมัติเพื่อเลือกครีมบำรุงได้ถูกประเภทไม่ว่าจะเป็นการบำรุงในตอนเช้า หรือการบำรุงในตอนกลางคืน และยังมีการแจ้งเตือนเมื่อปริมาณใกล้หมดเพื่อให้ผู้ใช้ได้ทำการเตรียมผลิตภัณฑ์ชุดต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงช่วยในเรื่องการใช้งานที่สะดวกสบาย แต่เครื่องมือ “เอจล็อค มี” ยังผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้วยเทคโนโลยีการผสมเนื้อครีม ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะที่เรียกว่า “ไมโครเลเยอริ่ง” (MicroLayering) เพื่อความแม่นยำในการจ่ายครีมและผสมเนื้อครีมที่มีขั้นตอนซับซ้อนกว่า 40 ชั้น พิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่า ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการทาครีมลงบนผิวหน้าแบบปกติถึง 3 เท่า โดยชุดเครื่องมือผสมครีมและเซรั่มกลไกอัจฉริยะนี้ถูกพัฒนาและรองรับด้วย 27 สิทธิบัตร ได้รับการยอมรับระดับโลกทั้งในเรื่องของงานดีไซน์ คอนเซ็ปต์ผลิตภัณฑ์และคุณภาพในการเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงทรงประสิทธิภาพ นับเป็นนวัตกรรมการดูแลผิวภายใต้เทคโนโลยีเอจล็อค เพื่อต่อต้านความเสื่อมชราในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยเงินลงทุนในการพัฒนาและวิจัยกว่า 1,300 ล้านบาท

“นู สกิน เราร่วมกับ 8 พันธมิตรระดับโลกในการออกแบบและวิจัยผลิตภัณฑ์ระดับนวัตกรรมจากความเชี่ยวชาญกว่า 35 ปี สู่การพัฒนาเพื่อให้ได้สูตรบำรุงผิวเฉพาะบุคคลที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิตัล ที่ต้องการมองหานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวในรูปแบบเดิมๆ เห็นได้จากความสำเร็จของ นู สกิน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาในการนำนวัตกรรมเข้ามาผสานกับเทคโนโลยีเอจล็อค จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชราในรูปแบบใหม่ นำเทรนด์ตลาดความงามอยู่ตลอดเวลา บริษัทจึงวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ “เอจล็อค มี” ให้เป็น Digital Customized Anti-Aging Skin Care รายแรกในไทย และเป็น Beauty Gadget ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมโดดเด่นมาแรงที่สุดในปีนี้ ทั้งนี้บริษัทคาดว่าหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จะสามารถขึ้นแท่นเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของ นู สกิน และสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 10% ของยอดขายรวมในปีนี้” นางวิภาดากล่าว

“ทั้งนี้การตั้งเป้าเติบโตมาจากความสำเร็จในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “เอจล็อค มี” เฉพาะกิจในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ส่งผลให้กระแสของยอดขายระหว่างปี 2558 กับ 2559 มีการเติบโตสูงถึง 265% ซึ่งการจำหน่ายแบบเฉพาะกิจนี้เป็นแผนกลยุทธ์ทางการตลาดของ นู สกิน เพื่อให้ผู้แทนจำหน่ายรวมถึงผู้ทำธุรกิจได้เข้าใจและคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และปี 2560 นี้ นู สกิน เตรียมกระตุ้นยอดขายของ “เอจล็อค มี” ให้เพิ่มขึ้นอีก 100% เมื่อเทียบกับยอดขายเฉพาะกิจในปี 2559 และยังเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่จะสร้างฐานผู้บริโภคให้กับบริษัทในระยะยาว นอกจากนี้ นู สกิน ได้มีการนำเสนอโปรแกรมพิเศษเพื่อลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ “เอจล็อค มี” เพื่อการใช้ต่อเนื่องในราคาพิเศษและจัดส่งฟรีถึงบ้าน โดยสามารถสั่งซื้อผ่านโปรแกรมจากระบบออนไลน์หรือเข้ามาซื้อที่ศูนย์บริการลูกค้า นู สกิน ทั่วประเทศ โดยคาดว่าโปรแกรมพิเศษดังกล่าวนี้จะสามารถขยายฐานผู้บริโภคให้กับ นู สกิน เพิ่มขึ้นอีก 10% เมื่อเทียบกับจากฐานผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศในปีที่ผ่านมา ซึ่งกลยุทธ์นี้จะเป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างยอดขายอย่างยั่งยืนของ นู สกิน ได้อีกด้วย” นางวิภาดา กล่าวเสริม

