หลังจากประสบความสำเร็จในประเทศต้นกำเนิดของตัวเอง และกลายเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับสองในประเทศอินเดีย วันนี้ Xiaomi (เสี่ยวมี่) ก็ได้เริ่มก้าวเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว ที่ขอแตกต่างด้วยการวาง Position ให้ตัวเองเป็นมากกว่าแบรนด์สมาร์ทโฟน นั่นคือการเป็นแบรนด์นวัตกรรมและเทคโนโลยี ในราคาที่สามารถจับต้องได้

สะท้อนได้จากการเปิดตัวช้อปในรูปแบบของ Authorized Mi Store ในกรุงเทพ 2 สาขาที่ซีคอนบางแค และ อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ซึ่งนอกจากสมาร์ทโฟนก็ยังจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง นาฬิกาออกกำลังกาย สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หม้อหุงข้าว หรือแม้กระทั่งเครื่องชั่งน้ำหนัก

และล่าสุดก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงอย่าง Mi Mix2 โดยในงานแถลงข่าวเปิดตัว(วันที่ 14/11/2017) สตีเวน หวัง ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาการตลาด เสี่ยวมี่ โกลบอล ได้ออกมาพูดถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของ Mi Mix2 ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาด 5.99″ ที่มาในรูปแบบของดีไซน์โค้งมน, กล้องหลังความละเอียด 12MP ที่ร่วมพัฒนากับทาง SONY รวมถึงคุณสมบัติอื่น ๆ ที่กล้านำภาพของ iPhone และ Samsung มาเทียบบนพรีเซนต์เทชั่นให้เห็นความแตกต่างแบบจะ ๆ

สุดท้ายก็ปิดด้วยราคา 17,900 บาท ตามสูตรของแบรนด์จีนที่มีจุดเด่นในเรื่องของราคา และจะวางขายครั้งแรกในไทยพรุ่งนี้ทาง Lazada เป็นที่แรก ตามด้วยร้านค้าต่าง ๆ อย่าง Jaymart, IT CITY และ Authorized Mi Store

ถือเป็นงานแถลงข่าวที่กล้าพูดถึงแบรนด์คู่แข่งอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเรามักจะไม่ค่อยเห็นการแถลงข่าวในรูปแบบนี้ในประเทศไทยสักเท่าไหร่

สำหรับภาพรวมในไทย สตีเวน หวัง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยนั้นยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก และทางแบรนด์จะนำ Business Model ที่เคยประสบความสำเร็จในประเทศอื่น ๆ มาทำตลาดในไทย นั่นคือการพัฒนา 3 สิ่งไปพร้อม ๆ กันนั่นคือ Hardware, Internet Platform และ New Retail

หวังจับคนระดับ Mid-High ซึ่งมีอยู่มากในประเทศไทย สะท้อนได้จากการทำสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยี ในราคาที่จับต้องได้ และวางจำหน่ายในช่องทางที่ใครก็สามารถเข้าถึง

โดยความคาดหวังของ สตีเวน หวัง ต่อตลาดในประเทศไทย ยังไม่ได้อยู่ที่ Market Share แต่กลับเป็นการสร้างฐานลูกค้าให้คนไทยรู้จัก Xiaomi มากขึ้นซะก่อน

เป็นสิ่งที่ต้องมาดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้ว Business Model ที่เคยประสบความสำเร็จในประเทศอื่น ๆ จนทำให้ Xiaomi ก้าวขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 5 ของแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก จะช่วยลบ Perception ของคนไทยบางกลุ่มที่มีต่อแบรนด์จีน และทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นมามีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนหรือไม่