Brian Chesky
สังคมแห่งการแบ่งปันคือผลิตภัณฑ์ของเรา
ธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งของCannes Lions คือการเชิญบุคคลวงการเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงช่วงจัดงานมาขึ้นเวทีเพื่อให้เหล่า “คนโฆษณา” ได้รู้ ได้ทราบถึงอนาคตที่ใกล้เข้ามาซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ผลงาน สำหรับปีนี้คือ Brain Chesky ประธานบริหารของ Airbnb เว็บไซต์สื่อกลางระหว่างเจ้าของบ้านที่อยากแบ่งห้องให้เช่ากับนักเดินทางซึ่งต้องการที่พักแบบคนท้องถิ่น โดยนักธุรกิจหนุ่มวัย 34 ปี คาดว่าในอนาคต Platform ที่ตนและเพื่อนสร้างขึ้นจะกลายเป็นสังคม “ผมคิดว่าต่อไป Airbnb คงไม่จำกัดอยู่แค่ที่พักหรือเตียงนอน เพราะมันจะเป็นการเชื่อมโยงผู้คนหลังการเดินทางจบลง”
Chesky ขยายความเรื่องนี้ต่อพร้อมความเชื่อว่าวันข้างหน้าแนวคิด Sharing Economy จะถูกแบรนด์ต่างๆนำไปใช้มากขึ้น “การสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันคือผลิตภัณฑ์ของเรา ถ้าบริษัทคุณคือ Apple ผลิตภันฑ์ของคุณคืออุปกรณ์(สื่อสาร)ที่สามารถจับต้องและถือไว้ในมือได้ ส่วนผลิตภัณฑ์ของเราคือคนนับล้านที่มีน้ำใจและยินดีต้อนรับผู้มาเข้าพัก นั่นคือเส้นเลือดใหญ่ของเรา หากขาดสิ่งนี้เราก็ไม่มีผลิตภัณฑ์อะไรอะไรเลยที่จริงจังหรือจับต้องได้”
บัณฑิตคณะวิจิตรศิลป์สาขาออกแบบอุตสาหกรรมซึ่งนิตยสาร Forbes ยกให้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการอายุไม่ถึง 40 ปีที่มั่งคั่งสุดของสหรัฐฯ ปี 2015 ยังเตือนเหล่า Startups ว่าหนทางสู่ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ “การทำให้ Airbnb มีสถานะการเงินมั่นคงต้องเวลา 10 ปี โดยพวกเราเคยตกต่ำถึงขนาดต้องขาย Cereal พ่วงกับอาหารเช้าเพื่อระดมทุนกันมาแล้ว” ส่วนนโยบายปิดกั้นสวนกระแสโลกาภิวัฒน์ที่รัฐบาลหลายประเทศ อาทิ สหรัฐและชาติในยุโรปอาจนำมาใช้ Chesky ไม่เห็นด้วย
“นี่เป็นสิ่งที่ฉุดรั้งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะอนาคตทุกคนจะกลายเป็นประชากรโลก ไม่มีแนวคิดเรื่องชาตินิยม สอดคล้องกับโลกที่เล็กลงด้วยเครือข่ายสื่อสาร”

………………………………………
Anna Wintour
ก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลงยุคดิจิตอล  
เป็นที่รู้กันว่าวงการนิตยสารกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ต้องปรับตัวอย่างมากในยุคที่สื่อดิจิตอลและ Social Media ครองใจผู้บริโภค โดย Anna Wintour บรรณาธิการบริหาร Vogue ฉบับอเมริกาซึ่งควบตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของนิตยสารในเครือ Conde Nast ทั้งหมดด้วยกล่าวระหว่างขึ้นเวที Cannes Lions 2016 ว่าการรู้เท่าทันช่วยให้เผชิญกระแสความเปลี่ยนแปลงได้ “แม้ในยุคดิจิตอลทุกอย่างเร็วจนเราตามไม่ทันและยังดูไม่ปลอดภัย แต่มองอีกด้านก็เป็นยุคที่คนทำสื่อมีข้อมูลให้นำมาใช้ได้มาก อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”

บรรณาธิการชื่อดังซึ่งคนทั่วโลกจดจำเธอได้จากผมบ็อบหน้าม้าและแว่นดำทรงโต ยังแสดงทัศนะว่า เคล็ดลับที่ทำให้คนวงการสื่อและอุตสาหกรรมแฟชั่นประสบความสำเร็จว่ามี 4 ข้อคือ ตั้งเป้าไว้สูง กล้าที่จะแตกต่าง ใช้จุดแข็งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเปิดโลกทัศน์ด้วยการคบคนน่าสนใจนอกวงสังคมที่คุ้นเคยหรือออกไปทำอะไรนอกสายงานที่ทำให้อยู่บ้าง โดยอย่างหลังเธอยกตัวอย่าง Brandon Stanton ช่างภาพเจ้าของเว็บไซต์HumanofNewYork.comที่เริ่มจากการเก็บภาพคนในนคร New York แล้วขยายไปสู่ภาพผู้ประสบภัยสงครามกลางเมืองในซีเรีย พร้อมระบุว่า “การเป็นบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นไม่ได้หมายความว่า ไม่สามารถใช้ทักษะที่มีไปกับงานอย่างอื่นได้”

สตรีทรงอิทธิพลแห่งวงการแฟชั่น ทิ้งท้ายว่าแม้อายุ 66 ปีแล้วแต่ยังสนุกกับงานที่แตกหน่อต่อยอดจากนิตยสารไปสู่กิจการด้านอื่นด้วย

…………………………………
David Copperfield
หัวใจของมายากลคือการเล่าเรื่อง
เป็นสัมมนาแรกๆ ของCannes Lions ปีนี้ที่มีผู้ชมเน้นขนัด เหตุเพราะคนที่ขึ้นเวทีพูดในหัวข้อ The Art of Illusion In The Modern Brand Narrative คือ David Copperfield นักมายากลชื่อดังแห่งยุค โดยเจ้าตัวเริ่มด้วยการเผยว่าสนใจและแสดงศาสตร์แขนงนี้ตั้งแต่ยังเด็ก ต่างจากเพื่อนร่วมวัยทั่วไปที่มักจะชอบเล่นเปียโนหรือเล่านิทานมากกว่า “มายากลเป็นเรื่องง่ายสำหรับผม ผมชอบไปห้องสมุดเพื่อยืมหนังสือเรื่องนี้มาอ่าน แล้วลองฝึก ลองซ้อมด้วยวิธีของตัวเอง จนในที่สุดก็ได้ขึ้นแสดงมายากลและสอนกลต่างๆที่ มหาวิทยาลัย New York ตั้งแต่อายุ 16”
จากนั้นผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องประหลาดใจเมื่อ Copperfield ระบุว่าขวัญใจวัยเยาว์ไม่ใช่ Harry Houdini ตำนานนักมายา
กล แต่เป็นผู้กำกับชื่อดังช่วงยุค 40-60 อย่าง Frank Capra ,Victor Flemming และOrson  Welles รวมถึง Gene Kelly นักแสดงยุคเดียวกัน โดยทุกคนต่างเป็นเอกด้านการเล่าเรื่องและสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชมซึ่งเสริมให้กลต่างๆตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น “การทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับโชว์สำคัญกับงานที่ผมทำอยู่มาก เหมือน (หนังการ์ตูนอนิเมชั่นของ) Pixar ที่เป๊ะทั้งการเล่าเรื่องและเร้าอารมณ์ผู้ชม เมื่อผมแสดงมายากล กลลวงตาต่างๆสำคัญน้อยกว่าการสร้างความเชื่อมโยงกับผู้ชม มายากลของผมไม่ใช่แค่การแสดงกลแต่มักมีบริบทด้านอารมณ์เข้ามาเกี่ยวด้วยเสมอ”
ส่วนเคล็ดลับมายากลสร้างชื่ออย่างการเสกให้เครื่องบินเจ็ตหายไปหรือการรอดชีวิตจากการถูกใบจักรตัดขาดเป็น 2 ท่อน นักมายากลชาวอเมริกันเชื้อสายยูเครนวัย 59 ปีซึ่งตลอดเส้นทางอาชีพขายตั๋วรวมกันได้ถึง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว140,000 ล้านบาท) เผยว่า “เป็นพลังของความคิดก้อนใหญ่ จับสิ่งที่มีความสำคัญและพาผู้ชมไปยังจุดที่พวกเขาคาดไม่ถึง” ทั้งนี้เคล็ดลับทั้งหมดมีให้ผู้ร่วมสัมมนาได้ชมผ่านวิดีโองานโชว์ที่ผ่านๆมาและการแสดงให้เห็นกันสดๆ โดยอย่างหลังคือการลงไปโชว์ในหมู่ผู้ชมเพื่อเสกกระดาษให้มีชีวิตแล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นดอกไม้ และกลับขึ้นเวทีโชว์เป็ดล่องหน ซึ่งเรียกเสียงปรบมือได้สนั่น Hallเลยทีเดียว

