All posts by web content 1

รู้ได้อย่างไรใครเป็น Coach ตัวปลอม บนโลก Online

ใช้คำพูดเกินจริง – ความนิยมของสื่อ Online โดยเฉพาะ Social Media ส่งผลหลายด้าน ทั้งช่วยให้ผู้คนมีช่องทางในการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ระบายความในใจและรวมถึงสร้างอาชีพด้วย ขณะเดียวก็มีไม่น้อยที่ใช้สื่อ Online หาประโยชน์เข้าตัวบนความทุกข์ของผู้อื่น โดยสัญญานแรกของมิจฉาชีพเหล่านี้คือคำพูดเกินจริงทำนองว่า มีวิธีที่ทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีพันล้านในชั่วข้ามคืน หรือเคล็ดลับที่ช่วยให้น้ำหนักคุณหายไปได้ถึง 20 กิโลกรัมเพียงสัปดาห์แรกของการลดน้ำหนัก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรื่องเหล่านี้ขัดต่อสามัญสำนึก มีโอกาสที่จะเป็นจริงเพียง 1 ใน ล้าน ดังนั้นหากเจอประโยคเชิญชวนเกินจริงแบบนี้ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่านี่คือ Online Coach ตัวปลอม

เจ้าตัวทำไม่ได้อย่างที่พูด – กว่าที่จะบอก จะไปสอนใครได้ ครูหรือ Coach ต้องทดลองกับตัวเองมาแล้วว่าดีจริง หรือทำให้ดูเป็นตัวอย่างได้ เพื่อยืนยันว่าองค์ความรู้นี้ใช้ได้ผลจริง ดังนั้นเมื่อเห็น Coach บนสื่อ Social คนไหนบอกว่ามีเคล็ดลับอย่างนั้นอย่างนี้อย่าเพิ่งหลงเชื่อ จ่ายเงินค่าสมัครอมรมไป แต่ควรทำตัวเป็นนักสืบ Online หาข้อมูลว่าเจ้าตัวทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ มีประวัติและผลงานเด่นอย่างไร เช่นหากอ้างว่ามีเคล็ดดับสร้างยอด Like ได้หลักพัน แต่ Fanpage แทบไม่มีคนรู้จัก หรือบอกว่ามีสุดยอดเคล็ดลับลดน้ำหนักแต่ยังมีกินจุบจิบอยู่เลย ก็ให้สงสัยได้เช่นกันว่านี่คือ Online Coach ตัวปลอม

มีเล่ห์กลน่าเคลือบแคลง – สัญญานต่อมาที่บอกว่า Coach คนนั้นเป็นแค่ของปลอมทำเหมือน ไม่ใช่ของจริงชั้นดีคือ การเล่ห์กลทางจิตวิทยาต่างๆ เช่น การมีรูปนาฬิกานับถอยหลังเรือนใหญ่บนหน้า Website หรือของแจกของแถมมากผิดปกติ รวมถึงการกดดันให้เร่งลงสมัครและจ่ายเงิน โดยสัญญานี้จะปรากฏชัดกับ Coach คนใดก็ตามที่มีเงินหลายหลักเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นหากไม่อยากเสียรู้ ก็ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่านี่คือมิจฉาชีพบนโลก Online ไม่ใช่ผู้รู้ตัวจริง

เนื้อหาที่ดูได้ฟรีไม่สะดุดตา – Coach น้อยคนที่จะแบ่งปันความรู้บนโลก Online หรือ Social Media แบบฟรีๆ เพราะที่สุดแล้วส่วนใหญ่ต่างอยากต่อยอดทำเงินกันทั้งนั้น ดังนั้นเคล็ดลับ ทางลัดหรือแนวทางต่างๆ ที่ดูได้ฟรีเหล่านี้จึงทำหน้าที่ไม่ต่างจากอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารจานหลักหรือหนังตัวอย่างที่กระตุ้นให้อยากดูหนังเต็มเรื่อง อย่างไรก็ตามถ้าแค่ตัวอย่างยังไม่น่าสนใจ เนื้อหาที่เหลือทั้งหมดก็คงไม่น่าสนใจตามไปด้วย และเป็นไปได้ว่า Coach อาจไม่รู้จริงหรือเป็นแค่ตัวปลอม

พบว่ามีการโอ้อวดหรือเหยียดหยาม – ตามที่กล่าวไปแล้วว่า Coach ที่ใช้สื่อ Online เป็นที่แสดงองค์ความรู้ของตนให้คนส่วนใหญ่ได้เห็น ท้ายที่สุดคงหวังว่าจะสามารถทำประโยชน์จากความรู้เหล่านี้ในรูปของการจัดอมรมหรือการเป็นที่ปรึกษา ซึ่งผู้ที่สนใจย่อมต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าอมรม แต่หากพบว่ามีการโอ้อวดเกินจริงหรือสอบถามไปแล้วมีการดูถูกเหยียดหยาม รวมถึงท่าทีไม่สุภาพ ไร้มารยาทต่างๆ ควรฉุกคิดก่อนจ่ายเงินลงเข้าอบรม เพราะ Coach ตัวจริงย่อมมีลักษณะของครูที่พร้อมให้ความรู้ ไม่ดูถูกลูกศิษย์ ต่างจากตัวปลอมที่ทำตรงกันข้าม และการเสียเงินแล้วได้ประสบการณ์ที่แย่ๆ กลับมา ในมุมการลงทุนแล้วถือว่าขาดทุน / entrepreneur

