All posts by Editor

เลอโนโวเปิดตัวโยก้า ซีรียส์ ใหม่ 3 รุ่น บันเทิงมากขึ้น

เลอโนโวประกาศเปิดตัว เลอโนโว โยก้า ซีรียส์ใหม่อย่างเป็นทางการ 3 รุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านมัลติโหมดบนดีไวซ์ที่รองรับการใช้งานทั้งเพื่อธุรกิจและ ไลฟสไตล์ส่วนตัว   เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ในตระกูล YOGA (โยก้า) เลอโนโวได้เปิดตัว เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 โปร (Lenovo YOGA Tablet 2 Pro) แท็บเล็ตรุ่นแรกที่มีการติดตั้งโปรเจ็คเตอร์ในตัว, เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 (Lenovo YOGA Tablet 2) แท็บเล็ตที่มาพร้อมหน้าจอ 2 ขนาด บน 2 ระบบปฎิบัติการณ์ (แอนดรอย์และวินโดวส์) ทั้งยังเพิ่มโหมดให้ใช้งานในมากกว่ากับโหมดแขวน (Hangmode) และปิดท้ายกับการเปิดตัวโน๊คบุ๊ค เลอโนโว โยก้า 3 โปร (Lenovo Yoga 3 Pro) โน๊คบุ๊คขนาดหน้าจอ 13 นิ้วที่บางเบาดุจขนนก โด่ดเด่นกับดีไซน์เครื่องที่เน้นความเรียบหรูและมีข้อพับ(Hinge) ที่ใช้วิธีการสานแบบนาฬิกาข้อมือเชื่อมฝาผับเครื่องให้ความสวยงามและคงทน หน้าจอคุณภาพความละเอียดแบบ QHD+

“ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับผลิตภัณฑ์ในสายคอนซูเมอร์ของเลอโนโวในระดับโลกอย่างแท้จริง การรังสรรค์นวัตกรรมที่ล้ำหน้าคือส่วนหนึ่งของDNAของเลอโนโว และในวันนี้ผลิตภัณฑ์ตระกูล โยก้า ที่เรานำมาเปิดตัวก็คือคำตอบแห่งความสำเร็จของแบรนด์ในการค้นคว้าวิจัย, รับฟังคำแนะนำจากผู้บริโภค, อีกทั้งความใส่ใจด้านการออกแบบเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคล่องตัว, ใช้งานได้หลากหลายและเต็มศักยภาพของเครื่อง จากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตระกูล โยก้า รุ่นก่อนในด้านความอึดของแบตเตอร์รี่และการใช้งานแบบมัลติโหมด มาในวันนี้เราได้มีการใส่ฟีเจอร์เพิ่มเข้าไปในผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น Pico โปรเจ็คเตอร์ในแท็บเล็ต เลอโนโว โยก้า 2 โปร, ปรับดีไซน์ของเครื่องโน๊คบุ๊ค โยก้า 3 โปรให้สวยงาม ทนทานและบางเบายิ่งกว่าเดิมกับข้อพับเครื่องที่สานแบบนาฬิกาข้อมือ,” คุณจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร, กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เลอโนโว กล่าว

เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 โปร: สัมผัสประสบการณ์การใช้หน้าจอขนาดใหญ่แบบเคลื่อนที่

ดิจิตอลมีเดียได้กลายเป็นปัจจัยหลักในการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์รูปถ่าย วีดิโอ หรือเล่นเกมส์ก็ตาม ทำให้ความต้องการของดีไวซ์ที่มีหน้าจอใหญ่สูงขึ้น ผลวิจัยของเลอโนโวเผยว่า กว่า 88% ของผู้บริโภคใช้งานดิจิตอล คอนเทนท์ (digital content) บนแท็บเล็ตอย่างหนักหน่วงเมื่ออยู่ที่บ้าน และกว่าครึ่งของจำนวนดังกล่าวมักดูทีวีบนแท็บเล็ตของพวกเขาอยู่เป็นประจำ1  เลอโนโวจึงนำผลวิจัยที่ได้ พร้อมกับเสียงตอบรับของผู้บริโภคมาเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาสินค้า จนได้เป็น เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 โปรขนาดหน้าจอ 13 นิ้วออกมา    เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 โปร นี้ได้ถูกออกแบบมาให้ตรงใจผู้บริโภคที่ต้องการการใช้งานดิจิตอลคอนเทนท์มากที่สุด ด้วยหน้าจอ QHD ความละเอียด 2560 x 1440 ทำให้ภาพที่ปรากฏนั้นคมชัดสมจริง