ผลิตภัณฑ์ “เอจล็อค มี” (ageLOC Me) ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ชุดมาตรฐาน ได้แก่ “เอจล็อค มี เดย์” ครีมบำรุงกลางวันที่ดูแลปกป้องผิวให้ความชุ่มชื้น พร้อมอิสระในการเลือกชนิดครีมบำรุงส่วนผสมของน้ำหอมและสารป้องกันแสงแดด “เอจล็อค มี เซรั่ม” ผสานประสิทธิภาพทรีตเมนต์ต่อต้านความเสื่อมชรา ด้วยเซรั่มเข้มข้น 3 ชนิด เพื่อปกป้องฟื้นบำรุงผิวจากสัญญาณร่วงโรยแห่งวัย ลดเลือนริ้วรอย คืนความกระจ่างใส เพื่อผิวที่ดูเรียบเนียนดูอ่อนเยาว์ และ “เอจล็อค มี ไนท์” ซ่อมแซมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงในตอนกลางคืน สามารถเลือกเนื้อครีมบำรุงได้ตามความต้องการ มาพร้อมกับเครื่อง “เอจล็อค มี” จำนวน 1 เครื่อง และ “เอจล็อค มี ทราเวลเลอร์ คิต” สำหรับพกพาเพื่อการเดินทาง ในราคาเซ็ตละ 21,400 บาท พร้อมโหลดแอพลิเคชั่น “ageLOC ME SEA” ผ่านอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ เริ่มต้นการออกแบบสูตรสกินแคร์เพื่อให้ได้โค้ดเฉพาะ โดยสามารถส่งรหัสสั่งซื้อสินค้าผ่านนักธุรกิจ นู สกิน ทั่วประเทศ หลังจากทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ชุดมาตรฐานเป็นเวลา 2 สัปดาห์

สำหรับสัดส่วนยอดขายปัจจุบันผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อคทั้งผลิตภัณฑ์ สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 70% ผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 30% โดยในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ด้านสัดส่วนการเติบโตของผู้แทนจำหน่ายในปี 2560 จำแนกเป็นสมาชิกทำเนียบ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ 3 บัญชีรายชื่อสมาชิกทำเนียบ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ 1 บัญชีรายชื่อ สมาชิกทำเนียบ 100 ล้านบาท 5 บัญชีรายชื่อ สมาชิกทำเนียบ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ 21 บัญชีรายชื่อ และสมาชิกทำเนียบ 1 ล้านบาท จำนวน 927 บัญชีรายชื่อ

ทั้งนี้ปัจจัยความสำเร็จของ นู สกิน มาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในแบรนด์และสินค้า เมื่อใช้แล้วมีการซื้อซ้ำและบอกต่อ ตลอดจน บริษัทมีทิศทางการขยายเครือข่ายเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และฐานสมาชิกในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อให้เพิ่มมากขึ้น มีการปรับกลยุทธ์เน้นทำการตลาดผ่านออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ รวมถึงการกระตุ้นยอดสมาชิกและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งเชื่อมั่นว่าปัจจัยบวกในปีนี้จะทำให้ นู สกิน ประเทศไทย สามารถสานต่อความสำเร็จในการพิชิตยอดขายตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน นางวิภาดากล่าวสรุป

เอ็ม บี เค กรุ๊ป ร่วมมือ สพฉ. นำร่องติดตั้งเครื่อง AED เพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

ข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติรายงานว่า การช่วยเหลือเบื้องต้นของผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันอย่างรวดเร็ว โดยวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน หรือ CPR ด้วยการกดหน้าอกอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการใช้งานเครื่อง AED จะเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้ารับการรักษาอาการโรคหัวใจรวม 130,942 ราย และในปีที่ผ่านมา มีสถิติการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินจากปัญหาโรคหัวใจผ่านสายด่วน 1669 สูงถึง 34,246 ราย เกิดจากอาการภาวะหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งต้องรีบส่งผู้ป่วยเข้ารักษาภายในเวลา 3 ชั่วโมง จึงจะลดอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือพิการลงได้
 