สร้าง Content อย่างไร เรียกยอด Share ได้ไม่หยุด

พาดหัวน่าสนใจ – อยากได้ความสนใจก็ต้องทำให้น่าสนใจ สำหรับ Social Media แล้วการส่งต่อ (Share) คือหลักฐานยืนยันได้ดีที่สุดว่าเนื้อหา (Content) ของ Post นั้นน่าสนใจ แต่ก่อนจะได้ไปสัมผัสเนื้อหาด้านใน ด่านแรกที่ผู้อ่านต้องเจอคือพาดหัว ซึ่งถ้าพาดหัวเตะตา บางคนอาจ Share ก่อนเข้าไปอ่าน ส่วนถ้าพาดหัวแย่จะส่งผลเสียอย่างเป็นระบบ เพราะนอกยอด Share หดหาย แล้วยังทำให้การส่วนร่วม (Engagement) กับ Post และการเข้าถึง (Reach) ลดลงไปด้วย ดังนั้นพาดหัวที่ดีต้องกระชับ กระตุ้นความอยากรู้ หรือทำให้ฉุกคิดอย่างรวดเร็วพร้อมดึงให้เข้าไปอ่านอย่างช้าๆและไตร่ตรองต่อ (Think Fast and Slow) ซึ่งเป็นแนวทางที่ BuzzFeed – Website ข่าวนำมาใช้อย่างได้ผล จนแต่ละ Post มียอด Share เฉลี่ยแทบไม่เคยต่ำกว่า 500 เลย

ภาพที่ใช้สะดุดตา – ถัดจากพาดหัว ปัจจัยถัดมาที่กระตุ้นยอด Share ได้เช่นกันคือภาพ โดยภาพที่จะเรียกความสนใจผู้อ่านได้ต้องมีความคมชัด เชื่อมโยงกับ Content และควรสื่อความหมายได้ทันที ส่วน Video ก็สามารถนำไม่ใช้ได้เช่นกัน ซึ่งในเรื่องการใช้ภาพและวิดีโอบนสื่อ Social ต้องยกให้ Southwest Airline สายการบินราคาประหยัดในสหรัฐ ที่ใช้พลังภาพกระตุ้น ‘ต่อมอยากเที่ยว’ ได้ในทุก Campaign

รู้ใจ Follower – ควรคิดให้ดี พิจารณาให้รอบคอบในทุก Post ดังนั้นก่อนสร้าง Content ควรทำการบ้านว่าเหล่า Follower กำลังสนใจเรื่องอะไร หรือประเด็นไหนที่กำลังอยูในกระแส ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีและมีช่องทางมากมายให้สืบค้น ทั้งด้วยการสอบถามความคิดเห็น ทำวิจัยและใช้ Google – Search Engine ยอดฮิต โดย Content ที่ต่อยอดมาจากเรื่องเกาะกระแสเหล่านี้ แบรนด์อุ่นใจได้เลยว่า ยอด Share คงไม่ใช่จำนวนเพียงแค่หยิบมือแน่นอน

ใช้ประโยชน์จากจังหวะเวลา – อีกปัจจัยที่ขาดไม่ได้เพื่อการดันยอด Share ให้เพิ่มไม่หยุดคือจังหวะเวลา โดยแต่ละ Content จะได้รับความสนใจจากบรรดา Fanpage และ Follower แตกต่างกันไป เช่น Content เรื่องอาหารควร Post ก่อนหรือระหว่างเวลามื้ออาหาร ส่วน Content ท่องเที่ยวถ้า Post บ่ายวันศุกร์ก็จะสร้างยอด Share ได้พอสมควร นอกจากนี้ช่วงเวลาที่ยอดผู้ใช้สูงสุดของ Social Media แต่ละ Platform ที่ต่างกัน ก็เป็นประเด็นที่มองข้ามไม่ได้ โดย Facebook จะมียอด share ยอด Engagement สูงช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ต่างจาก Instagram ที่ยอดทั้งสองส่วนจะสูงช่วงเช้าวันจันทร์ ขณะที่ Twitter จะเกิดประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ หาก Post ตอนเที่ยงถึง 17 นาฬิกาของวันทำงาน เพราะเป็นช่วงที่ยอด Share และ Engagement สูงนั่นเอง

เห็นวิธีไหนประสบความสำเร็จลองทำตาม – เพราะความนิยมของ Social Media จึงมีหลายแบรนด์ที่ใช้เป็น Platform ในการประชาสัมพันธ์ แต่มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ปั้น Campaign เด่นๆ และเรียกยอด Share หลักร้อยหลักพันได้ทุก Post โดยความสำเร็จเหล่านี้หากนำมาปรับใช้หรือพลิกแพลง นอกจากทำให้ประสบความสำเร็จได้เช่นกันแล้ว ยังช่วยให้แบรนด์ ไม่ตก Trend และรู้ทันคู่แข่งอีกด้วย / entrepreneur

ภาพที่สร้างยอด Share ได้ดีบนโลก Social ต้องแบบนี้

ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน – ระหว่างภาพเก่าที่ผ่านตามมาแล้วหลายครั้งกับภาพใหม่ที่เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก แน่นอนว่าประเภทหลังย่อมเตะตาเหล่าผู้ใช้ Internet (Netizen) มากกว่า ไม่ว่าผ่าน Device แบบตั้งโต๊ะหรือพกพา ดังนั้นสิ่งที่แบรนด์ควรทำคือใช้ภาพใหม่หรือสร้างขึ้นเองแทนการพึ่งภาพเก่าซึ่งส่งต่อ (Share) กันมา รวมไปถึงภาพที่หาได้ง่ายผ่าน Search Engine เพราะการได้ Share ภาพใหม่เป็นคนแรกช่วยเสริมภาพลักษณ์บนโลก Online และสื่อ Social ขณะเดียวต้องใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยต่างของภาพแต่ละประเภทด้วย เช่น ภาพที่ใช้กับเนื้อหาแนวเคล็ดลับ (How To ,Lifehack) ควรเข้าใจง่ายในภาพเดียวผ่านขั้นตอนขอสังเขป หัวข้อหรือ Infographic ส่วนถ้าเป็นการยกคำพูดมาควรเน้นประโยคเด็ดหรือวรรคทองที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที

ไม่พลาด Trend ฮิต เรื่องฮอต – เพราะความมาไวไปไว การท่วมท้นของข้อมูลและข่าวสารมากมายที่โถมเข้าหาเราอยู่ตลอดเวลา ภาพใดก็ตามที่เป็นเรื่องทันกระแส เกาะติดสถานการณ์และถัดจากเรื่องที่เกิดขึ้นตามเวลาจริง (Real Time) ไม่นาน จึงเรียกความสนใจและกระตุ้นให้ Share บน Social Media ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหา (Pain Point) Post ที่มีทางออกหรือทางแก้ รับประกันได้เลยว่าว่ายอด Share จะมากกว่าที่คาดไว้ และเพื่อสร้างการตระหนักรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในความคิดผู้บริโภค ควรใส่ Logo ของแบรนด์เข้าไปบนภาพด้วย

สอดคล้องกับ Platform – Social Media กลายเป็นสื่อที่ทวีความสำคัญขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับคนยุคนี้ นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมตั้งแต่แบรนด์สินค้าไปถึงสำนักข่าวล้วนต้องมีบัญชีผู้ใช้ (User Account) บน ‘สังคมไร้สาย’ กันทั้งนั้น อย่างไรก็ตามแต่ละ Platform ก็จุดเด่นในการใช้ต่างกันไป ดังนั้นปัจจัยที่ทำให้ภาพถูก Share มากหรือน้อยจึงต่างกันด้วย โดยภาพที่ยอด Share สูงบน Facebook ส่วนใหญ่เป็นภาพที่ดูแล้วยิ้ม หัวเราะหรือสร้างแรงบันดาลใจ ส่วน Instagram ภาพเบื้องหลังหรือเผยให้เห็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่ใกล้วางตลาดจะดันยอด Share ได้ดีแม้ภาพไม่ชัดมากก็ตาม ต่างกับ Pinterest ที่ต้องเป็นภาพที่คมชัดเท่านั้นจึงทำยอด Share ได้ดี เพราะนี่เป็น Social Media ของผู้ที่ชื่นชอบความสร้างสรรค์และศิลปะ

มองแล้วกระตุ้นความอยากรู้ – ในวงการภาพยนตร์ หนังตัวอย่างถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นความอยากรู้ของผู้ชมและสร้างกระแสก่อนวันฉายจริง กับ Social Media การได้รับความสนใจก็สามารถชี้เป็นชี้ตายให้ Post นั้นได้เลย โดยภาพสามารถกระตุ้นความอยากรู้และดันยอด Share ได้มากสุด บน Social Media คือภาพสินค้าตัวอย่าง ภาพหลุดของผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เปิดตัว(ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ) รวมถึงภาพบางส่วนของ Campaign ซึ่งหากเลือกจุดที่น่าสนใจ จังหวะภาพดีและวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ยังสามารถนำยอด Share เป็น Viral Campaign ได้อีกด้วย

ทิ้งนัยสำคัญให้ตามต่อ – หลังเรียกความสนใจจาก Fanpage และเหล่า Follower ผ่านการส่งต่อ Post ให้เพื่อนในโลก Social ได้แล้ว สิ่งที่ควรทำถัดมาคือจะให้พวกเขามีส่วนร่วม (Engage) กับภาพนั้นอย่างไร เช่น แสดงความคิดเห็น ร่วม Campaign หรือหารายละเอียดเพิ่มได้จาก Website ซึ่งหากเป็นอย่างหลังควรแปะ Link ของ Website หรือหน้า Web เข้าไป เพื่อความสะดวกและดันให้ยอดการจราจรของข้อมูล (Traffic) เพิ่มขึ้น / entrepreneur

ใช้ Press Release อย่างไร ข่าวแบรนด์ไม่มีตกหล่น

เงียบไว้ก่อนถ้ายังไร้ความคืบหน้า – ขัดต่อความรู้สึกพอสมควรทีเดียวที่ความเงียบคือเคล็ดลับข้อแรกสำหรับการทำให้รูปแบบการประชาสัมพันธ์ที่ใช้กันมานานอย่างหมายข่าว (Press Release) เกิดประโยชน์สูงสุด แต่หากมองให้ดีนี่คือประเด็นที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน เพราะถ้าไร้มุมน่าสนใจ เป็นข่าวเก่าหรือเป็นแค่การประกาศให้รู้ถึงความสำเร็จเพียงเล็กน้อย รวมถึงกระจายข่าวแบบขาดการวางแผน ก็เป็นไปได้สูงที่บรรณาธิการจะมองข้าม ดังนั้นเงียบไว้จึงเป็นจึงเกิดประโยชน์กว่าเพราะอย่างน้อยก็ไม่ส่งผลต่อชื่อเสียงแบรนด์และไม่กระทบถึงความสัมพันธ์กับสื่อ