ไม่ว่าจะเป็นการเสนองานในห้องประชุม หรือการดูหนังชิวๆที่บ้าน เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 โปร ก็สามารถตอบโจทย์ได้ด้วย Pico โปรเจ็คเตอร์ ที่จะทำให้การแบ่งปันความสุขกลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว ผู้ใช้สามารถฉายภาพความละเอียด 16:9 ได้บนพื้นผิวทุกประเภท และสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงขนาด 50 นิ้วอย่างเต็บรูปแบบได้ทันที นอกจากนี้ เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 โปร ยังมาพร้อมกับระบบเสียงกำลังขับ 8 วัตต์ โดยประกอบไปด้วย subwoofer ที่ทรงพลังกว่าแท็บเล็ตทั่วไปถึง 4 เท่า ด้วยความน่าทึ่งของระบบภาพและเสียงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ขนาดย่อยได้อย่างไม่ต้องสงสัย มากไปกว่านั้น เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 โปร ยังสามารถเล่นไฟล์วีดิโอ

 

ผ่านโปรเจคเตอร์ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 3 ชั่วโมง จึงทำให้การชมสาระบันเทิงเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด ตัวเครื่องเป็นสีแพลตตินัมหรูหรา และมีน้ำหนักเพียง 950 กรัม บางเพียง 3.7 มม. ซึ่งบางกว่านิตยสารทั่วไป ทำให้ เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 โปร เป็นคู่หูที่พร้อมจะเดินทางไปทุกแห่ง

 

เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2: โหมดใหม่แห่งความบันเทิง

เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 คือดีไวซ์ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก โยก้า แท็บเล็ต รุ่นแรก โดยรุ่นที่ 2 นี้มุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนโหมดให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้และทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 นั้นรองรับระบบปฏิบัติการ 2 รูปแบบ – ขนาด 8 นิ้วจะมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการณ์ Android 4.4 Kit Kat และขนาด 10 นิ้วที่ผู้ใช้สามารถเลือกระบบปฏิบัติการได้ระหว่าง Android 4.4 Kit Kat และ Windows ซึ่งระบบปฏิบัติการ Windows นั้นจะมีแพคเกจ Office 365 แถมให้ใช้ฟรีเป็นเวลาหนึ่งปีอีกด้วย เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 ทุกรุ่นใช้ขุมพลัง Intel® Atom™ ตัวล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานและประมวลผลได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้เป็นแท็บเล็ตที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานเครื่องแบบมัลติทาสก์ หรือคนที่ชอบใช้งานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน ลำโพงคู่หน้าทรงพลังกับระบบเสียง Dolby® Audio and Wolfson® Master HiFi™ ทำให้ เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 มีระบบเสียงที่เหมือนโรงหนังขนาดย่อย นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการใช้งาน MicroSD card และไมโคร USB สำหรับระบบเชื่อมต่อ OTG ในการชาร์ตไฟอีกด้วย (ต้องใช้สายไฟเพิ่มเติม) ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับแบตเตอรี่ที่คงทนและมีระยะเวลาการใช้งานที่นานเป็นพิเศษอย่างไม่ติดขัด สำหรับท่านที่กำลังมองหาการเชื่อมต่อแบบสมบูรณ์แบบ เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต 2 ทุกรุ่นยังรองรับการใช้งานในระบบ 4G โดยขนาด 8 นิ้วนั้นสามารถใช้เพื่อรับสายและโทรออกได้อีกด้วย

 

ดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการ

เลอโนโวต่อยอดความสำเร็จให้กับตระกูลแท็บเล็ตอเนกประสงค์อย่าง โยก้า แท็บเล็ต ด้วยการนำเสนอโหมดใหม่เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน นั่นก็คือ Hang mode หรือโหมดแขวน เพียงแค่จับตัวเครื่องมาแขวน เท่านี้ผู้ใช้ก็สามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการใช้เครื่องได้ในทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ผู้ใช้ยังคงสามารถเพลิดเพลินไปกับ 3 โหมดที่เคยนำเสนอมาแล้วในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งประกอบไปด้วย โหมดถือใช้งาน (Hold), โหมดวางนอน (Tilt) และโหมดวางตั้ง (Stand) นั่นเอง

