นอกจากการบอกแบบปาก-ต่อ-ปาก คุณเคยเห็นวราภรณ์ซาลาเปาทำโฆษณาในรูปแบบอื่นบ้างไหม ?

แทบจะไม่มีเลย!

แต่น่าแปลกว่าวราภรณ์กลับเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่เรานึกถึงเมื่อพูดถึงซาลาเปาในประเทศไทย

จากจุดเริ่มต้นของครอบครัวคนจีนที่มีสมาชิกในบ้าน 6 คน คือพ่อ-แม่ และลูกอีก 4  เงินที่ได้จากการขายของชำของผู้เป็นแม่ และการขายปลาทูของพ่อ จึงไม่อาจเพียงพอต่อการกระจายไปให้ทั่วถึงปากท้องของคนในบ้านได้มากเท่าที่ควร

ด้วยความเป็นครอบครัวคนจีน ผู้เป็นพ่อจึงชอบซื้อซาลาเปามาให้คนในบ้านกินอยู่บ่อย ๆ ‘แม่’ จึงเลือกที่จะประหยัด โดยเปลี่ยนจากการซื้อมาลงมือลงแรงทำให้ลูก ๆ ได้กินด้วยตัวเอง และพอเหลือก็นำไปขายให้กับผู้คนที่อยู่ในชุมชนย่านนางเลิ้ง กลายเป็นความอร่อยแบบปากต่อปาก ที่ทำให้ธุรกิจชุมชมได้ขยายออกไปข้างนอก

และการทำซาลาเปาก็กลายมาเป็นอาชีพหลักของครอบครัวนี้ ที่สามารถส่งลูก ๆ ทุกคนให้เรียนจบปริญญาโทได้

จนเมื่อเห็นว่าแม่ทำงานหนักมากเกินไป ที่นอนเที่ยงคืนแล้วตื่นตี 4 ขึ้นมานวดแป้ง ภูมิ สุธัญญา หนึ่งในลูกชายจึงได้ลาออกมาจากงานประจำแล้วหันมาช่วยที่บ้านทำธุรกิจแทน

ตรงนี้เองคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนรู้จักชื่อของแม่เขานั่นก็คือ ‘วราภรณ์’ มากขึ้น

หลายคนอาจจะมองว่าซาลาเปาคืออาหารจีน แต่ภูมิกลับมองว่ามันคืออาหารฟาสต์ฟู๊ด ที่สามารถทานได้ในระยะเวลารวดเร็ว เมื่อมองขาดว่าสินค้าของตัวเองคืออะไร รูปแบบการทำแบรนด์วราภรณ์ซาลาเปาจึงไม่ต่างจากฟาสต์ฟู๊ดแบรนด์ดังของต่างประเทศ คือมีร้านทั้งในรูปแบบของ

-คีออส มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 600,000 บาท/เดือน

-ร้านขนาดกลาง มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 800,000 บาท/เดือน

-ร้านขนาดใหญ่  มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 1,000,000บาท/เดือน

เจาะกลุ่มเป้าหมายไปยังคนที่มีเวลาน้อยในการรับประทาน และนี่อาจเป็นสาเหตุว่าทำไมเราถึงเห็นร้านวราภรณ์ซาลาเปาอยู่แต่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เพราะคนกลุ่มนี้มีข้อจำกัดเรื่องของเวลาเป็นอย่างมาก

จากร้านซาลาเปาในห้องแถวเล็ก ๆ ย่านนางเลิ้งก็กลายมาเป็นบริษัท วราภรณ์ สมพงษ์ ฟู้ดส์ จำกัด

จากเคยปั้นขายแค่วันละร้อยกว่าลูกก็กลายมาเป็นหลายหมื่นลูกต่อวัน

มีรายได้รวม 700 ล้านบาท ที่เกิดจากการบริหารงานด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่มีนโยบายการขายแฟรนไชส์ เพราะอยากจะคุมคุณภาพให้ได้ดีที่สุด

ดี…..เหมือนกับตอนที่คุณแม่วราภรณ์เคยทำจากมือให้ลูก ๆ ได้กินยังไงอย่างงั้น

และการที่วราภรณ์ซาลาเปากลายเป็นที่รู้จักของผู้คนโดยที่ไม่เคยทำแคมเปญโฆษณา นั่นก็อาจเป็นเพราะการที่มีสาขากระจายอยู่ตามจุดที่มี Traffic ของผู้คนมากมาย

ซึ่งทุกสาขาสามารถคงคุณภาพของอาหารได้เท่ากัน