All posts by Marketeer Content 2

Doomm Doomm ผู้นำสาวคัพเล็กเนินแนบนาน

หลังจากชุดชั้นในซาบีน่าประสบความสำเร็จในการทำตลาดชุดชั้นในดันทรง โดยมีผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในกลุ่ม Sabina Doomm Series เป็นผู้นำตลาดที่สามารถครองใจลูกค้าสาวคัพเล็ก เนื่องจากฟังก์ชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการของสาวคัพเล็กช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ความมั่นใจในการสวมใส่ ตลอดจนแนวคิดการสื่อสารการตลาดที่สร้างการจดจำตราสินค้าให้แก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

คุณอมรเทพ

ล่าสุด ชุดชั้นในซาบีน่า ได้ปรับโฉม Doomm Doomm โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘ดูม ดูม ใหม่ บายด์  ซาบีน่า เน้นเน้น…เนินแนบนาน’ เพื่อเสริมความมั่นใจให้แก่สาวคัพเล็ก โดยปรับแบบความโค้งของฟองน้ำให้บราแนบสนิทกับเนินอกได้นานตลอดทั้งวัน พร้อมดีไซน์ด้านข้างที่เนียนเรียบไร้เอ็น ทำให้ใส่สบาย และยังมีขนาดกว้างขึ้น ช่วยเก็บเนื้อส่วนเกิน เพิ่มความมั่นใจทุกการเคลื่อนไหว พร้อมกันนี้ยังเน้นดีไซน์การตัดเย็บที่มีลวดลายสะท้อนความเป็นแฟชั่นมากขึ้น

“ความสำเร็จในการทำตลาดชุดชั้นในดันทรงของซาบีน่า มาจากแนวคิดการพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับสรีระของสาวคัพเล็ก ที่ได้วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาด้านสรีระให้แก่สาวๆ ซึ่งพบว่า เมื่อสวมใส่บราดันทรง มักเกิดปัญหาบราอ้าหรือขอบด้านบนของบราไม่แนบสนิท กับหน้าอก เสื้อผ้าที่สวมทับด้านนอกจึงหล่นเข้าร่องระหว่างเสื้อชั้นใน ทำให้รู้สึกได้ถึงบราที่อ้าออก หรือเผยอจนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากจะทำให้ดูไม่สวยงามแล้ว ยังทำให้สาวๆ ขาดความมั่นใจในระหว่างวันอีกด้วย เราจึงได้พัฒนา Doomm Doomm ใหม่ ที่ปรับความโค้งฟองน้ำเพื่อช่วยดันทรงให้รับสรีระมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยตอบโจทย์ความต้องการการสวมใส่ชุดชั้นในดันทรงได้ดียิ่งขึ้น” อมรเทพ อสีปัญญา ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ ซาบีน่า จำกัด ( มหาชน) กล่าว

พฤกษา รุกตลาดบ้านหรู

 

ไตรมาส 1 2557  บ้านเดี่ยวของพฤกษา โตขึ้นจากปีก่อน 1% มียอดขายทั้งหมด 3,000ล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปี 2557 บ้านเดี่ยวของพฤกษาจะโตอีก 2-3 % เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักมีรายได้ที่สูงและมีความยืดหยุ่นต่อการเมืองและเศรษฐกิจที่สูง ทำให้การซื้อบ้านเดี่ยวไม่ได้รับผลกระทบอย่างที่คาด ทำให้ พฤกษามีส่วนแบ่ง 10,000-12,000 ล้านบาท จากตลาดบ้านเดี่ยว 91,000ล้านบาท

“ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ต้องการสร้างความเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงมีแผนขยายตลาดบ้านเดี่ยวไปยังกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกเซ็กเม้นท์ โดยพัฒนาแบรนด์ใหม่ คือ “The Palm” เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือพนักงานระดับบริหารขึ้นไป และสองเดือนที่ผ่านมา The Palm พัฒนาการ สามารถขายได้ 500ล้านบาท จากทั่งหมด 2,000ล้านบาท คาดว่าสามารถปิดการขายได้ทั้งหมดในปี 2559 โดยตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ ของ The Palm ที่ 800-1,000ล้านบาท นิมิตร พูลสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยว พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าว

โดยThe Palm พัฒนาการ แนวคิดมาจาก “ต้นแบบของการใช้ชีวิต” (The Living Master) เป็นการอยู่อาศัยที่สะท้อนความสำเร็จของชีวิต ท่ามกลางสังคมคุณภาพ และเป็นส่วนตัวเพียง 179 ยูนิต บนพื้นที่ใช้สอย 216 – 408 ตร.ม. พร้อมฟังก์ชั่นที่ลงตัว ราคา 9.54 – 25 ล้านบาท เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ Luxurious Clubhouse ที่แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน, ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double Security ประตูเข้าออก 2 ชั้น แยกส่วน Residential Area และ Guest Area พร้อมกล้อง CCTV บันทึก เข้า-ออก ตลอด 24 ชม. กระจายตามจุดสำคัญของโครงการ

จุดเด่นของโครงการ ได้แก่ ทำเลที่ตั้ง บนพัฒนาการ ซึ่งเป็นทำเลที่อยู่อาศัยในเมือง พรั่งพร้อมทั้งในด้านสาธารณูปโภค และการเดินทางที่สะดวก นอกจากนั้นบริษัทฯ ได้ทำการวิจัยแบบบ้าน เพื่อศึกษาความต้องการ และคัดเลือกแบบบ้านที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีที่สุด ด้วยบ้านสไตล์ Gorgeous Modern ซึ่งสะท้อนความหรูหรา โอ่อ่า ทันสมัย และใส่ใจในทุกรายละเอียด  ด้วยการดีไซน์ฟังก์ชั่นใช้สอยในบ้าน ที่ใช้งานได้จริงครบทุกกิจกรรมของทุกคนในครอบครัว รวมไปถึงการสร้างความมั่นใจในเรื่องคุณภาพก่อสร้าง ด้วยการใช้นวัตกรรมการก่อสร้างบ้านระบบพรีคาสท์ที่ทันสมัย โดยใช้แผ่นพรีคาสท์ ที่ผลิตและควบคุมคุณภาพมาจากโรงงาน ส่งผลให้โครงการ “The Palm พัฒนาการ” เป็นบ้านเดี่ยวที่มีมาตรฐานและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ได้อย่างดี เห็นได้จากการตอบรับจากลูกค้า หลังการเปิด Presale ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 500 ล้านบาท จึงเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ ประสบความสำเร็จจากการขยายตลาดบ้านหรู

 

SME ตีแตก Comeback

 

ปัญหาสำคัญก็คือ การขาดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเข้ามากระทบ ยิ่งส่งผลให้การดำเนินธุรกิจชะงักงัน และเป็นเหตุผลให้ SME ตีแตก รายการเอ็ดดูเทนเมนต์ครบรสที่อัดแน่นด้วยสาระและความบันเทิง หวังให้ผู้ประกอบการนำความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจไปปรับใช้ กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเนื้อหารายการจะเข้มข้นขึ้น รวมไปถึงธุรกิจที่นำมาออกรายการมีความหลากหลายเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ช่วยให้เอสเอ็มอีได้รับทั้งสาระและความบันเทิง รวมทั้งมีส่วนช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของตนได้เป็นอย่างดี

