หยุดคิดทุกครั้งก่อนตอบโต้ : ความโกรธก็เป็นเหมือนไฟที่พร้อมเผาทุกอย่างให้วอดวาย และยังเป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งพังหน้าที่การงานด้วย โดยวิธีแรกและวิธีดีที่สุดในการยับยั้งความเสียหายต่อเนื่องคือหยุดคิดให้รอบคอบถึงผลเสียที่จะตามมา หากคุณฟิวส์ขาด เผลอระเบิดอารมณ์ใส่คู่สนทนา เช่น เสียคนเก่งไป หรือตำแหน่งที่มีผู้เชี่ยวชาญไม่มากต้องว่างลง เชื่อเถอะว่าการตัดไฟได้แต่ต้นลมก่อนฉุนขาด มีประโยชน์มากมาย เพราะไม่ใช่แค่เป็นการรักษาความสัมพันธ์เท่านั้น แต่อาจลดปัญหาสมองไหลที่คนเก่งขี้ใจน้อยน้อยไปอยู่กับคู่แข่งที่ดูแลพวกเขาได้ดีกว่า และลดโอกาสที่จะระเบิดอารมณ์ใส่ลูกน้องได้อีกด้วย

ให้มองว่าคู่กรณีเป็นญาติมิตร : คงขัดกับความรู้สึกพอสมควรที่จะให้มองว่าคนที่ทะเลาะกันเป็นญาติมิตร แต่ถ้าทำได้ประโยชน์ที่ตามมานั้นมากมาย เพราะหากเราเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนรู้จัก มีความสนิมสนม อย่างน้อยเราก็จะเข้าใจเขามากขึ้น รู้ว่าทำไมเขาถึงโกรธและไม่ใช้คำทำร้ายจิตใจขณะที่การสนทนาดำเนินไป จนในที่สุดเคลียร์เรื่องที่คาใจกับคนตรงหน้าได้แบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น

ทิ้งเวลาสักนิด : เป็นเรื่องจริงที่เวลาเยียวยาได้ทุกสิ่ง แน่นอนว่ารวมถึงความขัดแย้งและลดอุณหภูมิอารมณ์ได้ด้วย นี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมหลายคนจึงนับ 1 ถึง 10 หรือหายใจเข้า-ออก ลึกๆ ทุกครั้งเมื่อโกรธ ดังนั้นหากรู้สึกว่าหัวร้อน จะระบายอารมณ์ใส่คู่สนทนาให้ทิ้งเวลาสักหน่อยแล้วจึงค่อยพูดออกไป เพราะเมื่ออารมณ์เย็นลง สติก็จะกลับมาและทั้ง 2 ฝ่ายอาจหันมาพูดด้วยเหตุด้วยผลกันมากขึ้นกว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าที่ยังเคืองกันอยู่

หากไม่ติดใจเอาความก็ควรปล่อยวาง : เมื่อบทสนทนาที่ช่วงหนึ่งเปลี่ยนไปเป็นการปะทะอารมณ์มาถึงบทสรุป ตกลงร่วมกันได้แล้วว่าจะป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายหัวเสียเกิดขึ้นอีกได้อย่างไร ก็ควรปล่อยวาง ไม่ผูกใจเจ็บ หรือตั้งแง่ทุกครั้งที่ต้องคุยกัน เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อความสัมพันธ์และหน้าที่การงานของแต่ละฝ่ายในระยะยาว เพราะเมื่ออยู่ในบริษัทเดียวกันแล้วต้องได้ทำงานด้วยกันอีกไม่วันใดก็วันหนึ่ง / entrepreneur