เรียกว่ามีเรื่องให้เซอร์ไพรส์อยู่เสมอสำหรับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง “เป๊ปซี่” ในเครือ “เป๊ปซี่โค” บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นอกจากจะส่งแคมเปญการตลาดแปลกใหม่และมีสีสันเพื่อชิงแชร์ในตลาดน้ำดำอยู่แทบทั้งปีแล้ว ล่าสุดยังเขย่าวงการอีกครั้งด้วยการประกาศปรับรูปแบบโมเดลการทำธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทยด้วยการผนึก “กลุ่มซันโทรี่” ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่นที่มีอายุเกือบ 120 ปี โดยจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ที่มีชื่อว่า “บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอร์เรจ ประเทศไทย จำกัด” เพื่อร่วมกันดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์แบบครบวงจร

หลายคนที่ได้ยินข่าวนี้อาจสงสัยว่า เหตุใดผู้ผลิตเป๊ปซี่ถึงได้จับมือกับพันธมิตรหน้าใหม่ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น แต่อันที่จริงแล้วเป๊ปซี่โคและซันโทรี่ต่างมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันมาอย่างยาวนานกว่า 35 ปีแล้ว โดยทั้งสองได้ทำธุรกิจร่วมกันในรูปแบบต่างๆ ในหลายประเทศ ซึ่ง Marketeer ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้รับทราบกัน

 

สหรัฐอเมริกา: ความสัมพันธ์ระหว่างเป๊ปซี่โคและซันโทรี่เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อซันโทรี่ได้เข้าซื้อหุ้น Pepcom Industries ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิในการผลิตและกระจายสินค้าประเภทเครื่องดื่มของเป๊ปซี่โคในทวีปอเมริกาเหนือนับตั้งแต่ปี 1980 โดยต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Pepsi Bottling Ventures (PBV) ปัจจุบัน PBV ถือเป็นบริษัทเอกชนที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือเป๊ปซี่โคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ครอบคลุมทั้งน้ำอัดลมอย่างเป๊ปซี่ เมาเทนดิว ชาพร้อมดื่มลิปตัน น้ำผลไม้เนเจอร์สทวิสต์ เครื่องดื่มเกลือแร่เกเตอเรด รวมทั้งกาแฟบรรจุขวดสตาร์บัคส์ โดยมีโรงงานผลิตเครื่องดื่มและศูนย์กระจายสินค้ารวมทั้งสิ้น 20 แห่งเพื่อตอบสนองผู้บริโภคกว่า 8 ล้านคนในรัฐต่างๆ ทั้งนอร์ธ แคโรไลน่า เซาท์ แคโรไลน่า เวอร์จิเนีย แมรี่แลนด์ และเดลลาแวร์

 

ญี่ปุ่น: สำหรับในประเทศญี่ปุ่น เป๊ปซี่โคทำธุรกิจร่วมกับซันโทรี่ในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยให้สิทธิ บริษัท Suntory Beverage & Food Limited (SBF) ในการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือมาตั้งแต่ปี 1998  ปัจจุบัน SBF เป็นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศญี่ปุ่น โดยตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา ทั้งเป๊ปซี่โคและซันโทรี่ได้สร้างการเติบโตทางธุรกิจร่วมกันอย่างต่อเนื่องด้วยการนำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้สามารถตอบสนองความต้องการและรสนิยมของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นได้ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม “เป๊ปซี่” ที่เรียกได้ว่าแตกต่างแบบไม่มีใครเหมือน ไม่ว่าจะเป็น ‘เป๊ปซี่ รสแตงกวา’ ‘เป๊ปซี่ รสถั่วแดง’  ‘เป๊ปซี่ ไวท์’ ที่มีรสชาติเหมือนโยเกิร์ต ‘เป๊ปซี่ มองบลังค์’ ที่ให้รสชาติของขนมหวานยอดนิยมของคนญี่ปุ่น ‘เป๊ปซี่ พิงค์’ ที่มีรสชาติเหมือนนมสตรอเบอรี่ ‘เป๊ปซี่ รสซากุระ’  ‘เป๊ปซี่ สเปเชียล’ กับสรรพคุณในการดักจับไขมัน และล่าสุดกับ ‘เป๊ปซี่ สตรอง’ มีความซ่ามากกว่าปกติถึง 5 เท่า

