ตัวเลขผลกำไร อาจไม่ใช่เป้าเหมายหลักเพียงอย่างเดียวของการทำธุรกิจในปัจจุบัน เราจึงเห็นองค์กรต่างๆ จัดกิจกรรมส่งเสริมช่วยเหลือสังคมกันอยู่บ่อยๆ นั่นก็เพื่อให้ธุรกิจสามารถขยายกิจการให้เจริญเติบโตในสังคมและชุมชนที่ธุรกิจดำเนินอยู่ได้อย่างยั่งยืน

และกิจกรรมที่ว่าจะส่งดีต่อทุกฝ่ายหรือได้ผลลัพธ์ที่ต้องการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจกรรมว่าสามารถต่อยอดได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนจากองค์กร สังคม และชุมชนที่เกี่ยวข้อง

Marketeer มีโอกาสได้รู้จักกับโครงการ เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต (Gift for Sharing)’ จาก เอ็ม บี เค กรุ๊ป ที่แตกต่างจากโครการทั่วๆ ไป เพราะการออกแบบแพลตฟอร์มที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม มีการต่อยอดที่ชัดเจน การนำไอเดียสร้างสรรค์จากคนรุ่นใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม และที่สำคัญสามารถแก้ไขปัญหาขยะได้อย่างยั่งยืน

โครงการ ‘เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต’ เป็นการต่อยอดมาจากโครงการ ‘Real Recycle (รักโลกจริง เลิกทิ้งเลิกเท)’ เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา

“เอ็ม บี เค กรุ๊ป เป็นองค์กรใหญ่ มีธุรกิจให้เครือหลากหลายกลุ่มธุรกิจ และการที่มีบุคลากรจำนวนมากนั้นก็ทำให้เราเป็นหนึ่งในผู้ที่ก่อให้เกิดขยะอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเมื่อเป็นหนึ่งในผู้สร้างขยะแล้ว เอ็ม บี เค กรุ๊ป ก็ขอเป็นส่วนของการแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง โดยเริ่มจากการจัดการขยะในสำนักงาน ในธุรกิจของเราเอง รวมไปถึงขยะในชุมชนโดยรอบองค์กรของเรา” กนกรัตน์ จุฑานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการให้ฟัง

กนกรัตน์ จุฑานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต ด้วยดีไซน์ที่สร้างสรรค์

แน่นอนว่าถ้าเป็นโครงการรีไซเคิลขยะธรรมดาๆ เราคงไม่หยิบมาเล่าให้ฟังกัน แต่เพราะโครงการ ‘เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต’ นั้นมีความพิเศษ ตรงที่ เอ็ม บี เค กรุ๊ป สามารถนำเรื่องน่าเบื่อๆ อย่างโครงการ CSR หรือการเปลี่ยนขยะให้มีค่า มาเป็นแพลตฟอร์ม CSR ที่ทั้งสนุกและยั่งยืน

โครงการเปลี่ยนขยะเป็นอนาคต ได้แบ่งเป็น 2 กิจกรรมหลัก อย่างแรกคือ กิจกรรมภายใน ‘ซุกสุขสิ้นเดือน’ ที่จัดขึ้นเพื่อให้พนักงานรู้คุณค่าของการแยกขยะ โดยให้คัดแยกขยะประเภทขวดน้ำพลาสติกและกระดาษซึ่งมีมากที่สุดในองค์กร มาแลกเป็นของกินของใช้ในทุกสิ้นเดือน ซึ่งภายใน 5 เดือน เอ็ม บี เค กรุ๊ปสามารถแยกขยะได้มากถึง 2 ตัน และขยะทั้งหมดนี้ได้กลายมาเป็นวัตถุดิบหลักในโครงการเปลี่ยนขยะเป็นอนาคตนี่เอง

กิจกรรมถัดมาคือ การประกวด ‘WOW Design Awards 2017’ ที่ให้คนรุ่นใหม่ใช้ศิลปะของการออกแบบมาเปลี่ยนขยะเหลือใช้ให้เป็นของขวัญหรือผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์และมีมูลค่าเพื่อการแบ่งปัน โดยแบ่งเป็น 3 หมวด คือ ของใช้ ของแต่งบ้าน และเครื่องประดับ ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 200 ทีม นอกจากนี้ยังมีดีไซเนอร์ชั้นนำเข้าร่วมออกแบบถึง 3 ทีม รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาการให้ทีมที่เข้ารอบการประกวด

จากทั้ง 2 กิจกรรมสู่ไฮไลท์สำคัญคือ องค์ความรู้จากงานดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ที่ชนะการประกวดทั้ง 3 หมวดหมู่ จะถูกนำไปถ่ายทอดให้แก่ผู้บกพร่องทางร่างกายและการได้ยิน จากมูลนิธิและโรงเรียนที่ร่วมโครงการทั้ง 3 แห่ง เพื่อต่อยอดและพัฒนาทักษะการทำงานของผู้พิการและเด็ก

28 P โดมิโนจากกระดาษที่ใช้แล้ว ชนะรางวัลในหมวดของใช้ ผลงานการออกแบบจาก “ณัฐกานต์ เหมพานนท์”

Rocks Pepers Sisters เครื่องประดับที่ความสวยงามเกิดขึ้นจากชั้นของกระดาษ ชนะรางวัลในหมวดเรื่องประดับ ผลงานการออกแบบจาก “สุรัชนา ภควลีธร” และ “แพร สฤษชัยนันทา”

Fliper โคมไฟจากกระดาษที่ใช้แล้ว ชนะรางวัลในหมวดของแตกบ้าน ผลงานการออกแบบจาก “กมลนัทธ์ ธุวโรจน์สกุล” และ “ตรีสุวัชช์ หอนรเศรษฐ์กุล”

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาภายในโครงการครั้งนี้รวมกว่า 900 ชิ้น ซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มเด็กพิเศษและผู้พิการทั้ง 3 แห่ง คือ มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ พระประแดง และโรงเรียนโสตศึกษา ทุ่งมหาเมฆ จะอยู่ภายใต้แบรนด์ ‘ว้าว (WOW: Worth of Waste)’ พร้อมวางจำหน่ายที่โซเชี่ยลคอร์เนอร์ ณ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น 2 โซนบี ประตูทางเข้า (เชื่อมไปยัง A La Art) และ ชั้น 6 โซนคราฟท์ วิลเลจ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เฟซบุ๊ก WowDesign ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะจำหน่ายตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนจนถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น

โดยรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะส่งต่อให้มูลนิธิ เพื่อสถาบันราชานุกูล นำไปใช้ประดิษฐ์เก้าอีบำบัดเสริมทักษะและพัฒนาการของผู้บกพร่องทางสติปัญญา

มาถึงตรงนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสำเร็จของโครงการเปลี่ยนขยะเป็นอนาคต คือแพลตฟอร์มการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่แท้จริง จากกิจกรรมภายในองค์กรสู่การประกวดที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม และการส่งมอบองค์ความรู้ให้กับชุมชน เพื่อการลดปริมาณขยะ คัดแยกขยะ และนำกลับมาใช้ใหม่ได้จริง ที่สำคัญเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะผ่านงานดีไซน์อย่างสร้างสรรค์ และทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ซึ่งเป็นความยั่งยืนที่แท้จริง