All posts by web content 1

เติมไฟอย่างไร เมื่อเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำงานวันหยุด

ปรับเปลี่ยนพื่นที่ทำงาน – เป็นใครก็คงทำใจยากหากได้รู้ว่าวันหยุดยังต้องทำงาน เพราะข่าวร้ายดังกล่าวทำให้แผนพักผ่อนที่วางไว้ถูกพับเก็บและสมาชิกร่วม Holiday Trip ต้องนั่งแกร่วที่ไม่ได้ไปไหน แต่โลกการทำงานก็เป็นแบบนี้ บทงานจะเข้าขึ้นมาบางทีก็ไม่เลือกเวลา ไม่สนว่ากว่างานจะเสร็จคนทำต้องเสียสละอะไรไปบ้างหรือทุ่มแค่ไหน โดยวิธีแรกที่ช่วยปลุกไฟหากเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำงานในวันหยุดคือ การปรับเปลี่ยนพื้นทำงานเล็กๆน้อยๆ เช่นเปลี่ยนตำแหน่งข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะและภาพ Screen Saver บนจอ Computer หรือหากเป็นไปควรเปลี่ยนที่นั่งทำงาน เพื่อให้ได้รู้สึกสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ลดความเบื่อหน่าย และปรับทัศนคติ ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามผลการศึกษาด้านจิตวิทยาที่ว่า ทัศนคติและมุมมองของคนเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่รอบตัว หากปรับบริบทแวดล้อมให้ต่างจากเดิม นิสัย พฤติกรรมและทัศนคติก็จะเปลี่ยนไปด้วย

ขจัดความจำเจออกจากตารางงาน – ประโยชน์ของการคาดเดาได้และอะไรที่เป็นกิจวัตรคือสร้างความอุ่นใจ แต่การยึดติดกับสภาพความเป็นอยู่ (Status Quo Bias) จะส่งผลเสียทันทีถ้ามีเรื่องให้การปรับเปลี่ยนชั่วคราวที่วางแผนอย่างวันหยุดหรือการพักร้อนไม่เกิดขึ้น โดยวิธีถัดมาที่ช่วยปลุกไฟทำงานในวันหยุดคือปรับตารางงานและกิจวัตรของวันนั้นให้ต่างไปจากเดิม เช่นถ้าปกติเข้าบ่ายให้ลองเปลี่ยนไปเข้ากะเช้า หรือเปลี่ยนจาก Computer มาใช้กระดาษกับปากกาในการจดบันทึกบ้างเพื่อให้สมองได้รับรู้ถึงสิ่งใหม่และเรียกคืนความคิดสร้างสรรค์ให้กลับมา

อย่าติดกับโลก Online นานเกินไป – ชีวิตการทำงานที่ผูกติดกับโลก Online กับ Mobile Device รวมถึงเครือข่ายการสื่อสารที่ครอบคลมทั่วถึง ทำให้ยากเหลือเกินที่จะทำงานแบบ Offline 100% แต่ก็ไม่ใช่ว่าทำจะไม่ได้เลย โดยการตัดจากโลก Online บ้างช่วยให้คุณทำงานอย่างมีสมาธิมากขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจดู Email ที่เข้ามาหรือพะวงกับความเคลื่อนไหวบน Social Media ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ได้อยู่นิ่งๆ บ้าง เมื่ออยากพักสมองและสายตาระหว่างทำงานในวันหยุดที่อัตราเร่งของงานน้อยกว่าปกติ ซึ่งหากติดเป็นนิสัยและทำได้ในวันทำงานปกติด้วยจะส่งผลให้ประสิทธิภาพงานโดยรวมดีขึ้น / themuse

เยียวยาตัวเองอย่างไร หากไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง

สงบอารมณ์ให้เย็นลงก่อน – จะโกรธ อิจฉา ผิดหวัง หรือน้อยเหนือต่ำใจแค่ไหน หลังถูกมองข้ามในการเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ ก็ปล่อยมาให้เต็มที่ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการอยู่ในมุมสงบเงียบๆคนเดียว หรือปลดปล่อยให้เพื่อนร่วมงานที่สนิทคนในครอบครัวฟัง รวมถึงลงกับกีฬาหรือกิจกรรมเรียกเหงื่อ เพราะยิ่งเก็บความรู้สึกลบนี้ไว้คนเดียวอาจบั่นทอนกำลังใจและสมาธิการทำงานระยะยาว จนพาลให้เรื่องอื่นในชีวิตเสียไปหมด แต่ก็อย่าให้นานเกินไปเนื่องจากที่สุดแล้วคุณยังต้องทำงานเพื่อเลี้ยงชีพและความครัวต่อไป

