All posts by Wanut

ผลงานคนไทย คว้ารางวัลช่วยเหลือมนุษยชาติ

ในงาน ADFEST 2016 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีผลงานจากคนไทย ได้รางวัล Grande Lotus ในสาขาที่คนสนใจ อย่าง Film, Media หรือ Promo แต่มีสาขาหนึ่งที่ถือว่าเป็นรางวัลที่สำคัญต่อโลก นั่นก็คือ Grande for Humanity หรือ “สุดยอดแคมเปญเพื่อมนุษยชาติ”

โดยผลงานที่ได้นั้นเป็นของ “มูลนิธิ ดวงประทีป” ที่ต้องการช่วยเหลือชุมชนแออัด และแน่นอนว่าชุมชนแออัดมักจะมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำขัง จนเป็นที่เพาะพันธ์ของ ยุง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 725,000 กว่าคน

ด้วยเหตุนี้ BBDO Bangkok เอเยนซี่โฆษณาในไทยก็เลยทำอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า MOTO Repellent ขึ้นมา

ภายใน MOTO Repellent นี้มีน้ำมันและสารที่ช่วยกำจัดยุงอยู่ วิธีใช้ก็สุดแสนจะง่ายดาย เพียงนำเจ้าอุปกรณ์นี้ไปติดกับท่อไอเสียของรถมอเตอรไซค์ เมื่อมอเตอร์ไซค์มีการขี่ ควันจากท่อไอเสียก็จะถูกส่งออกมาผ่าน MOTO Repellent จากนั้นสารเคมีกำจัดยุงก็จะถูกปล่อยออกมาตามอากาศ โดยมีรัศมีการพ่นที่ไกลถึง 3 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าไกลกว่าสเปรย์กำจัดยุงเสียอีก

ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์สิ่งที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ ประกอบ Presentation ของตัววิดีโอที่มีความเป็นอินเตอร์ แต่ยังหลงเหลือกลิ่นอายความเป็นไทยเอาไว้ แคมเปญนี้จึงได้ใจทั้ง ชาวไทย ชาวฝรั่ง รวมไปถึงผู้คนในชุมชมได้เป็นอย่างดีทีเดียว

4
D3S_1744
โฉมหน้าผู้อยู่เบื้องหลัง แคมเปญนี้ BBDO Bangkok

เป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่น่าชื่นชมเอามากๆ เพราะถ้านำผลงานเหล่านี้ไปพัฒนาและวิจัยดีๆ สามารถสร้างความแตกต่างให้กับชุมชนในสลัมได้อย่างแท้จริง ถึงแม้จะกำจัดปัญหาในสลัมไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยผู้คนในนั้นก็ปลอดจากโรคไข้เลือดออกแล้ว

ซึ่งแคมเปญในลักษณะนี้ก็มีคล้ายกัน แต่เป็นหนังสือพิมพ์ที่ใช้หมึกพิเศษที่มีฤทธิ์กันยุง ซึ่งเป็นแคมเปญของอินเดียตั้งแต่ปี 2014 แค่พลิกนิดเดียวเเปลี่ยนจาก “หนังสือพิมพ์” เป็น “มอเตอร์ไซค์” และหาข้อมูลว่าปัญหาของแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร วิธีไหนได้ผลดีที่สุด ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้ นี่แหละ Creative ของจริง

สุดยอดไอเดียสร้างสรรค์จากงาน ADFEST 2016 แคมเปญเทพๆ คนเอเชียไม่แพ้ใคร

สำหรับนักการตลาด นักโฆษณา และผู้ที่ชอบแสวงหาไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ทั้งหลาย นี่คือสุดยอดโฆษณาที่ได้รางวัลจาก ADFEST 2016 ที่เต็มไปด้วยสุดยอดความคิดสร้างสรรค์จากทุกมุมโลก

ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะทำงานในสาขาอาชีพไหน ลองดูว่า ความคิดของแคมเปญเหล่านี้สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร ใช้วิธีการคิดอย่างไร และผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร

FILM LOTUS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 282 ผลงาน)
Grande Lotus :
Nitto, Tokyo for Ocedel ‘Firefly Man’

 

MEDIA LOTUS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 247 ผลงาน)
Grande Lotus :
Leo Burnett Beirut for Johnnie Walker ‘Keep the Flam Alive’

PROMO LOTUS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 226 ผลงาน)
Grande Lotus :
Cheil Worldwide, Seoul for Olleh TV ‘KT Life Saving TV’

LOTUS ROOTS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 153 ผลงาน)
Grande Lotus :
BBDO India, Mumbai for Whisper ‘Touch the Pickle’

BRANDED CONTENT & ENTERTAINMENT LOTUS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 145 ผลงาน)
Gold Lotus :
1.BBDO Bangkok Ltd. for Operation Smile ‘The Painted Smile’


2.ADK Taiwan, Taipei for UNI Noodle ‘House of Little Moments’
3.BBDO China, Shanghai for Master Kong ‘Endless Love Song~ The Reunion of Noodles & Soup’
4.Denstu Inc., Tokyo for Android ‘Android Chorus’
5.Leo Burnett Beirut for Johnnie Walker ‘Keep the Flame Alive’
6.Leo Burnett Beirut for Always ‘Saudi Women’s Online March’
7.Leo Burnett Sydney for Canon Cameras ‘Canon Decoy’
8.M&C Saatchi, Sydney for Testicular Cancer Awareness ‘Game of Balls’

EFFECTIVE LOTUS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 60 ผลงาน)
Grande Lotus :
Leo Burnett Melbourne for its ‘#MYFAMILYCAN’

INNOVA LOTUS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 49 ผลงาน)
Grande Lotus :
Colenso BBDO, Auckland for DB Export ‘Brewtroleum’

INTEGRATED LOTUS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 3 ผลงาน)
ไม่มีผู้เข้ารอบ ได้รางวัลนี้ไปครอง

RADIO LOTUS (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 70 ผลงาน)
Grande Lotus :
McCann Worldgroup Japan/McCann Erickson Japan ‘Beer-Lingual’ for Malts the Draft

ADFEST 2016 ประกาศรางวัล ญี่ปุ่นมาแรง ไทยตามมาติดๆ

โดยรางวัลที่ได้จะเรียงลำกับตามนี้ Grande Lotus, Gold Lotus, Silver lotus และ Bronze Lotus  โดยผลงานที่มาจากแบรนด์ไทย และฝีมือคนไทย เราไฮไลท์สีแดงใหเอ่านกันแล้วนะครับ (คลิกไปชมผลงานเต็มๆ ได้ตามลิงค์) อย่ารอช้าเริ่มกันเลย

Interactive Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 181 ผลงาน)
Grande Lotus :

‘The Emotional Trailer’ by McCann Melbourne

Gold Lotus : 
1.‘Samsung Memory Recaller’ by BBDO Bangkok
https://vimeo.com/126934301
2.‘Game of Balls’ by M&C Saatchi Sydney
3.’Fumm’ by Hakuhodo Dy Media Partners
4.‘A Kind Drone’ by Geek Pictures
5.’Buy Light’ by Iris Worldwide

Mobile Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 50 ผลงาน)
Grande Lotus :

‘Pedigree Found’ by Colenso BBDO Auckland

Gold Lotus :
‘Samsung Memory Recaller’ by BBDO Bangkok

Print Craft Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 159 ผลงาน)
Gold Lotus :
1.’Sharni-Lee’ by Illusion Bangkok
illusion

2.’Japanese Harmony 1-5′ by Hakuhodo
3.’Radio Works Best in Outdoor’ by Taproot Dentsu
IOAA outdoor tv 03
IOAA outdoor dessert 02

Design Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 239 ผลงาน)
Grande Lotus : 

‘Japanese Harmony’ by Hakuhodo
https://youtu.be/_2r05exHKew

Direct Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 213 ผลงาน)
Grande Lotus : 
‘Shall We Move’ by Hakuhodo
https://youtu.be/wDAOCOxRMXg

Press Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 226 ผลงาน)
Gold Lotus :
‘A Cream That Give You Wrinkles’ by BBDO, Auckland
cream
Outdoor Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 329 ผลงาน)
Grande Lotus :

‘Shall We Move’ by Hakuhodo
https://youtu.be/wDAOCOxRMXg

New Director Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 13 ผลงาน)
Bronze Lotus :

1.‘Samurai Smartphone Parade’ by Hakuhodo

2.’A Drop’ by The Post Bangkok



Film Craft Lotus (ผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 441 ผลงาน)
Gold Lotus :

1.’Taxi’ by The Leo Burnett Group Thailand, Bangkok

2.’Deng Adut’ by Finch, Sydney

3.’Firefly Man’ by Nitto Tokyo
4.’Tourism Tasmania 2015′ by Rumble Studios

ปล.รางวัลที่ข้ามไป Gold เลย หรือมีแค่ Bronze หมายถึง ผลงานนั้นดีไม่พอคว้ารางวัลที่สูงกว่านั่นเอง

เพราะเครื่องบินจีนลำใหญ่ เวลาลงจอดจึงเสียงดัง

มากกว่า 30 ปี ที่ประเทศจีนสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด ด้วยอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย 8-10% พัฒนาจากประเทศที่ยากจน สู่ประเทศที่เต็มไปด้วยมหาเศรษฐี จนปัจจุบันขึ้นมาคานอำนาจทางเศรษฐกิจกับสหรัฐอย่างเต็มตัว

ฉะนั้นถ้าจะเปรียบเทียบให้จีนเป็นเครื่องบินสักลำ เครื่องบินลำนี้ต้องมีขนาดที่ใหญ่มาก ถ้าดูจากจีดีพีปี 2015 ที่11.06 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ไทย 0.415 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) ฉะนั้นเครื่องยนต์ที่จะพาเครื่องบินลำนี้ให้บินสูงได้ ก็ต้องใหญ่มหึมาเช่นกัน

โดยเครื่องยนต์ที่สำคัญของจีน ได้แก่ ภาคการผลิต ภาคการบริการ ภาคการเกษตร ภาคการก่อสร้าง ซึ่งสรุปเป็นภาษาชาวบ้านให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จีนเน้นการลงทุน เพิ่มกำลังการผลิต การส่งออก และนำเงินที่ได้มาขยายเศรษฐกิจต่อเนื่อง

สิ่งที่จีนทำมาตลอด 30 ปีเป็นเรื่องที่ทั่วโลกยกย่อง และอยากเอาเยี่ยงอย่างแต่ประเทศจีนเองกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะหลังจาก สี จิ้น ผิง ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของจีนในปี 2013 เขาก็ประกาศลดอัตราการเจริญเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อเดือนตุลาคม 2015 จีนประกาศลดเป้าหมายจีดีพีปี 2016-2020 เหลือ 6.5%-7% พร้อมกับปรับโครงสร้างประเทศครั้งใหญ่

ซึ่งหลังจากการประกาศนโยบายปฏิรูปโครงสร้าง ตลาดหุ้นจีน และค่าเงินหยวนก็ผันผวนทำให้นักวิจารณ์ทั่วโลกคาดว่าการชะลอเศรษฐกิจของจีนครั้งนี้ ไม่ราบรื่นเสียแล้ว หรือคำที่ต่างชาติเรียกกันว่า “Hard Landing”

แต่หากพิจารณาถึงสิ่งที่จีนกำลังทำ นี่อาจจะเป็นการเดินหมากที่ดีที่สุดของจีนเลยก็ว่าได้

 

สาเหตุที่เครื่องบินลดความเร็ว

1.การขยายตัวที่เร็ว ก่อให้เกิดอุปทานส่วนเกิน

ด้วยความที่มาจากระบบคอมมิวนิสต์ จีนจึงมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนและมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ในการกำหนดปริมาณและทิศทางการลงทุน การส่งออก ที่ขยายตัวสูง โดยอาศัยความได้เปรียบจากค่าแรงที่ต่ำกว่าคู่แข่ง รวมทั้งการสนับสนุนของ ภาครัฐผ่านการแทรกแซงกลไกตลาด ทั้งการดูแล ค่าเงินไม่ให้เสียเปรียบด้านราคา รวมทั้งการควบคุม ราคาวัตถุดิบซึ่งช่วยให้จีนได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า และยังมีนโยบายดึงดูดผู้ผลิตจากหลายประเทศให้ย้าย ฐานการผลิตมายังประเทศจีนอีกด้วย