อย่าเซ้าซี้จี้ให้ลงข่าว – ยังอยู่ที่วิจารณญานของแบรนด์ซึ่งส่งผลสืบเนื่องต่อความสัมพันธ์กับสื่อไม่ว่าแขนงใดก็ตาม โดยความพยายามไม่ลดละจนถึงขั้นหน้ามืดตามัว กระตุ้นสื่อทุกช่องทางทางติดต่อ เพื่อจี้ให้นำ Press Release ไปใช้ให้ได้ ผลที่ตามมาอาจแย่กว่าที่คิด เป็นไปได้ว่าหากบรรณาธิการรำคาญขึ้นมาอาจมองข้ามข้อมูลทุกอย่างจากแบรนด์คุณในอนาคตเพื่อตัดปัญหา ซึ่งจะทำให้ช่องทางกระจายความคืบหน้าของแบรนด์ลดลงไปอย่างน่าเสียดาย

ใช้ประโยชน์จากสื่อ Online – โลกยังจะได้รู้ความเคลื่อนไหวบนPress Releaseของแบรนด์คุณได้แม้ถูกเมินจากสื่อหลักโดยสามารถคัดใจความสำคัญแบบที่อ่านง่าย เข้าใจได้ทันทีและอาจเสริมข้อเสริมความรู้ที่เป็นประโยชน์เข้าไปด้วย แล้ว Post บนสื่อ Online ต่างๆ ทั้ง Website ของแบรนด์เองหรือ Social Media ทั้งหลาย เพราะปัจจุบันนี่คือช่องทางรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ทวีความสำคัญขึ้นอย่างต่อเนื่องในมุมมองของบริโภค อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนช่องทางและรูปแบบในการเผยแพร่ข้อมูลครั้งนี้ต้องวางแผนและมีกลยุทธรองรับ เพื่อความถูกต้องและกระตุ้นให้เกิดการส่งต่อข้อมูลมากที่สุด

สำคัญที่กลุ่มเป้าหมายไม่ว่ามากน้อย – การสื่อสารจะครบวงจรได้ต้องประกอบไปด้วย ผู้ส่งสาร ข้อมูล สื่อและผู้รับสาร สำหรับองค์ประกอบ 2 อย่างหลังสุดแม้ถูกลดขนาดลงก็สามารถก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้เช่นกัน โดยแบรนด์สามารถนำแนวทางนี้มาใช้เป็นทางเลือกและต้องการให้ข้อมูลไปถึงกลุ่มเป้าหมายแม้เป็นกลุ่มเล็กก็ตาม เช่นแบรนด์ยานยนต์ส่ง Press Release ไปให้นิตยสารถยนต์ Website และ Facebook Fanpage ควบคู่ไปกับสื่อใหญ่ๆ อย่างหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ซึ่งนอกจากจะตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว การนำข้อมูลไปต่อยอดจากสื่อเฉพาะทางเหล่านี้อาจมีประสิทธิภาพกว่าสื่อใหญ่ๆ และสื่อเองก็ยินดีทำข่าวตาม Press Release มากกว่าด้วย เพราะมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ผู้อ่านสนใจนั่นเอง

เลือกมุมนำเสนอให้น่าสนใจ – ไม่ว่าเป็นการสื่อสารรูปแบบใดและในยุคสมัยไหน หากเนื้อหาน่าสนใจและนำเสนอได้ดี คงยากที่จะมีสื่อสำนักไหนมองข้ามได้ ซึ่งทั้งหมดต้องวางแผนมาเป็นอย่างดี เช่นหากเป็นแบรนด์ในอุตสาหกรรมก่อสร้างอาจให้ Technology ใหม่กับโครงการก่อสร้างโรงเรียนได้ใช้ โดยนอกจากได้ Promote ผลิตภัณฑ์แล้ว ยังส่งเสริมภาพลักษณ์ใส่ใจสังคมด้วย โดยใน Press Release ควรระบุข้อมูลสำคัญ ตั้งแต่ชื่อ Campaign ผลิตภัฑณ์และกำหนดการณ์ต่างๆให้ชัดเจน / marketingprofs

โทรฯแบบนี้สิได้ใจ ปิดการขายได้ทุกครั้ง

ทักทายอย่างสุภาพ – อย่าใจร้อน พูดกันได้ไม่กี่คำก็รีบเปิดการขายเลย เพราะหากเริ่มต้นไม่สวยแล้วก็ยากที่จะดำเนินการสนทนาได้อย่างราบรื่น โดยทุกครั้งเมื่อต้องติดต่องานลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์ให้เริ่มด้วยการทักทายอย่างสุภาพพร้อมชื่อ เช่น สวัสดีครับ/ค่ะ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ตั้งตัวก่อนและพร้อมสนทนาต่อ

ระบุชื่อบริษัท – ลำดับถัดมาหลังการทักทายก็ถึงเวลาให้ปลายสายได้รู้จักว่าคุณเป็นใครและทำงานให้กับบริษัทไหน เช่น ผมชื่อ A ครับทำงานอยู่บริษัท AA ซึ่งเชี่ยวชาญในด้าน AAA โดยในขั้นตอนนี้ควรเป็นข้อมูลคร่าวๆ และอย่าเพิ่งลงลึกในรายละเอียดหรือเผยหมดเปลือกว่าบริษัทคุณทำอะไร เพื่อกระตุ้นความอยากอยู่และผลักดันให้การเจรจายังเดินหน้าต่อไป เพราะเพราะทันทีที่ลูกค้าคิดว่าเป็นการเสียเวลา การคุยกันครั้งนี้จะจบลงด้วยประโยคเช่น “ไม่เป็นไร ของที่ใช้อยู่ดีอยู่แล้ว แค่นี้นะ” แล้ววางสายเลย ซึ่งน่าเสียดายมาก

ปิดทางตัดบทด้วยคำขอบคุณ – ถ้าปลายสายยังฟังต่อก็อย่าเงียบเพราะอาจทำให้ถูกตัดบท โดยเพื่อกันไม่ให้บทสนทนาหมดทางไปต่อ ควรขอบคุณลูกค้าที่ยังสละเวลารับฟังและให้คำมั่นว่าสิ่งที่จะได้ต่อจากนี้นั้นคุ้มค่า ด้วยประโยคว่า “ขอบคุณครับที่รับสาย และเปิดโอกาสให้ได้คุยกัน ผมรับรองว่าการสละของคุณครั้งนี้จะค่าแน่นอน” โดยเมื่อมาถึงจุดนี้ ย่อมเป็นสัญญานว่าลูกค้าพร้อมอยากรู้เต็มที่แล้วว่าจะได้อะไรการสนทนา

ทำให้เห็นประโยชน์ของการสนทนา – แล้วก็มาถึงช่วงสำคัญสุดที่คุณรอคอย เป็นเวลาให้คุณได้เผยรายละเอียดของสินค้าและบริการของบริษัท ที่คุณอยากให้ลูกค้าได้รู้และนำไปสู่การซื้อต่อไป โดยเคล็ดลับที่ช่วยให้คุณปิดการขายได้คือชี้ให้เห็นประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ผ่านประโยคเช่น “ถ้าผมมีวิธีช่วยให้คุณสะดวกสบายขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น คุณจะสนใจไหม?” เพราะเป็นการคลี่คลายปัญหาข้อติดขัด (Pain Point) ที่น้อยคนจะกล้าปฏิเสธนั่นเอง

หาโอกาสคุยต่อ – หากฟังแล้วสังเกตได้ว่าลูกค้ามีความสนใจและกระตือรือร้นแต่เวลาคุยกันครั้งนี้มีจำกัด ให้นัดเวลาคุยกันครั้งต่อไปได้เลย โดยควรเตรียมเพิ่มเติมที่ลูกค้าอยากรู้และรายละเอียดต่างๆไว้ให้พร้อม ให้จำไว้ว่าคราวนี้คุณเป็นฝ่ายรับและจะถูกลูกค้ารุกหนักด้วยคำถามมากมายแน่นอน แต่นี่คือสถานการณ์ Win Win ที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ เพราะฝ่ายลูกค้ามีแนวโน้มซื้อสินค้ามากขึ้นตามข้อมูลที่เพิ่มมา กลายเป็นลูกค้าประจำและอาจบอกต่อให้คนใกล้ชิดมาเป็นลูกค้าด้วย ส่วนฝ่ายพนักงานขายก็จะทำยอดได้เพิ่มขึ้น / entrepreneur

Pricing อย่างไร พาแบรนด์ให้ยิ่งดัง

แตกต่างด้วยรายละเอียด – ให้บอกถึงตัวเลขที่ส่งผลต่อรายรับ-รายจ่ายมากสุด คงไม่พ้นตัวเลขบนป้ายบอกราคา นี่เองทำให้การกำหนดราคา (Pricing) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอมตะที่ใช้ได้กับผู้บริโภคมาทุกยุคสมัย แน่นอนว่าสินค้าราคาถูกสามารถกระตุ้นยอดขายได้มากกว่า แต่ของแพงก็เป็นที่ต้องการได้เช่นกันหากลักษณะพิเศษ สี การตกแต่ง Feature และ Function ที่เพิ่มขึ้นตามนั้นคุ้มค่า ในอดีตPricing แบบนี้ถูกใช้มากสุดกับแบรนด์รถยนต์ แต่ปัจจุบันต้องรวมแบรนด์ Smartphone และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม (Operator) ก็ใช้อยู่เป็นประจำเช่นกัน

สร้างเงื่อนไขราคาเพื่อกระจายสินค้า – ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าของถูกมีภาษีในใจผู้บริโภคดีกว่าของแพง ทว่าสินค้าราคาต่ำกว่าปกติก็มีตัวเลขที่แฝงอยู่ อาจเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เงื่อนไขราคาดังกล่าวแบรนด์สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการ กระจายสินค้าไปให้ทั่วถึงตามสาขาต่างๆ ซึ่งในจำนวนนี้อาจมีบางสาขาที่อยู่ห่างไกลรวมอยู่ด้วย โดยเหตุที่ Pricing แบบนี้ไม่ทำให้ชื่อเสียงแบรนด์เสียเพราะเมื่อหักลบในใจแล้ว ผู้บริโภคยังเห็นว่าคุ้มค่าตราบใดที่คุณภาพสินค้าไม่ลดลงหรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ นอกจากนี้ในระยะยาวสาขาที่มีสินค้าหายากอาจกลายเป็นร้านประจำของกลุ่มผู้ที่ชอบสินค้าราคาประหยัดเพราะคุ้มค่าเมื่อซื้อในปริมาณมากหรือนักสะสมที่ชอบสินค้าหายากด้วย

ใช้ช่วงเวลาพิเศษลด-แลก-แจก-แถม – ไม่มีแบรนด์ค้าปลีกใดหลีกพ้นปัญหาสินค้าขายไม่ออกหรือค้างสต็อกไปได้ โดยช่วงเวลาดีที่สุดในคลายปัญหาดังกล่าวคือการลดราคาช่วงเทศกาลจับจ่ายท้ายปีนั่นเอง โดย Pricing แบบนี้เมื่อใช้ควบคู่กับกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย (Promotion) แลก-แจก-แถม ต่างๆ ยังดันให้ยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้นด้วย

