All posts by web content 1

Starbucks AR Butterfly Card

เครือร้านกาแฟระดับโลกสาขาในญี่ปุ่น ทำให้คอเครื่องดื่มสร้างความกระปรี้ประเปร่าสีน้ำตาลประเทศอื่นได้อิจฉากันอีกแล้ว โดย Starbucks จับมือกับ อาซามิ คิโยคาวะ ศิลปินสาวนักแต่งภาพสาวแดนปลาดิบที่โด่งดังมาจากการเพิ่มความสวยงามให้ภาพผ่านลวดลายดอกไม้อันซับซ้อน ออก Starbucks Card รุ่นพิเศษ ซึ่งนอกจากลวดลวยอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวแล้ว มันยังมาพร้อม Augmented Reality (AR) ที่ใช้ร่วมกับ Junrio เพื่อแต่งภาพและอวดเพื่อนบน Social Network ได้อีกด้วย

Starbuck 4

ซื้อ AR Card สุด “ฟรุ๊งฟริ๊ง” ดังกล่าวในราคา 1,000เยน (ราว 365 บาท) ได้ตามร้านสาขาของ Starbucks ทั่วญี่ปุ่น 4 มิถุนายนนี้ โดยทางแบรนด์เจ้าของโลโก้เทพธิดาไซเรนเขียวขาวหวังใช้การ์ดตัวนี้เพื่อคงภาพลักษณ์ความสร้างสรรค์โดยเจาะกลุ่มผู้หญิงเป็นหลัก ขณะที่ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น หลังเมื่อปี 2013 เปิด Meguro Store คอนเซปท์ สโตร์ที่มีถ้วยกาแฟเครื่องปั้นดินเผาวางขายพร้อมการตกแต่งร้านอย่างสวยงามและการออกนิตยสารแฟชั่นในชื่อ Frappuccino มาแล้ว

starbucks 2

Source

 

Your Own Uniqlo T-Shirt

ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อขึ้นเป็น Fashion Retail อันดับ 1 ของโลก สำหรับ Uniqlo ล่าสุดเปิดบริการใหม่ Utme! ให้บรรดา Fashionista ออกแบบลายเสื้อยืดด้วยตนเองผ่าน App บน Smart phone ได้ตั้งตั้งแต่วาดลวดลวยง่ายๆหรือรูปภาพ และยังสามารถเพิ่มความสนุกให้กับไอเดียสร้างสรรค์ด้วยการเขย่า Smartphone จนสีเกิดเหลื่อมหรือภาพมีรูปทรงบิดเบี้ยวอีกด้วย จากนั้นนำภาพดังกล่าวไปพิมพ์ลงบนเสื้อยืดผ่านเครื่องพิมพ์ของสาขากินซ่าในกรุงโตเกียว โดยสนนราคาอยู่ที่ตัวละ 1,990 เยน (ราว 627 บาท) แต่น่าเสียดายว่ามีเฉพาะสาขาในญี่ปุ่น จนถึงเดือนสิงหาคมนี้เท่านั้น

ถือเป็นแคมเปญเปี่ยมความสร้างสรรค์ในยุค Smartphone ครองโลกที่คงจะโดนในบรรดา Fashionista พรัอมประหยัดงบจ้าง Designer ดังไปด้วยในตัวเพราะ Uniqlo จะครองลิขสิทธ์ลวดลายทั้งหมดที่ถูกนำมาสกรีนลงบนเสื้อ สำหรับเสื้อยืดถือเป็นสินค้าที่ Fashion Retail แดนซามูไรให้ความสำคัญไม่น้อย โดยในปี 2007 มีการเปิด UT Store ร้านสาขาแนว Concept Store ในย่านฮาราจูกุที่ขายเฉพาะเสื้อยืดเท่านั้น

UT2

Source

Pikachu World Cup Cheer!

เพราะมีการ์ตูนเป็นต้นทุนวัฒนธรรมที่สำคัญคงทำให้ญี่ปุ่นสร้างสีสันในการเชียร์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ไม่น้อยทีเดียว ล่าสุดเสื้อเชียร์ฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นที่มี Pikachu ตัวละครเอกจาก Pokemon การ์ตูนดังประทับอยู่บนอกเสื้อที่ทาง Adidas นำมาใช้เป็นตัวแทนทีมชาติญี่ปุ่นตามแคมเปญ Engine Project วางขายเรียบร้อยแล้วในราคาตัวละ 4,700 เยน เช่นเดียวกับเครื่องแต่งกายสินค้าอีกสารพัดที่มี “เจ้าหนูไฟฟ้า” แปะอยู่ทั้ง ผ้าพันคอ หมวก และตุ๊กตา

Pika 6

 

ใน Engine Project ค่ายกีฬา 3 แถบหวังให้ทั้งแฟนบอลและเหล่านักเตะแดนปลาดิบมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเหมือนฟันเฟือนในเครื่องยนต์ที่งานประสานกัน ส่วนสาเหตุที่เลือก Pikachu มาเป็น Mascot ของโปรเจคก็เพื่อหวังดึงเยาวชนหันมาให้สนใจกีฬาและร่วมเชียร์ทีมชาติญี่ปุ่นด้วย สำหรับฟุตบอลโลกที่บราซิลครั้งนี้ทัพ Blue Samurai อยู่ในกลุ่ม C ร่วมกับไอวอรี่ โคสต์ ,กรีซ และ โคลอมเบีย โดยมีคิวเตะนัดแรกกับ ไอวอรี่ โคสต์ 14 มิถุนายน

Pika 8

Source

Nintendo See Profit Ahead?!

กรุงเกียวโตเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว และหวังว่าหุ้น Nintendo จะผลิบานตลอดไป โดยบริษัทที่เต็มไปด้วยมรสุมรุมเร้านี้ไม่สามารถทำยอดขายเครื่องวิดีโอเกม Wii ได้ตามเป้าในไตรมาสสุดท้าย ขณะเดียวกันก็สูญเงินมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ แต่ Nintendo ยังมองเห็นผลกำไรล่วงหน้า กอบกู้หลังขาดทุนสุทธิกว่า 228 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 7,400 ล้านบาท) ในปีนี้ เป็นคาดการณ์กำไรสุทธิกว่า 196 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (6,300 ล้านบาท) ในปีหน้า

 

มีเหตุผลหลายอย่างที่การมองในแง่ดีของ Nintendo ยังน่าสงสัย บริษัทตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงจากเครื่องเล่นวิดีโอเกมไปเป็นเกมในสมาร์ทโฟนได้ไม่ดีนัก และยังคงขาดกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ Nintendo ยังอ่อนไหวต่อการพ่ายแพ้ Mobile Device มากกว่าคู่แข่งอย่าง Microsoft และ Sony ด้วย เพราะว่าอุปกรณ์เหล่านั้นพึ่งพาอาศัยคอเกมแบบชั่วครั้งชั่วคราว (Casual Gamer) อยู่เสมอ ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกดึงดูดใจโดยแคนดี้ครัช ซาก้า ได้อย่างง่ายดาย แฟนเกม Nintendo ก็ดูเหมือนจะไม่ต้องการอุปกรณ์การเล่นเกมที่นอกเหนือไปจากโทรศัพท์ ขณะที่กลุ่มคอเกมอย่างจริงจัง (Hardcore Crowd) ยังคงต้องการเครื่อง Xbox หรือ Playstation เพื่อให้ทันกับกระแสภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

 

ตัวอย่างการทำนายที่ผ่านมาโดย  Nintendo เช่น เมษายนปีที่แล้วบริษัทกล่าวว่าจะนำเงินกว่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2.9 แสนล้านบาท) เข้าสู่บริษัท มกราคมที่ผ่านมาการคาดการณ์รายได้ถูกลดระดับลงเกือบครึ่งเป็น 590,000 ล้านเยน (ราว 1.88 แสนล้านบาท) และต้นพฤษภาคมบริษัทรายงานว่ามีรายได้เพียง 571,000 ล้านเยน (ราว 1.82 แสนล้านบาท) เป็นแค่ 62% ของการทำนายในครั้งแรกของปีที่ผ่านมา ปีก่อนหน้าก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันคือบริษัททำนายยอดขาย 810,000 ล้านเยน (ราว 2.58 แสนล้านบาท) และมียอดขายจริงเพียง 635,000 ล้านเยน (ราว 2 แสนล้านบาท)

 

Source

 

China Dominates Global Mall Table

ตามผลสำรวจล่าสุดของศูนย์วิจัย CBRE พบว่า เกินครึ่งของศูนย์การค้าที่กำลังก่อสร้างอยู่ใน 180 ประเทศทั่วโลก อยู่ภายในพรมแดนของจีน เซี่ยงไฮ้เป็นพื้นที่ที่กำลังมีการก่อสร้างศูนย์การค้ามากที่สุดกว่า 3.3 ล้านตารางเมตร มากกว่าพื้นที่ศูนย์การค้าใน 86 เมืองในยุโรปรวมกัน ไม่นับในรัสเซียกับตุรกี รองลงมาจากเซี่ยงไฮ้ ได้แก่ เฉิงตู ด้วยเนื้อที่ 3.2 ล้านตารางเมตร ตามด้วยเสิ่นเจิ้นและเทียนจินที่ 2.7 กับ 2.5 ล้านตารางเมตรตามลำดับ