กล้าถามหัวหน้าว่ามีจุดไหนต้องปรับปรุง – แม้อุณหภูมิอารมณ์เย็นลงและสติกลับมาจนสามารถทำงานได้แล้ว แต่ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเรา คงยากที่ประสิทธิภาพงานจะเต็ม 100 ได้เหมือนเดิม ดังนั้นเพื่อคลายอาการคาใจนี้ให้รวบรวมความกล้าไปถามหัวหน้าว่าจุดไหนบ้างที่ตัวคุณต้องปรับปรุง โดยผลดีที่จะเกิดขึ้นกับทั้งตัวคุณเองและบริษัท ขณะเดียวกันยังทำให้หัวหน้าเห็นว่าคุณเป็นมืออาชีพ อยากทำให้ส่วนตัวและส่วนรวมก้าวหน้าไปพร้อมกัน

ได้คำตอบแล้วเดินหน้าพัฒนาตัวเอง – อย่าปล่อยให้คำแนะนำที่ได้มาจากหัวหน้าต้องสูญเปล่า ควรเร่งนำมาใช้พัฒนาตัวเองผ่านการเสริมจุดดีและขจัดจุดอ่อน เชื่อเถอะถ้าคุณทุ่มเททำผลงานจนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าการเมืองในองค์กร ไม่ว่าเด็กเส้นก็ต้องหลีกทางให้ หรืออย่างน้อยก็จะเป็นบันไดพาให้ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งที่หมายตาไว้ขึ้นอีกขั้น

หาความท้าทายใหม่ถ้าอะไรยังไม่ดีขึ้น – เมื่อผิดหวังบ่อยๆ เข้าหรือไม่ไหวกับปัญหาใน Office และเงื่อนไขมากมายที่ฉุดคุณไม่ให้ได้เลื่อนขั้นสักที ให้บอกกับตัวเองว่า “หมดเวลาโลกสวยและถึงเวลามองความเป็นจริง” เพื่อให้คิดวางแผนอย่างรอบคอบว่าจะออกไปหาความท้าทายใหม่กับบริษัทไหนดีหรืออาจเป็นการเปลี่ยนสายงานใหม่ แต่ทั้งหมดต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน เพราะคงไม่มีอยากผิดหวังบ่อยๆ และการตัดสินใจครั้งนี้อาจไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตคุณเพียงคนเดียว / themuse

ต้องถามตัวเองอย่างไรจึงจะไม่อิจฉาเพื่อนร่วมงานที่ก้าวหน้ากว่า

“รับมือไหวไหม ถ้าต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม?” – ระหว่างทางชีวิต คงไม่มีใครสมหวังได้ตลอด ซึ่งในโลกการทำงานเรื่องที่สร้างความผิดหวังได้มากสุดคือการที่คนอื่นได้เลื่อนขึ้นไปอยู่ตำแหน่งที่คุณหมายตาไว้ เจอเข้าแบบนี้ไม่ว่าใครก็ต้องอิจฉาคนที่ได้ดีกว่าทั้งนั้น โดยคำถามแรกที่หากถามตัวเองแล้วจะสามารถทุเลาอุณหภูมิอารมณ์ได้คือ “รับมือไหวไหม ถ้าต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม?” เพราะจะทำให้คุณได้ไตร่ตรองว่าแท้จริงแล้วคุณอาจยังไม่พร้อมรับมือกับภาระหน้าที่อันมากขึ้น อย่างหัวหน้าแผนกที่นอกจากทำงานตัวเองแล้ว ยังต้องจัดการงานทั้งแผนก บริหารคน ดำเนินการประชุมและสรุปผลงานอีกด้วย จากนั้นให้มุ่งมั่นสร้างผลงาน เพื่อให้การปรับเปลี่ยนตำแหน่งคราวหน้าจะเป็นทีของคุณบ้าง

“อยากเลื่อนตำแหน่งบ้างต้องทำอย่างไร?” – อะไรที่ร้อนล้วนสามารถแปรให้เป็นพลังงานได้ทั้งนั้น รวมถึงอารมณ์อิจฉาด้วย โดยแทนการปล่อยให้มันแผดเผาใจ คงเป็นประโยชน์กว่าถ้าใช้เป็นเชื้อเพลิงผลักดันตัวเองให้ได้เทียบเท่าหรือเหนือว่าคนที่แซงคุณได้ในวันนี้ ซึ่งนำมาสู่คำถามถัดมาที่คุณควรถามตัวเองว่า “อยากเลื่อนตำแหน่งบ้างต้องทำอย่างไร?” อาจเป็นการมุมานะพยายามให้หนักกว่าเดิม หาความรู้เพิ่มเติม เปลี่ยนทิศทางการทำงานหรือเข้าหาหัวหน้ามากขึ้น

