เปิดแล้ว “Taco Bell” ร้านอาหารสไตล์เม็กซิกันสาขาแรกในประเทศไทย ทุ่มทุนเกือบ 20 ล้านบาท ณ เดอะ เมอร์คิวลี่ วิลล์ ติด BTS ชิดลม เผยราคาเริ่มต้น 69 บาท ถึง 189 ล้านบาท ประเมินยอดขายทาโก้ 3 ล้านชิ้นภายใน 1 เดือน

            มร.อังกุช ตูลี่ กรรมการผู้จัดการ ทาโก้ เบลล์ เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า หลังจากประมาณ 10 ปีก่อนที่ ทาโก้ เบลล์ ได้เปิดให้บริการเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) อย่างประเทศฟิลิปปินส์ และได้ปิดตัวในเวลาต่อมา กระทั่งล่าสุด ทาโก้ เบลล์ ได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่และเลือกเปิดตัวสาขาแรกอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย ณ ห้างสรรพสินค้า เดอะ เมอร์คิวลี่ วิลล์ (BTS ชิดลม)

            โดย “ทาโก้ เบลล์” ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1962 หรือพ.ศ. 2505 หรือประมาณ 57 ปีก่อน ซึ่งทาโก้ เบลล์สามารถขยายธุรกิจเป็น 100 สาขาได้ในเวลาเพียง 5 ปี ปัจจุบันมีจำนวนสาขามากกว่า 450 สาขาใน 28 ประเทศนอกสหรัฐอเมริกา และมีแฟรนไชส์สาขาทั่วโลกมากกว่า 7,000 สาขา

          ส่วนในประเทศไทย “ทาโก้ เบลล์” ถูกดำเนินการบริหารแฟรนไชส์โดย “บริษัท สยาม ทาโก้ จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง “บริษัท สยาม ทาโก้ จำกัด” ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) และ “ตระกูลมหากิจศิริ” ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย

          มร.อังกุช มองว่า ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ดังนั้นการนำทาโก้ เบลล์เข้ามาจึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการเข้ามาเล่นตลาด QSR (Quick Service Restaurant) และเชื่อว่า ทาโก้ เบลล์ มีแฟนคลับชาวไทยจำนวนมากที่ชื่นชอบ เพราะด้วยวัฒนธรรมอาหารที่มีเอกลักษณ์ และความต้องการทดลองรสชาติอาหารใหม่ๆ สไตล์เม็กซิกัน

          เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA กล่าวว่า สาขาแรกมีพนักงานประมาณ 50 คน ขนาดพื้นที่ 215 ตร.ม. มูลค่าการลงทุนเกือบ 20 ล้านบาทในการวางระบบต่างๆ คาดว่าสาขาถัดไปจะใช้งบเฉลี่ย 10 ล้านบาทต่อสาขา

          โดย ‘ทาโก้’ 1 ชิ้น มีราคาเริ่มต้น 69 บาท และสูงสุดที่ 189 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าราคาอาหารสไตล์เม็กซิกันรายอื่นๆ

          เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า กลุ่มเป้าหมายหลักของทาโก้ เบลล์ คือกลุ่มคนยุคมิลเลเนียล และยุค Gen Z นักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะว่าทาโก้ เบลล์มีทั้งผัก ทั้งการทำอาหารแบบทอดและย่าง ทั้งนี้ยังคาดการณ์ภายใน 1 เดือน จะสามารถทำยอดขายได้ 3 ล้านชิ้น

          นอกจากนี้ เฉลิมชัย ยังตั้งเป้าขยายสาขาอีก 40 สาขา ภายใน 5 ปี โดยเน้นพื้นที่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ขณะที่สาขาที่สองยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด

          เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า จากความความสำเร็จของ TTA ในการบริหารแฟรนไชส์ พิซซ่า ฮัท (Pizza Hut) ที่ได้สิทธิ์จาก บริษัท ยัม! แบรนด์ส อิงค์  ซึ่งเป็นเจ้าของแฟรนไชส์เดียวกันกับทาโก้ เบลล์  ทำให้ยิ่งมั่นใจว่าทาโก้ เบลล์จะประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดประเทศไทย