Never underesimate a small amount of money.

อย่าดูถูกเงิน แม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม

ประโยคข้างบน คือ คำพูดของ ‘ โจ อาเดส Joe Ades ’ ชายสูงอายุที่นั่งขายเครื่องปอกมันฝรั่ง ใน New York City

มองผ่านๆ เขาอาจจะเป็นแค่คนที่แต่งตัวดี และขายของเก่งเท่านั้น แต่ในขณะที่เขาขายของข้างถนนตอนกลางวัน ตอนกลางคืนเขาขึ้นไปนอนที่ห้องพักของเขาในย่าน Park Avenue, Manhattan หนึ่งในย่านที่แพงที่สุดของ New York

เขาทำได้ยังไง?

 

 

โจ จะตื่นตั้งแต่เช้า ลากกระเป๋าของเขามาขายของที่ Union Square Greenmarket ซึ่งเป็นแหล่งขายผักและผลไม้ แต่แทนที่เขาจะเช่าแผง หรือเปิดร้านเป็นเรื่องเป็นราว เขาเลือกที่จะวางอุปกรณ์ของเขาริมถนน สาธิตสินค้า และเริ่มขายของตรงนั้นเลย

1.เข้าถึงง่าย : การวางแบกับดิน ทำให้คนมามุงดูสินค้าได้ง่ายกว่าบนโต๊ะ และถึงแม้จะมีรายได้มั่นคงแล้ว เขาก็ยังคงคอนเซปต์เดิม

2.สร้างสัมพันธ์กับลูกค้า : ระหว่างที่เขาสาธิตไปนั้น เขาก็จะพูดคุยเล่นกับคนที่มาดู ไม่บังคับให้เข้ามาซื้อ แต่พยายามสร้างความสนิทสนม เช่น “เข้ามาเลย มาดูใกล้ๆ ผมไม่ขอเงินคุณหรอก” หรือไม่ก็สอนเทคนิคการปอก การทำครัวที่หลายคนไม่รู้

3.ขายของคุณภาพ : โจ เลือกที่จะขายเครื่องปอกมันฝรั่ง ในราคา 5 เหรียญ เพราะสินค้าของเขาผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ และเขาจะย้ำกับทุกคนว่า “คุณหาที่ปอกแบบนี้ในห้างไม่ได้แน่ๆ มันไม่ได้ผลิตจากจีน มันผลิตที่สวิตเซอร์แลนด์”
“ซื้ออันนี้ไป แล้วคุณจะไม่ต้องซื้อที่ปอกอีกเลย”
“ซื้อ 4 แถม 1 !! ทำไมถึงต้องเอา 5 อัน? เอาไปแจกให้เพื่อนฝูงของคุณไง พวกเขาสมควรได้รับของขวัญดีๆ”

 

4.ให้เกียรติในอาชีพ : ถึงแม้จะเป็นสินค้าแค่ 5 เหรียญ แต่เขาก็พยายามแต่งตัวให้ดูน่าเชื่อถือตลอด เพราะมันสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ขายได้

และไม่ใช่แค่ในต่างประเทศ ในไทยก็เช่นกัน ยกตัวอย่าง ตลาดแถวบ้านของผู้เขียนเอง มีร้านข้าวมันไก่เจ้าหนึ่งมาเปิดใหม่ ซึ่งรสชาติก็ใช้ได้ แต่คนขายแต่งตัวสะอาดสะอ้าน ใส่หมวก ใส่ผ้ากันเปื้อนสีขาว และไม่เอามือที่รับเงินมาจับไก่ต่อ แค่การกระทำแค่นี้ทำให้ดึงลูกค้าจากร้านที่เปิดมานานได้เยอะมาก

5.ฝึกฝน : ทุกประโยค ทุกการกระทำของโจนั้น ไม่ได้เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก แต่เขาฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก โดยสมัยเด็กเขาเริ่มตั้งแต่ขายหนังสือ จนถึงต้นคริสต์มาส และถึงแม้จะมีเงินอยู่ในอพาร์ตเมนต์แพงๆ เขาก็ยังตื่นแต่เช้ามืด อาทิตย์ละ 6 วัน เพื่อมาทำงาน

 

สาเหตุที่เขาทำแบบนี้ ก็เพราะเขาอยากส่งให้ลูกสาวของเขาได้เรียนดีๆ รวมถึงหลานของเขาด้วย

ทำให้เขายังคงขายที่ปอกมันฝรั่งจนถึงอายุ 70 กว่าปี และเมื่อถูกถามว่าเขาไม่อยากไปเที่ยว หรือใช้เงินบ้างหรอ?

เขาตอบกลับไปว่า “ทุกวันคือการท่องเที่ยวอยู่แล้ว”

โจ อาเดส เสียชีวิตในปี 2009 แต่ทรัพย์สินที่เขาหามาได้จะทำให้ลูกหลานสบาย และคำสอนของเขา จะอยู่ในใจของใครหลายคนไปอีกนาน

 

“อย่าดูถูกเงิน แม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม”

 

ตามไปดูตลิปของโจ ได้ที่
https://www.youtube.com/channel/UCR0udsT99m-J74P7gD10ozQ?&ab_channel=JoeAdes

ที่มา : Entrepreneur, Small Biz Trends และ NY Times