 

“อัตราการพัฒนาใหม่ ๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะในจีน กำลังสั่นคลอน จากปัจจัยที่เข้าใจได้หลายประการ โดยสิ่งที่ถูกรายงานมากที่สุดคือ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการชะลอตัวลง นอกจากนี้ เมืองต่าง ๆ ในประเทศจีน และอีกหลายประเทศในเอเชีย ต่างก็มีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เหมาะสำหรับการสร้างศูนย์การค้าที่ได้รับการควบคุมดูแลสภาพแวดล้อมอีกด้วย” Sebastian Skiff ผู้อำนวยการบริหารด้านการค้าปลีกของ CBRE กล่าว

 

“เมืองในจีนนั้นไม่เหมือนในตะวันตก ตรงที่มีความหนาแน่นของประชากรที่ต้องอาศัยขนส่งสาธารณะสูงกว่ามาก และประชากรเหล่านี้ยังเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ เมืองในประเทศจีนทุกวันนี้ไม่ใช่เมืองเก่าในแง่ของสิ่งปลูกสร้างทางการค้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีขนาดใหญ่ จริง ๆ แล้วก็มีเพียงไม่กี่เมืองเท่านั้นที่มีพื้นที่การค้าทางประวัติศาสตร์ที่มีขนาดพอ ๆ กับถนนรีเจนท์ในลอนดอน หรือถนนฌ็อง เซลีเซ่ที่ปารีส หลายเมืองมีสถาปัตยกรรมทางวัฒนธรรมจำนวนมาก แต่มีภูมิหลังทางการค้าค่อนข้างน้อย” Skiff กล่าวเสริม

 

“เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ด้วยแล้ว คุณก็จะเห็นโอกาสมากมายในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกยุคใหม่ในพื้นที่ที่ผู้คนอยู่อาศัย เชื่อมต่อกันด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเรื่องราวในอดีต ประชากรในเมืองเหล่านี้ไม่ได้ขับรถไปย่านช้อปปิ้งใกล้บ้านเหมือนในตะวันตก ฉะนั้น โมเดลที่ดีที่สุด และได้ผลที่สุด ในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ภายใต้สถานที่แห่งเดียวที่ได้รับการควบคุมดูแลสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ศูนย์กลางการขนส่งสาธารณะ จึงออกมาในรูปของศูนย์การค้าเท่านั้น” Skiff กล่าว

China Mall 3

ด้านกรุง กัวลาลัมเปอร์ ในมาเลเซียเพิ่งจะตกจากตลาดที่ซื้อขายคล่องที่สุดอันดับ 10 ของโลก มาอยู่ที่ 11 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่กว่า 3.3 ล้านตารางเมตรที่กำลังก่อสร้างอยู่ และเกือบร้อยละ 40 ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของมาเลเซีย ส่วน เวียดนาม เราสามารถพบพื้นที่พัฒนาใหม่จำนวนมากบริเวณชานเมืองโฮ จิ มินห์ ซิตี้ และฮานอย ขณะเดียวกัน ก็สามารถเห็นความต้องการของผู้ขายสินค้า ที่ถูกดึงดูดจากราคาค่าเช่าที่ต่ำ และระดับรายได้ของผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงที่อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง

 

กระแสการพัฒนาศูนย์การค้าใหม่ ๆยังพบได้ในอินเดีย แม้ผู้พัฒนาหลายรายจะเลื่อนวันกำหนดเสร็จงานเนื่องจากปัญหาทางการเงิน พื้นที่ศูนย์การค้าใหม่ ๆ กว่า 5 แสนตารางเมตรกำลังก่อสร้างอยู่ในนิว เดลี ขณะที่โครงสร้างขนาดใหญ่ที่สุดสองโครงการ ได้แก่ DLF Mall of India (204,385 ตารางเมตร) และ Logix City Center Mall (111,483 ตารางเมตร) ต่างตั้งอยู่ในเมืองนอยดาในจำนวนเมืองชั้นสองของอินเดีย ไฮเดอราบัดคือตลาดที่ซื้อง่ายขายคล่องที่สุด ด้วยพื้นที่รองรับสินค้ากว่า 483,000 ตารางเมตร ใหญ่เป็นสามเท่าของสินค้าที่มีอยู่จริงในตลาด ความต้องการสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นได้ผลักดันให้เกิดการพัฒนาพื้นที่รองรับสินค้าในนิว เดลี โดยมีพื้นที่ขายสินค้าแห่งใหม่ขนาด 500,000 ตารางเมตรกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

 

ทั้งนี้ตามรายงานพบว่า พื้นที่ศูนย์การค้ากว่า 39 ล้านตารางเมตร กำลังอยู่ระหว่างการก่อตั้งในเมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2013 ถึง 3 ล้านตารางเมตร

Source

Vietnam :Apple Fastest Growth Market

ถ้าคุณรู้จักเวียดนาม คุณจะรู้ว่าคนเวียดนามเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์ (Brand Conscious) สูงมาก มากซะจนถึงขนาดที่ว่าถ้าจะต้องทำธุรกิจอะไรสักอย่างร่วมกัน เค้าต้องเห็นคุณขับรถเบนซ์คันหรูซะก่อนถึงจะเชื่อว่าคุณก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่แบรนด์อันดับต้นๆของโลกอย่าง Apple จะสร้างยอดขาย iPhone และ iPad ได้อย่างถล่มทลายในเวียดนาม และตอนนี้ Apple ก็กำลังเติบโตอย่างมหาศาลในเวียดนามด้วย จากการรายงานสรุปยอดขายของบริษัทในที่ประชุมของผู้บริหาร Appleเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณนี้ ยอดขายของAppleในเวียดนามเติบโตถึงสามเท่า ซึ่งแปลว่าเติบโตเร็วกว่ายอดขายของ Apple ในอินเดีย 5 เท่า นอกจากนั้น ยอดขาย iPhone ในเวียดนามยังโตแบบเท่าตัวในทุกไตรมาสอีกด้วย

 

เวียดนามได้ชื่อว่าเป็นตลาดที่ Apple เติบโตเร็วที่สุด แต่ถ้าดูภาพรวมเศรษฐกิจในเวียดนาม ปี 2013 มันอาจจะดูแปลกเพราะด้วยรายได้ของประชาชนชั้นกลางของเวียดนามโดยเฉลี่ยแล้วต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์ด้วยซ้ำและเศรษฐกิจก็ยังชลอตัวลงตั้งแต่ปี 2009 อีก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ตลาด Smartphone ซบเซาลงเลย ตามที่ Nguyen Phuong Linh จาก Reuters รายงานว่า ชาวเวียดนามยินดีที่จะควักกระเป๋าจ่ายแม้จะต้องเป็นหนี้เพียงเพื่อที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่แสดงถึงฐานะ และ Smartphone ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถแสดงออกถึงความมีระดับได้อย่างชัดเจนโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก

Vietnam Aaple 2

คู่ค้าในประเทศก็มีส่วน
ตามข้อมูลที่บริษัท IDC ได้วิจัยไว้ระบุว่า หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ Apple โตขนาดนี้ คือการที่ Apple ได้พันธมิตรรายล่าสุดอย่าง FPT ยักษ์ใหญ่ในวงการ IT มาเป็นคู่ค้าคนสำคัญ เพราะ FPT มีธุรกิจครอบคลุมหลากหลายตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนจนถึงการให้บริการ Internet และ Outsourcing โดย FPT เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Apple และยังมี FPT Retail ที่ทำหน้าที่เป็น Premium Reseller ภายในประเทศด้วย ช่องทางการค้าปลีกในเวียดนามเป็นสัดส่วนมากถึง 70% ของยอดจำหน่าย iPhone ในไตรมาสแรกปี 2014 ในขณะที่อีก 30% มาจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่าง Viettel และ Vinaphone ในภาพรวม ตลาด Smartphone ในเวียดนามมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 7.6 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็น 89% ในปี 2013 เมื่อเทียบกับปี 2012 อัตราการเติบโตนี้เป็นไปได้ว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปอีกหลายปี

 