“ข้อดีข้อด้อยของตัวเองคืออะไร?” – อย่าปล่อยให้ความอิจฉาบังตา มองคนที่ได้ดีกว่าในทางร้ายไปเสียหมดจนลืมหันมามองตัวเองพร้อมถามว่า “มีข้อดีข้อด้อยอะไรบ้าง?” โดยสัดส่วนของคำตอบที่ได้มักเอียงไปทางข้อดีมากกว่า ดังนั้นให้ใช้คำถามเดียวกัน ถามเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า และคนในครอบครัวด้วย เพราะพวกเขาจะสามารถชี้จุดบอดที่คุณเองมองข้าม ซึ่งหลังรวบรวมข้อมูลได้แล้ว ข้อไหนดีก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ส่วนข้อไหนด้อยควรเร่งขจัดให้หมดไปเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน

“อยากพัฒนาตัวเอง ต้องปรึกษาใครบ้าง?” – หลังทราบจุดดีจุดด้อยของตัวเองแล้วก็ถึงเวลาหาที่ปรึกษา ผ่านคำถามว่า “อยากพัฒนาตัวเอง ต้องปรึกษาใครบ้าง?” เพราะในบริบทการทำงานมีอีกหลายองค์ประกอบที่ช่วยทำให้คุณเป็นพนักงานทรงคุณค่าขององค์กร โดยที่ปรึกษาที่คุณจะได้พบส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาวุโสกว่าและตำแหน่งงานเหนือกว่าที่พร้อมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้สามารถใช้เป็นแนวทางพาให้คุณก้าวหน้าในทางที่ถูกต้องและไม่สะดุดล้มกลางทาง จนเมื่อประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ คนที่เคยแซงหน้าคุณไปอาจเป็นฝ่ายที่ต้องอิจฉาคุณบ้าง / themuse

ทำงานแบบนี้สิเข้าตานาย พาให้ก้าวหน้าเร็วที่คิด

อาสาทำงานสำคัญที่ถูกมองข้าม – เมื่อขอแค่ดีพอใช้ แต่ผลงานที่ออกมากลับยอดเยี่ยม เป็นใครก็ต้องปลื้มและประทับใจทั้งนั้น ซึ่งถ้าเป็นเรื่องงานลูกน้องที่ทำงานได้ดีเกินคาด คือคุณสมบัติแรกของที่หัวหน้าทุกคนมองหา เพราะนั่นหมายความว่ามีความใส่ใจกับในรายละเอียดมากกว่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่น โดยวิธีแรกเพื่อส่งให้คุณเป็นคนที่เข้าตานายคือ การอาสาทำงานสำคัญที่ถูกมองข้าม อาจเป็นได้ทั้งการปิดทองหลังพระ ทำโดยไม่บอกใครหากเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม หรือเอ่ยปากขอรับงานเองในที่ประชุม แน่นอนว่านี่จะทำให้คุณเหนื่อยกว่าคนอื่น และเวลาพักผ่อนลดลงไปบ้าง ทว่าเมื่อบ่อยเข้า หัวหน้าก็จะเห็นความทุ่มเท ได้รับการชื่นชมจากเพื่อนร่วมงาน และปลายปีอาจมีข่าวดีจากการเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือนก็เป็นได้

กระหายความก้าวหน้ามากกว่าตัวเงิน – ลงทุนลงแรงอะไรไปแล้ว ใครบ้างไม่อยากได้ผลตอบแทน โดยในโลกการทำงานผลตอบแทนที่จับต้องได้มากสุดคือ เงินเดือนหรือ Bonus แต่บางครั้งตัวเงินอาจเป็นเพียงของแถมระหว่างทาง เพราะสิ่งที่มีค่ามากกว่าในระยะยาวคือความก้าวหน้า ดังนั้นเมื่อได้รับมอบหมายงานไม่คุ้นและยากกว่าที่เคย ให้ยิ้มรับด้วยความยินดี แล้วมุ่งมั่นทำจนเสร็จ เชื่อสิในระยะยาว ลูกน้องที่เก่งรอบด้านและทำงานที่สั่งได้สำเร็จทุกครั้งแบบนี้ จะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนเข้าตาหัวหน้าและมีความก้าวหน้าในสายงานมากกว่าคนอื่น

มุ่งพัฒนาทักษะใหม่ๆอยู่เสมอ – ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่าตัวคุณเองนั้นแหละ เป็นโครงการใหญ่ที่ควรลงทุนมากสุดตลอดชีวิตการทำงาน โดยการลงทุนที่ว่ามามาจากการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ผ่านการหาความรู้ใหม่ๆ ศึกษาเพิ่มเติม และออกจาก Comfort Zone ลองทำงานที่ไม่คุ้นเคยบ้าง แน่ใจได้เลยว่านี่คือการลงทุนแสนคุ้มค่าไม่ว่ามองจากมุมไหน เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าในระยะยาวจะทำให้คุณเก่งหลายด้าน และจะเป็นชื่อลำดับต้นๆ ในใจหัวหน้า ทุกครั้งเมื่อมีการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งหรือขึ้นเงินเดือน

ไม่กลัวโครงการระยะยาว – ธรรมชาติของงานระยะยาวคือความซับซ้อน ต้องเกี่ยวข้องกับคนหมู่มากและใช้ทรัพยากรไม่ใช่น้อย รวมถึงต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้ชะล่าใจกับกำหนดส่งงานที่ยังมาไม่ถึงด้วย โดยเมื่อได้รับมอบหมายงานลักษณะนี้ อย่าไปกลัวเพราะกว่างานจะเสร็จคุณจะได้เพิ่มพูนทักษะหลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการ ประสานงานและคอยระวังไม่ให้ระดับความมุ่งมั่นลดลง ซึ่งถ้าคุณผลงานออกมาดี ก็มีความเป็นได้สูงที่คุณจะได้รับมอบหมายงานสำคัญขึ้นกว่าเดิมในครั้งต่อไป และทั้งตำแหน่งกับเงินเดือนอาจขยับขึ้นตามไปด้วย

มีงานใหญ่ขอเป็นกำลังหลัก – หลังทำงานมาได้สักระยะและสั่งสมประสบการณ์มาพอสมควร คุณควรลองเป็นกำลังหลักในงานใหญ่ของบริษัทดูบ้าง เพราะนอกจากเพื่อพิสูจน์ฝีมือและทดสอบตัวเองแล้ว ยังเป็นการแสดงให้หัวหน้ารู้ว่าคุณพร้อมแล้วสำหรับการงานที่ยากขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งหลังได้ไฟเขียวในการทำงานให้ทุ่มเต็มที่และใช้เป็นโอกาสแสดงให้คนในองค์กรรู้ว่าคุณก็เป็นพนักงานทรงคุณค่าเช่นกัน เชื่อเถอะงานแรกที่คุณรับบทนำส่วนใหญ่จะออกมาดีและผลงานที่ได้คะแนนใกล้เต็ม 10 นี่เองจะเป็นบันไดเลื่อนพาคุณไปสู่ความก้าวหน้าได้เช่นกัน / themuse

ความคิดติดขัด ขจัดได้ด้วยวิธีเหล่านี้

ระบายให้เพื่อนฟัง – ทั้งปัญหา อุปสรรคและวิกฤต ต่างมีลักษณะร่วมกันคือทำให้ผู้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์ รู้สึกไร้ทางออกหรือถูกผลักให้จนแต้ม โดยวิธีแรกที่สามารถคลี่คลายเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เช่นนี้ได้คือ ระบายให้ใครสักคนฟัง ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเพื่อนร่วมงาน ญาติมิตร ผู้อาวุโสหรือใครก็ตามที่เคยเจอกับเรื่องแบบนี้มาแล้ว ประโยชน์เบื้องต้นคือความเครียดที่ลดลงและอุ่นใจว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลก ส่วนถ้าโชคดีแก้โจทย์ที่ทำให้คุณเผชิญความลำบากนี้ได้ ความมั่นใจคุณจะกลับมาพร้อมมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

หันหน้าเข้าหาหนังสือ – แทบทุกปัญหาในโลกล้วนมีทางออก และส่วนใหญ่คนที่เคยเจอสถานการณ์หลังชนฝาแบบนี้มาก่อนคุณก็เผยทางออกไว้แล้วในหนังสือ ดังนั้นเมื่อติดขัดทางความคิดให้ลองหาคู่มือมาใช้เป็นแนวทาง เพราะนอกจากชี้ให้เห็นแสงสว่างที่ปลายทางอุโมงค์แห่งปัญหาแล้ว การอ่านหนังสือยังช่วยสร้างสมาธิด้วย

เขียนลงหน้ากระดาษแล้วมาอ่านทีหลัง – การติดอยู่กับปัญหาไม่ต่างจากการพายเรือในอ่าง โดยอีกวิธีที่ช่วยให้คุณหลุดจากวังวนนี้ได้คือเขียนมันออกมาเพื่อระบายสิ่งที่อยู่ในหัว คล้ายเปิดประตูเขื่อนให้น้ำท่วมขังมีที่ไป ดังนั้นควรมีกระดาษหรือสมุดเล่มเล็กๆ พกไว้ในกระเป๋า แล้วเขียนออกมาให้ละเอียดเมื่อเจอปัญหา ตั้งแต่สาเหตุ จุดติดขัดและทางออกที่พบ โดยในระดับปัจเจกจะช่วยให้คุณมีคำตอบของทุกปัญหาในแบบฉบับของตัวเอง และในระดับสังคมคำตอบที่คุณพบจะเป็นวิทยาทานสำหรับใครก็ตามที่หาทางออกไม่ได้จากปัญหาเดียวกัน

ทุ่มพลังไปกับกีฬา – ทุกครั้งที่ได้ขยับตัว ประโยชน์ที่ได้ไม่ได้ตกอยู่กับร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้สมองได้ขับเคลื่อนและระบายความเครียดให้ลดหรือหมดไปอีกด้วย ดังนั้นหากคิดไม่ออกเมื่อไหร่ให้ลุกขึ้นเดินไปมา แล้ว Idea เด็ดๆ อาจผุดขึ้นมาระหว่างการย่างก้าวนั่นเอง ส่วนถ้ามีเวลาเหลือพอให้ทุ่มสุดตัวกับกีฬาสักพัก พอให้ได้เหงื่อ ซึ่งได้ทั้งการออกกำลังกาย เข้า Fitness หรือวิ่งระยะไกล เพราะหลังเหงื่อออกแล้วสมองก็จะโล่ง ความคิดดีๆ ก็จะตามมา

นั่งลงนิ่งๆ เพื่อทำสมาธิ – ขณะที่เผชิญปัญหาที่คล้ายไร้ทางออก ไม่ใช่แค่สมองเท่านั้นที่ทำงานหนัก แต่หัวใจคุณจะเต้นรัวและจังหวะหายใจจะถี่ขึ้นด้วย สภาวะแบบนี้แก้ได้ด้วยการนั่งนิ่งสักพักเพื่อทำสมาธิและสูดหายใจลึกๆ โดยเมื่อจังหวะของร่ายกายคืนสู่สภาพปกติ ทัศนวิสัยทางความคิดจะดีขึ้น เห็นอะไรได้ชัดขึ้น ไม่ต่างจากเรือที่แล่นต่อได้อย่างราบรื่นภายใต้ท้องฟ้าที่มีรุ้งงาม หลังพายุคลั่งผ่านพ้นไป

หาเวลาพักจากโลก Online บ้าง – ยากจะปฏิเสธว่าการทำงานในปัจจุบันต้องพึ่งพาสื่อ Online และ Mobile Device ไม่น้อย เพราะช่วยให้หลายอย่างสะดวกขึ้น ตั้งแต่การติดต่อสื่อสาร ลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลา แต่หากมองอีกด้านของเหรียญ ความสะดวกเหล่านี้ก็ส่งผลเสียได้เช่นกัน เนื่องจากทำให้คุณขาดสมาธิในการทำงาน สติแตกหลังเห็น E-Mail จำนวนมากที่สอบถามความคืบหน้าของงาน ดังนั้นทางคลายเครียดง่ายๆ คือตัดขาดจากโลก Online และ Mobile Device แล้วหันหาธรรมชาติหรือไปพักร้อนบ้างนั่นเอง / entrepreneur

Entertainment Mall : จุดขายใหม่ห้างอินโดฯ

ทางเลือกเมื่อเผชิญความเปลี่ยนแปลงมี 2 ทาง คือยืนหยัดไม่หวั่นไหวเพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นเพียงชั่วครู่ อยู่แค่ชั่วคราว กับปรับตัว สำหรับห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่นเลือกอย่างหลังเพื่อให้กิจการในอินโดนีเซียเดินหน้าต่อได้ โดยเมื่อปลายกันยายนที่ผ่านมา Jakarta Garden City สาขาที่สองของ Aeon Mall ในประเทศใหญ่สุดของ ASEAN ได้เปิดเป็นวันแรก ซึ่งจุดเด่นของสาขานี้ที่อยู่ทางตะวันออกของกรุงจาการ์ต้า คือการเป็น Entertainment Mall เน้นกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ลานสเก็ต โรงภาพยนตร์ และชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่บนดาดฟ้า พร้อมร้านอาหารชื่อดังอีกหลายสิบร้าน ต่างจาก Concept เดิมของสาขาแรกที่ยังเต็มไปด้วยร้านของสินค้าแบรนด์ดังต่างๆ

ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทาง Aeon หวังว่าจะสามารถสนองความต้องการผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่หากิจกรรมทำในวันหยุด พร้อมกระตุ้นให้คนยุคใหม่ที่หันไปซื้อขายสินค้า Online ออกมาใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่จับต้องได้อีกครั้ง ท่ามกลางยอดขายห้างสรรพสินค้าโดยเฉพาะในส่วนของแผนกค้าปลีกที่ลดลง สวนทางกับยอดขายของ E-Commerce ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