นอกจากนี้ ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ด้วย อาทิ น้ำแร่ธรรมชาติซันโทรี่เทนเนนซุย กาแฟกระป๋องบอส ชาอู่หลงซันโทรี่ ชาพร้อมดื่มอิเอม่อนซึ่งผลิตจากใบชาคุณภาพดีที่ผ่านการคัดสรรโดยนักชงชาระดับปรมาจารย์ ฟังก์ชันนอลดริงค์ในกลุ่มไฮเดรชั่นอย่างกรีนดาการะที่มีแร่ธาตุและช่วยเติมเต็มความสดชื่น รวมทั้งน้ำผลไม้อัดก๊าซออเรนจิน่า

 

นิวซีแลนด์: ซันโทรี่ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท Frucor จาก Danone เมื่อปี 2009 และได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท Frucor Suntory โดยได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมในเครือเป๊ปซี่โค ไม่ว่าจะเป็น เป๊ปซี่ เป๊ปซี่แม็กซ์ เซเว่นอัพและเมาเทนดิว นับตั้งแต่ปี 2010 รวมทั้งเครื่องดื่มไม่อัดลมอย่างเกลือแร่เกเตอเรดในปี 2012 ปัจจุบัน Frucor Suntory เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มที่หลากหลายทั้งน้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำผลไม้ น้ำแร่ เครื่องดื่มเกลือแร่ และผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งมีจำหน่ายทั้งในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยสามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำผลไม้ และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับสองในกลุ่มน้ำอัดลมในประเทศนิวซีแลนด์

 

เวียดนาม: เป๊ปซี่โคได้เริ่มเข้าไปดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศเวียดนามตั้งแต่ปี 1994  ในรูปแบบแฟรนไชส์ (Franchise) คือให้สิทธิกับบริษัท International Beverage Company หรือ IBC ในการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือแต่เพียงผู้เดียว โดยเริ่มทำตลาดด้วยเครื่องดื่ม “เป๊ปซี่” และ “เซเว่นอัพ” จากนั้นในปี 1999 เป๊ปซี่โคจึงได้ซื้อหุ้นบริษัท IBC 100% พร้อมปรับโมเดลเพื่อเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าด้วยตัวเอง โดยรุกขยายพอร์ตสินค้าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มชูกำลัง “สติง” น้ำผลไม้ “ทรอปิคาน่า ทวิสเตอร์” ชาพร้อมดื่ม “ลิปตัน” รวมไปถึง น้ำดื่มบรรจุขวด “อควาฟิน่า” ในปี 2013 เป๊ปซี่โคและซันโทรี่ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่ชื่อว่า Suntory PepsiCo Vietnam Beverage (SPVB) เพื่อดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มแบบครบวงจร โดยเริ่มจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เมาเทนดิว แบรนด์น้ำอัดลมจากเป๊ปซี่โค และชาอู่หลงทีพลัสจากซันโทรี่เข้าทำตลาด และได้ขยายพอร์ตสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าใน 5 กลุ่มหลัก คือ เครื่องดื่มชูกำลัง ชาพร้อมดื่ม น้ำอัดลม น้ำดื่มบรรจุขวด และน้ำผลไม้ โดย SPVB ถือเป็น Joint Venture ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยอัตราการเติบโตของยอดขายในระดับ Double-digit ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน SPVB เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดเครื่องดื่ม (Liquid Refreshment Beverage) มูลค่า 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และตั้งเป้าที่จะบรรลุยอดขาย 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้ได้ในปี 2018

 

ประเทศไทย: ล่าสุดกับดีลที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อเป๊ปซี่โคและซันโทรี่ร่วมลงนามในสัญญาการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่มีชื่อว่า Suntory PepsiCo Beverage Thailand (SPBT) เพื่อร่วมกันดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า รวมไปถึงการสร้างแบรนด์และทำการตลาด โดยกลุ่มซันโทรี่ถือหุ้นในสัดส่วน 51% ในขณะที่เป๊ปซี่โคถือหุ้นส่วนที่เหลืออีก 49% โดยมุ่งสร้างความแข็งแกร่งและขยายพอร์ตโฟลิในกลุ่มเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic Beverages) เท่านั้น อาทิ เครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำดื่มบรรจุขวด เครื่องดื่มเกลือแร่ ชา-กาแฟพร้อมดื่ม น้ำผลไม้ รวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต