All posts by Temsiri.J

ดีแทค รีวอร์ด ร่วมกับ เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าดีแทค “BLUE MEMBER”

ดีแทค รีวอร์ด ร่วมกับ เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าดีแทค “BLUE MEMBER” ปิดโรงภาพยนตร์ระดับเฟิร์สคลาส ชมรอบพิเศษก่อนใครฟรี!

นางสาวเพ็ญพงา สุทธิมณฑล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ นายเดชา ธรรมชัยพิเนต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบประสบการณ์ความบันเทิงสุดประทับใจที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ พร้อมตอบรับไลฟ์สไตล์ที่อินเทรนด์และโดดเด่นสำหรับลูกค้าดีแทค BLUE MEMBER กับแคมเปญ “Movie Premiere” ปิดโรงภาพยนตร์ระดับเฟิร์สคลาส ชมรอบพิเศษก่อนใครฟรี!กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เรื่อง “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” (Disney’s Beauty and the Beast) กว่า 50 ที่นั่ง ที่โรงภาพยนตร์ระดับเฟิร์สคลาส เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์  พร้อมให้การต้อนรับและดูแลเป็นอย่างดีกับกิจกรรมที่คัดสรรมาเฉพาะ อาทิ กิจกรรม shoot & share พร้อมรับของที่ระลึกมากมาย เพื่อให้ลูกค้า BLUE MEMBER ได้สัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจ

ลูกค้าดีแทค BLUE MEMBER สามารถติดตามกิจกรรมลุ้นรับบัตรชมภาพยนตร์ตลอดทั้งปีได้ผ่านช่องทาง dtac reward LINE และลุ้นรับสิทธิ์ชมภาพยนตร์ฟรี 2 ที่นั่ง ต่อ 1 หมายเลข ได้ในครั้งต่อไปช่วงเดือนเมษายน โดยกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการให้บริการ เอาใจใส่ลูกค้าอย่างเต็มที่ พร้อมคัดสรรความพิเศษมาโดยเฉพาะ เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างอย่างโดดเด่น สำหรับลูกค้า BLUE MEMBER เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BLUE MEMBER Personal Service โทร. *1806  และสามารถติดตามกิจกรรมดีๆแบบนี้อีกมากมายได้ทาง dtac reward LINE official account และ www.dtac.co.th/dtacreward

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จับมือ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประกาศความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมอาหารไทยในเวทีโลก ในงาน THAIFEX – World of Food Asia 2017

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมด้วย หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี เตรียมพร้อมจัดงาน THAIFEX – World of Food Asia 2017 ดึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารร่วมออกงานคึกคักกว่า 2,000 ราย จาก 40 ประเทศทั่วโลก พร้อมขยายพื้นที่จัดงานเกือบ 1 แสนตร.ม.   ตั้งเป้าผู้เข้าชมงานมากกว่า 150,000 ราย มั่นใจไทยครองแชมป์ผู้จัดงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชีย พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมอาหารโลก

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมอาหารของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยเป็นประเทศอันดับ 1 ที่ส่งออกสินค้าอาหารไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน และอันดับที่ 12 ของประเทศที่ส่งออกสินค้าอาหารไปทั่วโลก โดยอุตสาหกรรมอาหารสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากกว่า 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 800,000 ล้านบาท สินค้าอาหารของไทยหลายรายการที่มีมูลค่าการส่งออกจัดอยู่ใน 5 อันดับแรกในตลาดโลก อาทิ ข้าว ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป กุ้งแช่แข็งและแปรรูป และเครื่องปรุงรส ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านวัตถุดิบที่หลากหลาย และผู้ประกอบการในภาคการผลิตมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในทุกห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมอาหาร”

“เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมอาหารโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในซุปเปอร์คลัสเตอร์ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ โดยมุ่งเน้นที่จะเชิญชวนบริษัทผู้ผลิตหรือวิจัยพัฒนาอาหารชั้นนำของโลกมาลงทุนในกิจการด้านนวัตกรรมอาหารในประเทศไทย และยังสนับสนุนให้บริษัทเอกชนไทยในทุกระดับได้เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่สร้างมูลค่าอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้าผ่านการเจรจาเชิงรุก เพื่อเปิดตลาดและลดอุปสรรคทางการค้าภายใต้กรอบการเจรจาระดับต่างๆ ควบคู่ไปกับการร่วมพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง สามารถยกระดับการประกอบการไปสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารให้สามารถแข่งขันและเป็นผู้นำในตลาดโลกได้”

ด้าน นายกลินท์ สารสิน รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า “อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตต่างๆ ทั้งจากภาคเกษตรกรรม การประมง ปศุสัตว์ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังมีผลกระทบกับคนจำนวนมาก เนื่องจากมีห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เกี่ยวพันในหลากหลายธุรกิจ และเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ Local Content สูง มีผลกระทบด้านการจ้างงานและอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม อุปสรรคที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ผู้ประกอบการอาหารของไทยจำนวนมาก ยังประสบปัญหาเรื่องการสร้างนวัตกรรม ทำให้มูลค่าจากการขายสินค้าไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น”

“การส่งออกอาหารในรูปของวัตถุดิบ คงไม่สามารถทำให้อุตสาหกรรมอาหารของเราเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ดังนั้น การสร้างนวัตกรรมที่อาศัยการวิจัยและพัฒนา จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันส่งเสริม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ซึ่งในบางสินค้าสามารถเพิ่มมูลค่าได้เป็น 100 เท่า”

“สำหรับงาน THAIFEX–World of food ASIA เป็นอีกหนึ่งความพยายามของหอการค้าไทยและพันธมิตร ที่ต้องการจะพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านอาหาร ความสำคัญของงานคือการที่ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs จะได้เรียนรู้รูปแบบธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ จากต่างประเทศที่มาร่วมออกบูธในงาน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาธุรกิจของตนได้ต่อไป นอกจากนั้น ยังมีโอกาสพบปะคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อสร้างช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งยังมีโอกาสได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการจากทั่วโลกอีกด้วย โดยปีนี้จะมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมประมาณ 700 ราย โดยเป็น SMEs 520 ราย และมีรายใหม่อีก 180 ราย เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 38%”

ด้าน นายมาเธียส คุปเปอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคโลญเมสเซ่ จำกัด กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศเป็นอย่างมาก ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับประเทศในแถบอินโดจีน และกล่าวได้ว่าประเทศไทยเปรียบเสมือนประตูของผู้ส่งออกและผู้นำเข้าอุตสาหกรรมอาหารจากทั่วโลก ซึ่งผู้เข้าชมงาน THAIFEX จะมีโอกาสเข้าถึงตลาดที่เกิดใหม่ในแถบอินโดจีน อาทิ กัมพูชา ลาว พม่า ฯลฯ เพราะงาน THAIFEX เปรียบเสมือนเวทีสำคัญที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไทยซึ่งเปี่ยมไปด้วยศักยภาพให้มีโอกาสเติบโตในภูมิภาคเอเชียและตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของการปั้นให้ประเทศไทยเป็น “ครัวไทยสู่ครัวโลก : Kitchen of the World”

 

“งาน THAIFEX – World of Food Asia ในปีนี้ นอกจากการเพิ่มพื้นที่จัดงานเป็น 93,500 ตร.ม.แล้ว ในโซนของนิทรรศการยังเน้นการจัดแสดงสินค้าอาหาร 11 แนวโน้มเทรนด์อาหารโลก อาทิ อาหารมังสวิรัติ อาหารออร์แกนิค อาหารที่รับประทานด้วยมือ อาหารฮาลาล อาหารเพื่อสุขภาพ ฯลฯ รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อาหารไทยมาตรฐานระดับส่งออก การันตีด้วยตราสัญลักษณ์ Thai Select และกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การโชว์ศิลปะการปรุงกาแฟลาเต้จากบาริสต้าชื่อดัง การแข่งขันเมนูจานเด็ดจากเชฟนับพันคนเพื่อรับการคัดเลือกเข้าสู่รอบ 2018 World Congress”

