หลังจาก The Voice ย้ายจากช่อง 3 มาสู่ช่อง PPTV ด้วยเหตุผลที่รายได้โฆษณาน้อยลงเรื่อยๆในแต่ละ Season ทำให้สู้อัตราค่าเช่าเวลาออกอากาศของช่อง 3 ไม่ไหว

บริษัท เอพีแอนด์เจ โปรดักชั่น ผู้ผลิตรายการ The Voice จึงเลือกตัดสินใจย้ายไปอยู่ช่องเรตติ้งอันดับกลางๆ อย่าง PPTV ด้วยอัตราค่าเช่าเวลาถูกกว่า ซึ่งถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้

โดยเรตติ้ง The Voice ที่ออนแอร์ตอนแรกในวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 20.00 น. อยู่ที่ 0.575 ในขณะที่ตอนออนแอร์ในช่อง 3 HD ใน Season 6 นั้นมีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 3.283 (นีลเส็น)

เป็นเรตติ้งที่ยังห่างชั้นจากช่อง 3 เพราะต้องยอมรับว่าผู้ชมทั่วประเทศนั้นยังคุ้นชินกับการกดรีโมตอยู่ที่ช่อง 3 และ 7 อยู่จำนวนไม่น้อย

 

 

บริษัทเอพีแอนด์เจ โปรดักชั่น ผู้ผลิตรายการ The Voice น่าจะอ่านเกมขาดตั้งแต่ตัดสินใจย้ายบ้านจากช่อง 3 มาอยู่ PPTV แล้วเตรียมแผนรองรับในเรื่องนี้ให้แก่บรรดาแบรนด์สินค้าที่เป็นสปอนเซอร์ในรายการ

อันดับแรกสุดคือมีการเปลี่ยนโค้ช 2 คนโดยถอด “สิงโต นำโชค” จาก Season ที่แล้วออก แล้วนำ “ป๊อป ปองกูล” ที่มีคาแรกเตอร์กวนๆ และมีฐานแฟนคลับในออนไลน์ค่อนข้างเยอะ

ส่วนฝ่ายหญิงนั้นก็เปลี่ยนตัวจาก “ดา เอ็นโดรฟิน” มาเป็นกรรมการคนเก่าหน้าเดิม ที่แฟนคลับรายการเรียกร้อง นั่นคือ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” พร้อมกับใส่กติกาใหม่เข้าไป หากโค้ชเลือกผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งก่อนจะสามารถกด “บล็อก” เก้าอี้โค้ชคนอื่นได้ 1 คน ที่คาดว่าน่าจะเลือกคนเดียวกัน โค้ชคนนั้นจะหมดสิทธิ์ที่จะเลือกผู้เข้าแข่งขันคนเดียวกันในทันที

ขณะเดียวกันการแก้เกมคนดู The Voice ผ่านจอ TV น้อยลงกว่าสมัยอยู่กับช่อง 3 HD นั้นนอกจากจะมีการรีรันอีกรอบในวันอาทิตย์ช่วงเวลา 20.00 น. แล้วนั้น

โฆษณาในทุกคลิปวิดีโอ Youtube ที่เริ่มต้นทุกคลิปจะมีการโปรโมตแบรนด์สินค้าที่เป็นสปอนเซอร์หลักประมาณ 3 แบรนด์ โดยสลับหมุนเปลี่ยนกันไป อาทิ The Face shop, Samsung galaxy note 9, Systema, น้ำดื่มตลาดสิงห์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, โรซ่า ไลโคปีน, iHerb รวมทั้งหมด 7 แบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์หลักของรายการนี้ 

และแต่ละคลิปที่ออนแอร์ทาง Youtube นั้นมียอด View ทะลุ 1 ล้านภายในเวลา 2-3 วันอยู่หลายคลิปเลยทีเดียว

โดยใน Season ที่ 6 ในยุคที่ยังอยู่กับช่อง 3 ถึงจะมีการออนแอร์ทาง Youtube และมีการโปรโมตสินค้าที่เป็นสปอนเซอร์รายการแต่ก็แค่บางคลิปเท่านั้น และส่วนใหญ่ 1 คลิปจะแค่ 1 แบรนด์เท่านั้น 

แต่ครั้งนี้คลิปเดียวจัดถึง 2-3 แบรนด์สินค้าและมีโปรโมตสปอนเซอร์ครบทุกคลิป   

การรีรันและโฆษณาผ่านคลิปทาง Youtube ทั้งหมดก็เพื่อเป็นการมอบข้อเสนอพิเศษชดเชยให้เหล่าสปอนเซอร์หลักพอใจในช่วงที่ The Voice ต้องย้ายบ้านมาอยู่ PPTV ที่มีเรตติ้งน้อยกว่าสมัยอยู่กับช่อง 3

แต่ก็ยังต้องจับตามองต่อว่า The Voice Season 7 จะมีเรตติ้งไปได้ไกลแค่ไหน เพราะอย่าลืมว่านี่เพิ่งแค่ตอนแรกที่ออกอากาศในช่อง PPTV ซึ่งน่าจะมีผู้ชมอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าได้ย้ายจากช่อง 3 มาแล้ว

และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การย้ายมาอยู่ PPTV จะทำให้บริษัท เอพีแอนด์เจ โปรดักชั่น ผู้ผลิตรายการ The Voice กลับมามีกำไรทางธุรกิจอีกครั้งเหมือนสมัย Season แรกๆ ที่อยู่กับช่อง 3 ได้หรือไม่

เป็นเกมที่เลือกลดต้นทุนในธุรกิจมาซื้อเวลาออกอากาศในช่อง PPTV ที่ถูกกว่าช่อง 3 แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขส่วนต่างเท่าไร แต่ก็น่าจะมากกว่าพอสมควร ซึ่งสิ่งที่ต้องแลกมากับเวลาออกอากาศที่ถูกลง ก็คือเรตติ้งที่น้อยลงตามมาด้วย

จะได้จะเสียก็ขึ้นอยู่กับว่าจะหารายได้จากการขายโฆษณาได้มากแค่ไหน แล้วเมื่อนำมาหักลบกับต้นทุนทางธุรกิจจะมีกำไรเหลือในกระเป๋าหรือเข้าเนื้อ คงต้องติดตามดูกันต่อไป

 

 

เป็นเดิมพันเกมแรกของบริษัท เอพีแอนด์เจ โปรดักชั่น จำกัด เพราะดีลการออกอากาศกับช่อง PPTV ครั้งนี้ยังรวมถึง The Voice Kids และ The Voice สูงวัย ซึ่งเป็นรายการใหม่เอี่ยม ที่ผู้เข้าแข่งขันจะมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ถ้าเกมแรกไม่ชนะ เกมสองเกมสามกับ The Voice Kids และ The Voice สูงวัย คงต้องลุ้นกันเหนื่อยเลยทีเดียว