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ในฐานะองค์กรชั้นนำที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนานและเป็นนักพัฒนาธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์และบริการอันหลากหลายถึง 6 กลุ่มธุรกิจหลัก โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่อยู่ในภาคบริการ ดังนั้น ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการนับเป็นเรื่องที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดอบรมการใช้งานเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator) หรือเครื่อง AED  โดยเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์การค้าแรกในประเทศไทยที่นำร่องติดตั้งเครื่อง AED เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทั้งนี้ การอบรมเป็นส่วนหนึ่งของการสานต่อโครงการความร่วมมือกับภาครัฐในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพของพนักงานรักษาความปลอดภัยและดูแลเหตุฉุกเฉินที่ทำงานในธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจกอล์ฟ และธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวของเอ็ม บี เค กรุ๊ป
นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์การค้าชั้นนำที่มีผู้ใช้บริการกว่า 1 แสนคนต่อวัน เราจึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานของศูนย์การค้าในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการให้บริการที่เป็นเลิศ ด้านระบบการรักษาความปลอดภัย และการรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ  เพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งเรื่องหนึ่งที่ทางศูนย์การค้าตระหนักในปัจจุบันคืออาการของโรคที่เกิดขึ้นเฉียบพลันและเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น การจัดหาเครื่อง AED มาติดตั้งไว้ และฝึกอบรมบุคลากรให้ใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างถูกต้อง จะทำให้เราสามารถรับมือเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราหวังว่าโครงการ “เอ็ม บี เค กระตุ้นหัวใจให้ชีวิต กับ สพฉ.” ครั้งนี้ จะเป็นการนำร่องและจุดประกายให้ธุรกิจศูนย์การค้าและภาคบริการตระหนักถึงการช่วยเหลือฉุกเฉินมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตให้แก่ประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินในอนาคต”
ด้านนายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า “ในการกู้ชีพเมื่อเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดและภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หากใช้การทำ CPR ร่วมกับการกระตุ้นด้วยเครื่อง AED จะทำให้อัตราการรอดชีวิตสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์การค้ามีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ โดยเฉพาะในปัจจุบันอัตราความเสี่ยงโรคหัวใจของคนไทยและคนต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเครื่อง AED นี้ ทุกคนที่ผ่านการฝึกฝนจะสามารถช่วยชีวิตและเพิ่มโอกาสรอดให้ผู้ป่วยได้ จึงถือเป็นเรื่องดีที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ และหวังว่าจะช่วยจุดประกายให้ศูนย์การค้าใหญ่ๆ หันมาให้ความสำคัญกับการติดตั้งเครื่อง AED เช่นเดียวกัน”
 
ทั้งนี้ โครงการ “เอ็ม บี เค กระตุ้นหัวใจให้ชีวิต กับ สพฉ.” เริ่มต้นฝึกอบรมการทำซีพีอาร์และการใช้งานเครื่อง AED ให้แก่กลุ่มพนักงานฝ่ายบริหารความปลอดภัยเป็นกลุ่มแรก และจะขยายการจัดหาเครื่อง AED ละการอบรมไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ในเครือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ต่อไป 

‘เอพี ไทยแลนด์’ เปิดบ้านต้อนรับนิสิตนักศึกษา “เอพี โอเพ่น เฮ้าส์ 2017”

  • คัดเลือกนิสิตนักศึกษา 50 คน (จาก 1,400 คนทั่วประเทศ) ร่วมฝึกงานกับเอพี อะคาเดมี่ โปรแกรมวิศวกรรมโยธา – โปรแกรมการตลาดและการขาย
  • มอบประสบการณ์การเรียนรู้เจาะลึกด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ต้นจนจบ ลงมือทำจริง และมีโค้ชส่วนตัวให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลา 2 เดือน
  • นิสิตนักศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น 4 คน ได้รับโอกาสศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นกับเอพีและ MEC

