การทำธุรกิจไม่จำเป็นที่จะต้องปรับตัวตามตลาดเสมอไป แต่ต้องมองว่าในอนาคตตลาดต้องการอะไร โดยเฉพาะแบรนด์ต่างๆที่มีความกระหายความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งในวงการของนักการตลาดและเอเจนซี่จะคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า “แบรนด์มักจะหิว Content เสมอ” ซึ่งคำพูดนี้ถือเป็นโจทย์ของนักการตลาดและเอเจนซี่ที่ต้องพยายามสร้างกิจกรรมต่างๆขึ้นมาเพื่อสร้างการรับรู้, กระตุ้นการจดจำ และรวมถึงการตอกย้ำถึง Positioning ของแบรนด์ให้แก่กลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

โดยในวันนี้เราจะมาพูดคุยกับเจ้าพ่อในวงการบริการถ่ายทอดสดออนไลน์ ซึ่งก็คือ จ๊อบ ปิยนันต์ ชวเลขยางกูร Managing Director บริษัท DooTV Media จำกัด ผู้ให้กำเนิด Thai Livestream บริการที่จะต่อยอด Content ที่ดีของแบรนด์ด้วยรูปแบบการถ่ายทอดสดออนไลน์

image (1)

มันอาจจะตลกสำหรับใครหลาย   คนในช่วงเวลา 6-7 ปีที่ก่อน ถ้ามีคนมาบอกว่าในอนาคตเทรนด์การรับชมของคนจะเปลี่ยนไป จาก Offline สู่ Online เพราะในช่วงเวลานั้นอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนยังไม่ใช้ปัจจัยที่ 5 และ 6 อย่างเช่นในปัจจุบัน และในเวลานี้สมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือเสมือนว่าทุกคนก็มีช่องทางที่จะรับข้อมูลได้ตลอดเวลาไม่ใช่แค่เฉพาะ Content ที่เป็นภาพนิ่งและตัวหนังสือเท่านั้น VDO Online หรือการถ่ายทอดสดที่เรียกกันว่า Live ก็เป็นเทรนด์การรับชมรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นและมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จากโปรแกรมเมอร์ สู่ Thai Livestream

ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากการเข้ามาของ Youtube ในปี 2005 โดยเวลานั้น จ็อบยังคงเป็นโปรแกรมเมอร์ทำเว็บไซต์ แต่ด้วยความสนใจในเทคโลยีที่แปลกใหม่จึงได้มองเห็นว่าตลาด VDO Online จะกลายเป็นช่องทางรูปแบบใหม่ที่ให้แบรนด์ใช้สื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคนอกจากช่องทาง TV แบบปกติ ได้ไม่ช้าก็เร็ว เพราะเนื่องจากในเวลานั้นตลาด VDO Online ถือว่าเป็นตลาดที่สดใหม่และยังไม่เป็นที่รู้จัก จ๊อบจึงได้ผันตัวเองจากการทำเว็บไซต์สู่การทำ VDO Online อย่างเต็มตัว

และเมื่อเดินหน้าเข้าสู่เส้นทาง VDO Online สักระยะหนึ่ง ได้มีลูกค้าเริ่มเข้ามาติดต่อจ้างให้ทำ “Livestream” ซึ่งในตอนนั้นเป็นอะไรที่ใหม่แต่ด้วยประสบการณ์สะสมมากับการทำ VDO Online เราจึงเริ่มศึกษาการทำ Livestream ทำเผยแพร่ Livestream ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ในช่วงแรกของการทำ LiveStream เราได้เริ่มศึกษาจากตัวเราเองโดยเริ่มลงทุนในโปรดักซ์ชั่นเอง ลองเล่น ลองถ่ายทำเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ โดยผ่านไปได้ 1-2 งานเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเรา ซึ่งเรามองว่ากระบวนการทำมีความสำคัญกว่าการทำโปรดักซ์ชั่น เนื่องจากโปรดักซ์ชั่นการถ่ายทำเราสามารถจ้างจากบริษัทอื่นได้ พอเกิดไอเดียนี้เราจึงได้เริ่มการทำ Livestream โดยเน้น เทคโนโลยี เข้ามาเพิ่มซึ่งเป็นความชำนาญของเรา จนลูกค้าได้เอาไปบอกกันปากต่อปากจนมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

