All posts by Kalaya

ศิลปินชาวญี่ปุ่น ใส่ความเป็นชาตินิยมลงไปในเลโก้ จนลืมไปเลยว่านี่เป็นของเล่นจากฝั่งตะวันตก

ญี่ปุ่นขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของความเป็นชาตินิยม เพราะแม้เลโก้จะเป็นของเล่นที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเดนมาร์ก แต่ศิลปินชาวญี่ปุ่นอย่าง Tary ก็สามารถเปลี่ยนของเล่นจากเดนมาร์กกลายมาเป็นของเล่นที่มีกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นได้แบบสบาย ๆ

ด้วยการต่อเลโก้ให้กลายเป็นอาหาร ที่มองครั้งแรกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นอาหารญี่ปุ่น อย่างเบ็นโตะ เซ็ต, ข้าวหน้าเทมปุระ, ชุดข้าวที่เสริฟมาในจานแบบชินคันเซ็น หรือแม้แต่พิซซ่าญี่ปุ่นก็ตาม

ถึงเลโก้จะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเดนมาร์ก แต่แดนอาทิตย์อุทัยอย่างญี่ปุ่นก็สามารถใส่ความเป็นชาตินิยมลงไปในชิ้นงานได้อย่างลงตัว จนลืมไปเลยว่านี่เป็นของเล่นที่มาจากฝั่งตะวันตก

ที่มา : spoonn-tamago

เบอร์เกอร์คิง จับอินไซต์ของคน เวลากินอาหารไม่อร่อยมาเล่นได้อย่างน่าสนใจ

ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเจอกับปัญหาโดนบังคับให้กินของอร่อยแบบที่ไม่เต็มใจ ซึ่งถ้ามันอยู่ในสถานการณ์ที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคงจะเป็นช่วงเวลาให้ความทุกข์ใจไม่น้อยเลยทีเดียว

เบอร์เกอร์คิงก็เลยจับเอาอินไซต์ตรงนี้มาสร้างสรรค์เป็นงานโฆษณา สิ่งที่ชอบนอกจากการเล่าเรื่องที่เป็น Black Comedy คือเสียดสีความเป็นจริงในชีวิตของผู้คนออกมาได้อย่างขบขันแล้ว ช่วงเวลาเพียงแค่ 30 วินาทีในงานโฆษณา ก็ยังสามารถทำให้เราย้อนกลับไปในความรู้สึกของตอนที่โดนบังคับกินของไม่อร่อยได้เป็นอย่างดี

นึกแล้วก็แอบสยองไม่น้อย

สุดท้ายแล้วพล็อตเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก ก็คือการที่เบอร์เกอร์คิงเชิญชวนให้ผู้คนไปกินอาหารของพวกเขานั่นเอง

ทีมา : Adeevee

ทำเพื่ออะไร? เปลนอนของเด็ก ที่จำลองให้เหมือนกับบรรยากาศในรถยนต์

เป็นเปลนอนปกติก็ดีอยู่แล้ว แต่ที่มาที่ไปของเปลนอนเด็ก ที่จำลองให้เหมือนกับบรยากาศในรถยนต์ ซึ่งสามารถโยกได้ มีไฟอยู่รอบ ๆ หรือเสียงคลอของรถยนต์ที่วิ่งไปวิ่งมาบนท้องถนน ที่ทำให้เด็กนอนหลับไม่สนิทเท่ากับเปลธรรมดานั้น มาจากการที่แบรนด์รถยนต์อย่าง Ford ต้องการจะออกมาบอกว่า รถยนต์ของพวกเขาทำให้ลูกน้อยของคุณหลับสนิทได้มากเพียงไหน

ซึ่ง ไฟ ความสั่นไหวของเปล หรือแม้กระทั่งเสียงรถยนต์บนท้องถนนนในเปล ก็คือบรรยากาศเมื่อลูกน้อยของคุณนอนในรถยนต์ Ford นั่นเอง

ไม่ต้องบอกว่ารถยนต์ของพวกเขานิ่งเงียบขนาดไหน แต่บอกด้วยภาพ ด้วยการทำให้เห็นว่าแม้แต่เด็กน้อยที่มักจะตื่นขึ้นมางอแง ยังหลับสนิทได้แบบสบาย ๆ