จุดขายใหม่ของ Aeon Mall เป็นไปในทิศทางเดียวกับห้างสรรพสินค้าแห่งอื่นๆ ในอินโดนีเซีย อย่าง Transmart ที่ CT Group ทุ่มถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 99,000 ล้านบาท) เพิ่มโรงภาพยนตร์และสวนสนุกในร่มเข้าไปในสาขาใหม่อีกราว 100 แห่งที่จะเปิดในอนาคต และ Maxx Box Lippo Village ของ Lippo Group ที่จะเพิ่มโรงภาพยนตร์กับร้านอาหารเข้าไป ซึ่งยังใกล้เคียงกับห้าง Central Embassy ในไทยที่เพิ่งเปิด Open House Living Space – Zone ใหม่บนชั้น 6 เมื่อมีนาคมที่มีทั้งร้านหนังสือ ร้านอุปกรณ์งานประดิษฐ์และร้านอาหาร เพื่อหวังดึงดูดลูกค้ายุค E-Commerce ให้ออกมาสัมผัสประสบการณ์ที่หาไม่ได้หากอยู่แต่ในโลก Online / nikkeiasia

งบโฆษณาบน Mobile Media ใน ASEAN โตไม่หยุด

5 ปีต่อจากนี้คงเห็นภาพชัดขึ้นว่าอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ (Mobile Device) อย่าง Smartphone และ Tablet จะยิ่งทวีความสำคัญทั้งมุมของแบรนด์และวงการโฆษณา โดยตามคาดการณ์ของ emarketer – Website ที่รายงานความเคลื่อนไหวในแวดวงการตลาดทั่วโลก เน้นสื่อ Digital ระบุว่าปี 2017 งบโฆษณาบน Mobile Media ในตลาดใหญ่ของ ASEAN 6 ประเทศคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย จะอยู่ที่ 490,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 16.17 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 28.8% ของ Digital Media และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนปี 2021 ขยับไปอยู่ที่ 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 72,600 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็น 68.7% ของงบโฆษณาบน Digital Media โดยมีอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนามเป็น 3 ประเทศที่เติบโตมากสุด

ส่วนในไทยและสิงคโปร์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยปีนี้ในไทย งบโฆษณา Mobile Media จะครองสัดส่วน 18.5% ของ Digital Media ทั้งหมด ขณะที่สิงคโปร์เมื่อถีงปี 2021 Mobile Media จะเพิ่มสัดส่วนเป็นสูงถึง 81.7% ทั้งนี้ทาง emarketer ให้เหตุผลว่าการเติบโตดังกล่าวของทั้ง 6 ประเทศเป็นผลมาจากความนิยมในการใช้ Mobile Device การขยายเครือข่าย Internet ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นและค่าใช้บริการสัญญานโทรคมนาคมที่ถูกลง โดยแบรนด์ที่ทุ่มงบโฆษณาใน Mobile Media มากสุดคือแบรนด์ E-Commerce เพื่อหวังเรียกความสนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ชอบซื้อ-ขายสินค้า Online / emarketer

กู้สถานการณ์อย่างไร เมื่อทำงานไม่ทันเส้นตาย

บอกให้รู้แต่เนิ่นๆ – ในทางการแพทย์โรคร้ายยิ่งตรวจเจอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะจะทำให้ผู้ป่วยมีเวลารักษาตัวและลดโอกาสการเสียชีวิต ส่วนกับบริบทการทำงานคุณต้องกล้าบอกข่าวร้าย โดยถ้าประเมินแล้วว่าปิด Job ไม่ทันเสร็จตายแน่นอน การให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับทราบว่าเกิดวิกฤต จะช่วยให้มีเวลาคิด ตระเตรียมวิธีและลงมือแก้ไขก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป อย่างไรก็ตามควรเตรียมใจรองรับอารมณ์หัวหน้าไว้ด้วย เพราะเขามีสิทธิจะหัวเสียที่คุณทำงานที่มอบหมายให้ไม่สำเร็จตามเป้า

แจงเหตุผลที่เกินเส้นตาย – หลังแจ้งข่าวร้ายแล้ว ที่ต้องทำถัดมาคือชี้แจงเหตุผลว่าทำไม ไม่ต่างจากแพทย์ที่เผยให้ผู้ป่วยและญาติได้รู้ว่าโรคนี้มีสาเหตุมาจากอะไร โดยควรบอกไปตรงๆ และยอมรับความผิดที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ควรโทษผู้อื่นๆ แก้ตัวใดๆ หรืออ้างเหตุผลร้อยแปด เพราะการสารภาพว่าคุณเองที่พลาด เป็นการแสดงให้รู้ว่าคุณมีรับผิดชอบและไม่เสื่อมเสียหากถูกเปิดโปงความลับที่ปิดไว้