 

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศขอเชิญชวนผู้ผลิต ผู้นำเข้า-ส่งออกและผู้สนใจร่วมชมงาน THAIFEX – World of Food Asia 2017 วันเจรจาธุรกิจระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2560 เวลา 10.00 – 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีกวันที่ 3 – 4 มิถุนายน 2560 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาแลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 และอาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 1-6 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ www.ditp.go.th www.thaitradefair.com และ www.worldoffoodasia.com หรือ สายด่วนการค้าระหว่างประเทศ 1169

บมจ.ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ (asap) เคาะราคา IPO หุ้นละ 3.03 บาท

บมจ.ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ (asap) เคาะราคา IPO หุ้นละ 3.03 บาท ภายหลังนักลงทุนสถาบันแสดงความต้องการซื้อล้นกว่า 21 เท่า รุกขยายธุรกิจรถยนต์ให้เช่าหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ดันการเติบโตก้าวกระโดด

‘บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน)’ ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าระยะยาวแบบครบวงจรสำหรับลูกค้านิติบุคคล รถยนต์ให้เช่าระยะสั้น และรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับ ภายใต้แบรนด์ asap (เอแซ็ป) เคาะราคาจองซื้อ IPO หุ้นละ 3.03 บาทต่อหุ้น พร้อมเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคมนี้ ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 30 มีนาคม โดยแต่งตั้ง บล.ทิสโก้ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO และแต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายอีก 5 ราย ด้านผู้บริหาร asap ชี้เทรนด์ Outsource ทั่วโลก หนุนพฤติกรรมความต้องการใช้บริการรถยนต์ให้เช่าเพิ่มขึ้น ชูจุดแข็งเป็นผู้ให้บริการรถยนต์ให้เช่าแบบครบวงจร เน้นบริการที่สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมรุกพัฒนาโครงการ ‘asap Auto Park’ ย่านบางนา – ตราด เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ asap (เอแซ็ป) ได้จัดพิธีลงนามในสัญญาแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย รวมทั้งแต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนรวม 5 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด

นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ หัวหน้าสายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า หลังจากที่ บล. ทิสโก้ ได้ทำการสำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมีราคาเสนอขายที่ 2.97 – 3.03 บาทต่อหุ้น พบว่านักลงทุนสถาบันได้แสดงความต้องการซื้อที่ราคาสูงสุดหุ้นละ 3.03 บาท โดยมีความต้องการรวมคิดเป็น 21 เท่าของจำนวนหุ้นที่จัดสรรให้แก่นักลงทุนสถาบัน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในอนาคตของ asap (เอแซ็ป) ดังนั้น จึงกำหนดราคาหุ้น IPO ที่หุ้นละ 3.03 บาท โดยจะเปิดให้นักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อหุ้นในระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคม 2560 และคาดว่าจะทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 30 มีนาคม 2560

บมจ. ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าภายใต้แบรนด์ ‘asap’ (เอแซ็ป) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยให้บริการรถยนต์ให้เช่า 3 รูปแบบ ได้แก่ รถยนต์ให้เช่าระยะยาว (Operating Lease) บริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น และบริการรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับ (Limousine) ซึ่งมีขีดความสามารถการแข่งขันด้านการให้บริการที่ครบวงจรสามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการ จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจทำให้กิจการของ asap เติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่มีมากว่า 11 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

สำหรับ บมจ. ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ มีทุนจดทะเบียน 330 ล้านบาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้วจำนวน 225 ล้านบาท หรือคิดเป็น 450 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท และจะเสนอขายหุ้น IPO อีกจำนวน 210 ล้านหุ้น โดยการระดมทุนครั้งนี้ จะนำเงินบางส่วนไปใช้พัฒนาโครงการศูนย์รวมการให้บริการเกี่ยวกับรถยนต์แบบครบวงจร ‘asap Auto Park’ ย่านบางนา – ตราด ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าจะเปิดให้บริการเฟสแรกได้ภายในสิ้นปีนี้ ก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการภายในไตรมาส 1 ปี 2561 และส่วนที่เหลือจะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ asap (เอแซ็ป) กล่าวว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ให้เช่ายังได้รับปัจจัยบวกในความนิยมใช้บริการรถยนต์ให้เช่าเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มการเติบโตของการมอบหมายงานให้บุคคลหรือบริษัทอื่นที่เชี่ยวชาญในงานนั้น ๆ เป็นผู้ดำเนินการแทน หรือ Outsource ซึ่งถือเป็นเมกะเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศและในไทย โดยบริษัทฯ จะใช้จุดแข็งด้านการให้บริการและบริหารจัดการรถยนต์ให้เช่าแบบครบวงจรเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทั้งกลุ่มนิติบุคคล ตั้งแต่การจัดหารถยนต์ การออกแบบและปรับแต่งรถยนต์ตามความต้องการของลูกค้า การซ่อมและบำรุงรักษารถยนต์ การให้บริการรถทดแทน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าระยะยาว 4-5 ปี ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านรายได้

ส่วนรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าบุคคลที่ต้องการเช่ารถเพื่อใช้งานทั่วไปและเพื่อท่องเที่ยว ได้เปิดเคาน์เตอร์ให้บริการลูกค้าในสนามบินต่าง ๆ แล้ว 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย หาดใหญ่ ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี เช่นเดียวกับธุรกิจรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับที่มีบริการที่ครบวงจรเช่นเดียวกันกับการให้เช่ารถยนต์ระยะยาว แต่มีบริการเพิ่มเติมคือการบริหารจัดการรถยนต์และคนขับตามความต้องการใช้รถของลูกค้าในแต่ละวัน จึงได้รับความสนใจจากบริษัทขนาดใหญ่ในภาคเอกชนเพิ่มขึ้นและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีจากค่าเช่ารถยนต์เช่นกัน

“เรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจให้บริการรถยนต์ให้เช่าอย่างครบวงจร ทั้งการให้เช่าระยะยาว ระยะสั้น และรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับ ที่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกกลุ่ม อีกทั้งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้ asap มีศักยภาพและความพร้อมในการขยายธุรกิจเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในด้านการให้บริการรถเช่าที่ครอบคลุมทุกด้าน ด้วยมาตรฐานการบริการเหนือความประทับใจ และสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายทรงวิทย์ กล่าว

ไทยพาณิชย์ตอกย้ำผู้นำด้านนวัตกรรมการเงิน เสริมศักยภาพธุรกรรมการเงิน ให้กับบริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จำกัด

คุณพิศิษฐ์ ภูสนาคม ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จำกัด และคุณพิพัฒน์ อัสสมงคล รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายบริการธุรกรรมการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมพิธีลงนามในสัญญาการให้บริการ SCB Payment Solutions กับบริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จำกัด เสริมศักยภาพด้านการชำระเงินด้วยบริการรับวางบิลและจ่ายเช็คให้แก่คู่ค้า เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจร้านค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมี่ยม ให้กับบริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จำกัด โดยพิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ 

กสิกรไทยเปิดสำนักงานใหญ่ในสปป.ลาว ตั้งเป้ายอดสินเชื่อและเงินฝากกว่า 3,100 ล้านบาท

นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วย ฯพณฯ ท่าน ดร.สมพาว ไฟสิดผู้ว่าธนาคารแห่งสปป.ลาว และนางรุจิกร แสงจันทร์ อัครราชทูตที่ปรึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ ร่วมเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในสปป.ลาว ณ ถนนล้านช้าง เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคล หวังเชื่อมธุรกิจจากภูมิภาคอาเซียนสู่สปป. ลาวตอบโจทย์ด้านการค้าการลงทุนจากนักลงทุนไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้ายอดสินเชื่อและเงินฝากกว่า 3,100 ล้านบาท ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ สาขาล้านช้าง สปป.ลาว เมื่อเร็ว ๆ นี้

มูลนิธิเอสซีจี จับมือเครือข่ายสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.นำหนังสือภาพสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ

มูลนิธิเอสซีจี จับมือเครือข่ายสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.นำหนังสือภาพสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ
มูลนิธิเอสซีจี นำโดย นายขจรเดช แสงสุพรรณ กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี มอบหนังสือภาพกว่า 4,000 ชุด จาก “โครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทยปีที่ 9 โดยมูลนิธิเอสซีจี” ให้เครือข่ายสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำไปกระจายสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกว่า 500 แห่งในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี รศ.พญ.นิชรา เรืองดารกานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหัวหน้าหน่วยพัฒนาการเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้เกียรติรับมอบ

สำหรับ “โครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทย โดยมูลนิธิเอสซีจี” มุ่งเน้นสร้างการรับรู้ให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ว่าหนังสือภาพคือหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะเพิ่มพัฒนาการทางสมองและเติมเต็มความมั่นคงทางอารมณ์ให้แก่เด็กในช่วงวัยดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้ติดตัวพวกเขาไปจนโตอีกด้วย ซึ่งมูลนิธิเอสซีจี ปรารถนาที่จะเพิ่มโอกาสแก่เด็กๆ ในการเข้าถึงหนังสืออย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นรากฐานอันดีในการสร้างเสริมจินตนาการและช่วยให้พวกเขาเติบโตต่อไปได้อย่างงดงาม

“ช้าง” เปิดตัว คอนเสิร์ต “ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น” ตอกย้ำแนวคิด “เติมเต็มคำว่าเพื่อน”

นายตุลา พัฒโนทัย (คนที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการภาคการขาย และ นายสำรวย แสงอรุณ (คนที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยผู้จัดการภาคการขาย บริษัท ช้างอินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด ในนาม “เครื่องดื่มตราช้าง” จัดคอนเสิร์ต “ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น มิวสิค โทรโพลิส” (Chang Music Connection Musictropolis) มหานคร ดนตรี..ที่เชื่อมทุกมิตรภาพ ที่จังหวัดอุบลราชธานี กับศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย อย่าง บอดี้สแลม, โปเตโต้ และ ดา เอ็นโดรฟิน มาร่วมส่งต่อมหานครแห่งดนตรี ภายใต้แนวคิด “เติมเต็มคำว่าเพื่อน” เพื่อมอบประสบการณ์และความรู้สึกดีๆ ระหว่างเพื่อน พร้อมทั้งโชว์ ซิงเกิลพิเศษ เพลง “เรา” ที่ได้ทั้ง 3 ศิลปินร่วมขับร้อง และสื่อถึงมิตรภาพความเป็นเพื่อน โดยจะเปิดการแสดงใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ สามารถติดตาม คอนเสิร์ต “ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น มิวสิค โทรโพลิส” (Chang Music Connection Musictropolis) มหานครดนตรี..ที่เชื่อมทุกมิตรภาพและซิงเกิลพิเศษ เพลง “เรา” ได้ที่ www.changmusicconnection.com และ www.facebook.com/ChangWorld ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ ชวนร่วมงาน Opening “ ในเมื่อมีทั้งหมด ทำไมต้องเลือก”

ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ 25 – 26 มีนาคมนี้ สุด Exclusive กับงาน Soft Opening “ ในเมื่อมีทั้งหมด ทำไมต้องเลือก” ในงานรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท บนทำเลโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกิจกรรมและมินิคอนเสริ์ต

นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด(มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมจัดงาน “Soft Opening ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ” โครงการคอนโดมิเนียม High Rise สูง 24 ชั้นแห่งใหม่ที่ดีที่สุดในย่านบางซื่อ-เตาปูน-บางโพ พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “ในเมื่อมีทั้งหมดได้ ทำไมต้องเลือก?? ซึ่งบริษัทฯ ได้เลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด ใส่ใจในรายละเอียด และ ฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่า เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ตั้งแต่เรื่องทำเลที่ตั้ง อยู่บนที่สุดแห่งทัศนียภาพ บนโค้งน้ำเจ้าพระยา ที่สุดแห่งการพักอาศัย ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นสุด หรูหราเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่อนคลายกับ Facility สุดหรูบนชั้นดาดฟ้า ด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือ ดื่มด่ำกับทิวทัศน์แม่น้ำยามพระอาทิตย์ตกบนดาดฟ้าชั้นสูงสุด และที่สุดแห่งการเดินทางที่สะดวกสบายทุกรูปแบบ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สถานีบางโพ) เพียงแค่ 80 เมตรเท่านั้น และ 1.5 กิโลเมตรจากทางด่วนศรีรัชสายใหม่ สะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการเดินทางทางน้ำด้วยเรือด่วนเจ้าพระยา สู่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างรวดเร็วกับท่าเรือบางโพ ซึ่งอยู่ใกล้โครงการเพียงแค่ 400 เมตรเท่านั้น

ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ พร้อมเปิดให้จองภายในงาน “Soft Opening” ในวันที่ 25-26 มีนาคม ศกนี้ กับห้องขนาด 1-3 ห้องนอน ในราคาเริ่มต้นที่ 3.9 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ภายในงาน ยังมอบส่วนลดสุดพิเศษเพิ่มเติมสูงสุดถึง 500,000 บาท และสำหรับแขกที่มาร่วมชมโครงการ จะได้พบกับกิจกรรมสุด EXCLUSIVE ในวันเสาร์ที่ 25 มี.ค. ดูฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวยกับ หมอช้าง “ทศพร ศรีตุลา” ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. มินิคอนเสิร์ตสุดใกล้ชิดแบบเป็นกันเอง กับ “โจ ก้อง” (โจ จิรายุส และ ก้อง สหรัถ)

พร้อมพูดคุยกับ 2 Guest กูรู สุดพิเศษคุณใหญ่ โอภาส ถิรปัญญาเลิศ ในหัวข้อ “Trend การลงทุนในปี 2017 และคุณยุ้ย อัญพัชร์ ทรัพย์ยืนยง กับเรื่อง “การออมเงินในคอนโดสไตล์มนุษย์เงินเดือน” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายเฉพาะในงานเท่านั้น

พบกับคุณภาพชีวิต ที่ประเมินค่าไม่ได้ ในสังคมส่วนตัวเพียง 172 ยูนิต วิวแม่น้ำ 80 เมตร รถไฟฟ้า MRT สถานีบางโพ ผู้สนใจสามารถสำรองสิทธิ์เข้าร่วมงานได้ทางหมายเลข 02-912-8808 หรือคลิก! ลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/Register-Chewathai

กรุงเทพประกันชีวิต คว้ารางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี Thailand Top Company Awards 2017 กลุ่มธุรกิจประกัน 3 ปีซ้อน

กรุงเทพประกันชีวิต ตอกย้ำผู้นำธุรกิจประกัน คว้ารางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี Thailand Top Company Awards 2017 กลุ่มธุรกิจประกัน 3 ปีซ้อน เดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืนระดับสากล

บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ชูผลงานเข้าตากรรมการอย่างต่อเนื่อง รับรางวัล Thailand Top Company Awards 2017 ประเภทอุตสาหกรรมประกันภัย 3 ปีซ้อน ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับนิตยสาร Business Plus โดยรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยมประเภทการดำเนินธุรกิจประกันชีวิตที่ผ่านเกณฑ์ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพด้วยการดำเนินการที่โปร่งใสถูกต้อง ไม่ขัดต่อศีลธรรมและหลักกฎหมาย

นายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่บริษัทได้รับรางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี Thailand Top Company Awards 2017 กลุ่มธุรกิจประกัน ซึ่งเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ถือเป็นรางวัลที่การันตีความสำเร็จในด้านการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืนในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของธุรกิจ โดย ณ สิ้นปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 5,122 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวม 282,359 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 13 นอกจากนี้ยังสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การบริหารงานที่มุ่งมั่นพัฒนา ทั้งผลิตภัณฑ์และการบริการ พร้อมมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ในการมองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ให้ผู้บริโภคมีความมั่นคงทางการเงินอย่างเหมาะสมกับคุณค่าชีวิตของตนเอง ”

