จดจ่ออยู่กับผู้พูด : ต่อให้ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การสื่อสารด้วยคำพูดก็ยังจำเป็น อย่างไรก็ตามการส่งสารจะไม่ครบวงจรถ้ามีคนพูดแต่ไร้คนฟัง โดยเคล็ดลับข้อแรกที่ช่วยให้ทักษะการฟังของคุณดีขึ้นคือ การจดจ่ออยู่กับผู้พูด ไม่วอกแวกไปกับบริบทรอบข้างหรืออะไรก็ตามที่เข้ามาแทรก ซึ่งในยุคนี้ที่คลื่นข้อมูลข่าวสารโถมใส่เราอยู่ตลอด คลื่นรบกวนที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือ เสียงแจ้งเตือนผ่าน Mobile Device ให้รู้ว่ามีสายเรียกเข้า ข้อความใน Chat App และความเคลื่อนไหวบน Social Media นั่นเอง ดังนั้นเพื่อไม่ยังมีสมาธิอยู่กับคำพูดและอวัจนภาษาของคู่สนทนา ควรเว้นว่างจากการหยิบอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เอาไว้ก่อนจนกว่าจะคุยกับคนตรงหน้าจบ

รับรู้สถานการณ์ของคู่สนทนา : เคล็ดลับข้อถัดมาที่พาให้ทักษะการฟังของคุณดีขึ้นคือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ลองคิดว่าสาเหตุอะไรที่ผลักดันให้คู่สนทนาต้องมาคุยด้วย เขาผ่านอะไรมา และต้องการอะไรจากการสื่อสารครั้งนี้ เพราะเมื่อคุณเข้าอกเข้าใจ ความใส่ใจก็จะตามมาและแน่นอนว่าอีกฝ่ายจะสัมผัสได้ว่าคุณสนใจเรื่องที่กำลังพูดอยู่ ไม่ใช่แค่พูดกับภูเขาหรือต้นไม้ที่ไร้ใจและไม่เคยมีข้อความตอบกลับ แม้ว่าบางครั้งที่เขาหรือเธออยากได้จากคุณจะเป็นเพียง การระบายความในใจหรือขอแค่คนรับฟังก็ตาม

หาช่องถามกลับบ้าง : ไม่ว่าฝ่ายที่คุยด้วยเป็นใครและเขาหรือเธออาจขอเพียงขอได้ระบายความในใจ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งต่างก็ต้องการสัญญาณที่ชัดเจนว่าอีกฝ่ายเข้าใจเรื่องที่พูด โดยเพื่อแสดงให้พวกเขารู้ว่าคุณไม่ได้ใจลอยไปที่อื่น คุณควรจับใจความให้ได้และโต้ตอบกลับไปบ้าง ผ่านคำถาม คำแนะนำ หรือขอให้ขยายความประเด็นที่ยังคาใจ ไม่ใช่แค่ อือๆ ออๆ ไปกับทุกประโยค เพราะเมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน การสื่อสารครั้งนี้จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและคุ้มค่าเวลาของทั้งสองฝ่าย

ถ้าว่างฝึกการโต้ตอบกับคนใกล้ชิด : ขึ้นชื่อว่าทักษะย่อมต้องมีการฝึกฝน ทักษะการฟังก็เช่นกัน ดังนั้นหากมีเวลาว่างควรฝึกการโต้ตอบบทสนทนากับคนใกล้ชิด ที่อาจเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัว ซึ่งได้ทั้งแบบที่บอกให้ทราบล่วงหน้าและคุยกันจบแล้วจึงบอก โดยทุกครั้งให้ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดไปสักระยะ จับใจความให้ได้ก่อนแล้วจึงกล่าวเสริมขึ้นมา ให้คำแนะนำหรือถามเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน จากนั้นเมื่อบทสนทนาสิ้นสุดให้ถามผู้พูดว่า ทักษะการฟังและดำเนินการสนทนาของคุณเป็นอย่างไร ทำให้พวกเขาสะดวกใจหรือรู้สึกอึดอัดการคุยด้วย เพื่อให้การนำไปใช้กับสถานการณ์จริงมีความเป็นธรรมชาติและสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

ใช้เป็นโอกาสมองโลกผ่านสายตาผู้อื่น : ทักษะที่คุณมีจะไม่เกิดประโยชน์เลยหรือไม่มีทางรู้ว่าอยู่ในระดับไหนแล้ว ถ้าไม่เคยได้ใช้จริง ดังนั้นควรหาโอกาสใช้ทักษะการฟังบ่อยๆ โดยเพื่อสร้างโอกาสทองดังกล่าว คุณเริ่มจากต้องบอกตัวเองอยู่เสมอว่าการฟังเปิดทางให้คุณได้เข้าใจโลกผ่านมุมมองผู้อื่น และตัวคุณเองไมได้รู้ ไม่ได้เก่งไปหมดทุกอย่าง นอกจากนี้หลังได้ใช้ทักษะการฟังทุกครั้งยังเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์และความรู้คร่าวๆ โดยที่คุณไม่ต้องไปลำบากเอง รวมถึงยกระดับให้คุณเป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ในสายตาผู้อื่นอีกด้วย /fastcompany