เมื่อพูดถึงวิดีโอแพล็ตฟอร์มในยุคนี้ YouTube ยังคงเป็นอันดับ 1 อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยจำนวนคนดู 1 พันล้านชั่วโมงต่อวัน YouTube สามารถสร้างรายได้หลายทาง ที่เห็นบ่อยๆ ก็จะเป็น

1.Display Ads ที่โผล่ด้านบนสุดในหน้า Home, ด้านข้าง หรืออยู่อันแรกของการค้นหาวิดีโอ
2.Bumper Ads ที่มาก่อนวิดีโอเล่น หรือระหว่างเล่น
3.Skippable Ads ที่ให้เรา Skip หลังจากผ่านไป 5 วินาที
4.Non-Skippable Ads ที่ต้องดูก่อนถึงจะเล่นวิดีโอต่อได้
5.รายได้จากการสมัครสมาชิก YouTube Red (ที่ไม่มี Ads และมี Exclusive Content)

รายได้ทั้งหมดนี้ ก็จะถูกแบ่งให้ YouTuber อีกทีหนึ่ง ใครมียอดวิว ยอดคนติดตามเยอะ ก็มีรายได้มาก เป็นการดึงดูดให้คนมาทำวิดีโอลง YouTube

ซึ่งในบรรดา คนทำวิดีโอก็มีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นคลิปตลก คลิปสอนทำนู่นนี่ คลิปรีวิวต่างๆ และ คลิปแคสเกม ซึ่งเกมนี่แหละที่เป็นตลาดใหญ่มากๆ

 

– – – นักแคสเกม หรือ Game Caster – – –

นักแคสเกม หรือ Game Caster หมายถึง ผู้ที่อัดคลิปเล่นเกมของตัวเองพร้อมพากย์ไปด้วย อาจจะมีเห็นหน้า ไม่เห็นหน้า ใส่ Effect ใส่เสียง ก็แล้วแต่ความชอบ ซึ่งนักแคสเกมที่ดังที่สุดในโลก คือ Pewdiepie ที่เริ่มครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ในปี 2010 (อาจมีคนทำก่อนหน้านี้ แต่ไม่ดัง) และในปี 2016 รายได้ของเขาสูงถึง 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 500 ล้านบาท !!!

ด้วยตัวเลขนี้เองที่ทำให้มีการแคสเกมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และ YouTube ก็เป็นช่องทางหลักของนักแคสเกม แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น กฎระเบียบ ความยุ่งยาก และที่สำคัญที่สุด ก็คือ “การแบ่งรายได้” ทำให้ตอนนี้ นักแคสเกมชื่อดังๆเริ่มหนีไป Twitch กันแล้ว โดยเฉพาะนักแคสเกมในไทย

แต่ก่อนไปดู Twitch มาวิเคราะห์สถานการณ์ของ YouTube กัน

 

– – – ปัญหาที่ท้าทาย YouTube – – –

1.เปิดให้คนใช้ฟรีมาตั้งแต่แรก

เราเติบโตมากับการดู YouTube ฟรีมาตลอด เมื่อมี Ads มารบกวน ก็สร้างความไม่พอใจให้ผู้บริโภคโดยรวม เกิดเทรนด์การ Skip และ Adblock เพิ่มมากขึ้น ทำให้รายได้จากโฆษณาไม่เข้า ครั้นทำ YouTube Red แบบ Netflix ที่เก็บค่าสมัคร ก็ต้องไปแข่งในตลาดที่แข่งขันสูงมาก