Made in China จึงขยายตัวอย่างมาก จนกระทั่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2551 ทำให้บรรดาคู่ค้าของจีนหายเข้ากลีบเมฆ แต่โรงงานที่ลงทุน แรงงานฝ่ายผลิต ยังคงอยู่ ประกอบกับการบริโภคในประเทศยังไม่แข็งแกร่ง ทำให้เกิดเป็นอุปทานส่วนเกินจำนวนมาก แรงงานตกงานถึง 20 ล้านคน

2.ประชากรวัยทำงานขาดแคลน

หลังจากที่จีนได้ประกาศใช้นโยบายลูกคนเดียวไป รัฐบาลก็สามารถควบคุมจำนวนประชากรได้ดีขึ้น แต่ประชากรวัยทำงาน (15-59ปี) ก็ลดลงเช่นเดียวกัน โดยจำนวนประชากรวัยทำงานของจีนปรับลดลง ครั้งแรกในปี 2012 จำนวน 3.45 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 0.4 ของจำนวนประชากรทั้งหมดซึ่งจำนวนที่ลดลงก็ไม่ได้หายไปไหน แต่ไปอยู่ในส่วนของผู้สูงอายุนั่นเอง

3.เป็นผู้ตามมาโดยตลอด

นับตั้งแต่ที่จีนรับการลงทุนจากต่างประเทศ นอกจากการผลิตจะเติบโตอย่างมหาศาล ผลพลอยได้ก็คือ การส่งผ่านเทคโนโลยีจากประเทศที่เข้ามาลงทุนแต่ผลเสียกลับฝังรากลึกไปมากกว่านั้น จีนจึงกลายเป็นประเทศที่มีสินค้าลอกเลียนแบบเยอะเป็นอันดับ 1 ของโลก ถึงแม้ของบางอย่างคุณภาพจะใกล้เคียงกัน แต่จีนก็ไม่ใช่ผู้คิดค้นอยู่ดี

 

ปรับปรุงเครื่องบินด้วย New Normal 

New Normal หรือ สมดุลครั้งใหม่นั้นคือยุทธศาสตร์ที่จีนกำลังปรับปรุงโครงสร้างทั้งระบบโดยมีนโยบายที่สำคัญดังนี้

1.ลดกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมส่วนเกิน
ซึ่งอยู่ในภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก เนื่องจากตลาดโลกโดยเฉพาะยุโรปยังไม่ฟื้น จีนเองจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตอย่างเฉียบพลัน ซึ่งผลที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัดคือ

2.ปฏิรูปภาคการเงินเพื่อจัดสรรทุนให้เป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น
เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลเป็นผู้ควบคุมเบ็ดเสร็จในการลงทุนจากภาครัฐ และจากต่างประเทศ เพื่อหวังการเจริญเติบโตเพียงอย่างเดียว หากรัฐบาลสามารถจัดสรรทุนให้กระจายไปทุกอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม ก็จะปราศจากปัญหาการเหลื่อมล้ำ

3.ยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว
เนื่องจากนโยบายนั้นลงโทษครอบครัวที่มีลูกเกินหนึ่งคนอย่างรุนแรง ซึ่งค่านิยมของคนจีนคือการมีลูกมาก ดังนั้นการยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว แล้วเปลี่ยนเป็นลูกสองคนนั้น ก็สามารภเพิ่มประชากรวัยแรงงานในระยะยาวได้ แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจ และค่าครองชีพในยุคปัจจุบัน คงเป็นเรื่องยากที่จะกระตุ้นให้คนจีนอยากจะมีลูกในระยะสั้นได้

4.เปลี่ยนจากผู้ยืม (Adopter) มาเป็นผู้สร้าง (Innovator)
ไม่แปลกถ้าสินค้าลอกเลียนแบบของจีนจะสามารถทำให้สินค้าให้มีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ต้นฉบับได้ เพราะแม้แต่สมาร์ทโฟนระดับโลกยังผลิตที่จีน แต่ในช่วงหลังๆ จะเห็นได้ว่าจีนเริ่มพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมที่เป็นของตัวเองได้มากขึ้น ทั้งสมาร์ทโฟน รถยนต์ รวมไปถึง รถไฟไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ซึ่งเป็นสินค้าที่ทั่วโลกให้ความยอมรับ ทั้งในเรื่องคุณภาพและราคา

นอกจากนั้นยังมีการประกาศให้เมืองแต่ละเมืองมีบทบาทที่แตกต่างกันอีกด้วยเช่น สร้างเมืองอุธยานวิทยาศาสตร์ในปักกิ่ง (Silicon Valley แห่งเมืองจีน) หรือ เมืองแห่งเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology)

 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสาเหตุที่ช่วงนี้ เครื่องบินจีนกำลังชะลอความเร็วนั้น เป็นเพราะพวกเขาต้องการจะตัดภาระบนเครื่องออกไป ทั้งการผลิต การบริโภค การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงเพิ่มพนักงานบนเครื่องบินให้อายุน้อยขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้น พวกเขากำลังโละเครื่องยนต์อันเดิมออกไป ซึ่งก็คืออุตสาหกรรมแบบเก่าที่ใช้มาเนิ่นนาน ให้เป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรค่อนข้างมาก และใช้เวลาสักพัก

ฉะนั้นประชาชนชาวจีนที่นั่งในเครื่องบินอาจจะถึงจุดหมายช้าขึ้น แต่ประชาชนรุ่นหลังๆ จะได้นั่งเครื่องบินลำนี้อย่างสะดวกสบายแน่นอน ย้อนกลับไปตอนต้นเพื่อไปตอบคำถามที่ว่า เครื่องบินลำนี้จะจอดราบรื่นหรือไม่? คำตอบก็คือใช่ แต่เสียงที่เกิดขึ้นนั้นมันจะดังไปทั่วโลก เนื่องจากเครื่องบินลำนี้มันใหญ่เป็นลำดับสองของโลก และเชื่อว่าหากประเทศอื่นคิดจะปฏิรูปโครงสร้างแบบประเทศจีน คงไม่มีเครื่องบินลำไหนลงจอดได้ราบเรียบ 100% แน่นอน

 

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย์ SCB EIC และ TMB

รวมผลงาน Print ฝีมือคนไทย ในปี 2015-2016

งาน Print อาจจะเป็นที่จดจำได้น้อยกว่าโฆษณาในทีวี ในเฟซบุค แต่ความสร้างสรรค์ ความประณีตนั้นไม่ต่างกัน เรามาดูกันว่าผลงานจากคนไทยที่จะเข้าชิงรางวัลในหมวด Print ประเภทต่างๆ จาก ADFEST 2016 มีอะไรบ้าง

Title : “Vanilla Cake” “Chocolate Brownie”
Advertiser : สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย
Agency : OGILVY GROUP THAILAND, Bangkok
ความหวานเลวไม่ได้แค่ทำให้อ้วย แต่ในผู้ป่วยเบาหวาน ความหวานจะทำให้แผลหายช้าลงอย่างนี้

DSC_5969 DSC_5971

 

Title : Mount Fuji
Advertiser : Tea Plus
Agency : MULLENLOWE, Bangkok
ชาวเขียว สูตรน้ำตาลน้อย สไตล์ญี่ปุ่น
DSC_5997

 

Title : “Fish Prawn Crab Dice” “Poker”
Advertiser : สสส
Agency : Chuo Senko Advertising, Bangkok
ทุกครั้งที่ลงเงินพนัน สิ่งที่ลงไปคืออนาคตของครอบครัว
DSC_6003
DSC_6004

 

Title : “Home” “Train”
Advertiser : Adcare
Agency : TBWA\(THAILAND), Bangkok
แพมเพิสผู้ใหญ่ เหมือนพกห้องน้ำไปทุกที่
DSC_5994 DSC_5993

 

Title : “Wig Gentlemen” “Wig Lady”
Advertiser : Bio Quick Shampoo
Agency : TBWA\(THAILAND), Bangkok
ย้อมผมได้เร็วราวถอดวิก
DSC_5989
DSC_5990

 

Title : Fight Your Age
Advertiser : Hair Max Shampoo
Agency : J.Walter Thompson, Bangkok
ต่อสู้กับความชรา ก่อนที่คุณจะเสียผมไป
DSC_6013

 

Title : Snake
Advertiser : Makita
Agency : THE LEO BURNETT GROUP THAILAND, Bangkok
หญ้าจะรกแค่ไหน ก็ไม่กลัว
DSC_5987

 

Title : “Chinese Tourist” “๋ีJustin Bieber”
Advertiser : Audio Gear
หูฟังที่ทำให้คุณไม่ต้องกลัวเสียงดังอีกต่อไป
DSC_5984 DSC_5986

 

Title : “Pork” “Poultry”
Advertiser : Otto
Agency : SPA-HAKUHODO, Bangkok
เครื่องปั่นที่จะทำให้เนื้อหมู เนื้อไก่ปั่นละเอียดราวกับฟัดกันในนั้น
DSC_5976 DSC_5977

 

Title : Snake
Advertiser : Cobra
Agency : KITPBENLERT, Bangkok
ที่ล็อคจักรยาน แน่นเหมือนงูรัดเหยื่อ
DSC_5982

 

Title : “Soldier” “Worker”
Advertiser : Nemesis
Cmpany Entering : BOB EYE VIEW STUDIO, Bangkok
กำจัดแมลง ให้สาสมกับที่มันทำร้ายบ้านคุณ
DSC_5963 DSC_5965

 

Title : Stamp
Advertiser : WWF
Agency : ILLUSION, Bangkok
แสตมป์ที่ซ่อนความหมายอยู้ในทุกรอยประของแสตมป์
DSC_5973

 

Title : His Memories
Advertiser : One Home & Office
Agency : J.Walter Thompson, Bangkok
ของทุกชิ้นมีความทรงจำซ่อนอยู่ รักษาไว้ด้วยที่หุ้ม
DSC_5980

 

เอาใจช่วยผลงานไทยใน ADFEST 2016

เริ่มแล้วกับมหกรรมงานโฆษณา ADFEST 2016 ซึ่งปีนี้มาในธีม Creative Intelligence หรือ ปัญญาสร้างสรรค์ โดยปีนี้ผลงานไทยก็ยังคงโดดเด่นไม่แพ้ผลงานจากชาติอื่นๆ โดยผลงานบางชิ้นคว้ารางวัลจากงานคานส์ที่ฝรั่งเศสมาแล้วด้วย เรามาดูกันว่าในปี่ผ่านมา ความสร้างสรรค์ของคนไทยจะโดดเด่นขนาดไหน

Title : Table Forest
Brand : PTT Public Company Limited
Agency : CJ WORX, Bangkok
ผลงานที่วางแก้วสร้างจากไอเดียง่ายๆ แต่ทรงประสิทธิภาพ แทนที่เราจะวางแก้ว และปล่อยให้หยดน้ำเสียไป แค่ใช้ที่รองแก้วที่ฝังเมล็ดพืชข้างใน หยดน้ำจากแก้วก็จะค่อยๆ ซึมเข้าเมล็ดพืช และเมื่อเมล็ดงอกเป็นต้นกล้าแล้ว เราก็สามารถนำไปปลูกต่อได้เลย อ่านเพิ่มเติมที่นี่
DSC_5646 DSC_5717

 

Title : The Waiter’s Mom
Advertiser : BBQ Plaza
Agency : GREY NJ UNITED, Bangkok
คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก สำหรับแคมเปญที่โกอินเตอร์ทันทีที่ออกมา ด้วยการถ่ายทอดอารมณ์ที่ถึงแก่น และมาจากพนักงานจริงๆ แคมเปญวันแม่ชิ้นนี้ จึงเรียกน้ำตาในแบบที่โฆษณาอื่นไม่เคยทำ อ่านเพิ่มเติมที่นี่
DSC_5742

 

Title : Happy Snack Bag
Advertiser : ธนชาตประกันภัย
Agency : DENTSU PLUS CO LTD, Bangkok
ผลิตภัณฑ์ประกันเป็นเรื่องน่าเบื่อเสมอ ยิ่งต้องมานั่งอ่านเอกสารหลายสิบหน้า คนทำประกันยิ่งเหนื่อย แต่ธนชาตต้องการเปลี่ยนให้ประกันเด็กเป็นเรื่องง่าย ก็เลยเปลี่ยนถุงขนมให้กลายเป็นรายละเอียดประกันซะเลย และเมื่อแแกะถุงขนมก็จะเห็นรายละเอียดสำคัญที่หยิบขึ้นมาอ่านง่ายอีกด้วย สร้างสรรค์มากๆ ทำเรื่องประกันให้เป็นเรื่องขนมๆ
DSC_5652 DSC_5722

 

