ตลาดสินเชื่อเช่า-ซื้อรถจักรยนต์ ถือเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิแข่งเดือด ซึ่งเต็มไปด้วยผู้เล่นทั้งในฝั่งธนาคาร ภาคเอกชนรายใหญ่ รวมถึงรายย่อยสีเทาๆ ชิงส่วนแบ่งเค้กชิ้นโตรถจักรยานยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ออกใหม่ กว่า 1.79 ล้านคัน/ต่อปี

จากสถิติกรมขนส่งทางบกรายงานว่า “สถิติรถมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนใหม่ของกรมขนส่งทางบกในปี 2561 จะมีจำนวนเพียง 1.79 ล้านคัน ลดลงจากปี 2560 ที่ 1.81 ล้านคัน” ก็ตามอันเนื่องจากผลพวงของเศรษฐกิจยังไม่นิ่ง ถึงแม้ GDP รวมของประเทศไทยปี 61 ที่ผ่านมา จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4% ก็ตาม

แต่ ตลาดมอไซค์ ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวชี้วัด “ความมั่งคั่ง มั่นใจเงินในกระเป๋า” ของผู้มีรายได้น้อยและชนชั้นกลางที่อาศัยทั้งในเมืองเเละต่างจังหวัด ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของคนในประเทศ ยังคงซบเซาต่อเนื่องมาหลายปี

ในเมื่อไซส์เค้กเล็กลง เกมการแข่งขันของเหล่าผู้ประกอบการลีสซิ่งเพื่อมอเตอร์ไซค์ จึงยิ่งต้องแข่งขันกันหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม!

ซัมมิท แคปปิตอล วางเป้าโต 15% แม้ตลาดซบ

จากการคาดการณ์ปี 62 วิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด ระบุว่า ภาพรวมของตลาดรถจักรยานยนต์ในไทยยังคงซบเซาต่อเนื่อง

แต่ทางบริษัท ซัมมิทฯ ยังคงมั่นใจในความวางใจจากลูกค้า รวมถึงการสนับสนุนดีลเลอร์ด้วยนวัตกรรมใหม่วางงบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตในสภาวะซบเซา

วางเป้ารายได้รวมเติบโตที่ 15% (ลดลงจากปี 61 ที่เติบโตถึง 30 %) โดยจะมาจากสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่โต 9% รวมถึงสินเชื่อคงค้างเดิม และที่สำคัญคือการรักษาปริมาณหนี้เสีย NPL ไว้ไม่เกิน 1% เน้นสินเชื่อที่มีคุณภาพ ซึ่งรายได้หลักกว่า 90% ของบริษัทยังอยู่ที่ “สินเชื่อมอเตอร์ไซค์” ส่วนอีก 10% เป็นธุรกิจใหม่อย่าง “สินเชื่อส่วนบุคคล”

โดยในปีนี้ทาง ซัมมิท แคปปิตอล ยังเน้นหนักไปที่การใช้ 3 กลยุทธ์สำคัญในการยกระดับธุรกิจประเภทสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ และเพื่อการเติบโต รวมถึงเป็นการขยับเพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค

1.เทคโนโลยี : Mobility Technology คือจุดเปลี่ยนของธุรกิจสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ เพราะเดียวนี้ทุกอย่างสามารถทำผ่านสมาร์ทโฟนได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการสมัครสินเชื่อ ส่งข้อมูลเพื่อให้ระบบอนุมัติ ตรวจเช็คเครดิตสกอร์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

“ในปีนี้ทางซัมมิทฯ เราได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทเพื่อพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์การให้บริการด้านสินเชื่อในยุคดิจิทัล 4.0 อาทิเช่น Summit Smart System การรับสมัครสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยนต์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น รวมถึงระบบ Credit Scoring System ที่สามารถคัดกรองคุณภาพลูกค้า ทำให้เกิดความแม่นยำในการประมวลผลและวิเคราะห์คุณภาพของลูกค้า ช่วยให้เราสามารถอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เบื้องต้นให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว หรือภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที”

และถึงเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างระบบ Daily Observed Checking System ที่ถูกพัฒนาและนำมาใช้เพื่อการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการของพนักงานอีกขั้นตอนก่อนทำการอนุมัติสินเชื่อ
และระบบ Loan Management System ระบบการบริหารสินเชื่อที่สามารถเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดสินเชื่อรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในเมื่อเทคโนโลยีช่วยให้ระบบทุกอย่างรวดเร็วขึ้น แม่นยำขึ้นด้วยฐานข้อมูล ก็ทำให้ปิดดีลได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลดีต่อทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ไม่ต้องเสียเวลา ดีลเลอร์ก็ปล่อยรถได้ไวขึ้น และที่สำคัญเจ้าของสินเชื่อก็มั่นใจในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ด้วยเช่นกัน

 2.ขยายดีลเลอร์ : ถือปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นพร้อมทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการขายที่ครอบคลุม ปัจจุบันทางซัมมิทฯ มีดีลเลอร์พันธมิตรทั่วประเทศ 900 ราย หรือ 2,800 โชว์รูมทั่วประเทศ เยอะสุดอยู่ที่ภาคอีสาน และในปีนี้วางเป้าที่จะรุกดีลกับทางตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีก 10% โดยมีจุดขายหลักคือนำเอาเทคโนโลยีเข้าไปสนับสนุนให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น

3.ยกระดับบุคลากร : ในเมื่อพนักงานเปรียบเสมือนตัวแทนและหน้าตาของบริษัทที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด ดังนั้นการทำธุรกิจประเภทสินเชื่อทุกประเภทจึงไม่สามารถมองข้ามในการอบรบและพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่อง

ทาง ซัมมิทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรกว่า 1,400 คนทั่วประเทศ ในปีนี้ได้พัฒนาหลักสูตรอบรม Summit Academy System ซึ่งพนักงาทุกคนสามารถเข้ารับการอบรมได้ด้วยตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงสามารถประเมินและตรวจสอบประสิทธิภาพการเข้าอบรมได้อย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัททราบได้ว่าจำเป็นต้องพัฒนาหรือเพิ่มเติมในจุดไหนได้ทันที

4.ขับเคลื่อนคุณภาพ ควบคู่คุณธรรม เพื่อความยั่งยืน : สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา เน้นหนักไปที่ตัวของหนักงานซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทในการติดต่อกับทางลูกค้า จำเป็นต้องชี้แจงและให้ข้อมูลรายระเอียดในการทำสินเชื่ออย่าตรงไปตรงมาและครบถ้วนที่สุด

ท้ายที่สุดเเล้ว การจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดนี้อย่างยั่งยืนได้นั้น นอกจากตัวเลขของยอดรายได้บนกระดาษแล้ว… สิ่งที่ผู้นำควรทำคือการเป็น “ผู้นำในใจ” ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไล่ตั้งแต่พนักงานในองค์กร คู่ค้า และที่สำคัญที่สุดคือ “ผู้บริโภค”