“รูปแบบของธุรกิจที่จะมาออกรายการในซีซั่นใหม่นี้ น่าสนใจและครอบคลุมทุกกลุ่ม อาทิ ธุรกิจยอดนิยม เป็นธุรกิจที่คนสนใจทำเพราะเริ่มต้นไม่ยาก ธุรกิจขนาดใหญ่ หรือธุรกิจที่มีรากฐานแข็งแกร่ง ธุรกิจฝ่าวิกฤต เป็นการเรียนรู้จากธุรกิจที่ประสบปัญหาช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ และ ธุรกิจเออีซี เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ชมรายการได้เรียนรู้จากธุรกิจที่กำลังขยายตัวพร้อมรับเออีซี” พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

นอกจากนี้ ยังมีความพิเศษที่คณะกรรมการทั้ง 3 คน คือ พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง จะลงพื้นที่เพื่อสัมผัสและศึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มาออกอากาศในเชิงลึกที่สถานประกอบการจริง ทำให้กรรมการมีความเข้าใจในธุรกิจมากขึ้นและสามารถให้คำแนะนำในเชิงลึกมากยิ่งขึ้นด้วย โดยมีเกตุเสพสวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา หรือน้าเน็ก เป็นพิธีกร

“รายการ SME ตีแตก เป็นรายการที่เหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะผู้ประกอบการที่มาร่วมรายการก็จะได้รับประโยชน์กลับไป นอกจากนี้ยังสามารถเผยแพร่ธุรกิจของตัวเองให้คนรู้จักด้วย ส่วนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการธุรกิจที่นำมาเสนอก็จะมีผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจมาให้คำแนะนำถึงแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ส่วนผู้ที่ชมรายการก็จะได้ชมธุรกิจหลากหลายรูปแบบ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตหรือกับธุรกิจของตนเอง   ซึ่งนั่นหมายถึงการสนับสนุนให้ธุรกิจ SME ในประเทศไทยได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก เพราะฉะนั้นคนไทยไม่ควรพลาดชม เพราะจะได้ทั้งสาระและความบันเทิงเต็มรูปแบบ” ปัญญา นิรันดร์กุล ประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

ทั้งนี้รายการ SME ตีแตกกลับมาคราวนี้เพื่อมอบสาระและความบันเทิงแบบครบเครื่องเพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจก็จะมีธนาคารกสิกรไทยอยู่เคียงข้าง อย่างสโลแกน “K SME ช่วยเต็มที่ เอสเอ็มอีมีแต่ได้” ติดตามความสนุกสนานได้ทุกวันเสาร์ เวลาดี 21.20-22.20 น. ทางช่อง 1 Workpoint ออกอากาศครั้งแรกวันเสาร์ที่ 5 ก.ค.นี้

4ภัยไซเบอร์ที่โจมตีแฟนบอลโลก

 

ก่อนพิธีเปิดงาน FIFA World Cup นี้ ฟอร์ติการ์ดแล็ปส์ของฟอร์ติเน็ตผู้ให้บริการระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยเครือข่าย เตือนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตว่าอาจจะโดยภัยคุกคามที่จะเกิดจากลองฝีมือของกลุ่มอาชญกรทางไซเบอร์ 4 ประการได้แก่

4-cyber-Content(1)

  1. อีเมล์ที่ไม่ได้ขอ (Unsolicited emails)

ผู้ใช้งานอาจได้รับอีเมล์ว่าท่านเป็นผู้โชคดีชนะลอตเตอรี่ได้รับรางวัลเป็นที่นั่ง 2 ที่สำหรับชมการแข่งขันรอบชิงถ้วย FIFA World Cup หรือได้รับสิทธิพิเศษเข้าดูนัดแข่งขันรอบสุดท้ายทางเว็บไซต์ได้ฟรี ในขณะที่ ข้อความพยายามล่อลวงให้ท่านคลิ๊กไปที่อีเมล์ลิ้งค์ เช่น อาจเป็นข้อความว่า You’ve won 2 tickets for the final of the World Cup” ขอให้ระวัง อาจจะถูกหลอกให้ไปที่เว็บไซต์ปลอมที่จะส่งมัลแวร์กลับทำความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งอาจเป็นกุญแจเปิดเครื่องเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของท่าน อาทิ รหัสผ่านและข้อมูลความลับต่างๆ และดาวน์โหลดมัลแวร์อื่นๆ ด้วย เช่น แอนตี้ไวรัสปลอม หรือทำให้เครื่องคอมพ์กลายเป็นตัวส่งสแปมไปยังเครื่องของผู้อื่น