Title : The Perfect Match
Advertiser : A SPACE ME
Agency : SWAT, Bangkok
A SPACE ME ต้องการจะโฆษณาคอนโดของพวกเขา แต่ดันมีสองคอนโดที่ออกพร้อมๆกัน หากทำแคมเปญแยก งบบานปลาย แถมขัดแย้งกันเองอีกด้วย จึงเป็นที่มาของแคมเปญนี้ที่ตอบโจทย์ทั้งงบ และ Brand’s Message อ่านเพิ่มเติมที่นี่
DSC_5685

 

Title :Who is The Yellow Suit Guy?
Advertiser : Krungsri Auto, Bangkok
Agency : CJ WORX, Bangkok
เมื่อกรุงศรีต้องการจะออกเว็บไซต์ขายรถใหม่ และต้องการให้เป็นที่จดจำ เป็นหน้าที่ของผู้ชายสูทเหลืองคนนี้ ที่จะกระตุ้นต่อมสงสัย ให้คนสนใจ
DSC_5736

Title : The Tattoo Flyer
Advertiser : ททท.
Agency : THE LEO BURNETT GROUP,Thailand ,Bangkok
ใบปลิวแผ่นพับที่แจกตามที่ท่องเที่ยวมักกลายเป็นขยะอยู่เสมอ ททท.จึงคิดใบปลิวที่ทำให้ทุกคนอยากได้นั่นก็คือ แทททู ใบปลิว ที่แจกให้นักท่องเที่ยวในสนามบิน และไม่ใช่แค่สวยงามเท่านั้น มันยังสามารถแสกนในลักษณะ QR Code ได้อีกด้วย ผลลัพธ์ก็คือ มันกลายเป็นแรร์ไอเท็มที่นักท่องเที่ยวอยากได้มาก (โดยเฉพาะชาวจีน)
DSC_5727

 

Title : Muay Thai Hotel
Advertiser : Muay Thai Hotel
Agency : BBDO ,Bangkok
มวยไทยโด่งดัง และได้รับการยอมรับในเวทีโลก แต่มวยไทยที่ต่อยตามสถานที่ท่องเที่ยวกลับกลายเป็นแค่โชว์ และการพนันเท่านั้น Muay Thai Hotel จึงสร้างขึ้นเพื่อลบกรอบเดิมๆ ของนักท่องเที่ยว โดยการสร้างห้องพักให้คล้ายโรงยิมของนักมวย และจะโรงแรมติดเซนเซอร์ไว้ที่ตัวคุณ ถ้าคุณเสียแคลอรี่มากถึงที่กำหนดคุณก็จะได้ห้องพักฟรี สาเหตุก็เพราะโรงแรมต้องการให้ผู้คนรู้ว่า กว่าจะเป็นนักมวยมันไม่ได้ง่ายนะจ๊ะ
DSC_5766

 

Title : Be Prepared
Advertiser : Tic Tac
Agency : GREY NJ UNITED, Bangkok
เป็นรางวัลที่ไปคว้ารางวัลในคานส์มาแล้ว ด้วยความเรียบง่ายแต่ทรงพลังของ Tic Tac ใครเห็นเป็นต้องนึกถึง
DSC_5806

 

Title : Waterfall, Beach
Advertiser : Air Asia Domestic Campaign
Agency : BBDO BANGKOK LTD, Bangkok
ถือเป็นตัวเก็งรางวัลเลยก็ว่าได้ เนื่องจากไปคว้ารางวัลที่คานส์ และต่างประเทศพูดถึงกันอย่างมาก ด้วยไอเดียเรียบง่าย แต่สุดยอดสร้างสรรค์ โดยแค่ใช้ภาพๆ เดียวแต่บอกทุกสิ่งครบถ้วน
DSC_5812 DSC_5821

 

Title : Oishi AR Hunting
Advertiser : Oishi
Agency : ADAPTER DIGITAL COMPANY LIMITED, Bangkok
DSC_5827

 

Title : “Define The Diffrence”
Advertiser : Noble
Agency : OGILVY GROUP THAILAND, Bangkok
โนเบิ้ลต้องการจะนิยามความแตกต่างให้สวยงาม และจับต้องได้ พวกเขาจึงสร้างคอนโดของพวกเขาจำลองขึ้น โดยในคอนโดของพวกเขาเป็นช็อคโกแลตที่ถูกสร้างอย่างพิถีพิถัน เพื่อลูกค้าคนสำคัญ DSC_5847

Title : “Rabbit” “Frog”
Advertiser : Sand-M Senna Capsule
Agency : MCCANN WORLDGROUP THAILAND, Bangkok
ไม่ต้องพูดอะไรมาก ทานยานี้เข้าไป ออกมาเป็นก้อนเลย
DSC_5853 DSC_5854

 

Title : Chor Chang
Advertiser : WWF
Agency : OGILVY GROUP THAILAND, Bangkok
ในทุกๆ ปี ช้างจะถูกล่าเพื่อนำงามาขายในตลาดมืด แะไทยก็เป็นแหล่งค้างาอันดับสองของโลก แคมเปญนี้ง่ายๆ ก็คือเอาตัว ช.ช้าง ออกจากสารระบบ ให้หมด หนังสือพิมพ์ บิลบอร์ด เว็บไซต์ ชูแผ่นป้าย และสถานที่ที่คนจะเห็น เพื่อให้รู้ว่า ช.ช้าง กำลังหายไปจากโลก และต้องการให้ทุกคนรับรู้เรื่องนี้ รวมถึงรัฐบาลด้วย
DSC_5756

 

 

จบแล้วสำหรับการทัวร์งาน ADFEST วันแรก ถ้าขาดผลงานชิ้นใดแอดมินขออภัยด้วย เพราะผลงานจากต่างชาติเยอะจริงๆ และแต่ละชิ้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ติดตามการรายงาน ADFEST 2016 สดๆ จาก Facebook MARKETEER ONLINE นะครับ

Marketing 101 : เข้าใจ Consumer Insight ด้วยหลัก 3S

นักการตลาดมือใหม่น่าจะทุกคน เคยได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ ในทำนองว่า “ก่อนจะวางกลยุทธ์การตลาด ต้องเข้าใจ Consumer Insight” หรือ “ลูกค้าจะผูกพันกับตราเรามากขึ้นถ้าเราเข้าถึง Insight ของพวกเขา” หรือ “จะสื่อสารการตลาด/จะสร้างสรรค์โฆษณาให้ “โดน” ก็ต้องไปค้นหาให้เจอ Consumer Insight” … ฟังแล้วน้องๆ ก็ต้องรำพึงว่ามันคืออะไร คำนี้มันงอกมาจากไหน ในมหา’ลัย ก็ไม่มีสอนไว้ แล้ววิธีการจะไปค้นหาให้เจอ ไปทำความเข้าใจให้ได้ คือทำอะไร อย่างไรหรือ?