เสนอสิ่งชดเชยความเสียหาย – ในที่สุดก็ถึงเวลาพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยที่ต้องทำต่อหลังรู้ชัดแล้วว่างานเสร็จไม่ทันเส้นตายพร้อมสาเหตุของความล่าช้า คือการบอกให้ทุกฝ่ายรู้ว่าคุณจะชดเชยความเสียหายนั้นอย่างไร เช่น อาจเป็นความคืบหน้าล่าสุดและสิ่งทดแทนอย่างส่วนลด ซึ่งหากสิ่งที่เสนอให้เป็นที่น่าพอใจ ความคิดด้านลบที่เกิดจากความผิดพลาดก็จะลดลง สวนทางกับความเชื่อมั่นและความอุ่นใจที่เพิ่มขึ้น

ทำตามเส้นตายใหม่อย่างเคร่งครัด – พึงระลึกไว้เสมอว่าการทำงานไม่ทันเส้นตาย ส่งผลให้คุณดูไม่ต่างจากคนทำผิดที่อยู่ในช่วงทัณฑ์บนหรือคนต้องคดีที่อยู่ระหว่างคุมความประพฤติ ดังนั้นไม่ว่าเสนอสิ่งชดเชยอะไรไว้ควรทำให้ได้ตามที่พูด โดยความเชื่อมั่นที่มาพร้อมโอกาสครั้งที่ 2 นี้ ควรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวคุณเอง เพราะถ้าทำสำเร็จไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของคุณจะกลับมา แต่ยังช่วยให้คุณมีความเป็นมืออาชีพอีกด้วย แต่ถ้าครั้งนี้ยังพลาดอีกคุณอาจหมดที่ยืนในความคิดของทุกฝ่ายที่ได้รับเสียหายก็เป็นได้

หาทางสกัดไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย – แก้วที่เคยร้าวหากตกอีกครั้งก็คงแตก ไม่ต่างจากความเชื่อมั่นและชื่อเสียงที่ควรรักษาไว้ไม่ให้เสียหายอีก ดังนั้นควรหาวิธีไม่ให้ทำงานเกินเส้นตายอีก ซึ่งมีอยู่ 5 ขั้นตอนคือ วางปฏิทินไว้ใกล้ตา อย่าชะล่าใจเรื่องเวลา หาคนช่วย สร้างกันชนไว้ด้วยเผื่อฉุกเฉินและถ้าเดินต่อไม่ไหวให้ถอนตัว / themuse

 

ทำอย่างไรให้งานเสร็จทันก่อนวันเส้นตาย

วางปฏิทินไว้ใกล้ตา – ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเส้นตายแต่ก็แปลกที่คนส่วนใหญ่ไม่ว่าในสาขาอาชีพใด มักพาตัวเองไปตายเพราะทำงานเกินเส้นที่กำหนดไว้อยู่เสมอ โดยหากอยากหลีกให้ไกลวิกฤตนี้ที่ต้องทำอย่างแรกคือหาปฏิทินมาวางไว้บนโต๊ะหรือบริเวณที่อยู่ในระยะสายตาพร้อมวงวันเส้นตายไว้เพื่อเตือนตัวเองให้ตระหนักอยู่เสมอว่าเหลือเวลาทำงานอีกกี่วัน และเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมเปิดดูได้ตลอดไม่ว่าอยู่ที่ไหน ควรใช้ Function แจ้งเตือนใน Smartphone ให้เป็นประโยชน์ด้วย

อย่าชะล่าใจเรื่องเวลา – หลายครั้งหลายหนที่เราบ่นในใจว่า “ถ้ารู้อย่างนี้ รีบทำตั้งแต่แรกก็ดี” หรือ “ถ้ามีเวลามากกว่านี้” เมื่อรู้ตัวว่างานต้องรีบปั่นงานให้เสร็จก่อนหรือให้ทันเส้นตายที่กระชั้นเข้ามา แน่นอนว่าผลงานที่ได้คงห่างไกลความสมบูรณ์แบบ โดยคนที่ก่อวิกฤตดังกล่าวขึ้นมาไม่ใช่ใครที่ไหนก็ตัวเราเอง ดังนั้นเพื่อไม่ต้องตกที่นั่งลำบาก เมื่อได้งานมาให้ควรเร่งวางแผน ลงมือทำและอย่าผลัดวันประกันพรุ่งเด็ดขาด

หาคนช่วย – หลังรู้กำหนดส่งงานและไม่ประมาทแล้ว วิธีถัดมาที่พาให้งานเสร็จทันก่อนเส้นตายคือการเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ ซึ่งความเอื้อเฟ้อที่คุณร้องขอจากผู้อื่นนี้แบ่งออกได้เป็น2ส่วน ได้แก่ งานที่คุณไม่ถนัดและงานเล็กๆน้อยๆที่สามารถวานให้ รุ่นน้องหรือลูกน้องทำแทนได้ ทั้งหมดเปิดโอกาสให้คุณทุ่มเวลาทำส่วนที่ถนัดได้เต็มที่เพื่อให้งานโดยรวมออกมาดีและเสร็จทันเวลา โดยความสามัคคีและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจะเป็นกำไรที่ได้ควบคู่กันมาทุกครั้งหลังงานเสร็จ ดังนั้นควรตอบรับการช่วยเหลือเมื่อถูกร้องขอ หากมันไม่ให้งานคุณลำบากเพราะอนาคตอาจเป็นคุณเองที่ต้องการความช่วยเหลือบ้าง

สร้างกันชนไว้ด้วยเผื่อฉุกเฉิน – ต่อให้วางแผนไว้ดีแค่ไหน เรื่องไม่คาดคิดที่ส่งผลให้งานสะดุดก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ โดยการเผื่อเวลาสามารถแบ่งเบาความรุนแรงของปัญหาและผลกระทบต่อเนื่องที่จะตามมา ไม่ต่างจากกันชนหน้ารถที่บรรเทาความร้ายแรงของอุบัติเหตุ ดังนั้นก่อนลงมือทำงานทุกครั้งควรกำหนดเส้นตายล่วงหน้าไว้ด้วย เพราะนอกจากมีพื้นที่หายใจให้คุณระหว่างคลี่คลายสถานการณ์แล้ว เมื่องานเสร็จไม่ว่าก่อน ทันหรือหลังเส้นตาย ภาพลักษณ์คุณในสายตาหัวหน้างานหรือลูกค้าก็จะดีกว่าคนที่ทั่วไป เพราะได้รับการชื่นชมที่เตรียมพร้อมเสมอและกู้สถานการณ์ได้นั่นเอง

เดินต่อไม่ไหวให้ถอนตัว – หากเลือกได้คงไม่มีใครอยากเจอความล้มเหลว โดยเพื่อปิดทางให้ไปถึงจุดนั้น บางครั้งคุณต้องยอมรับว่าไม่ไหวจริงแล้วถอนตัวออกมาแต่เนิ่นๆ ก่อนอะไรจะสายเกินแก้ โดยในบริบทของการทำงาน เมื่อประเมินแล้วว่าไม่ไหวจริงๆ ควรเร่งบอกผู้บังคับบัญชา เพื่อหาคนที่เหมาะสมกว่าทำแทนให้งานเสร็จทันเส้นตาย / howstuffwork

กรุงเทพครองแชมป์เมืองน่าเที่ยว 2 ปีติด

มีเรื่องให้ร่วมยินดีกันอีกแล้วชาวไทย โดยล่าสุด กรุงเทพ ครองตำแหน่งเมืองสุดยอดที่หมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก (Global Destination Cities 2017) ของ MasterCard แบรนด์บัตรเครดิตชื่อดัง ซึ่งตามข้อมูลระบุว่าปีตลอดปี 2016 มียอดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงามของบ้านเมืองและพักค้างคืนอยู่ที่ 19.41 ล้านคน แม้ลดลงเล็กน้อยจาก19.58 ล้านคนเมื่อปี 2015 แต่ก็มากกว่ากรุง London (19.06 ล้านคน) ส่งผลให้เมืองหลวงของไทยคือ Top Global Destination Cities 2017 สองปีซ้อน ขณะที่เมืองหลวงอังกฤษก็เป็นรองมาสองปีซ้อนเช่นกัน ส่วนอันดับ 3-5 ของปีนี้คือ Paris ,Dubai และ Singapore

รายงานดังกล่าวซึ่งทำขึ้นจากการสำรวจ 132 เมืองทั่วโลก สาเหตุที่ทำให้กรุงเทพคว้าแชมป์ได้อีกในปีนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก การพัฒนาสาธารณูปโภคด้านนี้ของรัฐบาลและภาคเอกชนในเอเชีย-แปซิฟิค เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งกลุ่มที่มาเพื่อพักผ่อนและทำธุรกิจ ส่วนถ้าลงลึกในรายละเอียดจะพบว่า เฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวใช้จ่ายต่อคนต่อวันอยู่ที่ 28.60 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 945 บาท) สัดส่วนค่าใช้จ่ายกระจายไปตามกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ Shopping อาหาร ค่าที่พัก ต่างจากบางเมืองที่เทไปที่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง โดยนักท้องเที่ยวส่วนใหญ่มาท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน โดยมีชาวจีนเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่สุด และกรุงเทพยังมีจุดแข็งอยู่ตรงที่มีช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่น (High Season) มากกว่าเมืองอื่น ซึ่งได้แก่ เมษายน ,กรกฏาคมถึงสิงหาคม และธันวาคมถึงมกราคม / mastercard