 

เลอโนโว โยก้า 3 โปร โน๊คบุ๊ค: สุดยอดโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมความ เบา บาง และทนทาน ด้วยข้อพับพิเศษแบบสายนาฬิกาข้อมือ

เลอโนโว โยก้า ซี่รีย์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานแบบมัลติโหมด ทั้งมีฟังก์การใช้งานอย่างครอบคลุมและมีดีไซน์ที่โด่ดเด่น รับประกันคุณภาพและความสวยงามด้วยรางวัลมากมายทั่วโลก และเพื่อตอกย้ำดีไซน์ที่โด่ดเด่น เลอโนโวได้เปิดตัว เลอโนโว โยก้า 3 โปร ที่มีความบางกว่ารุ่นก่อนถึง 17% คือบางเพียง 12.8 มิลลิเมตร ซึ่งเมื่อเปิดฝาพับจะมีขนาดบางยิ่งกว่าดินสอ อีกทั้งมีน้ำหนักเบากว่าขวดน้ำเพียงแค่ 1.19กิโลกรัม (เบากว่ารุ่นเดิม 14 เปอร์เซ็นต์) นอกเหนือจากความบางเบา เลอโนโว โยก้า 3 โปร โน๊คบุ๊คยังมีจุดเด่นที่มีตัวข้อพับแบบสายนาฬิกาถึง 6 จุด (Hinge) ซึ่งทำจากอะลูมินั่มและแสตนเลสที่ถักด้วยมือกว่า 815 ชิ้น ให้ความสวยงามและแข็งแกร่ง

 

ให้ประสบการณ์พิเศษแก่ให้ผู้ใช้งานในทุกโหมด เลอโนโว โยก้า 3 โปร โน๊คบุ๊คมาพร้อมหน้าจอ Gorilla Glass กันรอยขีดข่วน ความคมชัดของภาพระดับ QHD+ ความละเอียด 3200×1800 พิกเซล แสดงภาพได้ละเอียดคมชัดทุกรูปแบบการใช้งาน ระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก JBL และลำโพงเสียงจาก Waves® Audio ซึ่งสามารถปรับระดับเสียงในแต่ละโหมดได้อย่างอัตโนมัติให้คุณภาพเสียงคมใสในทุกโหมดการใช้

 

ประมวลผลด้วย Intel Core M โปรเซสเซอร์ เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลถึง 512 GB SSD การ์ดจอแบบกราฟฟิกอินทิเกรตโดย Intel ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับการดูหนังหรือฟังเพลงได้อย่างไม่สะดุดด้วยแบตเตอร์รี่ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 7 ชั่วโมง[1] และยังสามารถเชื่อมต่อผ่าน WiFi[2]ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 802.11 a/c เลอโนโว โยก้า 3 โปร โน๊คบุ๊ค มี 3 สีให้เลือก คือ สีส้มคลีเมนไทน์ สีเงินแพลทินัม, และสีทองแชมเปญ

 

การเชื่อมต่อกับซอร์ฟแวร์

เพื่อตอบโจทย์การเชื่อมต่อระบบซอร์ฟแวร์คอมพิวติ้งของผลิตภัณฑ์โยก้า เลอโนโวได้สร้างฮาร์โมนีซอร์ฟแวร์(Harmony software) ซึ่งเป็นซอร์ฟแวร์อัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับโปรแกรมการทำงานให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ ยกตัวอย่างเช่น ขณะที่ผู้ใช้งานกำลังอ่านหนังสือผ่านโปรแกรม e-book ระบบการทำงานฮาร์โมนีซอร์ฟแวร์จะปรับความสว่างของหน้าจอและอุณหภูมิสีให้เหมาะกับความสว่างของสิ่งแวดล้อมโดยรอบห้อง

 