  1. ร้านค้าออนไลน์เสนอตั๋วชมในราคาถูกเกินจริง

ควรตรวจสอบให้ดีว่าร้านค้านั้นมีจริงหรือไม่ ถึงแม้ว่าร้านค้านั้นมีจริง แต่ควรแน่ใจว่าร้านค้านั้นไม่เคยมีข่าวว่าเซิร์ฟเวอร์เคยโดนโจมตี หรือยอมรับ SQL Injections ที่ แฮกเกอร์มักใช้แฮกเว็บไซต์ นอกจากนี้ เว็บไซต์ไม่เพียงแต่จะนำ (Redirect) ไปเว็บไซต์ต้องสงสัยเสมอไป แต่อาจพยายามติดตั้งมัลแวร์บนเครื่องคอมพ์ได้ เช่น พวก โทรจัน บ้อท Keyloggers และ Rootkits ที่ออกแบบมาเพื่อทำความเสียหายเครื่องและขโมยข้อมูลส่วนตัว ทั้งนี้ ควรระวังร้านค้าชื่อดัง รวมถึง อีเบย์ หรือทุกร้านค้ามีเสนอตั๋วชมในราคาพิเศษมากๆ ที่เกินจะเป็นไปได้จริงอีกด้วย

  1. ฟิซซิ่งและการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว

ผู้ใช้งานอาจได้รับอีเมล์จากธนาคารหรือ Paypal ว่าท่านได้ซื้อตั๋วชมการแข่งขัน 2 ใบทั้งที่ท่านมิได้ซื้อ และแจ้งว่าสามารถยกเลิกการซื้อดังกล่าวได้โดยการคลิกที่ลิ้งค์ที่จะให้กรอกแบบฟอร์มพร้อมให้ข้อมูลการล็อคอินเข้าใช้งานด้านธนาคาร ในกรณีนี้ไม่ควรตอบกลับใดๆ และจำอยู่เสมอว่าธนาคารไม่เคยถามรหัสผ่านของทางอีเมล์ แต่ถ้าหลงเชื่อและให้ข้อมูลไป เงินบัญชีอาจสูญหายไป ซึ่งวิธีนี้เรียกว่าฟิซซิ่ง (Phishing)

  1. ไวไฟที่ไม่ปลอดภัยในบราซิล

แฟนๆ ที่มิได้ชมการแข่งขันในสถานที่จริง อาจติดตามชมผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ได้ทางอินเตอร์เน็ตโดยผ่านอุปกรณ์ไวไฟฮอตสปอตที่โรงแรมหรือบาร์ ไม่ควรเลือกเชื่อมต่อไปยังฮอตสปอตที่ไม่มีชื่อหรือไม่คุ้นเคย เนื่องจากฮอตสปอตที่ไม่มีความปลอดภัยจะแอบดักจับข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านตัวอุปกรณ์ อาทิ รหัสผู้ใช้งานและรหัสผ่าน ข้อมความอีเมล์ ไฟล์แนบ และข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญได้

5-remind-football-fans-CONTENT

 

 

Marketeer Brief

-ประเทศบราซิลมีประชากรมากประมาณ 201 ล้านคนในปีค.ศ. 2556 ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 5 ของโลก และมีเหล่าอาชญกรทางไซเบอร์มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก

-ในปี 2546 อาชญกรทางไซเบอร์เน้นไปที่กิจกรรมการเปลี่ยนหน้าเว็ปให้เสื่อมเสียโดยมิได้จู่โจมไปที่ตัวบุคคล และได้เปลี่ยนมาโจมตีเว็บไซต์ของธนาคารท้องถิ่นที่มีประชากรจำนวนสามในสี่ของประเทศใช้บริการทางการเงินแบบออนไลน์ของธนาคารแห่งนี้
-ตามผลการสำรวจที่จัดขึ้นโดย Brazilian Banks Federation (Febraban) ในปี 2554 พบว่าธนาคารมีความเสียหายมากกว่า 1.5พันล้านเหรียญเรียล หรือประมาณ 22,000 บาทไทย ที่เกิดจากภัยประเภท การล่องลวงให้ข้อมูลสำคัญ (Phishing) การโจรกรรมทางออนไลน์ (Online theft) การล่องลวงให้ร่วมกิจกรรมทางออนไลน์ (Online scams) และ การใช้บัตรเครดิตปลอม (Credit card fraud)

-ธนาคารมิใช่กลุ่มเป้าหมายเพียงประเภทเดียว ยังมีบุคคลที่รำรวยโปรแกรมด้านสะสมคะแนนบินและการชำระค่าสาธารณูปโภคได้ตกเป็นเหยื่อโจมตีอีกด้วย

 

ไมโครซอฟท์สบช่องแท็ปเล็ตวินโดวส์จำหน่ายร้านมือถือ

ms1

ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) สานต่อแนวคิด “cloud first, mobile first” จับมือ ทีจี โฟน ผู้แทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือชั้นนำของประเทศไทย นำแท็บเล็ตวินโดวส์ออกวางจำหน่ายในช่องทางโมบายเป็นครั้งแรก โดยความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญใน การนำแท็บเล็ตพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เดินหน้าเข้าสู่ตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาอย่างเต็มตัว เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบทุกคุณสมบัติ ไม่ว่าจะใช้งานบนอุปกรณ์รูปแบบใดก็ตาม

ฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “พัฒนาการทางเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้คนไทยปรับทัศนคติในการทำงานนอกสถานที่กันมากขึ้น แต่จะเห็นได้ว่าอุปกรณ์ส่วนใหญ่ในตลาดนั้น ไม่ได้รับการออกแบบมาให้รองรับความต้องการในจุดนี้ ไมโครซอฟท์จึงได้พัฒนาเพื่อให้อุปกรณ์แท็บเล็ตตระกูลวินโดวส์ สามารถก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไปได้ ด้วยศักยภาพทั้งทางด้านความบันเทิงและการใช้งานที่ครบเครื่องไม่ต่างจากเครื่องพีซี ทั้งยังสะดวกยิ่งขึ้นด้วยบริการคลาวด์ต่างๆ บนแพลทฟอร์มที่เชื่อมอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อการใช้งานที่ไร้ข้อจำกัดได้ทุกที่ ทุกเวลาอย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้ทำให้วินโดวส์เป็นเพียงแพลทฟอร์มเดียวที่พร้อมจะรองรับทุกความต้องการของผู้ใช้งาน”

“ความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์และ ทีจี โฟน ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการมอบประสบการณ์การใช้งานบนวินโดวส์ให้กับผู้บริโภค ด้วยอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองการทำงานและความบันเทิงบนเครื่องเดียว โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีแท็บเล็ตวินโดวส์ 8 วางจำหน่ายผ่านช่องทางโมบาย ทั้งนี้เป็นการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่คล่องตัวเหนือกว่าใคร นับตั้งแต่การเลือกซื้อไปจนถึงการใช้งานจริง”

“วินโดวส์ได้ช่วยทำลายเส้นแบ่งระหว่างอุปกรณ์รูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์แบบพกพา ส่วนทีจี โฟน เอง ในฐานะผู้แทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาชั้นนำ ที่มีสาขากว่า 170 แห่งทั่วประเทศ ก็มีเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน คือการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ผ่านอุปกรณ์ระดับคุณภาพที่ตอบสนองต่อความต้องการของทุกคน ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในวิสัยทัศน์ของไมโครซอฟท์”ถาวร ถาวรสภานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ จำกัด กล่าว

ทั้งนี้แท็บเล็ตวินโดวส์รุ่นแรกที่จะวางจำหน่ายผ่านทีจี โฟน คือแท็บเล็ต เอเซอร์ ไอโคเนีย W4 ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 8 นิ้ว และระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 แบบเต็ม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอพทัชสกรีนจาก วินโดวส์ สโตร์ และโปรแกรมบนเดสก์ท็อปได้อย่างครบครัน ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อ 3G และมาพร้อมกับชุดโปรแกรม Microsoft Office จึงพร้อมสำหรับการทำงานนอกสถานที่ได้ทันที

 

คว้าโอกาสเป็นดาว “สาววิ้ง หนุ่มว้าว”

Minere 0.33L

น้ำแร่ธรรมชาติ มิเนเร่ จัดกิจกรรมการประกวด “มิเนเร่ สาววิ้ง หนุ่มว้าว” เพื่อค้นหาหนุ่มสาวหน้าใสสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกแบบธรรมชาติสไตล์น้ำแร่มิเนเร่ มาเป็นดาวประดับวงการบันเทิงคนต่อไป พร้อมเผยโฉมหน้าผู้จัดละครมือฉมังเจ๊ดันของวงการบันเทิงที่ให้เกียรติร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน ชนิดที่เห็นแล้วต้องบอกว่าห้ามพลาด

 

“ปัจจุบันหนุ่มสาวสมัยใหม่โดยเฉพาะคนเมืองมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ และหันมาดูแลเอาใจใส่ตัวเองมากขึ้นในทุกๆรายละเอียด รวมทั้งมองหาสิ่งดีๆจากธรรมชาติมาดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านผิวพรรณ สุขภาพหรือภาพลักษณ์ก็ตาม ในฐานะแบรนด์ที่ส่งมอบคุณค่าความบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยมายาวนานกว่า 20 ปี น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลตัวเองให้สดใสและดูดีใน   ทุกๆวันจากภายในสู่ภายนอก จึงจัดแคมเปญ “มิเนเร่ สาววิ้ง หนุ่มว้าว” นี้ขึ้น เพื่อค้นหาหนุ่มสาวที่สวยใส ดูดีเป็นธรรมชาติ โดยจะพิจารณาคัดเลือกจากพื้นฐานผิวที่ใสสุขภาพดี ไม่มีการเติมแต่งใดๆ เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ยังไม่เคยมีผลิตภัณฑ์ไหนเคยทำมาก่อน” อาณัติ จุลินทร ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าว

 

สำหรับคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติที่มาร่วมตัดสินในเวทีการประกวด “มิเนเร่ สาววิ้ง หนุ่มว้าว” ประกอบด้วยสุดยอดผู้จัดละครชั้นแนวหน้า และสไตลิสต์ชื่อดัง อาทิ หน่อง – อรุโณชา ภาณุพันธุ์, ตู่ – ปิยวดี มาลีนนท์, แดง – ธัญญา โสภณ, ต้อ – มารุต สาโรวาท, ดร. องอาจ สิงห์ลําพอง และ พิภัทร กิม สไตลิสต์ชื่อดังจากนิตยสารสุด

 