ให้ราคากำหนดการรับรู้ของลูกค้า – เมื่อวางจำหน่ายในตลาดต่างกัน ราคาของสินค้าย่อมต่างกันไปด้วย แม้เป็นสินค้าชนิดเดียวกันก็ตาม แบรนด์ที่ราคาสูงและ Package สวยงามย่อมทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่า แบรนด์กำหนดให้สินค้าอยู่ตำแหน่งใดและแตกต่างจากคู่แข่งมากน้อยแค่ไหน ในทางตรงข้ามหากตั้งราคาไว้ถูกเกินไปภาพลักษณ์อาจเสื่อมเสียได้ ดังนั้นควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อน Pricing ทุกครั้ง

สิทธิพิเศษของผู้มาก่อน – ขึ้น/ลง รุ่งเรือง/ร่วงโรย เป็นวัฎจักรของทุกกิจการ โดยนอกจากเข้าใจความจริงข้อดีที่สุดแล้ว แบรนด์ร้านอาหารและแบรนด์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยังใช้สร้างโอกาสจากช่วงลูกค้าน้อยที่สุดอีกด้วย ยืนยันได้จากร้านอาหารที่ใช้ส่วนลดดึงดูดคนให้เข้าร้านยามเช้าหรือบ่ายช่วงลูกค้าน้อย รวมถึงเมนูพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาก่อน ขณะที่โรงแรมและสายการบินก็จัด Promotion ช่วงที่ไม่ฤดูท่องเที่ยวอยู่ (Low Season) อยู่เสมอ โดยแน่นอนว่า Pricing แบบนี้มีกรอบเวลาจำกัดจึงทำให้ผู้ที่ได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวคือผู้ที่มาก่อนนั่นเอง / entrepreneur

ทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้ามาเพิ่มขึ้นจนแน่นร้าน

กระจกหน้าร้านต้องสะอาด – ระหว่างคนแต่งตัวเรียบร้อยสะอาดสะอ้านและคนที่ผมเพ้ารุงรังเสื้อผ้ายับย่นยู่ยี่ คุณจะยินดีเข้าไปคุยกับคนไหนมากกว่ากัน แน่นอนว่าจากภาพลักษณ์ของคนแรก คุณคงสะดวกใจในการเปิดบทสนทนามากกว่า สำหรับบริบทของผู้ประกอบกิจการ ร้านที่กระจกหน้าร้านใสสะอาดช่วยให้เห็นสินค้าเมื่อมองจากด้านนอกอย่างชัดเจน ย่อมสามารถดึงดูดให้ลูกค้าเดินเข้ามาเลือกชมผลิตภัณฑ์ได้มากกว่าร้านที่กระจกขมุกขมัวทั่วไปหมด และมีของวางระเกะระกะ ดังนั้นควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร้านทั้งด้านในและด้านนอกอยู่เสมอ

สร้างบรรยากาศน่า Shopping – หลังเข้ามาในร้านแล้วก็เป็นหน้าที่ของการตกแต่ง สินค้าและพนักงานที่ทำจะช่วยกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการจับจ่ายใช้สอยและทำให้ลูกค้ารู้สึกดีตลอดเวลาที่อยู่ในร้าน โดยองค์ประกอบที่เป็นวัตถุต่างๆ สามารถปรับเปลี่ยนได้ ส่วนพนักงานขึ้นอยู่กับการเลือกของเจ้าของร้าน แน่นอนว่าควรเลือกคนที่มีใจรักการบริการ มนุษยสัมพันธ์ดี พูดจาฉะฉานและให้ข้อมูลของสินค้าได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถฝึกฝนได้

อย่ามองข้ามสื่อ Online – เครือข่ายการสื่อสารที่ครอบคลุมและความสะดวกในการใช้ Mobile Device ทำให้สื่อ Online เข้าถึงทุกคน จนสื่อไร้สายที่เราเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลานี้ทวีความสำคัญต่อธุรกิจทุกแขนง โดยเจ้าของกิจการที่มีหน้าร้านสามารถใช้ Website และ Social Media เป็นช่องทางติดต่อ แจ้งข้อมูลข่าวสาร (Promotion) และอำนวยความสะดวกต่างๆ (บริการส่งสินค้าถึงบ้าน) ซึ่งทั้งหมดจะหนุนให้จำนวนลูกค้าที่เข้าร้านเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

หาโอกาสจัดกิจกรรม – ความครึกครื้นมีชีวิตชีวาผ่านกิจกรรมต่างๆ เป็นอีกวิธีที่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น ยืนยันได้จากการจราจรของลูกค้าที่เข้ามาในร้าน (Walk-In Traffic) ที่หนาแน่นขึ้นไม่นานเมื่อมีการจัดกิจกรรมขึ้น เช่น การลดราคาสินค้า เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการจัดงานวันเกิดในกรณีที่เป็นร้านอาหารและภัตตาคาร โดยจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นนี้ ย่อมทำให้โอกาสในการขายสินค้าและยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามมา / lifehack

ทำ Influencer Marketing ให้ดังต้องระวังหลุมพรางเหล่านี้

ลืมว่าไม่ได้ทำงานกับคนสื่อมีอาชีพ – สิ่งที่ทำให้ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Influencer) พิเศษคือความเชี่ยวชาญและรู้จริงในประเด็นที่ตนสนใจ ซึ่งแน่นอนว่าทุกครั้งที่พูดหรือแสดงคิดเห็นต้องมีคนฟังไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่พวกเขาไม่ได้ชำนาญเรื่องการตลาด เข้าใจโลกของสื่อสารมวลชนและ Social Media นี่จึงเป็นหน้าที่ของฝ่าย Marketing และแบรนด์ในการวางแผนร่วมกัน เช่น ประเด็นที่จะใช้ รูปแบบโฆษณาที่จะใช้และกำหนดเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ Campaign ประสบผลสำเร็จสูงสุด