นอกจากนี้ฮาร์โมนีซอร์ฟแวร์ยังสามารถสร้างเครื่องมือที่เรียกว่า shortcut เพื่อให้ผู้ใช้งานเครื่องเรียกใช้โปรแกรมและแอพพลิเคชั่นที่ถูกใช้งานเป้นประจำในในแต่ละโหมดได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ราคาและช่องทางจำหน่าย

 

  • เลอโนโว โยก้า แท็บแล็ต 2 โปร จำหน่ายแล้ววันนี้ที่ราคา22,490บาท (สุทธิ)
  • เลอโนโว โยก้า แท็บแล็ต 2 ขนาด 8 นิ้ว ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จำหน่ายแล้ววันนี้ที่ราคา 9,990 บาท (สุทธิ)
  • เลอโนโว โยก้า แท็บแล็ต 2 ขนาด 10 นิ้ว ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จำหน่ายแล้ววันนี้ที่ราคา 11,990 บาท (สุทธิ)

 

[1] 44Whr. Li-Polymer battery determined using MobileMark 2012 with display at idle at 150 nits

[2] Requires separate agreement with select third party service provider, and is subject to credit approval and applicable service agreement/terms, rate plan and coverage maps of the provider. Service provider, not Lenovo, is solely responsible for service

เอเซอร์ รุกงานบริการ จัดส่งฟรี มีเครื่องสำรองใช้

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ขานรับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจในภูมิภาคอินโด-ไชน่า เสริมทักษะ พัฒนาความรู้และมาตรฐานการให้บริการครอบคลุมทั้งในกลุ่มคอนซูเมอร์ และคอมเมอร์เชียล ขยายการบริการให้ครอบคลุมด้วยศูนย์บริการมากกว่า 470 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรุกให้บริการกลุ่มองค์กรและการศึกษาด้วยบริการเครื่องใช้ระหว่างซ่อม

นายปรีชา ศุภปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า การให้บริการของเอเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดเอง ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ และยิ่งเมื่อ   เอเซอร์ประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางของตลาดอินโด-ไชน่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างมาตรฐานและศักยภาพของการบริการ เอเซอร์ได้สร้างทีมช่างเทคนิคให้มีความองค์ความรู้ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ผ่านการฝึกอบรมจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ สำหรับเอเซอร์ประเทศไทยได้กระจายการให้บริการผ่านศูนย์บริการเอเซอร์เอง (Acer Service Center) และศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทางการจาก     เอเซอร์มากกว่า 470 แห่งทั่วประเทศ เอเซอร์เชื่อว่าการให้บริการที่ดี มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมและได้มาตรฐานเป็นสิ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่น และเป็นแรงผลักดันให้เอเซอร์เติบโตอย่างมั่นคง

การวางกลยุทธ์ของเอเซอร์เซอร์วิสในปีนี้จะสอดคล้องกับแนวความคิด “Synergized Power of Digital” ด้วยการผสานศักยภาพทุกด้านของเอเซอร์และปรับใช้ให้สอดคล้องกับรูปแบบของการให้บริการ การบริหารระบบโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะระบบการรับ-ส่งอะไหล่ เครื่องซ่อม รวมไปถึงการนำ CRM มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการให้บริการให้ตรงความต้องการของลูกค้าในแต่ละสาขาของเอเซอร์ สำหรับในภูมิภาคอินโด-ไชน่า เช่น ประเทศลาวที่มีการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือในประเทศพม่าที่เอเซอร์มีสำนักงานประจำอยู่ เอเซอร์ได้มีการฝึกอบรมพาร์ทเนอร์ และบุคลากรทั้งในประเทศและในภูมิภาคอินโด-ไชน่า

นายปรีชา กล่าวเสริมว่า สำหรับเครื่องสมาร์ทโฟนและโน้ตบุ๊คที่อยู่ในระยะเวลารับประกัน เอเซอร์มีบริการ Fast  Service ดังต่อไปนี้

– โน้ตบุ๊ค ที่มีปัญหาในเรื่องของฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดดิสก์ เมมโมรี่ และอะแดปเตอร์ (เฉพาะฮาร์ดแวร์เท่านั้น) ที่ใช้เวลาในการซ่อมเกิน 3 ชั่วโมง เอเซอร์บริการจัดส่ง ฟรี! (เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร)