แว่นตาที่จะทำให้คุณได้เห็นภาพข้างหน้า เหมือนผ่าน Filter จาก VSCO มาแล้ว

แบรนด์แว่นตาส่วนใหญ่ มักจะผลิตแว่นตากันแดดโดยคำนึงถึงปัจจัยหลัก ๆ อยู่สองข้อ นั่นก็คือความสวยงามในการใส่ และประสิทธิภาพในการกรองแสงของเลนส์

จนหลงลืมไปว่าเลนส์ของแว่นตากันแดดมักจะลดทอนความสวยงามของภาพที่อยู่ตรงหน้า และด้วย Pain Point ตรงนี้เองจึงทำให้เกิดแบรนด์แว่นตาใหม่ที่ชื่อว่า Tens ขึ้นมา ซึ่งนอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงามหรือกรองแสงให้กับดวงตาของเราได้แล้ว มันยังทำให้ผู้สวมใส่เห็นภาพข้างหน้าได้เสมือนจริงมากขึ้น เผลอ ๆ สวยกว่ามองด้วยตาเปล่าด้วยซ้ำ เพราะโทนสีที่มองผ่านเลนส์ของ Tens นั้นคล้ายกับ Filter ใน VSCO มากเลยทีเดียว

และในเมื่อ Tens เป็นแว่นตาแบรนด์แรก ๆ ที่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ จึงทำให้แบรนด์สามารถระดมทุนไปได้มากถึง 68,613 ยูโร หรือราว 3 ล้านกว่าบาท ทั้งที่ตั้งเป้าไว้เพียงแค่ 10,000 ยูโร เท่านั้น

และ 68,613 ยังไม่ใช่ตัวเลข Final เพราะโปรเจ็ค Tens ยังเหลือเวลาระดมทุนใน Kickstarter.com อีก 9 วันเลยทีเดียว (ตัวเลข ณ วันที่ 17/04/2016)

ที่มา : Kickstarter

Matteo Stucchi เชฟชาวอิตาลี ที่เพิ่มสตอรี่เข้าไปในเบเกอรี่ของตัวเอง

เพราะจริงๆ แล้ว คนเราไม่ได้กินเบเกอรี่เพื่อความอิ่มท้อง แต่กินเพื่อความอิ่มใจมากกว่า และหนึ่งในส่วนผสมที่จะมาเพิ่มความอิ่มใจในการกิน นั่นก็คือ Display ของขนมที่สวยงาม

แต่ในเมื่อใคร ๆ ก็สามารถตกแต่งหน้าตาของเบเกอรี่ตัวเองให้มีความสวยงามได้ เชฟชาวอิตาลีวัย 23 ปีอย่าง Matteo Stucchi ก็เลยเลือกที่จะทำให้เบเกอรี่ของเขาให้แตกต่างจากคนอื่น ๆ ด้วยวิธการ ‘สร้าง story’ ให้มันแทน

ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนมาการองให้กลายเป็นหูฟัง, คุกกี้กลายเป็นโลโก้ของซุปเปอร์แมน, โดนัทที่มีแยมกลายเป็นไข่ดาว, สโคนเป็นดัมเบล หรือช็อคโกแลตลาวาให้กลายเป็นถ้ำผจญภัย

เพราะใคร ๆ ก็ทำเบเกอรี่ให้มีหน้าตาที่สวยงามได้ แต่มีไม่กี่คนที่สามารถทำเบอเกอรี่ให้มีเรื่องราวได้

และหนึ่งในนั้นก็คือ Matteo Stucchi จนทำให้ Instagram ของเขามียอด Follow กว่า 107k เลยทีเดียว

เข็มกลัด ที่จะเปลี่ยนให้โลโก้บนเสื้อของคุณ มีชีวิตขึ้นมา

จะบอกว่าแปลก หรือเพี้ยนดี ? สำหรับผลงานของดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นอย่าง Mikiji Nagai ที่เปลี่ยนให้เข็มกลัดธรรมดา ๆ กลายเป็นอุปกรณ์ที่สร้างชีวิตชีวาให้กับโลโก้ของแบรนด์ต่าง ๆ ออกมาได้อย่างสนุกสนาน

ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัดรูป UFO ที่ทำให้โลโก้ของเสื้อเหมือนมี Spotlight ส่องลงมาอยู่ตลอดเวลา หรือรูป Aquarium ที่พอเวลาเอาไปแปะอยู่บนเสื้อแบรนด์ Lacoste ก็จะทำให้ตัวจระเข้เหมือนกับว่ายอยู่ในน้ำยังไงอย่างงั้น

ไม่ใช่แค่โลโก้บนเสื้อ แต่เข็มกลัดเหล่านี้ยังเอาไป Adapt ให้เข้ากับ Accessories อื่น ๆ ได้อีกมากมาย เปลี่ยนให้ Costume ธรรมดามีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ ด้วยราคาเพียง 1080 เยนเท่านั้น

ถึงจะเป็นอะไรที่ดูเพี้ยนไปหน่อย แต่ก็สร้างสีสันให้กับเสื้อผ้าของคุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่มา : spoon-tamago.com

ยิ่งท่ายากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เงินเยอะมากเท่านั้น !

อย่าเพิ่งคิดไปไกล เพราะท่ายากที่เราว่าหมายถึงท่าในการชู๊ตบาส โดยนี่เป็นแคมเปญสนุก ๆ จาก  “New York Lottery”

ที่ต้องการเชิญชวนให้ชาว New Yorker มาเสี่ยงโชคกับพวกเขา ทางแบรนด์ก็เลยให้เอเยนซี่อย่าง McCann, NYC, USA เข้ามาช่วยครีเอทแคมเปญให้ โดยใช้ชื่อว่า ‘Cash Court’ หรือสนามบาสที่จะจ่ายเงินให้กับคุณฟรี ๆ

ด้วยการเซ็ตเทคโนโลยีไว้หลังแป้นบาสที่ดูแสนจะธรรมดา แต่เมื่อชู๊ตลูกบาสลงไปก็จะมีเงินไหลออกมาให้กันแบบฟรี ๆ และอย่างที่บอกไป ยิ่งท่ายากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เยอะเท่านั้น

จากไม่กี่เหรียญ ก็กลายเป็นหลายเหรียญ จากหลายเหรียญก็กลายเป็นธนบัตร

ทำเอาคนที่มาเล่นบาสในบริเวณนั้นยิ้มแก้มปริไปตามกันเลยทีเดียว

ที่มา : Adeevee

ไม่ใช่แค่โทรไม่ขับ แต่ก็ต้อง ‘กินไม่ขับ’ ด้วยเหมือนกัน

อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน นั่นก็คือโทรแล้วขับ ซึ่งถ้าหากมองกันดี ๆ แล้ว การโทรแล้วขับ เป็นเพียงแค่พฤติกรรมในการแสดงออกเท่านั้น แต่สาเหตุจริง ๆ มันคือการที่คนขับรถ ไม่โฟกัสกับเส้นทางข้างหน้าซะมากกว่า

ซึ่ง ‘กินแล้วขับ’ ก็คืออีกหนึ่งพฤติกรรมของการไม่โฟกัสเส้นทางข้างหน้าเช่นกัน แต่กลับไม่ค่อยมีแบรนด์ไหนออกมารณรงค์ในเรื่องนี้

Au Bon Pain แบรนด์ร้านอาหารที่สามารถทานได้ง่าย ๆ และผู้คนก็มักจะซื้อขึ้นไปทานบนรถ ก็เลยให้เอเยนซี่อย่าง Bang In The Middle, Gurgaon, India ออกมาสร้างสรรค์ Print-Ad ภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า Don’t eat while driving. หรือไม่กินในขณะขับรถ

พร้อมกับรูปภาพที่แสดงให้เห็นว่าถ้าคุณกินในขณะขับ มันจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ยังไง

ที่มา : Adeevee

รวมทุกปัญหากวนใจ ที่คุณมักจะเจอในโรงหนัง

เด็กร้องไห้, เสียงดูดน้ำที่ใกล้จะหมดแก้ว, ป๊อปที่หกกระจายเป็นที่นั่ง หรือแม้แต่ขนของเบาะข้าง ๆ ที่เฉียดมาโดนแขนเรา ล้วนแต่เป็นปัญหากวนใจที่ทำให้อรรถรสให้การดูหนังลดลงเป็นอย่างมาก