1-FB-Live

Facebook Live อีกหนึ่งความหิวของแบรนด์

แม้จะเปลี่ยนไปสู่การทำ Livestream โดยเน้นการนำเสนอในเชิงเทคโนโลยีเต็มตัวแล้ว แต่ก็ยังมีจุดเปลี่ยนของโลกออนไลน์ที่เข้ามา ก็คือ Youtube Live ที่เข้ามาช่วงปี 2014 รวมถึง กลางปี 2015 Line สามารถทำการ Streaming หรือการถ่ายทอดสดผ่านไลน์ ได้ และยังไม่พอเมื่อต้นปี 2016 Facebook ก็ได้มี Facebook Live หรือการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก เข้ามา ทำให้ในปัจจุบันได้เกิดเป็นกระแส Social Live เกิดขึ้นมาและมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นในทุกๆเดือน

ด้วยกระแสดังกล่าวเป็นไม่ได้เลยว่า “แบรนด์” จะไม่ทำอะไรเลยกับกระแสนี้ โดยจ๊อบก็ได้บอกกับเราว่า

“ปัจจุบันเฟซบุ๊ก เป็น Social Media ที่คนไทยเข้าถึงมากที่สุด และแบรนด์เกือบทุกแบรนด์มี Facebook Fanpage เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าซึ่งมีจำนวนการติดตามที่ต่างกัน ซึ่งในแต่ละวัน แบรนด์ต่างๆจะทำได้แค่ โพสรูปและข้อความ แต่เมื่อมีระบบ VDO เข้ามาแบรนด์ได้หิวกระหายถึงจำนวนผู้เข้าชม ซึ่งในส่วนของ VDO นี้สามารถทำให้แบรนด์รู้สึกดีได้แต่ไม่นานนักเพราะถึงแม้จะได้จำนวนผู้เข้าชมแต่ได้จากการ Auto Play ซึ่งต่างจากการ Live ที่มีการเห็นที่มากกว่าและสามารถวัดผลได้เลย”

Facebook Live ผ่าน Thai Livestream ต่างจากปกติอย่างไร?

คำถามนี้จ๊อบ ได้อธิบายให้เราฟังดังนี้ Facebook Live มี 2 รูปแบบด้วยกัน คือ

  1. Live ผ่านแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กโดยถ่ายจากกล้องสมาร์ทโฟนได้เลยไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองการรรับชมได้
  2. Live แบบ Pro คือการใช้กล้องหลายกล้องมีการปรับเปลี่ยนมุมมองของภาพใส่กราฟิกใส่ข้อความสามารถ และลูกเล่นต่างๆได้ กล่าวคือสามารถทำให้เป็นความเฉพาะของแบรนด์ได้

Thai Livestream ได้ดำเนินการจัดทำในรูปแบบที่ 2 ซึ่งสามารถจอบโจทย์ความหิวของแบรนด์ได้ดีกว่า เนื่องจากความสด เพราะด้วยความสด จะส่งผลต่อธรรมชาติของคน ทำให้อยากเข้ามาดูว่ามีอะไรสดๆที่นั้น ซึ่งแบรนด์ต่างๆจะนิยมใช้ Facebook Live เพื่อเป็นลูกเล่นในช่องทางการสื่อสารทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ณ ตอนนั้นได้เลย และสามารถวัดผลได้เลยโดยไม่ต้องรอ

 