…………………..
Brian Eno
AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
จากคำในหน้ากระดาษตามจินตนาการของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ วันนี้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) กลายเป็นคำคุ้นเคย และสิ่งที่มันสามารถทำได้ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ที่เราได้เห็น ได้ใช้กันอยู่อาจเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำเท่านั้น โดย Brian Eno – Producer เพลงชื่อดัง พูดถึงประเด็นดังกล่าวบนเวที Cannes Lions ว่า “มันยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งทั่วไปแล้วถูกใช้ไปกับการติดตามประวัติการโทรศัพท์ ระบุว่าเพื่อนคุณเป็นใครบ้างและอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้า เราต้องติดตามดูกันว่า ต่อไปวิทยาการเหล่านี้จะทำอะไรได้อีกบ้าง”
Eno วัย 68 ปี กล่าวต่อว่า AI มีส่วนสำคัญกับ The Ship งานเดี่ยวแนว Ambient (เพลงสร้างบรรยาศ สร้างจากเสียงสังเคราะห์) ชุดล่าสุดที่ทำร่วมกับ Dentsu Tokyo ฝ่ายนวัตกรรมของ Dentsu เอเยนซี่โฆษณายักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งตรงกับ Creativity Through Machine Intelligence หัวข้อการสัมมนาพอดี “ผมสร้างระบบโปรแกรมทำเพลงขึ้นมา จากนั้นก็ใส่องค์ประกอบ เงี่อนไขหรือชุดคำสั่งลงไปแล้วปล่อยให้ระบบผลิตเพลงออกมา มันเป็นแนวคิดการทำเพลงที่ต่างจากแบบเก่า ผลลัพธ์ที่ได้คือเพลงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน”
ก่อนลงจากเวที ปูชียบุคคลหัวก้าวหน้าแห่งวงการดนตรี ผู้มีส่วนสำคัญกับความสำเร็จของวง U2 ทิ้งท้ายว่าหากถูกนำไปใช้ด้วยจุดประสงค์ที่ดี AI ก็ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว “AI เป็นสิ่งที่ผมสนใจมานานแล้ว ผมมีเพื่อนทำงานในวงการนี้หลายคน และผมไม่หวาดกลัว AI กลุ่มคนอย่างสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (NSA) ซึ่งนำมันไปใช้สอดแนมประชาชนต่างหากที่น่ากลัว”