กรุงเทพฯ (22 ก.พ. 60) – เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย เปิดบ้านต้อนรับนิสิตนักศึกษาจำนวน 50 คน (จากยอดผู้สมัคร 1,400 คนจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ) เพี่อเตรียมเข้าฝึกงานในโครงการ “เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017 – ชีวิตจริงยิ่งกว่าทฤษฎี” (ปีที่ 2) ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง สิ้นเดือนกรกฎาคม 2560 รวมเวลา 2 เดือน เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานอย่างแท้จริง ได้ปฏิบัติงานจริง ภายใต้การดูแลของ “เอพี อะคาเดมี่” (AP Academy) สถาบันเพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกในประเทศ โดย บมจ. เอพี (ไทยแลนด์)

โดยหลักสูตรฝึกงานเอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017 เน้นสองโปรแกรมฝึกงานสำคัญ ได้แก่ โปรแกรมวิศวกรรมโยธา ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งความพิเศษในปีนี้ คือ เน้นความรู้ด้านกระบวนการก่อสร้างบ้านแนวราบ และโปรแกรมด้านการตลาดและการขาย ที่จะได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นให้นิสิตนักศึกษาเข้าใจและทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อสิ้นสุดโครงการนิสิตนักศึกษา จะได้รับใบประกาศนียบัตรจากเอพี อะคาเดมี่ สำหรับนิสิตนักศึกษาจำนวน 4 คนที่มีผลการฝึกงานที่โดดเด่นยังจะได้รับโอกาสจาก บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นกับบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป (Mitsubishi Estate Group หรือ MEC) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศญี่ปุ่น พันธมิตรทางธุรกิจของเอพี เพื่อเป็นกำลังสำคัญในอนาคตที่จะร่วมพัฒนาวงการอสังหาฯ ไทยให้ก้าวไกลได้มาตรฐานสากล

นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานทรัพยากรบุคคล บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) และผู้อำนวยการสถาบันเอพี อะคาเดมี่ กล่าวว่า “สำหรับที่เอพี เรามุ่งมั่นในเรื่องของการสร้าง ‘คน’ โครงการ ‘เอพี โอเพ่นเฮ้าส์’ ภายใต้สถาบัน ‘เอพี อะคาเดมี่’ จึงมีเป้าหมายในการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ และเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้ฝึกฝนความคิดและทักษะผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้น้องได้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรมในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ชีวิต การทำงานจริง เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ มุ่งหวังช่วยยกระดับการศึกษาให้เยาวชนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ”

คุณภูมิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ วางโครงสร้างหลักสูตรให้นิสิตนักศึกษาได้เจาะลึกในทุกกระบวนการทำงานจริงในการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร เริ่มจาก เรียนรู้จริงทุกกระบวนการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ทั้งการวางแผนงานการตลาดและการขายได้ลงมือทำจริง เข้าอบรมและลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงตลอดระยะเวลา 2 เดือน และมีโค้ชส่วนตัว ประกอบด้วย วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ (Senior Engineer) นักการขาย (Senior Sales Executive) และนักการตลาด (Senior Marketing Executive) ผู้มีประสบการณ์ทำหน้าที่ลงหน้างานจริงเพื่อดูแลและให้ความรู้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดการฝึกงาน”

โครงการฝึกงานเอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017 ประกอบด้วยนิสิตนักศึกษา 50 คน แบ่งเป็นด้านวิศวกรรมโยธา 30 คน และด้านการตลาดและการขาย 20 คน ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัคร 1,400 คน จาก 38 สถาบัน การศึกษาทั่วประเทศที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านการทำแบบทดสอบออนไลน์ และเข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือก ณ สำนักงานใหญ่ของเอพี จนได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าฝึกงานกับบมจ. เอพี (ไทยแลนด์)

นายเจตวิสุทธิ์ เลี้ยงชีพ นิสิตชั้นปีที่ 3 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้ผ่านการคัดเลือกโปรแกรมฝึกงานด้านวิศวกรรมโยธา กล่าวว่า “ไม่คิดเลยครับว่าจะได้รับคัดเลือก เพราะปีนี้มีผู้ลงสมัครจำนวนมาก ทุกคนมีศักยภาพสูง แต่ผมก็ทำสุดความสามารถครับ เพราะผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ ผมอยากเห็นการทำงานในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิศวกรรมโยธา เพราะเป็นสาขาที่ผมเรียนมาโดยตรง นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้การสร้างบ้านอย่างเจาะลึกกับเอพี (ไทยแลนด์) ตั้งแต่การพัฒนาที่ดินเปล่าไปจนถึงการส่งมอบบ้านครับ”