สมาร์ทโฟน เฉพาะฮาร์ดแวร์ ที่ใช้เวลาในการซ่อมเกิน 3 ชั่วโมง เอเซอร์มีบริการเครื่องใช้ระหว่างซ่อม (เฉพาะศูนย์บริการเอเซอร์ 11 แห่ง)

บริการเครื่องใช้ระหว่างซ่อม

– สำหรับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน โปรเจคเตอร์ ออล-อิน-วัน และโน้ตบุ๊คสำหรับเกมส์ Acer Aspire V Nitro Series ที่ต้องใช้เวลาในการซ่อมมากกว่า 1 วัน เอเซอร์มีบริการเครื่องสำรองให้สามารถนำไปใช้ ผ่านการจองล่วงหน้าทางคอลล์เซนเตอร์ ที่หมายเลข 02-685-4311
ในส่วนกลุ่มลูกค้าคอมเมอร์เชียลเราแบ่งการให้บริการเป็น 2 ประเภท คือการให้บริการแบบปกติ และการให้บริการเสริม สำหรับการให้บริการปกติครอบคลุมในเรื่องของการเข้าไปตรวจเช็คสภาพเครื่อง การติดตั้งและการวางระบบ สำหรับบริการเสริม ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าองค์กรเป็นหลัก อาทิ การให้บริการ 24 x 7  รวมถึงการให้บริการดูแลรักษาอุปกรณ์ต่อพ่วง โดยบริการนี้จะเป็นการให้บริการแบบ On Site

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองผู้อำนายการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวสรุปว่า เอเซอร์ตระหนักดีว่าการบริการทั้งก่อนและหลังการขายจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เราได้รับการยอมรับและความเชื่อใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี เป็นการเสริมกำลังให้ธุรกิจเติบโตในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เอเซอร์ได้พัฒนาการให้บริการอย่างครอบคลุมความต้องการทุกจุด เพราะถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

3เค เปิดตัวแบตฯใหม่ Active Hybrid ชูจุดเด่นพลังเหนือพลัง

บริษัท ผลิตภัณฑ์ 3เค จำกัด ผู้นำในการผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ 3เค แบตเตอรี่ เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมแบตเตอรี่รถยนต์รุ่นใหม่ “3K Active Hybrid Battery” ระดับพรีเมี่ยม พร้อมท้าพิสูจน์พลังเหนือพลังเพื่อการขับเคลื่อนชีวิตที่ไม่สะดุดกับ 3 ที่สุดแห่งเทคโนโลยีเพื่อชีวิตแอคทีฟ ทั้งให้กำลังไฟฟ้าสูงสุด, ใช้งานนานสุด และรองรับอุปกรณ์เสริมในรถยนต์มากที่สุดซึ่งสามารถใช้งานกับกลุ่มรถยนต์ทั้งประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะพร้อมจัดเต็มด้วยแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี “3K Unlimited Power”หวังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่โดยเปิดโอกาสให้ท้าทายความสนุกกับ แม็คก้าสตีฟ แม็คมานามาน อดีตปีกระดับตำนานทีม หงส์แดง-ลิเวอร์พูลในฐานะโปรเจคแอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ 3เค แบตเตอรี่ รวมทั้งกิจกรรมพิเศษร่วมค้นหา 3K Power Race Queen Contest และสนุกสุดมันส์กับการปลดปล่อยพลังสุดขีดไปกับศิลปินชื่อดัง เตรียมมอบความสนุกทั่วทุกภูมิภาคของเมืองไทย ทั้งหาดใหญ่, เชียงใหม่, ขอนแก่น และกรุงเทพฯ

นายวีรวัฒน์ ขอไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ 3 เค จำกัด เปิดเผยถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สุดยอดนวัตกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ระดับพรีเมี่ยมใหม่ “3K Active Hybrid Battery “ และแคมเปญ “3K Unlimited Power” ว่า สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ “3K Active Hybrid” รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวไปอีกขั้นกับการคิดค้นแบตเตอรี่ ด้วยแนวคิดการออกแบบให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆภายในรถยนต์ เหมาะกับทุกสภาพการใช้งานได้เป็นอย่างดี จากส่วนผสมที่ลงตัวช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของแผ่นธาตุด้วย Silver Active ทำให้แบตเตอรี่มีกำลังสตาร์ทสูง จ่ายไฟได้สม่ำเสมอ สำรองไฟได้ดีกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปโดยรองรับการใช้งานได้กับรถยนต์ทุกรุ่นทั้งเก่าและใหม่