นายวิพล กล่าวเสริมว่า “ ที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตได้พัฒนาในหลายๆ ด้านไปพร้อมๆ กัน ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริหารการลงทุนของบริษัท ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการนำเสนอแผนประกันชีวิต หรือแผนการออมทั้งแบบระยะสั้น-ยาว โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความคุ้มครองชีวิต ผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์ระยะยาว ผลิตภัณฑ์เพื่อความคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรง เพื่อครอบคลุมความต้องการด้านประกันสุขภาพและค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงมากขึ้น พร้อมทั้งลดการนำเสนอผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์แบบชำระเบี้ยระยะสั้นลง ตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ลดต่ำลง รวมทั้งให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เพื่อเตรียมเกษียณ รองรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต

บริษัทยังมุ่งเน้นให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ทีมงาน และตัวแทนประกันชีวิตให้มีความเชี่ยวชาญทำงานอย่างมืออาชีพ สามารถให้คำแนะนำการวางแผนการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งตอบรับการเข้าสู่โลก 4.0 ด้วยการเปิดการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านตัวช่องทางออนไลน์ที่ได้รับอนุมัติจาก คปภ. โดยทำรายการซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านช่องทางออนไลน์ได้ครบวงจรเป็นบริษัทแรก ”

“พร้อมยกระดับบริษัทพัฒนาคุณภาพด้านต่างๆ เข้าสู่มาตรฐานสากล โดยได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISO/IEC 27001:2013) การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301:2012) และการดำเนินการกรมธรรม์ประกันชีวิต ประเภทสามัญ (ISO 9001:2008) รวมทั้งการขยายพื้นที่การให้บริการอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ การขยายสาขา การขยายศูนย์วางแผนการเงิน การขยายศูนย์สอบที่ได้มาตรฐานคปภ. เพิ่มเติมในปี 2560 สู่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก จ.ชลบุรี สู่ภาคอีสานตอนล่างด้วยจุดศูนย์กลางการให้บริการทางด้านการเงิน จ.พิษณุโลก และศูนย์วางแผนการเงินภาคใต้ เป็นต้น นับเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการที่จะให้กรุงเทพประกันชีวิตช่วยสร้างหลักประกันและฐานะตามเป้าหมายที่วางไว้อีกด้วย สิ่งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเพื่อยืนยันว่ากรุงเทพประกันชีวิต ต้องการสร้างความสุข ความมั่นคงทางการเงินเพื่อประชาชนคนไทย” นายวิพล กล่าวเพิ่มเติม

เมืองไทยประกันชีวิตร่วมกับเมืองไทยประกันภัย เปิดตัว “เอสที-เมืองไทย ประกันภัย” รุกตลาดประกัน สปป.ลาว

เมืองไทยประกันชีวิตและเมืองไทยประกันภัยเดินหน้าขยายฐานตลาดประกันภัยใน สปป.ลาว เปิดตัว “เอสที-เมืองไทย ประกันภัย”  ให้บริการธุรกิจประกันชีวิต-วินาศภัย พร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์เด่นเจาะกลุ่มลูกค้า ตอกย้ำนโยบายสยายปีกสู่ Regional Company

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยโฮลดิ้ง จำกัด และ ST Group Co., Ltd. ผู้ประกอบธุรกิจธนาคาร ST Bank  ใน สปป.ลาว จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ บริษัทเอสที-เมืองไทย ประกันภัย จำกัด (ST-Muang Thai Insurance Co., Ltd. : ST-MTI) โดยได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจรับประกันชีวิตและประกันวินาศภัยใน สปป.ลาวเป็นที่เรียบร้อยและล่าสุดได้จัดพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 15 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมคราวน์ พลาซ่า เวียงจันทน์

โดยการดำเนินธุรกิจของ “เอสที-เมืองไทย ประกันภัย” มีความมุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ด้วยการส่งมอบความคุ้มครองต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าโดยอาศัยจุดแข็งจาก ST Bank ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนชั้นนำของ สปป.ลาวในการเป็นช่องทางการขายผ่านธนาคาร (Bancassurance) พร้อมขยายช่องทางตัวแทน ขณะที่เมืองไทยประกันชีวิต จะสนับสนุนด้านศักยภาพและองค์ความรู้ในทุกๆ ด้านอย่างเต็มที่ โดยจะถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาการขายผ่านช่องทางที่หลากหลาย (Multi- Distribution Channel) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า สปป.ลาว ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง

ทั้งนี้เมืองไทยประกันชีวิตจะให้การสนับสนุน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่หลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวลาวได้อย่างครบถ้วนอาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทคุ้มครองภาระสินเชื่อ เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงให้แก่ลูกค้าสินเชื่อที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ที่หารายได้หลักให้แก่ธุรกิจ รวมทั้งผลิตภัณฑ์แบบคุ้มครองตลอดชีพและแบบสะสมทรัพย์เพื่อเป็นทางเลือกแก่ลูกค้า ส่วนในระยะถัดไป จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่ม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

“จากประสบการณ์ในการทำธุรกิจประกันชีวิตของเมืองไทยประกันชีวิตผนึกกำลังกับ ST Group และ ST Bank ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในตลาดของลูกค้าชาวลาว รวมถึงมีเครือข่ายที่กว้างขวางในสปป.ลาวผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า “เอสที-เมืองไทย ประกันภัย”  จะสามารถสร้างประโยชน์และหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ประชาชนชาวลาวได้ในระยะยาว รวมถึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการผลักดันตลาดธุรกิจประกันชีวิตให้มีการพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอุตสาหกรรมประกันภัยจะมีบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมให้เศรษฐกิจประเทศลาวเติบโตและมั่นคงขึ้นไปในอนาคต”

นายสาระ กล่าวอีกว่า  การเปิดตัว “เอสที-เมืองไทย ประกันภัย” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของนโยบายที่จะก้าวไปสู่การเป็น บริษัทประกันชีวิตระดับภูมิภาคหรือ Regional Company ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งมีความพร้อมที่จะต่อยอดศักยภาพและประสบการณ์ด้านประกันชีวิตออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าCLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ได้เป็นอย่างดี

 

ขณะที่ นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ บริษัท เอสที- เมืองไทย ประกันภัย จำกัด(ST-Muang Thai Insurance Co.,Ltd.) ดิฉันคิดว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการลงทุนข้ามแดน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการเปิดเสรีธุรกิจประกันภัย ขยายธุรกิจไปยังต่างแดนประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ โดยเริ่มต้นการขายประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance) ของ ST-Bank ที่เมืองไทยกรุ๊ปพร้อมสนับสนุนและถ่ายทอดประสบการณ์การขายประกันผ่านช่องทางธนาคาร ตลอดจนรองรับธุรกิจ SME,  องค์กรธุรกิจ และโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ที่ยังมีศักยภาพในการเติบโต เช่น โรงไฟฟ้า, เขื่อน และการก่อสร้างถนน ซึ่งบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีความเชี่ยวชาญในการรองรับงานที่มีมูลค่าสูง และการบริหารจัดการด้านประกันภัยต่อ

นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีให้บริการโดยการขายผ่าน ST Bank ในขณะนี้นั้น บริษัทฯ พยายามเน้นในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและหลากหลาย ซึ่งศึกษาจากปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็น เพื่อให้ตรงต่อความต้องการของลูกค้าชาวลาว อาทิ ประกันภัยรถยนต์มีทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ ประกันภัยข้ามแดนที่คุ้มครองทั้งฝั่งไทยและลาว ประกันอัคคีภัย ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกประกันภัยวิศวกรรมประกันภัยอุบัติเหตุและประกันภัยเบ็ดเตล็ด สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีการวางแผนและจะวางจำหน่ายในอนาคตอันใกล้นี้ จะเน้นในส่วนที่เป็นประกันภัยทรัพย์สินสำหรับลูกค้าองค์กรต่างๆ ในส่วนที่จะทำตลาดได้ดี จะเป็นส่วนที่ขยายไปยังลูกค้ารายย่อย ที่รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ สปป.ลาว ที่มีการขยายตัวสูง โดยเฉพาะการค้าชายแดน และการค้าใน AEC./