……………………..
Alejandro Gonzalez Inarritu
30 วินาทีทองแห่งการสื่อสาร
ด้วยเวลาที่จำกัดและการต้องทำงานตามโจทย์ของลูกค้า หนังโฆษณาจึงเป็นแหล่งลับคมความคิดหรือเวทีฝึกฝีมือที่สำคัญของเหล่าผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังมากมาย โดย  Alejandro Gonzalez Inarritu เจ้าของรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 2 ปีล่าสุด พูดถึงเรื่องนี้บนเวที Cannes Lions ว่า “หนังโฆษณามีความสำคัญและช่วยผมได้มาก ในฐานะคนเล่าเรื่อง มันเป็นโอกาสแสดงสิ่งที่เราคิดให้คนอื่นได้เข้าใจในเวลา 30 วินาที ต้องยอมรับเลยว่าทุกวินาทีที่ผ่านไปมันมีค่ามาก”
สำหรับเคล็บลับความสำเร็จ ผู้กำกับหนังชาวเม็กซิกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของคนในแวดวงโฆษณาไม่แพ้วงการ Hollywood จากรางวัล Cannes Lions ถึง 14 ตัว เชื่อว่ามาจากหมั่นหาความรู้และใส่ใจรายละเอียดเพื่อให้งานที่ออกมาไม่ขาดตกพกพร่อง “ผมเป็นคนไฝ่รู้มาก ชอบค้นคว้าที่มาที่ไปของเรื่องที่สนใจ นอกจากนี้ความสมบูรณ์แบบก็เป็นสิ่งที่ผลักดันผม นิสัยที่แก้ไม่หายคือเป็นคนที่ไม่พอใจอะไรง่ายๆ”
แม้มีรางวัลประดับตู้โชว์ที่บ้านมากมายแต่ Inarritu วัย 52ปี ให้คำมั่นว่าจะไม่ติดกับดักความสำเร็จโดยเด็ดขาด “แน่นอนว่าการได้รับการจดจำเป็นเรื่องดี แต่ผมว่าเราต้องไม่หลงระเริงไปกับสิ่งเหล่านี้ ผมตื้นเต้นที่ได้เรียนรู้อยู่เสมอ ปัญหาหรือข้อติดขัดระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ผมจะทำหนังต่อไปเพราะผู้ชมควรได้รู้บทเรียนชีวิตใหม่ๆผ่านทางการดูหนังและตอนนี้ผมถือว่ามันความท้าทาย”
ผู้กำกับเครางามทิ้งท้ายว่า ความท้าทายที่กล่าวถึงไม่ใช่อื่นไกล มันคือ The Revenant ผลหนังเรื่องล่าสุด เพราะต้องถ่ายทำท่ามกลางหิมะและมีฉากขี่ม้าที่ไม่เคยมาเจอก่อน “ความยากของหนังเรื่องนี้คือการลำเลียงอุปกรณ์ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย ผมประหม่ามาก เพราะไม่เคยต้องทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย มันคือฝันร้ายชัดๆ หนึ่งในฉากยากคือการจะถ่ายม้าและคนขี่ม้าอย่างไรให้มันดูสมจริง”

………………….
Davis Lin
Mobile First ไม่พอต้อง Mobile Only
5 ปีแล้วที่ WeChat – แอพส่งข้อความสัญชาติจีนเปิดให้บริการพร้อมจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Davis Lin รองประธานฝ่ายองค์กร Tencent บริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่แดนมังกร เจ้าของแอพเผยเบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวระหว่างขึ้นพูดบนเวที Cannes Lions ปีนี้ในหัวข้อ Can Good Experience Change The World? ว่าเกิดจากการใช้ความสะดวก ครอบคลุมและจบบนอุปกรณ์สื่อสารแบบพกพาเป็นธงนำ “จีนเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้ Mobile Internet เพิ่มขึ้นเร็วกว่าประเทศใดในโลก ดังนั้นเราจึงสร้างแอพที่เชื่อมโยงคนเข้ากับบริการ สถาบันหรือกิจการต่างๆ และทำให้ WeChat ไม่ใช่แค่แอพแรกที่นึกถึงบน Mobile Device แต่ต้องเป็นแอพบนอุปกรณ์นี้ที่มีทุกอย่างครบ ซึ่งนี่เป็นการมุมมองของผู้ใช้”
Lin ย้ำว่าความสะดวก การเสนอบริการที่คู่แข่งยังไม่มีให้ผู้บริโภค ทำให้ Message App ในความดูแล เจ้าของจำนวนผู้ใช้เป็นประจำ 763 ล้านคนต่อเดือน ไม่กลายเป็นแอพที่ถูกโหลดมาเก็บไว้ในบน Mobile Device แต่ไม่แทบไม่ได้ใช้จนต้องถูกลบ พร้อมเผยด้วยว่า “แม้ Millennial จะเป็นผู้ใช้ Mobile Internet Device กลุ่มใหญ่สุด แต่จากความสะดวกเช่นการไม่ต้องพิมพ์ให้ยุ่งยากเหมือนเครื่อง PC และการข้อความเสียงก็ทำให้คนที่เกิดยุค 60 เป็นผู้ใช้อีกกลุ่มที่จำนวนเพิ่มขึ้น”
หลังลงจากเวทีผู้บริหารชาวจีนซึ่งพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่า “ปัญหาใหญ่ของธุรกิจด้านการสื่อสารคือการท่วมท้นของข้อมูลที่ผู้ใช้เผชิญในแต่ละวัน ส่งผลให้บริษัทในธุรกิจนี้ต้องเฟ้นหาวิธีเรียกความสนใจจากผู้บริโภคและมัดใจกลุ่มเป้าหมายให้ได้เร็วที่สุด”