Active Hybrid Technology ถือว่าเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ดีและสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะมีคุณสมบัติที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบ Low Maintenance โดยให้กำลังไฟสูงกว่า ให้กำลังสตาร์ทสูง เพิ่มอายุการใช้งานที่มากกว่าชาร์จไฟกลับรวดเร็วกว่า ช่วยให้แบตเตอรี่พร้อมใช้งานตลอดเวลา อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพของโครงแผ่นธาตุด้วย Silver Duo Calcium นอกจากนี้ตัวแบตเตอรี่ยังผลิตจากวัสดุเกรด A พรีเมี่ยม โดยเลือกพลาสติกบริสุทธิ์ที่ทนความร้อนได้สูง

ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีมากมาย ส่งผลให้ 3K Active Hybrid Battery สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ แอคทีฟของคนทันสมัย กับเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองได้อย่างครบครันเฉกเช่นคำนิยามActive Hybrid…..ขุมพลังแห่งอนาคต

สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดของปีนี้ 3เค ได้สร้างการรับรู้และคืนความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ 3K หรือไม่ก็ตาม ด้วยการส่งบิ๊กแคมเปญแห่งปี ภายใต้ชื่อ 3K Unlimited Powerเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทันสมัยที่ตรงจุดกับ 3 กิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ได้แก่ 3K Power Kick Challenge / 3K Power Race Queen Contest และ 3K Power Music Fest

โดยกิจกรรม 3K Power Kick Challenge เกมเตะดวลพลังและวัดความแม่น เพื่อค้นหาผู้ชนะเลิศเป็นตัวแทนของแต่ละภาค ได้แก่ จ.หาดใหญ่ จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น และกรุงเทพฯ ซึ่งจะได้รับรางวัลแพ็คเกจทัวร์อังกฤษ พร้อมเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของทีมลิเวอร์พูลแบบชิดติดขอบสนามแอนฟิลด์ ณ เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ จำนวนทั้งสิ้น 4 รางวัล นอกจากนี้ ผู้ชนะทั้ง 4ท่านจาก 4 ภาคจะได้รับสิทธิพิเศษในการดวลพลังเตะรอบสุดท้ายกับนักฟุตบอลขวัญใจสาวก ”เดอะค็อป อย่าง แม็คก้า-สตีฟ แม็คมานามาน” เพื่อชิงรางวัลใหญ่ และร่วม Meet & Greet อย่างใกล้ชิดที่กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2558 นี้สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดได้ง่ายๆ เพียงมาที่งานก็สามารถรับสิทธิ์เข้าร่วมเล่นเกมได้ทันที โดยจะได้รับสิทธิ์เตะวัดพลัง 1 ครั้ง แต่หากกดไลค์เฟซบุ๊คแฟนเพจของ “3K พลังหงส์แดง จะได้รับสิทธิ์เตะวัดพลังเพิ่มเป็น 3 ครั้ง เรียกว่าถ้าพลาดก็ยังมีโอกาสได้แก้ตัวใหม่เพื่อลุ้นชิงรางวัลสุดพิเศษที่ทาง 3เค แบตเตอรี่ เตรียมมอบให้

นอกจากกิจกรรมร่วมสนุกชิงรางวัลใหญ่แล้ว ภายในงานก็ยังมีกิจกรรมไฮไลท์ให้ได้ร่วมสนุกอีกมากมาย อาทิ3K POWER RACE QUEEN CONTESTกิจกรรมการประกวด Race Queen Thailand ครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อเฟ้าหาตัวแทนไปเวิร์คชอปถึงประเทศญี่ปุ่น พร้อมปฏิบัติหน้าที่เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ของ 3เค แบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม ร่วมด้วยโชว์พิเศษกระชากใจจาก Race Queen ญี่ปุ่น และการประกวดรถแต่งพร้อมร้านค้าจากค่ายเครื่องเสียงและอุปกรณ์แต่งรถมากมายที่ยกขบวนมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ปิดท้ายด้วยการปลดปล่อยพลังแบบสุดขีดไปในกิจกรรม 3K Power Music Festคอนเสิร์ตสุดมันส์ที่ขนทัพศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทยไปร่วมมอบความสนุกกันอย่างจุใจ