Consumer Insight หมายถึงความเข้าใจผู้บริโภคในเชิงลึก โดยคำว่า “ลึก” ในที่นี้ก็คือ ถ่องแท้มั่นใจได้ว่าลูกค้ามีความคิด ความเชื่อ ค่านิยมเช่นนั้น และยังต้องมีความ “สดใหม่” คือไม่ใช่เรื่องที่ใครในวงการรู้ๆ กันอยู่

[คำๆ นี้ถ้าใส่ S เข้าไปเป็น Insights ก็จะใช้สื่อไปในแนวว่า “เกิด” ความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาหรือ “ปิ๊ง” แรงบันดาลใจ ได้ไอเดียบางอย่างออกมา เป็นคำที่ Creative ใช้เมื่อเกิด “Flash of Inspiration” แปลง่ายๆ ประมาณว่า “ยูเรก้า – ฉันเข้าใจลูกค้าแล้วและฉันรู้แล้วว่าฉันจะทำอะไร อย่างไร”]

 

“Consumer Insight” คือ การค้นหาเรื่อง Why they do what they do? – เริ่มต้นจากสิ่งที่มองเห็นหรือมีข้อมูล ว่าพวกเขาทำอะไร ซื้ออะไร ไม่ซื้ออะไร จำนวนเงินเท่าไหร่ ฯลฯ ซึ่งเป็นคำตอบสำหรับวลีหลังคือ What they do ก่อนจากนั้นก็ลงลึกให้ได้คำตอบมากกว่านั้นก็คือไปตอบวลีหน้าให้ได้ว่าทำไม – Why they do – เพราะเหตุผลใดผู้บริโภคถึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น โดยมุ่งไปทำความเข้าใจให้ได้ถึง ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ความเชื่อของพวกเขา ตัวอย่างเช่น

ในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ คุณ A ซื้อเนื้อสัตว์บรรจุแพ็คสำเร็จเพราะมีความคิดว่าของแพงย่อมดีกว่า เชื่อถือตราผู้ผลิตและคำรับรองเรื่องปลอดสารพิษรวมทั้งรู้สึกมั่นใจที่ได้เห็นฉลากแสดงวันที่หมดอายุ ในขณะที่คุณ B พอใจกับการได้เลือกเนื้อสัตว์ด้วยตนเองอย่างมั่นใจแล้วนำไปให้พนักงานชั่งน้ำหนักแล้วติดราคาและยังมีความคิดว่าเนื้อสัตว์พวกนี้สดวันต่อวัน … อีกแผนกหนึ่ง คุณ C ซื้อสินค้าเต็มโควตา 3 ชิ้น ตามที่ติดป้ายให้สิทธิว่าจำกัดไม่เกินท่านละ 3 ชิ้นเพราะคิดว่าของดีราคาถูกมีจำกัด ทางร้านจึงต้องกำหนดโควตาไว้เพื่อให้ลูกค้าได้สิทธิกันทั่วถึง … คุณ D ไม่ซื้อสินค้าที่ติด House brand-ตราของร้านค้าเลยในหมวดหมู่สินค้าสำหรับเด็กเพราะคิดว่า House Brand ไม่ควบคุมคุณภาพสินค้าจึงไม่ควรเสี่ยงกรณีผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก … คุณ M ซื้อผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใช้กับผิวกายหลังอาบน้ำ เหตุผลหนึ่งเพราะเกิดความรู้สึกดีที่ได้พิถีพิถันในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง … คุณ Z ไม่ดื่มกาแฟแบบผงชงสำเร็จ เพราะรู้สึกว่ารสชาติและกลิ่นไม่เหมือนกาแฟสดที่ดื่มอยู่ทุกวัน และลึกๆ แล้วรู้สึกดีกับการกระบวนการที่พิถีพิถันของการทำกาแฟสดที่เสมือนเป็นการให้รางวัลตัวเองทุกเช้า ทั้งยังรู้สึกว่าตนเองมีรสนิยมดี ฯลฯ

 

กล่าวสรุปอีกแบบหนึ่ง การค้นหาให้เจอ Consumer Insight มีหลักเบื้องต้นเป็น 3S ก็คือ See – Search – Synthesis โดยที่

  • See / Observe คือ มองเห็น สังเกตลูกค้า หาพฤติกรรมที่ควรมีคำอธิบาย
  • Search / Research คือ ค้นหาคำตอบ โดยใช้วิธีและเทคนิคต่างๆ เช่นการสัมภาษณ์ การเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วย การให้เลือกรูปภาพแล้วเล่าเรื่อง ฯลฯ
  • Synthesis แปลว่าสังเคราะห์ ปะติดปะต่อเรื่องราวความเข้าใจให้ได้ภาพที่ชัดเจน

 

การพัฒนาฝีมือในหัวข้อนี้เราสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น ถ้ามีใครมาพูดกับเราว่า “เลิกกันเถอะนะเพราะเธอดีเกินไป” หรือ “อย่าจีบเราเลยตอนนี้เราไม่ต้องการใคร” สิ่งแรกที่เราควรทำในกระบวนการทำงานการตลาดก็คือ เราต้องหา “Insight” ของผู้พูดให้เจอครับ

 

เรื่อง : ผศ. ศรัณยพงศ์​ เที่ยงธรรม , มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ตลาดรถยนต์ : ช่วงวิกฤติ “สุดขีด” ยังมีโอกาสเล็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่

magazine192small

 

ติดตามอ่านคอลัมน์ The Battle ใน นิตยสาร Marketeer ฉบับเดือน กุมภาพันธ์
ผู้เขียน : ฉลองศักดิ์ สุดใจธรรม

 

 