ไม่เชื่อก็ลองดูได้จากคลิปด้านล่างนี้เลย

ซึ่งนี่เป็นโฆษณาของ du telecom network เครือข่ายมือถือจาก UAE และเพื่อแสดงให้เห็นว่าปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้มันยิ่งใหญ่มากขนาดไหน เอเยนซี่อย่าง Leo Burnett, Dubai, United Emirates ก็เลยเล่าเรื่องผ่านภาพมุมแคบด้วย Speed ที่ช้ากว่าปกติ เพื่อขยายปัญหาเหล่านี้ให้เป็นภาพที่ใหญ่ขึ้น และให้ผู้คนรู้สึกมากขึ้นตามไปด้วย

และโฆษณาตัวนี้ถูกทำมาเพื่อโปรโมทโปรโมชั่นของทาง du telecom network ที่ต้องการบอกกับผู้คนว่า ถ้าใช้เครือข่ายของพวกเขาคุณก็จะได้ตั๋วหนังฟรีเพิ่มอีกใบในวันอังคาร

ที่จะทำให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหากวนใจอย่างที่ในข้างต้นได้บอกไป

ที่มา : Adsoftheworld

มาดูงานจากทั่วเอเชีย ที่คว้ารางวัล GRANDE LOTUS ในเวที Adfest 2017

ถ้าเรียงตามลำดับรางวัลในเวที Adfest ก็จะเป็น BRONZE LOTUS > SILVER LOTUS > GOLD LOTUS และที่ใหญ่ที่สุดก็คือรางวัล GRANDE LOTUS ซึ่งกว่าจะคว้ารางวัลที่ใหญ่ที่สุดในเวทีนี้ได้ ก็ต้องต่อสู้กับมาตรฐานของคณะกรรมการจากทั่วเอเชียอย่างไม่ง่ายเลยทีเดียว

อย่าง Category ของ Film Craft Lotus ที่ไม่มีรางวัลไหนถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คณะกรรมการก็ปล่อยให้รางวัล GRANDE ใน Category นี้เว้นว่างเอาไว้ซะดื้อ ๆ เลย

ส่วนผลงานไหนจะเป็นสุดยอดงานโฆษณาของหมวดหมู่นั้น ๆ ตามมาดูกันได้จากด้านล่างนี้เลย (ขอบอกว่ามีผลงานของไทยด้วยนะ)

BRANDED CONTENT & ENTERTAINMENT LOTUS

โฆษณาที่มีความยาวกว่า 15 นาที กับภาพของผู้ชายที่ยืนอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ นิ่ง ๆ แม้จะดูเข้าใจยาก และน่าเบื่อไปบ้าง แต่สิ่งที่ทำให้โฆษณาอย่าง Single Belief คว้ารางวัล GRANDE Lotus มาได้ เพราะมันเป็นหนังโฆษณาที่สามารถสะท้อนกลับไปยัง The Glenlivet แบรนด์วิสกี้ที่ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1824 ได้เป็นอย่างดี ในแง่ของการยืนหยัด ที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ แม้ยุคสมัยและเวลาจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนก็ตาม

DESIGN LOTUS  & MEDIA LOTUS

งานไทย งานไทย งานไทย ! สำหรับโฆษณาจาก AP ที่ได้เปลี่ยนพื้นที่แคบ ๆ ในชุมชน ให้กลายเป็นสนามฟุตบอลได้อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งนอกจากจะคว้ารางวัล GRANDE LOTUS ในเวที Adfest ไปได้ถึง 2 หมวดหมู่แล้ว ผลงานนี้ก็ยังได้ Free Media จากทั้งในไทยและต่างประเทศไปอย่างมากมาย

DIRECT LOTUS

งานไทยอีกแล้วเช่นกัน สำหรับผลงานที่ใช้ชื่อว่า Touchableink เพราะสิ่งที่ทำให้ผู้พิการทางสายตาออกมาจากโลกมืด ๆ ของพวกเขาได้ก็คือหนังสือ แต่ต้นทุนในการผลิตหนังสืออักษรเบรลล์นั้นมีราคาที่สูงมาก

ทางครีเอทีฟของแคมเปญนี้จึงได้เปลี่ยนให้เครื่องพรินต์ธรรมดา ๆ ตามบ้านให้สามารถพรินต์ออกมาเป็นอักษรเบรลล์ได้ ด้วยการทดลองแล้วใส่สารเคมีบางอย่างเข้าไป เมื่อพรินต์ออกมา แล้วเจอกับอุณหภูมิภายนอก หมึกของตัวอักษรที่เรียบ ๆ แบน ๆ ก็จะนูนขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

EFFECTIVE LOTUS

เอาซะเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อ GariGarikun ไอศกรีมหวานเย็นในญี่ปุ่นขึ้นราคาสินค้า 3 บาท แต่ถึงกับต้องให้ผู้บริหารและพนักงานออกมาทำคลิปขอโทษลูกค้ากันยกใหญ่

ที่ทำแบบนี้้ เป็นเพราะแบรนด์ต้องการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่มีกับลูกค้า ถึงแม้ว่าจะขึ้นราคาเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มาก แต่นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของกลุ่มลูกค้าหลักซึ่งล้วนแต่เป็นเด็กน้อย

ซึ่งหลังจากคลิปตัวนี้ได้ปล่อยออกไป เชื่อว่าลูกค้าหลาย ๆ คนก็ยังจะคงอุดหนุด Garigarikun กันอยู่ ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่แค่รสชาติที่อร่อย แต่พวกเขายังอยากจะลิ้มรสของความจริงใจ ที่ Garigarikun มีให้กับลูกค้าอีกด้วย

INNOVA LOTUS

ใช้>ชาร์ต>ใช้>แล้วก็นำกลับมาชาร์ตอีกรอบ คือหลูปชีวิตการใช้มือถือของผู้คนในปัจจุบัน แต่ดูเหมือนว่าโครงสร้างของแต่ละเมืองจะไม่เอื้อต่อการชาร์ตแบตให้กับผู้คนมากสักเท่าไหร่ บางทีไม่มีรูให้ชาร์ต หรือบางทีมีรู แต่ดันไม่มีไฟ แถมถ้าชาร์ตได้ ก็ยังเดินไปไหนไม่ได้อีกเพราะก็ต้องคอยเฝ้ามือถืออยู่อย่างนั้น!

ค่ายรถยนต์อย่าง Toyota ก็เลยใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของตัวเอง เป็นที่ชาร์ตแบตแบบไร้สายเสียเลย หลักการง่าย ๆ ก็การติดเทคโนโลยีเข้าไปในตัวรถที่เป็นอุกรณ์กระจายพลังงานแบตเตอรี่แบบไร้สาย จากนั้นก็เพียงเชื่อมต่อ แบตเตอรี่ใน Device ของคุณก็จะเพิ่มขึ้นได้ในทันที

ชาร์ตแบตได้แบบไร้สายอย่างนี้ สมแล้วที่ได้รางวัล GRANDE ในหมวดหมู่ INNOVA LOTUS ไป

MOBILE LOTUS

เป็นผลงานที่ทะลายกรอบในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ อย่างห้องสี่เหลี่ยมให้หมดไปได้อย่างสิ้นเชิง สำหรับ The Cardboard space helmet ที่ได้พัฒนาให้ VR Cardboard ธรรมดา กลายมาเป็นหมวกกันน็อกเพื่อให้เด็ก ๆ ได้สวมใส่ เสมือนกับว่าตัวเองได้ไปอยู่บนยานอวกาศ และเป็นนักอวกาศยังไงอย่างงั้น

OUTDOOR LOTUS

เรียกได้ว่านี่เป็นแคมเปญ ของภาพถ่าย Selfie ที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยเห็นมาแล้วก็ได้ เมื่อการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรเลียเห็น Pain Point ของนักท่องเที่ยวเวลา Selfie คือมาเที่ยวทั้งที แต่กลับได้ภาพถ่ายที่มีแค่หน้า ส่วนภาพวิวด้านหลังดันเล็กนิดเดียวซะงั้น

ตรงนี้เองกลายเป็นที่มาของ GIGA เพียงไปยืนอยู่ในจุดที่ Mark เอาไว้ เมื่อกด Selfie ถ่ายภาพที่มือถือซึ่งเชื่อมต่อกับกล้องที่เซ็ตไว้อยู่ ชัตเตอร์จากมือถือก็จะส่งสัญญาณไปยังกล้องตัวนั้น และทำให้คุณได้ภาพถ่าย Selfie มุมกว้างในที่สุด