โดยกิจกรรมจะเริ่มที่ หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 4 เม.ย.58 ต่อด้วย จ.เชียงใหม่ วันที่ 6 มิ.ย.58, จ.ขอนแก่น วันที่ 5 ก.ย.58และปิดท้ายที่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 28 พ.ย.นี้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.3kbattery.co.th และ www.facebook.com/3K พลังหงส์แดง

“สก๊อต” อัดงบ 500 ล้าน รวมฮิตพรีเซ็นเตอร์

สก๊อต มั่นใจเศรษฐกิจปี 58 โตต่อเนื่อง เดินหน้าอัดแคมเปญการตลาด ทุ่มงบ 500 ล้านบาท ดึงซูเปอร์สตาร์แถวหน้า มาริโอ้ เมาเร่อ, เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข, พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์, ศรีริต้า เจนเซ่น นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ใหม่ หวังปลุกกระแสตลาดเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพคึกคักตลอดปี ตั้งเป้าสิ้นปีรายได้รวมเติบโตเพิ่ม17%

          สมโภช ชวาลเวชกุล กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ เปิดเผยว่า “เทรนด์ผู้บริโภคในปัจจุบัน                       ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งนี้เห็นได้จากในช่วงปีที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์สำหรับ                          ช่วยดูแลสุขภาพเข้ามาทำตลาดเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งในปี 2557 “สก๊อต”                    สามารถปิดยอดขายรวมได้ที่ 3,700 ล้านบาท โดยในปี 58 นี้ เราคาดการณ์ว่าทิศทางของตลาดเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพยังสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มาจากสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่ดีขึ้น จึงสามารถช่วยเรียกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับคืนมา

            จากปัจจัยบวกดังกล่าว และเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ บริษัทฯ ได้               ทุ่มงบ 500 ล้านบาท จัดแคมเปญและกิจกรรมทางการตลาดอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์                อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยดึงพระเอก-นางเอกที่กำลังได้รับความนิยม และมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ในแต่ไลน์ ได้แก่ มาริโอ้ เมาเร่อ, เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข, พอร์ช-ศรัณย์                     ศิริลักษณ์ และ ศรีริต้า เจนเซ่น มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสก๊อต ซึ่งเหตุผลสำคัญที่เลือกทั้ง 4 คนนี้ เพราะทุกคนต่างเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีความโดดเด่น อีกทั้งยังเป็นไอดอลของกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นด้านความสามารถและการดูแลตัวเองการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ในส่วนของผลิตภัณฑ์                   “สก๊อต คิตซ์ยังคงเป็น คุณลูกเกด เมทินี และ น้องสกาย ครับ”

สำหรับ สก๊อต มีผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดทั้งหมด 4 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มรังนกแท้ ประกอบด้วย สก๊อต รังนกแท้ รอเยลพรีเมี่ยม, สก๊อต รังนกแท้ รอเยลพรีเมี่ยม ไซลิทอล, สก๊อต รังนกแท้ รอเยลพรีเมี่ยม มานูก้า ฮันนี่, สก๊อต รังนกแท้ ผสมโสมเกาหลี, สก๊อต รังนกแท้ ผสมจมูกข้าวญี่ปุ่น,  สก๊อต รังนกแท้, สก๊อต รังนกแท้ ไซลิทอล, สก๊อต รังนกแท้ สุพรีม ซีเล็กชั่น เน้นเจาะกลุ่มคนทำงานที่ดูแลใส่ใจในเรื่องสุขภาพ 2.กลุ่มซุปไก่สกัด ประกอบด้วย สก๊อต 100, สก๊อต อีซี่, สก๊อต ซุปไก่สกัด                        ผสมถั่งเฉ้า เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ รวมไปถึงกลุ่มนักศึกษา และคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการดูแลทั้งสมองและร่างกาย, สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดสำหรับเด็ก เหมาะกับ             เด็กวัย 4-12 ปี โดยจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงเติบโตสมวัย 3.กลุ่มผลไม้สกัดเข้มข้น ประกอบด้วย                        สก๊อต เพียวเร่ เบอร์รี่สกัดเข้มข้น ผสมวิตามิน,  สก๊อต เพียวเร่ พรุนสกัดเข้มข้นผสมวิตามิน เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูแลทั้งรูปร่าง ผิวพรรณแบบองค์รวม จนไปถึงผู้ที่ต้องการบำรุงดวงตาและสายตา เนื่องจากการใช้สายตาในชีวิตประจำวันในปัจจุบันที่มากขึ้น 4.กลุ่มคอลลาเจน ประกอบด้วย                            สก๊อต คอลลาเจน-คิว 10, สก๊อต คอลลาเจน-โอร่า, สก๊อต คอลลาเจน-เอ็ม วิธซิงค์ เน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในการดูแลทั้งสุขภาพผิวและความงาม