ต้องบอกว่าอุตสาหกรรม “รถยนต์” ในเมืองไทยยังเป็นอะไรที่ “เดาทาง” ไม่ออกเพราะนับตั้งแต่ปี 2012 ที่ได้รับสารกระตุ้นจากนโยบายรถคันแรกคืนเงิน 100,000 บาทของรัฐบาลจนทำให้สร้างปรากฎการณ์ยอดขายถล่มทลายสูงถึง 1,435,335 คันแต่หลังจากนั้นปีถัดๆมายอดขายตลาดรถยนต์ก็ยัง “ดำดิ่ง” อย่างไม่มีวี่แววว่าจะมีเส้นกราฟทะยานสูงขึ้นและในปี 2016 นี้ก็ยังถูกประเมินว่ายอดขายในตลาดรถยนต์จะยังคง “ติดลบ” ลงไปอีก

p1

 

เหตุผลของการ “ตกต่ำ” ที่ยังไม่สิ้นสุด

ความน่าสนใจจึงมาอยู่ที่ว่าเพราะเหตุใดตลาดรถยนต์ในปี 2016 จะยังคงอยู่ในสภาวะ “ทิ้งตัว” เพราะหากมองโลกในแง่ดีนั้นคือในปีนี้หลายธุรกิจในตลาดเชื่อว่าด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้านการลงทุน “เมกะโปรเจกต์” ต่างๆ ที่มาอย่าง “จัดเต็ม” จะช่วยให้ “พลังซื้อ” กลับมา

“ปี 2015 ที่ผ่านมา เรามองว่าตลาดรถยนต์น่าจะตกต่ำกว่านี้อีก หากไม่มีผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่หนีมาซื้อรถก่อนกำหนดเวลาที่ตัวเองวางไว้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิต CO2 ในปีนี้ 2016”

“ตรงนี้เองที่ทำให้กำลังซื้อในปี 2016 ถูกนำไปใช้ล่วงหน้าในปีที่แล้ว แม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยก็ตามทีส่วนอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ตลาดซบเซา นั้นคือราคารถยนต์ในปีนี้มีหลายรุ่น ที่น่าจะมีราคาขายแพงกว่าปีที่แล้วด้วยกฎของภาษีใหม่”

“ในขณะที่โครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลที่จะลงทุนในครึ่งปีหลังเรามองว่าจะเห็นผลชัดเจนไม่ใช่ปีนี้ แต่จะเป็นปีหน้ามากกว่าที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว” ทวี ธีระสุนทรวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด วิเคราะห์บอกถึงสาเหตุที่ตลาดรถปี 2016 จะยังคงอยู่ในสภาวะยอดขายตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ยังทำให้ตลาดยังไม่ฟื้นตัวมาจากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 82% ส่งผลให้กลุ่มสถาบันการเงินต่างๆ ในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อนำเงินไปซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่ในอัตราที่น้อยมาก เพราะอย่าลืมว่าพฤติกรรมการซื้อรถยนต์แบบผ่อนชำระสูงถึง 85% ในขณะที่รูปแบบเงินสดอยู่ที่ 15%

 

ในทุก “วิกฤติ” ย่อมมี โอกาสเล็กๆซ่อนอยู่

ทั้งหมดนี้ได้กลายเป็น Effect ที่ค่ายรถหลายค่ายต้องคิดหนักพร้อมกับมีค่ายรถบางค่ายปรับลด “งบการตลาด30 -40%” แต่หากส่องกล้องมองเกมให้ลึกซึ้งในความตกต่ำของตลาดรถยนต์ ย่อมมีโอกาสทางการตลาดเล็กๆ แอบซ่อนอยู่ เพราะแม้ Segment ขนาดใหญ่อย่าง “รถกระบะ” และ “รถยนต์ 1500 CC” ที่มียอดขายรวมกันมากกว่า 70 % ของตลาดยัง “ติดลบ” ต่อเนื่องอย่างรุนแรงแต่ก็มีรถยนต์ในบาง Segment วิ่งสวนทางความ “ตกต่ำ” เมื่อมีอัตราการเติบโตเกินความคาดหมาย
p2

เป็นการฉายภาพชัดเจนว่ากลุ่มรถ Sub Compact, SUV,และ PPV หรือกระบะดัดแปลง ซึ่งเป็น Segment เล็กๆ ยังสามารถทะยานเติบโตได้ดี แน่นอนย่อมส่งผลให้เทรนด์การแข่งขันในปี 2016 บรรดาค่ายรถยนต์จะต้องเน้นทำตลาดในกลุ่มดังกล่าวอย่างเข้มข้นมากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ในขณะที่กลุ่มตลาดรถหรูในเมืองไทยเองก็ยังสามารถเติบโตทะลุ “วิกฤติ” ได้เช่นกัน สะท้อนจากปี 2015 ที่ผ่านมามียอดขายรวม 22,441 คัน จากแต่เดิมปี 2014 มียอดขาย 20,234 คัน (ข้อมูลจาก BMW)

“BMW เองยังมองว่าปี 2016 ตลาดรถหรูเองก็ยังคงสามารถเติบโตได้อีก เหตุผลมาจากทุกค่ายจะมีรถรุ่นใหม่ๆ ออกมากระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ” แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย บอกถึงเหตุผลที่ตลาดรถหรูจะยังคงเติบโตต่อไปอีกปี

 

BIG BIKE ยังใส่ “เกียร์ถอย”

“ในอดีต Segment Big bike จะมียอดขายไม่มาก แต่เริ่มเติบโตต่อเนื่อง เพราะมีหลายรายเริ่มเข้าสู่ตลาดนี้ จากในอดีตมีแบรนด์ญี่ปุ่นค่ายหนึ่งทำตลาดเงียบๆ แต่ปัจจุบันเริ่มมีแบรนด์ญี่ปุ่นค่ายอื่นๆ และค่ายยุโรปเข้ามาสร้างสีสันการตลาดได้มากขึ้น” ทวี ธีระสุนทรวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด บอกถึงเหตุผลที่ตลาดรถ Big bike ยังเติบโตต่อเนื่อง

แต่ถึงอย่างไร ไม่ว่าตลาดรถยนต์และจักรยานยนต์จะใส่เกียร์ “ถดถอย” อย่างต่อเนื่องแค่ไหน ? แต่ทุกรายต่างคิดเป็น “เสียงเดียวกัน” คงไม่มีตลาดไหนที่จะตกต่ำไปได้ตลอด และอีกไม่นานจะต้องมี Turning Point เพียงแต่เมื่อไร เวลาใด ? ยังไม่มีใครสามารถตอบได้