ขณะที่ นายสิรภพ อรุณทิพย์ไพฑูรย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เข้าร่วมโปรแกรมฝึกงานด้านการตลาดและการขาย กล่าวเสริมว่า “ดีใจมากเลยครับที่ได้รับคัดเลือก เนื่องจากจะได้ลงมือทำงานในสถานการณ์จริง โดยมีโค้ชซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ โดยส่วนตัวมองว่าการได้ลงมือทำจริงและได้เห็นของจริงย่อมดีกว่าการเรียนรู้จากในชั้นเรียนเพียงอย่างเดียวครับ และยังมีการคัดเลือกผู้ที่มีผลงานโดดเด่นไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นถึง 4 คนอีกด้วยครับ”

เอพี (ไทยแลนด์) จัดตั้ง ‘เอพี อะคาเดมี่’ สถาบันเพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกในประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2558 ด้วยงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ประกอบไปด้วย โครงสร้างหลัก 3 ส่วน ดังนี้ 1. เอพี พร็อพเพอร์ตี้ สคูล เพื่อบุคลากรเอพี สร้างความพร้อม พัฒนาบุคลากร และยกระดับมาตรฐานการทำงานอย่างมีระบบ 2. เอพี ซิมโพเซียม คือ เวทีเสวนางานดีไซน์ที่ เอพีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และ 3. เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ คือ การเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้มาฝึกอบรมเรียนรู้กระบวนการทำงานจริง โดยมุ่งหวังให้สามารถนำความรู้และทฤษฎีมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในพื้นที่จริง และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ที่สำคัญคือมิตรภาพความเป็นพี่น้องของทีมงานเอพี และมิตรภาพระหว่างเพื่อนๆ ว่าที่วิศวกรนักการตลาดและนักการขายของประเทศไทย

วีโว ซิสเต็มส์ : เจ้าหน้าที่การตลาด

บริษัท วีโว ซิสเต็มส์ จำกัด เป็นผู้นำด้านการพัฒนาซอฟแวร์โซลูชั่น อีคอมเมิร์ช TakraOnline , VevoCart และ เทรนนิ่ง อันเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ กำลังขยายงานและเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ มีความประสงค์จะรับบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถเพื่อเข้าร่วมพัฒนาธุรกิจ

เจ้าหน้าที่การตลาด
Marketing Executive

Duties & Responsibilities
• รับผิดชอบเป้าหมายด้านการตลาด งานประชาสัมพันธ์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย
• วางแผนการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย
• ดำเนินการจัดทำเอกสารการตลาดเพือใช้ในงานสัมมนา เทรดโชว์ งานอีเว้นที่เกี่ยวข้อง
• ดำเนินกิจกรรมทางการตลาด ออกพบลูกค้า ออกงานอีเว้นต่างๆ
• ทำ online marketing ต่างๆ เช่น SEO,PPC, Facebook, Blog
• วิเคราะห์ ติดตามผล การทำ Online marketing
Qualification
• เพศชาย / หญิง อายุ 22 ปีขึ้นไป
• วุฒิปริญญาตรี การตลาด บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
• มีประสบการณ์ด้านการตลาด อย่างน้อย 1 ปี
• สามารถใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี
• บุคลิกดี มนุษย์สัมพันธ์และสื่อสารได้ดี
• กระตือรือร้น เรียนรู้เร็ว มีไหวพริบ มีทักษะในการประสานงานกับฝ่ายต่างๆ
• สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ดี
• สามารถเข้าใจภาษาอังกฤษได้พอสมควร

เงินเดือน: ตามความสามารถและประสบการณ์

สวัสดิการ:

• ประกันสังคม
• วันหยุดพักร้อน
• ปรับเงินเดือนทุกปีตามความสามารถ
• ปรับเงินเดือนตามการปรับตำแหน่งงาน
• งานสังสรรค์ประจำปี
• อื่นๆ ตามโครงสร้างบริษัท

ติดต่อ

Address : อาคารไทยศรี ประกันภัย ชั้น 24, 126/93 ถนน กรุงธนบุรี แขวง บางลำภูล่าง เขต คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
 Phone number : 0-2438-6920
 Fax : 0-2438-9228

 

แสงชัยมิเตอร์ : Marketing

บริษัท แสงชัยมิเตอร์ จำกัด เป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายเครื่องมือวัดและควบคุมระบบอัตโนมัติ สำหรับงานอุตสาหกรรม ที่ให้บริการด้วยประสบการณ์มากกว่า 50 ปี มีสินค้ามากกว่า 5,000 แบบจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้ยังมีบริการรับออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเพิ่มผลผลิต หรือประหยัดพลังงานให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

Marketing

Duties & Responsibilities
– ออกพบลูกค้ารายสำคัญของบริษัทฯ เสนอสินค้า , เพื่อสอบถามความต้องการเกีี่ยวกับสินค้า , เพื่อสำรวจโครงการขยายบริษัทฯของลูกค้า
– โทรศัพท์ ติดต่อกับลูกค้าเพื่อเยี่ยม หรือหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางการตลาด
– ต้องศึกษาและเข้าใจรายละเอียดสินค้าของบริษัทฯ ทุกประเภท ทุกตราที่บริษัทฯจัดจำหน่าย
– จัดทำสรุปรายงานการออกพบลูกค้าทุกรายที่ทำการออกพบ
– เป็นตัวแทนออกงานของบริษัทฯ เช่น งานแสดงสินค้า เป็นต้น
– ประสานงานกับแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
– งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย
Qualification
– บุคลิกภาพดี
– มีมนุษยสัมพันธ์ดี,มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์,มีความขยัน,ซื่อสัตย์,อดทนและมีความรับผิดชอบ
– สามารถประสานงานกับแผนกต่างๆได้ ภายในองค์กรหรือภายนอกองค์กรได้ดี
– มีใจรักงานบริการ
– สื่อสารภาษาอังกฤษได้เบื้องต้น
– ใช้ MS Office ได้คล่อง
– สามารถเดินทางออกต่างจังหวัดได้
– ขับรถยนต์ได้ไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์
– มีประสบการณ์ด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์และโฆษณา หรือสาขาที่เกี่ยวข้องจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

 

Welfare
– เบี้ยขยัน
– Incentive (สำหรับตำแหน่งงานขาย)
– ปรับเงินเดือนประจำปี
– โบนัสประจำปี
– เบี้ยเลี้ยงต่างจังหวัด
– โบนัส
– ค่าล่วงเวลา
– ชุดฟอร์มพนักงาน
– เงินช่วยเหลือ งานแต่งงาน, งานศพ, งานอุปสมบท
– วันหยุดพักผ่อนประจำปี 6-10 วัน
– ประกันอุบัติเหตุ (บางตำแหน่ง)
– ฝึกอบรมพัฒนาความรู้

ติดต่อ

Address : 888 ถนน พหลโยธิน แขวง สามเสนใน เขต พญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
 Phone number : 0-2299-3000 ต่อ 7631,086-9966446
 Fax : 0-2616-8094

ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย : Digital Video Content Specialist

บริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด

Come and join Thailand’s leading Real Estate Portal, www.DDProperty.com. We provide advertising and marketing platform and innovative new services for Real Estate Developers and Real Estate Agents in Thailand and across the Asia Pacific region.
You will join an exciting, dynamic, high-growth environment where you will play a critical role in the company’s expansion. Working with a fun team of Internet and media professionals! This is an exciting opportunity to be a founding member of a large team. It’s a fast growth, dynamic working environment. Accelerated career advancement opportunities!

Digital Video Content Specialist
ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาวิดีโอดิจิตอล
Only English resume will be considered.