ชะล่าใจไม่ติดตามผล – ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนให้ Influencer หรือไม่และอย่างไร แบรนด์ก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจปล่อยให้ เป็นหน้าที่ของ Influencer ทั้งหมดได้ และโลกสวยหวังว่าพลังของ Influencer เพียงอย่างเดียว จะดันแบรนด์ให้ดัง เพราะทุก Campaign ที่ออกไปมีภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภคและส่วนแบ่งตลาดเป็นเดิมพัน ดังนั้นเมื่อทำ Influencer Marketing Campaign ทุกครั้งแบรนด์ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องและติดตามผลด้วย โดยปัจจุบัน Social Media ทำให้ทราบผลของ Campaign ง่ายขึ้นมากผ่าน ยอด Like ยอด Share และภาพแสดงความรู้สึก (Emoji) ต่างๆ

พึ่งพาคนดังมากเกินไป – ผิดจากนี้ไปไม่มากถ้าจะกล่าวว่าผู้บริโภคสมัยนี้รู้ทันแบรนด์และ Campaign มากขึ้น จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมบางครั้ง Influencer Marketing ที่ใช้คนมีชื่อเสียง เช่น นักแสดงหรือบุคคลในสังคมชั้นสูง (Hi So) ถึงไม่ ‘ปัง’ ดังที่หวัง โดยทางออกจากหลุมพรางนี้คือการหันไปทาบทามบรรดา Micro Influencer และ Mid Tier Influencer ที่แม้จะมีอิทธิพลทางความคิดและผู้ติดตามไม่มากเท่าคนดังเบอร์ต้นๆ ทั้งหลายของแต่ละวงการ แต่แฟนคลับของพวกเขาก็เหนียวแน่นกว่า และความที่ยังไม่ดังมาก ทำให้แบรนด์ประหยัดงบในการทำ Campaign ไปได้มากทีเดียว

ใจร้อนอยากเห็นผลไวๆ – เตรียมผิดหวังได้เลยถ้าแบรนด์ไหน อยากให้ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืน ดเพราะ Campaign ลักษณะนี้ต้องใช้เวลาเช่นกันไม่ต่างจาก Campaign แบบอื่น ทั้งให้ Influencer สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค และเลือกรูปการสื่อสารที่เหล่าแฟนคลับรับได้ โดยในทางกลับกันแบรนด์ก็ต้องบริหารความสัมพันธ์กับ Influencer และติดตามดู Influencer ที่เลือกมาว่าให้รักษาภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับแบรนด์ไปจนจบ Campaign ด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องใช้ระยะเวลา

หวังใช้เงินซื้อความสำเร็จ – ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Influencer Marketing ไม่ต่างจาก Campaign แบบอื่นที่ต้องใช้เวลาและองค์ประกอบอีกมากมายเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งเป็นที่จดจำของผู้บริโภค เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างผลประกอบการที่ประทับใจ ดังนั้นการทุ่มเงินลงไปอย่างเดียวจึงไม่ได้ทำให้ Campaign ประสบความสำเร็จ / entrepreneur

 

ทำไมต้องก้าวออกจาก Comfort Zone

ได้พัฒนาขีดความสามารถ – งานสบายที่ทำเสร็จได้ง่ายๆ กับงานยากต้องการทักษะใหม่ คนที่ติดอยู่ใน Comfort Zone คงเลือกอย่างแรก เพราะหวังแค่ไม่ต้องเหนื่อยแรงและมีเวลานั่งพักซึ่งเป็นเพียงประโยชน์ระยะสั้น แต่ถ้าใครกล้าเผชิญความท้าทายกับงานประเภทหลัง ผลตอบแทนคือการได้พัฒนาขีดความสามารถ ได้ขัดเกลาฝีมือที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต และและแน่นอนผลงานที่โดดเด่นกว่าผู้อื่น

พาให้ก้าวหน้าและเติบโ – จำครั้งยังเด็กได้ไหมที่ความอยากรู้ทำให้ทุกคนกล้าสำรวจสิ่งรอบตัว แต่เมื่อเลขวัยมากขึ้นคนส่วนใหญ่กลับหันหน้าหนีอุปสรรคและกลัวความล้มเหลว อย่างไรก็ตามไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น โดยถ้าคุณกล้าออกจาก Comfort Zone ยอมเสี่ยงและพร้อมลุยกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยบ้าง อย่างน้อยคุณก็จะมีควาามก้าวหน้า ได้เรียนรู้สิ่งใหม่และพัฒนาบุคลลิกภาพให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น นี่เองเป็นเหตุผลว่าทำไมใครที่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ตั้งแต่เด็กจึงดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน

เป็นเวลาปลุกพลังสร้างสรรค์ – ไม่มีทางที่ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดจากการทำอะไรในกรอบ ดังนั้นการพาตัวเองออกจาก Comfort Zone จึงเป็นวิธีดีที่สุดในการเพิ่มความสามารถในการแก้ปัญหาและยังช่วยผลักดันคุณให้ไปสู่ความสำเร็จได้เร็วขึ้นพร้อม ประสิทธิภาพที่โดดเด่นกว่าคนที่ยึดติดกับความคุ้นเคยหรือล็อคตัวเองอยู่กับสภาพแวดล้อมเดิมๆ ยืนยันได้จากผลการศึกษาในสหรัฐเมื่อปี 2012 ที่ว่า นักเรียนที่เคยไปเรียนต่างประเทศจะมีทำคะแนนในวิชาที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่าเพื่อนระดับเดียวกันที่ไม่เคยไปต่างแดนเลย