 

รถไฟฝรั่งเศส ออกป้ายเตือนคน “อย่าทำตัวเหมือนสัตว์”

ประเทศที่เจริญแล้วมักจะมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก รวดเร็ว ราคาไม่แพง แต่ไม่ใช่คนทุกคนที่จะแคร์คนรอบข้าง นี่จึงเป็นปัญหาโลกแตกของทุกประเทศ ที่ทำให้รถไฟ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน มีประสิทธิภาพไม่เต็มที่

รถไฟฝรั่งเศส จึงออกป้ายเตือนสติประชาชนทั้งหลายว่า “ทำตัวให้เป็นมนุษย์หน่อย เวลาเดินทางร่วมกับผู้อื่น ซึ่งแต่ละป้ายที่ออกมานั้น ได้แสดงถึงนิสัยของคน ที่คล้ายกับพฤติกรรมของสัตว์ ได้อย่างชาญฉลาด เรามาดูกันว่า นิสัยที่ควรระวังมีอะไรบ้าง

human1
การมีกระเป๋าใบใหญ่ ไม่ใช่เหตุผลให้สร้างความรำคาญให้ผู้อื่น ระวังตอนหัน ตอนถือกระเป๋าด้วย
human2
ยืนขวางประตูเหมือนช้าง ทำให้คนอื่นเข้าออกไม่ได้
human3
บันไดเลื่อนไม่ใช่สถานที่พลอดรัก คนไม่ใช่นกที่ต้องตัวติดกันตลอดเวลา
human4
เป็นคนไม่ใช่หมู อย่าทำเลอะเพราะคนอื่นก็ต้องมานั่งต่อ
human5
ถ้าเข้าไม่ทัน หรือขบวนมันเต็ม อย่าขวางประตู เพราะทำให้คนอื่นเสียเวลา
human6
รีบได้แต่อย่าชนคนอื่น คนนะไม่ใช่กระทิง เดี๋ยวเอาผ้าแดงโบกเลย
human7
คุยโทรศัพท์ได้ถ้าไม่รบกวนผู้อื่น
human8
ถุยน้ำลาย ถุยหมากฝรั่ง สุดท้ายก็มีคนมาเหยียบอยู่ดี ทำตัวเหมือนลามะที่ชอบถุย
human9
อันนี้คงเอาฮา เพราะถ้าไปโดดข้ามแบบนี้ โดนปรับแน่นอน
human10
อย่าทำตัวเป็นสล็อต เชื่องช้า กินที่ ถ้าได้นั่งแล้วก็ควรทำตัวให้แนบชิดด้วย

จริงๆ ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอก ที่นำนิสัยแบบนี้ แต่บางทีเรามักจะลืมตัวทำกัน เช่น สะพายกระเป๋าใบใหญ่ ทำเสียงดังรบกวนผู้อื่น ฉะนั้นหากใช้บริการขนส่งสาธารณะ ก็แคร์คนรอบข้างให้มากๆ นะจ๊ะ

ที่มา : Yacoub Creative Design

เปิดใจ “กรมทรัพย์สินทางปัญญา” หน่วยงานรัฐที่ฮ็อตที่สุดในเวลานี้

หากใครติดตามข่าวคราวจากเฟซบุคในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็จะได้ยินชื่อของ “กรมทรัพย์สินทางปัญญา” เป็นระยะๆ เริ่มตั้งแต่การเข้าไปโพสในเว็บที่ปล่อยหนังออนไลน์เถื่อน ว่าทำตัว #ไม่น่ารักเลย ต่อมาก็มีมีคนแจ้งว่ามีเพจขายรองเท้าปลอม ก็ไม่วายไม่โพสแซวว่า “เพจอื่นขาย 1,500 เอง” ทำนองนี้

12734118_913026065483852_682321570136274072_n

ซึ่งหลังจากที่ทางเพจเริ่มขยับตัว มีบทบาทในโลกออนไลน์มากขึ้น ความดังก็ไปเข้าหูเพจดังๆ อย่าง Drama Addict และ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน จนจุดกระแสให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา กลายเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามามีส่วนร่วมกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และไม่ใช่แค่ในออนไลน์ ในโลกออฟไลน์เองก็มีการตื่นตัวไม่แพ้กัน เมื่ออธิบดีของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ออกมาถือกระเป๋าลายเก๋ เพื่อย้ำว่าสามารถถือได้ ไม่ผิดกฏหมาย

 

และทาง Marketeer ก็ได้มีโอกาสถามคำถามสั้นๆ กับรองอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญา ทศพล ทังสุบุตร ว่า

Q : บทบาท และสาเหตุของการเข้ามาเล่น Facebook ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเต็มตัวนั้น คืออะไร?

A : สาเหตุที่เราเข้ามามีบทบาทนั้น ก็เพราะเราอยากสื่อสารกับประชาชนมากขึ้น ซึ่งการสื่อสารผ่านโซเชียลนั้นเป็นช่องทางที่ไม่ทางการ การที่เราเป็นองค์กรภาครัฐ จึงต้องมีความ Soft บ้าง เพื่อเข้าถึงชาวไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดยตัว Facebook นั้นเป็นเพียงการเริ่มต้น หลังจากที่กระแสเริ่มมา ก็มีประชาชนส่งเบาะแสเข้ามาอย่างมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แสดงให้เห็นว่าคนไทยเราไม่ได้ละเลยเรื่องลิขสิทธิ์  และเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการจัดการเช่นกัน

นอกจากนั้นเราเองก็ยังมีโครงการที่ต้องการประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยทราบ ดังนั้นช่องทาง Facebook จึงถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

 

โดยโครงการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ ECD Police และ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทย คือ โครงการ Safe Software, Safe Nation เร่งลดการละเมิดลิขสิทธิ์ Software ต้นตอของภัยไซเบอร์ เช่นการโจรกรรมข้อมูล การโจมตีทางไวรัส การล้วงข้อมูล นั่นเอง รายละเอียดเพิ่มเติม

ถือเป็น Case Study ที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง สำหรับองค์กรภาครัฐ ที่จะเข้าหาประชาชนได้อย่างไม่บังคับ และทำให้ประชาชนเปิดใจยอมรับอย่างแท้จริง ว่าแล้วก็ขอเอามุกของเพจมาเล่นหน่อยแล้วกัน …