Duties & Responsibilities
DDproperty is looking for a creative, resourceful, do-it-all video content producer/editor. This person will expand the way in which DDproperty approaches video content marketing, both in terms of production and distribution. Specifically, responsibilities include the following:

• Produce (that is, shooting and editing) 3-4 digital videos monthly: a mix of explainers, hosted segments, and unscripted series
• Able to quickly identify and curate trends that could be adapted to our own coverage
• Break down trends happening across every platform to identify new ways of sharing various types of videos
• Discover and create new recurring video formats to live on PropertyGuru, Facebook & Facebook Live, and other platforms
• Track, measure, and analyze all initiatives to optimize ROI
Qualification
• Bachelor’s Degree in Marketing, Communications or related area required
• Minimum 2 years of experience in video content (preferably online or digital content)
• Must have a high skill set and body of work in conceptualisation, writing and executing video ideas
• Must be adept at using production equipment and post-production programs/tools
• Proven ability to create compelling, shareable web videos of all types
• Must be able to understand brand objectives and translate them into content that would satisfy the PropertyGuru brand and audience
• Passionate to make videos around relevant trending topics and to tell stories in new and different ways
• Must have good time management skills, and possess solid understanding of various video production timelines
• Should have an understanding and interest in directing, with high attention to detail, and an ability to see through video projects from conceptualisation stage all the way to final production and delivery
• Experience with managing
Welfare
• Performance bonus
• Annual leave
• Health insurance
• 5 Days Working hours 9.00am-6.00pm

ติดต่อ

Address : 159/14 Serm-Mit Tower, 9th Floor, Room 906-910 Sukhumvit 21 (Asoke) Road, Klongtoey-Nua, Wattana, Bangkok 10110
 Phone number : 0-2204-9555
 Fax : 0-2258-9089

ฮอท พอท : ผู้จัดการส่วนการตลาด

บริษัท ฮอท พอท จำกัด (มหาชน)
เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2538 ในรูปแบบธุรกิจร้านอาหารนานาชาติสไตล์บุฟเฟ่ต์ All U can eat ที่เน้นอาหารประเภทสุกี้ ชาบู (ฮอท พอท อินเตอร์บุฟเฟ่ต์, ฮอท พอท บุฟเฟ่ต์เวลลู, ฮอท พอท เพรสทีจ, ฮอท พอท สุกี้ชาบู และ ฮอท พอท ราเมนบุฟเฟ่ต์ กว่า 150 สาขา)

ปัจจุบันเราได้ดำเนินการขยายธุรกิจร้านอาหารแบบปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นแบรนด์ไดโดมอน ซึ่งมีแผนเปิดสาขาเพิ่มทั้ง ฮอท พอท และไดโดมอน อีกหลายสาขา โดยบริษัทต้องการรับบุคลากรเพิ่มเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับการขยายสาขา ดังนี้

ผู้จัดการส่วนการตลาด

หน้าที่และความรับผิดชอบ
การวางแผนกลยุทธ์การตลาด
– กำหนดทิศทางการตลาด
– วางแผนกลยุทธ์ทั้งระยะสั้น และระยะยาว
– จัดทำโครงการรองรับแผนงาน
– วางแผนการบริหารงบประมาณ
– จัดองค์กรของฝ่ายการตลาด
กาโฆษณาประชาสัมพันธ์
– คัดเลือกบริษัทโฆษณา
– วางแผนการเลือกใช้สื่อ
– วางแผนการออกสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์
การออกสินค้าใหม่
– วางแผนการคิดค้น/หาผลิตภัณฑ์ใหม่
– วางแผน และควบคุมการสำรวจ และวิจัยตลาด
– คัดเลือกสินค้าใหม่
– บริหารการออกสินค้าใหม่สู่ตลาด
การจัดการทั่วไป
– บริหารบุคลากร
– วางแผน และจัดทำงบประมาณประจำปี
– เข้าร่วมกิจกรรมของบริษัทฯตามที่ได้รับมอบหมาย
– อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติ
– เพศ : ชาย , หญิง
– อายุ(ปี) : ทุกช่วงอายุ
– ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี ขึ้นไป
– ประสบการณ์(ปี) : 3ปีขึ้นไป
คุณสมบัติเพิ่มเติม
– เพศชาย/หญิง
– อายุ 30 ปีขึ้นไป
– จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป/MBA สาขาการตลาด, บริหารธุรกิจ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
– มีประสบการณ์ด้านการบริหารการตลาด ระดับผู้จัดการฝ่ายอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป
– มีความสามารถด้านการจัดการ, การวางแผน และวิเคราะห์การตลาดได้ดี
– มีความเป็นผู้นำ และมนุษย์สัมพันธ์ดี
– สามารถปฏิบัติงานได้ในหลายเขตพื้นที่ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร

ติดต่อ

ที่อยู่ : 350 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10230
 โทรศัพท์ : 0-2943-8448 (อัตโนมัติ 12 คู่สาย)
 โทรสาร : 0-2943-8458,0-2943-8448*6101
 โฮมเพจ : http://www.hotpot.co.th/

 

nubia ขยายตลาดยุโรปและทั่วโลก เปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดที่งาน Mobile World Congress 2017

nubia ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำ เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่งาน Mobile World Congress 2017 (MWC 2017)เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์และวันที่ 2 มีนาคม 2560 ด้วยคอนเซปต์ “ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรศัพท์มือถือสำหรับถ่ายภาพ” ด้วยสุดยอดระบบการถ่ายภาพ NeoVision 6.0 พร้อมโหมดถ่ายภาพแบบมืออาชีพ ที่ทำให้ถ่ายภาพได้เสมือนกล้อง DSLRกล้องหลัง 23 MP กล้องหน้า 13  MP  โดยเปิดตัวรุ่น Z11 mini S ซึ่งโดดเด่นด้วยกล้องความละเอียด 23 ล้านพิกเซล ในตัวเครื่องสีเมทัลลิก และเทคโนโลยี NeoPower 2.0 จาก nubia ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์แห่งการประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และ รุ่น  Z11 ที่มาพร้อมดีไซน์หน้าจอแบบไร้ขอบ (Bezel-less design) และเทคโนโลยี FiT 2.0 ที่จะให้อิสระในควบคุมโทรศัพท์ได้มากกว่าผ่านขอบหน้าจอ พร้อมการใช้งานได้ราวกับมีเวทมนต์ที่ควบคุมประสานด้วยเทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์เข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงเทคโนโลยี NeoPower 2.0 และNeoVision 6.0 ระบบการถ่ายภาพแห่งโลกอนาคต  นอกจากนี้ภายในงาน จัดแสดงสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ยอดนิยม ได้แก่ nubia Z11 mini, nubia Z11 Max และ nubia N1 อีกด้วย

หลังจาก nubia ประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดอเมริกา ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคหลักอื่นๆทั่วโลกแล้ว ปี 2016 ได้แต่งตั้ง Cristiano Ronaldo เป็น Brand Ambassdor และ nubia ยังได้ร่วมลงนามเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Smart Hardware, Tech Data, The Phone House, Telecor, Alcampo, FNAC และ Leali เพื่อนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ nubia เข้าสู่ตลาดผู้บริโภคในยุโรป โดยประเทศหลักในกลุ่มยุโรปที่มีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน nubia ได้แก่ เยอรมนี สเปน อิตาลี สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) และรัสเซีย โดยมีการจัดจำหน่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ต่างๆ อาทิ Amazon, The Phone House, Media Saturn, Tech Data และอื่นๆ  อีกทั้ง nubia ได้เพิ่มการลงทุนในตลาดผู้บริโภคทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายชั้นนำ 3 รายใหญ่ๆ ในตลาดกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับการให้บริการ เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนชั้นนำต่อไป

ไอเดียเก๋! ดีไซน์กระป๋องชาเป็นรูปทรงหนังสือนวนิยาย

คุณมีหนังสือนวนิยายเล่มโปรดหรือไม่? ไอเดียแพคเกจดีไซน์นี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือนวนิยาย โดยบรรจุชาลงในกระป๋องรูปทรงหนังสือ ออบแบบลวดลายกระป๋องให้เหมือนปกหนังสือที่มีชื่อเรื่องและรูปภาพ โดยนำรสชาติของชามาจับคู่กับชื่อนวนิยายคลาสสิค เช่น War and Peach, The Picture of Earl Grey, Pride and Prppermint เป็นต้น ซึ่งตอนนี้มีมากกว่า 50 แบบ

Update: Prototype tin with artwork!

 

ที่มา : designtaxi