นัยที่มาพร้อมข้อมูลเชิงบวก คืออนาคตสดใสกว่า และการเดินหน้าคว้าโอกาส เหมือนที่ล่าสุดเหล่าแบรนด์ดังมองว่า Esport คือขุมทองใหม่ หลังตัวเลขประเมินชี้ว่าเมื่อปี 2018 สนามประลองฝีมือของบรรดา Gamer ทั่วโลกทำเงินได้มากถึง 906 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 28,992 ล้านบาท) และปีนี้คงใกล้คงเพิ่มขึ้นอีก

เม็ดเงินมหาศาลดังกล่าวคงทำให้วงการ Esport คึกคักขึ้น และ Logo ของแบรนด์สินค้าที่จะปรากฏขึ้นระหว่างการถ่ายทอดสด Esport Tournament ผ่านทั้งเล็กใหญ่นับจากนี้ ไม่จำกัดอยู่แต่แบรนด์ คอมพิวเตอร์ เมาส์ หรือการ์ดจออีกต่อไป

มีแบรนด์ที่ให้ความสนใจเพิ่มขึ้นตามมูลค่าตลาด

ตัวเลขเชิงบวกดังกล่าวมาจากการประเมินของ Newzoo บริษัทสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดในวงการ Esport ที่ยังระบุว่า เป็นการเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 38% โดยแหล่งที่มาของรายได้ 3 อันดับแรกคือ เงินสปอนเซอร์ ค่าโฆษณาและสิทธิ์ในการออกอากาศตามสื่อช่องทางต่างๆ (Media Right)

Media Right มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นมากสุด จาก 161 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5,152 ล้านบาท) ในปี 2018 สู่ 320 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 10,240  ล้านบาท) ในปี 2021 และส่งผลให้เงินที่สะพัดอยู่ในวงการนี้เพิ่มเป็น 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 51,200 ล้านบาท)

ปี 2018 ยังเป็นปีที่ Esport มีสปอนเซอร์เพิ่มขึ้น ยืนยันได้จากในกลุ่มแบรนด์ที่ให้การสนับสนุนการแข่งขัน มี Logo ของแบรนด์รถยนต์ และบริษัทโทรคมนาคมรวมอยู่ด้วยขณะที่สโมสรฟุตบอลอย่าง Paris Saint-German และ Robert Kraft เจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล New England Patriots ขอร่วมเกาะกระแส ด้วยการตั้งทีม Esport และทุ่มเงินก้อนโตเพื่อให้ทำกำไรจากการเป็นเจ้าของทีม Esport

Naz Aletaha หัวเรือใหญ่ฝ่ายสปอนเซอร์ของ Riot Games หนึ่งในผู้จัด Esport รายใหญ่ เชื่อว่าตลาดนี้ยังไม่อิ่มตัว โดยแบรนด์ที่มีแนวโน้มจะซื้อสปอนเซอร์และลงโฆษณา Esport Tournament เพิ่มขึ้นคือ แบรนด์ร้านอาหารจานด่วน ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขอนามัยผู้ชาย และเสื้อผ้า เพราะเป็นสินค้าที่คนอายุ 20-35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักใช้อยู่เป็นประจำ

ตำแหน่งการแข่งขันกีฬายอดฮิตอยู่ไม่ไกล และรายได้มหาศาลของ Superstar Gamer 

ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Media Right เป็นสัดส่วนรายได้จะเพิ่มขึ้นสูงสุด เหตุผลสำคัญที่ทำให้รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาจากจำนวนผู้ชม มีคนที่เฝ้าจอเล็กจอใหญ่ ชมการถ่ายทอดสดรอบชิงแชมป์เกม League of Legends เมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา มากถึง 200 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่และแซงหน้าจำนวนผู้ชม 103 ล้านคนเกมนัดชิงชนะเลิศอเมริกันฟุตบอล (Super Bowl) ปีที่แล้วไปเรียบร้อย

จำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้น ยังเกิดขึ้นกับการถ่ายถอดสดการแข่งขันนัดชิง Esport เกมอื่นๆในปี 2018 ทั้ง Counter Strike และ DotA 2 ด้วย ด้านสำนักข่าว BBC คาดว่าจำนวนผู้ชม Esport ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 589 ล้านคน

ผู้เข้าแข่งขันก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้วงการ Esport เติบโต โดยปี 2018 เงินรางวัลรวมการการแข่งขันตลอดทั้งปีสูงถึง 93 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,976  ล้านบาท) ซึ่งหมายความว่า Gamer ที่ร่วมแข่งขัน โดยเฉพาะที่สังกัดทีมซึ่งผ่านการซึกซ้อมอย่างดี ย่อมสามาถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้สบาย

Cloud9 ทีม Esport ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเมื่อปี 2018 กวาดเงินรางวัลไปถึง 22 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว  704 ล้านบาท) ความสำเร็จดังกล่าวดันมูลค่าทีมให้เพิ่มขึ้นเป็น 310 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9,920 ล้านบาท) พร้อมเรียกความสนใจจากนักลงทุน จนระดมทุนรอบล่าสุดได้เพิ่มอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,600 ล้านบาท)


Richard Tyler Blevins

เงินก้อนใหญ่ที่ได้มานี้ถูกนำไปสร้างศูนย์ฝึกซ้อมและบ้านพักขนาด 30,000 ตารางเมตรให้สมาชิกในทีม ในส่วนของ Gamer ที่ประสบความสำเร็จ บางคนมีสถานะและความมั่งคั่งไม่ต่างจากนักร้อง นักแสดงชื่อดัง เช่น Richard Tyler Blevins วัย 27 ปี เจ้าของฉายา Ninja ซึ่งมีรายได้แต่ละเดือนเป็นตัวเลข 7 หลัก และตัวเลขผู้ติดตามผ่าน social Media มากถึงกว่า 12 ล้านคน / cnbc ,bbc