“อายุ” เป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่คนมักยกมาเป็นข้ออ้างเอาไว้อธิบายทั้งกับตัวเองและผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องของการออกไปวิ่ง ทั้งๆ ที่เอาเข้าจริงแล้ว มีผู้คนอีกมากมาย ที่ได้พบกับความสุข มีสังคมที่ดี และมีสุขภาพความพร้อมของร่างกายกันเกิดมาจากการวิ่ง โดยเริ่มต้นทำสิ่งเหล่านี้ตอนที่ย่างเข้าสู่ “วัยป้า”

เหมือนกับเรื่องราวสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ได้พบเห็นของ “ป้าเนเน่” หรือ นัยเนตร แสงศักดิ์ศรี ที่ลุกมาเปลี่ยนชีวิตหน้ามือเป็นหลังมือ เนื่องจากอาการป่วยไข้ของคนคู่ชีวิต “ลุงย่องแย่ง” สมปอง แสงศักดิ์ศรี สามีของป้าที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน จนหมอต้องกำชับให้ทั้งคู่ลุกมาออกกำลังกายบ้าง ซึ่งนอกเหนือจากยาที่แพทย์จ่ายแล้ว ทั้งลุงกับป้าได้หันมายึดเอา “การวิ่ง” เป็นตัวช่วยสำคัญในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บอีกทางหนึ่ง

 

“เราสองคนเริ่มวิ่งตอนปี 2548 คือประมาณ 12 ปีที่แล้ว ตอนแรกป้าแค่ไปวิ่งเป็นเพื่อนลุง เริ่มจากการวิ่งเหยาะแถวบ้าน เพราะการวิ่งมันง่ายไม่ต้องมีอุปกรณ์หรือเตรียมตัวอะไรมาก แต่พอวิ่งได้สามเดือน หมอนัดตรวจตามระยะ หมอบอกน้ำตาลลดลง เบาหวานจากเดิม 300 เหลือ 200 เราก็เออดีนะ งั้นวิ่งต่อ พออีกสามเดือนไปตรวจอีก คราวนี้เบาหวานหายไปเลย ป้าเรียกว่าความมหัศจรรย์ของการวิ่ง จากคนที่เคยต้องกินยาเป็นกำ เริ่มลดยาลง อาการข้างเคียงอื่นๆ ก็ดีขึ้น สุขภาพแข็งแรงกระฉับกระเฉงขึ้น

คนแก่ที่เคยออดๆ แอดๆ เอ ทำไมวิ่งได้ไม่กี่เดือน กระปรี้กระเปร่า ตื่นมาหน้าตาสดใส เลิกบ่นปวดบ่นเมื่อย เราก็เลยวิ่งจริงจัง เพิ่มความเร็ว เพิ่มระยะทาง แทนที่จะเอาเวลาไปนั่งๆ นอนๆ ดูทีวีเหมือนก่อน ก็หมั่นออกไปฝึกซ้อม กลายเป็นว่าอาการเบาหวานของลุงหายเป็นปกติเลย ไม่ต้องกินยาอีกเลย นอกจากเราจะมีความสุขที่หายเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว เรายังมีความสุขที่เกิดจากการที่ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย”

 

“ชีวิตใหม่” ของป้าเนเน่ที่ได้จากการวิ่งนั้น ไม่เพียงแต่เรื่องของสุขภาพร่างกาย หากแต่ยังหมายถึงภาพรวมทั้งหมดทุกมิติอีกด้วย เพราะหลังจากวิ่งได้ไม่นาน แทนที่จะชวนกันไปวิ่งสองคนตายาย ป้าเนเน่ก็เริ่มที่จะสนใจอยากลอง “ทำอะไรสนุกๆ” ดูบ้าง

คำว่า “ทำอะไรสนุก” ของป้าในทีนี้ เริ่มจากตอนแรกที่แค่หาเสื้อผ้าให้เข้ากับคอนเซปต์ของการจัดงานวิ่งแต่ละครั้ง แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ จนกลายเป็นคุณป้าที่มาปรากฏตัวทีไร ผู้คนก็ฮือฮาขอถ่ายรูปด้วยเสมอ เพราะป้าเล่นจัดเต็มแบบอลังการงานสร้าง ไม่ว่าจะเป็นชุดไทยทรงเครื่อง ชุดซูเปอร์ฮีโร่จากภาพยนตร์ชื่อดัง ชุดประจำสารพัดชาติ ชุดนักรบดึกดำบรรพ์ ไล่ไปยันชุดนักเรียน ชุดกระเหรี่ยงชาวเขา หรือแม้แต่ชุดที่ถูกสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์งานวิ่งหรือเทศกาลสำคัญต่างๆ ซึ่งบางครั้งคือการนำเอาของดีท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดที่ไปวิ่งมาผสมผสานเป็นเครื่องแต่งกาย แม้จะต้องแบกน้ำหนักอันมหาศาลของเครื่องทรงสุดอลังการตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ป้าบอกว่า “ดีต่อใจ” เพราะลงสนามทีไรก็มีแต่จะสร้างรอยยิ้ม เป็นตัวกระตุ้นให้กำลังใจกับเพื่อนในสนามวิ่งตลอดเวลา

 

“คิดดูว่าเดิมทีเราก็คนแก่ อยู่บ้านนั่งๆ นอนๆ คุยกันสองคนตายาย ไปไกลบ้านแค่ตลาดก็เหนื่อยแล้ว เพื่อนฝูงก็ห่างหายกันไป พอได้ไปวิ่งก็รู้จักเพื่อนใหม่ทุกวัน เดี๋ยวไปวิ่งจังหวัดนั้นก็แวะไปเที่ยวไปหาคนนี้คนนั้น เดี๋ยวมีกิจกรรมที่นั่นที่นี่ อะ ไปงานนี้เขามีประกวดมะขามหวาน งั้นตัดชุดมะขามใส่ดีกว่า (หัวเราะ)

บางสนามวิ่งต้องไปกางเต้นท์นอน ทุกวันเราเลยได้สนุก มีเรื่องให้ตื่นเต้น ให้พบเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ชีวิตที่มีแต่เรื่องดีๆ ให้ชื่นใจทุกวัน ทำยังไงก็ไม่แก่เลยแบบนี้ กลายเป็นเด็กไปเลย อยากไปไหนต่อไหน ลืมตาตื่นมาอ๊ะวันนี้มีอะไรให้ทำ ไม่เคยซ้ำ ชีวิตไม่เงียบเหงาไม่น่าเบื่ออีกเลย

บางวันวิ่งๆ อยู่มีคนไม่รู้จักกันเดินมา ..สวัสดีครับป้า ขอบคุณมากครับป้าที่ทำให้ชีวิตผมมีสีสันมีความสุข ทำให้ผมยิ้มได้ ทำให้ผมหายเหนื่อย.. พอเราเห็นคนอื่นสุขเราก็สุขด้วย บางทีไปวิ่งป้าเข้าเส้นชัยคนท้ายๆเลย ไม่ใช่วิ่งไม่ไหวนะ แต่เพราะมัวแต่รับไหว้ มีคนมาขอเซลฟี่ด้วย มีคนเอาขนมมาให้ วิ่งไปแวะทักทายคนนั้นคนนี้ไปตลอดทาง”

เห็นแต่งองค์ทรงเครื่องพะรุงพะรังขนาดนี้ อย่าคิดว่าป้าเนเน่จะยอมให้ตัวเองเป็นเพียงแค่สีสันประจำลู่วิ่ง เพราะอีกบทบาทหนึ่งนอกเหนือจากการเป็นนักวิ่งสายฟรุ้งฟริ้ง ป้าเนเน่ยังได้รับการยอมรับในฐานะนักวิ่งฝีเท้าฉกาจ ที่พิชิตเส้นชัยมาแล้วมากกว่า 500 สนามทั่วไทย

“วันก่อนป้าเพิ่งไปวิ่ง 42 กิโลเมตร ก็วิ่งไปพักไป 9 ชั่วโมงก็เข้าเส้นชัยจนได้ .. แหม อะไรนะ ..โอ้ย มีคนถามบ่อยว่าจะวิ่งถึงอายุเท่าไร ป้าพูดเสมอนะว่า จะวิ่งจนกว่าขาจะวิ่งไม่ไหว อายุ 60 มันไม่เห็นจะสำคัญตรงไหนเลย ไปดูในสนามสิ อายุ 70 – 75 – 80 มีให้เห็นเยอะแยะ ในสนามวิ่งนี่เราถือว่า ป้านี่เป็นเด็กกว่าคนอื่นอีกนะจ๊ะ”

พูดแล้วก็หัวเราะเสียงใสลงลูกคอเอิ๊กอ๊าก อยากรู้ว่าป้าเนเน่หัวเราะสะใจขนาดไหน ต้องแวะไปเจอเธอได้ทุกสนามวิ่งทั่วไทย ว่าแต่ .. จะวิ่งทันป้าไหมละนั่น!!!