ทั้งนี้ผู้เข้าประกวดต้องมีบุคลิกภาพดี มนุษยสัมพันธ์เยี่ยม ผิวพรรณสะอาดใส และมีอายุระหว่าง18-29 ปี        โดยตารางกิจกรรมแบ่งเป็น 5 ช่วง ได้แก่ 1) การเปิดรับสมัครออนไลน์ ตั้งแต่ 9 มิถุนายน – 27 กรกฎาคม 2557   2) การคัดเลือกรอบแรก โดยจะคัดจากผู้สมัครทั่วประเทศให้เหลือ 60 คน 3) ออดิชั่น เพื่อเลือกผู้สมัคร 20 คน เข้าร่วมอบรมการแสดงในวันที่ 30 สิงหาคม ก่อนเข้าสู่รอบตัดสิน 4) เวิร์คชอปสุดพิเศษกับโค้ชกิตติมศักดิ์   จากแวดวงแฟชั่นและบันเทิง วันที่ 6 กันยายน 2557 และสุดท้าย 5) การประกวดรอบชิงชนะเลิศ ในที่ 16 กันยายน 2557 ณ แฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เวลา 13:00-19:00 น. เป็นต้นไป

 

โดยผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศทั้ง 2 อันดับ จากการประกวด “มิเนเร่ สาววิ้ง หนุ่มว้าว” ทั้งชาย และหญิง    จะได้ลุ้นโอกาสเป็นดาวประดับวงการบันเทิง ถ่ายแฟชั่นเซ็ตลงนิตยสาร สุดสัปดาห์ พร้อมรับเงินรางวัลคนละ 50,000 บาท 20,000 บาท และ10,000 บาท ตามลำดับ

 

3 จุดเด่นนิสสัน Navara NP300 เกิด

ในปี 2556 นิสสันมีส่วนแบ่งตลาดรถกระบะ 6% และคาดหวังว่าการเปิดตัว Nissan Navara NP300 ในปีนี้จะทำส่วนแบ่งในตลาดรถกระบะได้มากกว่า 10% ด้วยยอดจำหน่าย 3000คัน ต่อเดือน จากเดิม 1200-1300 คัน เพื่อเป็นกระบะ 1ใน 3 ที่อยุ่ในใจของไทย ผ่านจุดเด่นที่แตกต่าง 3 ประการได้แก่

 

1 ดีไซน์ ความหรูหรา

ที่จะฉีกกฏรถกระบะแบบเดิม เพื่อเป็นกระบะไลฟ์สไตล์มากขึ้นเหมือนกับฟอร์ดและมาสด้า เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้กระบะในเมือง

NS1

 

มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของนิสสัน ด้วยกระจังหน้ารูปตัว V สอดรับกับเส้นสายบนฝากระโปรงด้านบน รูปลักษณ์ด้านข้างของตัวรถดูโดดเด่น จากการออกแบบเส้นสายให้อยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับรถสปอร์ต รวมถึงเสากลางประตูรถที่เป็นสีดำ บานประตูได้รับการออกแบบให้มีความโค้งมน สอดรับกับซุ้มล้อ

NS2
รูปทรงของไฟส่องสว่างตอนกลางวันแบบ LED ด้านหน้าที่มีลักษณะคล้ายบูมเมอแรง เสริมคิ้วโครเมียมข้างตัวรถ และกระจกมองข้างแบบโครเมียมพร้อมไฟเลี้ยว

2.ภายในเหมือนรถเอสยูวี

ภายในถูกปรับโฉมใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้าใหม่ แผงหน้าปัดดีไซน์หรู และพวงมาลัยใหม่ พร้อมกับการใช้วัสดุสีอลูมิเนียมในการตกแต่งคอนโซลกลาง

NS7

 

งานเย็บตะเข็บเบาะหนังอันประณีต สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของรถเอสยูวี ที่ให้ความสะดวกสบายพร้อมมอบพื้นที่สำหรับการพักผ่อนให้กับการเดินทาง

 

NS4

 

3 ความแข็งแกร่งทนทาน

ได้รับการทดสอบจากป่าของไทย ชิลี และศูนย์ทดสอบของนิสสันจากทั่วโลก

 

NS8

 

ทั้งนี้นิสสันคาดการณ์ผลิต Nissan Navara NP300 75,000 คันในปีนี้ แบ่งเป็นส่งออก 50% จำหน่ายในประเทศ 50%

NS5