ความสนุกที่ทำตามมาเป็นยาชลอวัย – หากวัยล่วงไปแล้วสมองไม่ได้รับการพัฒนาและขาดการรับรู้เรื่องราวใหม่ๆ อาการหลงลืมและโรคความจำเสื่อมก็จะตามมา แต่ถ้าหมั่น Update ข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอและลองทำอะไรที่ไม่คุ้นเคยบ้างนอกจากทำให้คุณทันโลกและเพิ่มพลังสมองอยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังช่วยชลอวัยด้วยเพราะการเปิดรับสิ่งใหม่และออกจาก Comfort Zone พาให้คุณได้ขยับตัวและเข้าสังคมทั้งกับคนหัวทันสมัยด้วยกันและคนรุ่นหลังนั่นเอง / entrepreneur

รู้ได้อย่างไรว่าติดอยู่ในกับดัก Comfort Zone

บรรลุทุกเป้าหมายอย่างง่ายดาย – ความรู้สึกที่จะได้เพิ่มมาทุกครั้งหลังทำสิ่งไหนซ้ำๆเดิมๆ คือความคุ้นเคย มันคงไม่เป็นอะไรถ้าเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน เพราะหากว่าเกี่ยว การบรรลุเป้าหมายได้ทุกครั้งที่ตั้งไว้ ทั้งรายวัน รายเดือน หรือแม้กระทั่งเป้าใหญ่ของปี ผลกระทบที่เกิดคือคุณอาจเฉยๆกับความสำเร็จและหมดความท้าทาย หรือเรียกอีกอย่างว่าติดกับดัก Comfort Zone นั่นเอง ถ้าเริ่มรู้สึกว่าตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวให้เพิ่มระดับความยากของเป้าหมายและขยับเส้นตายให้กระชั้นกว่าเดิม เพื่อทลายขีดจำกัดของตัวเอง โดยหากไม่ถึงปลายทางที่ตั้งไว้ก็ไม่ต้องเสียใจไป เนื่องจากอย่างน้อยก็เป็นโอกาสให้ได้ทดสอบตัวเองและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่อาจนำมาใช้ได้ในภายภาคหน้า

ไม่วางใจให้ใครเป็นผู้ช่วย – สัญญานต่อมาของการติดกับดัก Comfort Zone คือการคิดว่าตัวเองเก่งไปหมด ทำทุกอย่างได้เอง แต่รู้หรือไม่ กรอบความคิดแบบนี้จะฉุดคุณไม่ให้ไปลองทำสิ่งใหม่ ใช้เวลาหมดไปกับเรื่องเดิม จนไฟในการสร้างสรรค์มอดแบบไม่รู้ตัว โดยวิธีที่จะพาคุณให้ออกจากหล่มนี้ได้คือ การหาใครสักคนที่ไว้ใจได้ให้ทำงานแทน อาจเป็นงานจุกจิก เรื่องที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้านหรืองานที่มีระดับความสำคัญรองลงมา สำหรับประโยชน์จากการมอบหมายงาน นอกจากเปิดโอกาสให้คุณได้ไปหาความท้าทายใหม่ๆ แล้ว ยังช่วยลดความเครียดและเพิ่มทักษะด้านการบริหารจัดการอีกด้วย

ถูกมองผ่านทั้งที่อยู่มานาน – Internet ,Social Media และ Mobile Device ส่งผลให้ชีวิตคนยุคนี้คลับเคลื่อนไปข้างหน้าเร็วขึ้นจึงกระทบสืบเนื่องไปถึงข้อมูลและองค์ความรู้ต่างๆ ที่จะล้าสมัยเร็วขึ้นถ้ามีข้อมูลใหม่มาหักล้าง นั่นหมายความว่าต่อให้คุณอยู่มานานแค่ไหนและเคยเป็นคนสำคัญในวงการใดก็ตาม ถ้าไม่พัฒนา ปรับตัวหรือสร้าง Updated Version จากของเดิม ก็เป็นไปได้สูงว่าคุณจะถูกมองข้ามและต้องมานั่งเศร้าอยู่ในกัปดัก Comfort Zone ได้เร็วขึ้นเช่นกัน โดยเพื่อไม่ให้ต้องมาเจ็บใจกับผลเสียจากความคุ้นเคยในข้อนี้ คุณต้องหมั่นหาความรู้ใหม่ๆ นำมาเชื่อมโยงกับความรู้เดิม แล้วใช้ Social Media ให้เป็น

หลับได้สนิทไม่มีเรื่องวนอยู่ความคิด – คนที่ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ ย่อมมีอะไรให้ทำอยู่ตลอดถึงขนาดเก็บไปฝัน ต่างจากคนที่พึงพอใจกับความสำเร็จเดิมๆ ทักษะเก่าๆ ใน Comfort Zone โดยถ้าคุณเป็นประเภทหลังก็ถึงคราวเปลี่ยนแปลงด้วยการกล้าตั้งเป้าหมายใหม่และยิ่งใหญ่กว่าเดิม ซึ่งประโยชน์ที่ได้คือศักยภาพในการทำงานที่เพิ่มขึ้นและแก้ไขปัญหาดีขึ้นไม่ว่าเรื่องก็ตาม / entrepreneur