เติบโตไปพร้อมๆกับกระแส Social
สำหรับคนเวียดนามเอง การเติบโตของApple ไม่ได้สร้างความประหลาดใจเท่าไหร่นัก เห็นได้ชัดว่าคนเวียดนามชอบใช้จ่ายและเวียดนามก็ยังเป็นประเทศที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตตื่นตัวมากสุดที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปัจจุบันพบว่าวัยรุ่นจำนวนมากทั้งในเมืองและนอกเมือง online กันมากขึ้น มีตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดคือ Facebook นั่นเอง ในเวียดนามยอดผู้ใช้ Facebook เดือนตุลาคม 2012 มีมากถึง 8.5 ล้านคน; ถัดมาเดือนมีนาคม 2013 เพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านคน จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2014 ยอดผู้ใช้ Facebook ในประเทศก็แตะที่ 20 ล้านคน เฉลี่ยแล้วเวียดนามมีจำนวนผู้ใช้ Facebook เพิ่มขึ้น 1 ล้านคนต่อเดือน ถ้ามองจากอัตราการเติบโตนี้ เวียดนามจะมีผู้ใช้ Facebook ถึง 25 ล้านคนในเดือนนี้และจะมีผู้ใช้ถึง 30 ล้านคนภายในเดือนตุลาคมปีนี้ เวียดนามเป็นประเทศที่มียอดผู้ใช้ Facebook โตอย่างรวดเร็วที่สุดประเทศหนึ่ง ดังนั้นการเติบโตของ Apple จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ในส่วนของ Internet และ Mobile เวียดนามก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกๆพื้นที่เช่นกัน

Source

Coldplay Seal UK Chart No.1

Coldplay พาผลงานชุดใหม่ Ghost Stories ครองแชมป์อัลบั้มขายดีที่สุดของสหราชอณาจักรในสัปดาห์ที่ผ่านมา (25 พฤษภาคม) โดยจากยอดขาย 168,000 แผ่นในสัปดาห์แรกที่วางขายทำให้ผลงานชุดที่ 6 ของวง Alternative ดังเมืองผู้ดีเป็นอัลบั้มที่ยอดขายเพิ่มขึ้นเร็วสุดของปีนี้ แซงหน้าผลงานชุด Caustic Love ของ Paulo Nutini ที่ขายได้ 109,000 แผ่นในสัปดาห์แรก

 

ส่วนอัลบั้มขายดีสุดของอังกฤษในอันดับที่เหลือได้แก่ อันดับ 2. Xscape ของ Michael Jackson ราชาเพลงป็อปผู้ล่วงลับ 3. What Have We Become ซึ่งเป็นการกลับมารวมตัวกันของสมาชิกวง Beautiful South อย่าง Paul Heaton กับ Jacqui Abbot 4. A Perfect Contradiction ของ Paloma Faith และ 5. Definitely Maybe ผลงานฉลอง 20 ปีของ Oasis ของ Brit Pop รุ่นใหญ่ ขณะที่เพลง Stay With Meจาก In the Lonely Hour อัลบั้มเปิดตัวของหนุ่มอาร์แอนด์บีผิวขาววัย 22 ปี Sam Smith ครองอับดับ 1 Single Chart ต่อเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยเจ้าตัวกล่าวขอบคุณคนฟังว่า “ผมทุ่มเททำเพลงนี้และดีใจมากที่คนฟังชอบ”

COLDplay 2

สำหรับอัลบั้ม Ghost Story ของ Coldplay ห่างจาก Mylo Xyloto อัลบั้มชุดที่ 3 ปี ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ เพลงส่วนใหญ่เป็น Brit Pop จังหวะกลาง ทำนองติดหู มี Timbaland โปรดิวเซอร์ฮิปฮอปจอมเก๋าและ Avicii ดีเจหนุ่มดาวรุ่งชาวสวีเดนมาร่วมทำดนตรีในเพลง True Love และ A Sky Full of Stars โดยเนื้อเพลง Chris Martin นักร้องนำได้รับแรงบันดาลใจมาจากความรักที่ผิดหวังหลังหย่าร้างกับ Gwyneth Paltrow ภรรยาซึ่งเป็นแสดงอเมริกันชื่อดัง

Source

 

Indonesia Apple office

ด้วยพื้นที่และจำนวนประชากรมากสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่แบรนด์ดังระดับโลกไม่สามารถมองข้ามได้ โดยมีรายงานว่าสำนักงานของApple ประจำประเทศที่ใหญ่ของกลุ่ม ASEAN ซึ่งอยู่ที่อาคาร World Trade Center II ในย่านเศรษฐกิจของกรุงจาการ์ต้าได้เปิดทำการแล้วเมื่อ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดว่าสำนักงานอาจมีหน้าที่ดูแลการจัดจำหน่ายสินค้าของ Apple อย่างเป็นทางการเนื่องจากก่อนหน้านี้ สินค้า Apple ของแท้ต้องซื้อผ่านทางบริษัทโทรคมนาคมต่างๆหรือตัวแทนจำหน่าย

Apple ถือเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่แห่งที่ 2 ที่มาเปิดสาขาในอินโดนีเซียปีนี้ถัดจาก Facebook ส่วนอาคาร World Trade Center II เป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่งทั้ง Intel และ Baidu

Source