……………………….
Will Smith
บทเรียนจาก Wild Wild West   
สิ่งที่ทำให้จุดเปลี่ยนในชีวิตคนน่าสนใจ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เกิดแต่เป็นผลกระทบหลังจากนั้น Will Smith ยืนยันเรื่องนี้ระหว่างขึ้นเวที Cannes Lions ในหัวข้อ The Pursuit of Impact โดยนักแสดงอเมริกันผิวสีคนดังกล่าวว่าความล้มเหลวของหนัง Wild Wild West เมื่อปี 1999ทำให้ต้องคิดหนัก “มันคือจุดตกต่ำในอาชีพของผม เพราะหลังมีหนังดังทำเงินติดกันหลายเรื่องผมจึงตั้งเป้าสู่การเป็นดาราหนังชื่อดังที่สุดในโลกมากกว่านักแสดงมากฝีมือ ผมถามตัวเองว่า การมัวแสดงหนังแอ๊คชั่นปนตลก มันจะทำเงินทุกเรื่องไหม มันจะช่วยให้คนดูมีชีวิตดีขึ้นไหม ตั้งแต่นั้นผมก็หันมาแสดงหนังที่สร้างแรงบันดาลใจและจับใจคนดู ผลิตภัณฑ์ที่ผมสร้างขึ้นจึงประสบความสำเร็จมากขึ้น”
ดาราหนุ่มวัย 47 ปีซึ่งคนทั่วโลกรู้จักมาจากหนังแอ็คชั่นยุค 90 อย่าง Bad Boys และ Men In Black แต่นับจากปี 2000 เป็นต้นมารับหนังดราม่าแนวชีวประวัติบุคคลน่าสนใจอย่าง The Pursuit of Happiness และ Concussion มากขึ้น ยังถือโอกาสเตือนสตินักการตลาดด้วย “หมดยุคการตลาดแบบตบตาผู้บริโภคแล้ว เพราะพวกเขาจับไต๋ได้เร็ว และเมื่อรู้แล้วก็จะบอกให้คนทั้งโลกได้รู้ด้วย ฝ่ายที่กุมอำนาจเปลี่ยนจากนักการตลาดไปเป็นผู้บริโภค ไปสู่แฟนหนังแล้ว เมื่อยุค80-90 พวกเขาต้องเข้าโรงไปดูหนังทั้งเรื่องกว่าจะรู้ว่าหนังดี ไม่ดี แต่เดี๋ยวนี้ทุกอย่างจบได้ด้วยการทวิตข้อความหลังดูหนังไปแค่ 10นาทีเท่านั้น”
ในฐานะพ่อลูก 3 นักแสดงเจ้าของบท Deadshot จาก Suicide Squde หนังรวมพลวายร้ายกลับใจที่มีคิวฉายปีนี้ จึงมีเรื่องของเหล่าทายาทมาเล่าให้ผู้ชมได้ฟังด้วย โดย Trey ลูกชายคนโตวัย 23 ปี ทำให้เขารู้ว่า Socail Media เป็นสื่อที่เราต้องเพิ่มความรอบคอบในการรับข้อมูล Jaden ลูกชายคนรองจุดประกายให้เขาหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านบริษัทบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และการโกนหัวของ Willow ลูกสาวคนเล็กเพื่อบีบให้พากลับบ้าน หลังเบื่อการทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมทเพลง ทั้งที่ทรงผมเป็นจุดสำคัญของเพลง ทำให้เขากับทุกคนในฮอลล์ได้ตระหนักพร้อมเสียงหัวเราะว่าความสนุกในงานก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

magazine-cover-footer-197-2