             นายสมโภช กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่แล้ว เรายังเน้นการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ด้วยการใช้สื่อครอบคลุมแบบ 360 องศา ทั้ง Above the line, Below the line                    โดยเน้นสื่อทั้งโทรทัศน์, วิทยุ, สิ่งพิมพ์, อินเตอร์เน็ต ฯลฯ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตไว้ที่ 17% หรือประมาณ4,300 ล้านบาท”

ลูกค้า “ZEED ซิม” อิ่มยกแก๊ง รับส่วนลด 50% ที่ A&W

เอไอเอสวัน-ทู-คอล! ให้วัยทีนที่ใช้ ZEED ซิม” ซิมน้องใหม่ในระบบเติมเงิน สนุกกับการใช้ชีวิตครบทุกรส ทั้งเม้าส์ อิ่ม มันส์ยกแก๊ง ล่าสุดมอบสิทธิพิเศษส่วนลดสุดคุ้มถึง 50% ให้ชาว ZEED ซิมที่ซื้อชุดคอมโบได้อิ่มยกแก๊งที่ร้าน A&W ทุกสาขา เพียงแสดงมือถือและกดรับสิทธิ์ที่ร้าน ตั้งแต่วันนี้ –30 เมษายน 2558

วัยมันส์คอโซเชียลหาซื้อ ZEED ซิมได้ง่ายๆ ที่เอไอเอส ช็อป , ร้านเทเลวิซ และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคาซิมละ 50 บาท หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ZEEDSIM.com

กรุงไทย-แอกซ่า ชูกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ก้าวสู่ผู้นำ สร้างเบี้ยปี 2557 แตะ 48.9 พันล.

กรุงไทย-แอกซ่า ชูกลยุทธ์การใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางก้าวสู่ผู้นำประกันชีวิต สร้างเบี้ยปี 2557 แตะ 48.9 พันล้านบาท พร้อมก้าวสู่ผู้นำตลาดประกันชีวิตมร.เดวิด โครูนิช ประธานกรรมการบริหาร บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯปี 2557 เป็นที่น่าพอใจแม้ช่วงครึ่งปีแรกจะอยู่ในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และมีการชะลอตัวของเศรษฐกิจตลอดทั้งปี โดยปัจจุบัน กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ขึ้นสู่อันดับ 3 ด้านเบี้ยรับปีแรก และอันดับที่ 5 ในด้านกรมธรรม์ที่มีผลบังคับแม้ว่าในปี 2557ที่ผ่านมา สภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ จะมีการชะลอตัวและมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ด้วยการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย และการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นของเรา ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเป็นผู้เล่นตัวจริงในตลาดประกันชีวิตของประเทศได้ สำหรับปี 2558 บริษัทฯ จะเน้นกลยุทธ์สำคัญๆ ได้แก่ การมีลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสนับสนุนการทำงานของฝ่ายขาย และช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากขึ้น ซึ่งเชื่อว่ากลยุทธุ์ดังกล่าวจะสามารถผลักดันให้กรุงไทย-แอกซ่า เป็นผู้นำแถวหน้าในตลาดประกันชีวิต สุขภาพและความคุ้มครอง ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง และนำเทคโนโลยีมาใช้ในอุตสหกรรมประกันชีวิตได้อย่างแน่นอน” มร.โครูนิช กล่าว