11-7

Line อีกช่องทางที่ Live ตอบโจทย์ได้

Line แอพพลิเคชั่นแชทที่ฮิตที่สุดในไทย หลายแบรนด์ตอบโจทย์โดยการทำสติกเกอร์เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นความจำที่มีต่อแบรนด์ แต่อย่างที่กล่าวไปข้างบน Line ได้เพิ่มลูกเล่น Live ผ่านไลน์เข้ามาเมื่อกลางปี 2015 ซึ่ง จ็อบมองว่า นอกจาก Facebook Live แล้ว Line ก็เป็นช่องทางที่ตอบโจทย์ได้เนื่องจากฐานการติดตามของแบรนด์แต่ละแบรนด์ในไลน์มีเป็นหลักล้าน แบรนด์ใหญ่ๆมีเป็นหลักสิบล้าน โดยการันตีได้คือ 10% ของคนที่ติดตามแบรนด์นั้นที่จะเข้ามาดู ซึ่งไลน์จะชี้ช่องทางการทำ Brand Awareness หรือ Promotion ได้มากกว่าเนื่องจากข้อความที่พิมพ์ส่งคนที่เห็นคือ Admin ที่ดูแลอยู่เพียงแค่นั้น ซึ่งการตอบโจทย์ได้ขนาดนี้จำเป็นต้องมีค่าบริการเพิ่มทางไลน์คือ Service+Air Time ในส่วนนี้มีค่าบริการค่อนข้างสูง ถึงชั่วโมงละ 1.5 แสนบาท ไม่รวมค่าโปรดักชั่นแต่เมื่อเทียบกับการได้ผู้รับชมจำนวนมากแล้ว มันคุ้มค่ามากๆที่แบรนด์ต่างๆจะใช้การถ่ายทอดสดผ่านช่องทางของ LINE

image (1)

LIVE 360 ประสบการณ์ร่วมที่มีเพียง Thai LiveStream ที่เดียวในไทย

Live 360 กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ ซึ่งผู้ชมสามารถร่วมประสบการณ์ได้แบบ 360 องศา โดยแบรนด์ สามารถต่อยอดงานโฆษณาและแคมเปญได้มากยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่ทำให้เห็นภาพแบบ 360 ได้เต็มความรู้สึกมากขึ้นด้วยแว่น VR (Virtual Reality) ที่จะสร้างความแตกต่างให้แก่แบรนด์ได้ด้วยบริการถ่ายทอดสดแบบที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคได้รับชมในปัจจุบัน ปัจจุบันในไทยมีเพียง Thai LiveStream ที่สามารถทำได้

IMG_8207

บริการต่างๆที่ครอบคลุมทุกมิติจาก Thai Livestream

1 การนำเสนอในรูปแบบของภาพ สามารถออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้าและควบคุมคุณภาพของเสียให้คมชัด

2 บริการ Pay Per View ที่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับผู้จัดงานได้อีกช่องทางหนึ่ง

3 เรามีทีม Production ที่มีความหลากหลายตามแต่ละสายงานครบวงจร

4 Master Control Room ที่คอย Monitor การถ่ายทอดสดเพื่อควบคุมคุณภาพของงานอยู่เสมอ

5 Streaming Server ที่มีอยู่หลากหลายประเทศเพื่อรองรับการให้บริการที่มีความเสถียร

6 หลังจากจบงานเรารวบรวมสถิติในการรับชมเพื่อส่งมอบงานให้กับ ผู้จัดงาน หรือ ลูกค้าของเราโดยตรง

IMG_8290

อนาคตต้องแปลกและต้องแตกต่าง

สำหรับแผนการในอนาคตคุณจ๊อบได้บอกกับเราว่า “ต่อไป content ของแบรนด์ต้องแตกต่างถึงจะอยู่รอดบนโลกออนไลน์ Thai Livestream ต้องหากิจกรรมใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใคร Live มาทำ และเราจะมองหาโอกาสในการขาย Service และ Solution โดยเรามีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำถ่ายทอดสดและจำหน่ายเพื่อรองรับการขยายการเติบโตของตลาดและยังรองรับความต้องการของแบรนด์”

สุดท้ายคุณจ๊อบยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “บริการถ่ายทอดสดออนไลน์ Thai Livestream ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีของการถ่ายทอดสดให้มีความแตกต่างทั้งรูปแบบ และบริการเพื่อตอบสนองทุกความต้องการแบบ Real-Time คุณสามารถชมรายการสดที่ไหนก็ได้ในเวลานี้แต่ถ้าคุณต้องการทำถ่ายทอดสดแบบมืออาชีพลองติดต่อหาเรานะครับ ”

“Thai Livestream From Scene to Screen”