2.ได้ยอดวิวเยอะ แต่ผู้ใช้ไม่ได้อยู่แค่ YouTube

ไม่ใช่ทุกคนที่เปิดแล้วจะอยู่แค่ YouTube อย่างเช่น คนที่เปิดฟังเพลงในคอมพิวเตอร์ ก็เปิดหน้าจออื่นไปด้วย ฉะนั้นตัวเลขที่บอกว่ามีผู้ใช้ 1,500 ล้านคนต่อเดือน และเฉลี่ยดูวิดีโออย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวันนั้นเป็นเลขที่ไม่ได้แสดงประสิทธิภาพที่แท้จริง และทำให้การเก็บค่าโฆษณานั้นสูงมาก แต่ Conversion ไม่ได้กลับไปที่คนลงโฆษณาจริงๆ ต่างจากแพล็ตฟอร์มที่ชัดเจน อย่าง LINE TV ที่มีโฆษณา 15 วินาทีตั้งแต่แรก และดึงละครกับหนังดีๆ มาลงที่ LINE TV ก่อนใครเพื่อน

3.กฎระเบียบมากขึ้น

เมื่อคนเข้ามามากเป็นอันดับหนึ่ง ความมั่ว ความเละเทะก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ YouTube ต้องออกกฎหลายอย่างทำให้ นักแคสเกม และคนทำคอนเทนต์ เซ็งไปตามๆกัน เพราะยุ่งยากและบางครั้งก็ถูกลบคลิปได้

 

– – – จุดเด่นของ Twitch – – –

1.สนับสนุนการสร้างรายได้เต็มที่

จริงอยู่ที่การแคสเกมเป็นเรื่องสนุก แต่สำหรับคนที่ทำเป็นอาชีพ รายได้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และ Twitch ก็เข้าใจเช่นนั้น จึงสร้างโมเดลการแบ่งรายได้เอื้อต่อนักแคสเกม อย่างเช่น

-เมื่อมีคนมากด Subcribe $4.99/1 เดือน เจ้าของ Channel จะได้รับส่วนแบ่ง 50% ทันที และเมื่อมีคน Subscribe มากถึงจุดหนึ่ง จะได้รับส่วนแบ่ง 60% หรือเท่ากับ $2.50-3.00 ต่อการ Subscibe

-รายได้จากโฆษณา $0.7-2.50 ต่อยอดวิว 1,000 วิว แล้วแต่ความดังของนักแคสเกม

2.เน้นที่เกมเป็นหลัก

การวาง Position ของ Twitch นั้นชัดเจนมาก พวกเขาต้องการเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเกม ฉะนั้นตั้งแต่วันแรกที่ให้บริการ พวกเขาจึงพยายามเข้าไปมีบทบาทในเกมทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์เกมใหญ่ๆ การเปิดตัวเกมใหม่ การรีวิวเกม จนไปถึงการแคสเกม

ฉะนั้น Twitch จึงเป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยคนรักเกม และคนที่คุยภาษาเดียวกัน .. เมื่อเปิด Twitch แล้ว ก็แทบไม่อยากเปลี่ยนไปดูอย่างอื่น

3.ฟังก์ชั่นเยอะ

Twitch ที่เหมาะกับนักแคสเกม ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์ การลงวิดีโอ การจัดการเพจ การตอบคอมเมนต์ อีโมจิ และที่สำคัญที่สุด คือการสร้าง Community ที่ทำให้นักแคสเกมกับคนดูใกล้ชิดกัน

แต่หากใครไม่เคยใช้ Twitch มาก่อนจะรู้สึกงง และรกหูรกตากับ Interface แบบนี้ได้

4.Partner Channel

มาถึงจุด Climax ของเรื่องแล้ว

เมื่อ Channel ของคุณดังและมีแฟนคลับแล้ว Twitch จะเสนอสัญญาการเป็นพันธมิตรกับ Twitch ให้ ซึ่งจะทำให้มีรายได้และสิทธิพิเศษมากขึ้นด้วย ส่วนนักแคสเกมก็แค่ห้ามเอาคลิปไปลง YouTube แค่นั้นเอง… นักแคสเกมชื่อดังๆ ที่ย้ายค่ายแล้ว ‘BayRiffer’ ‘ฟีฟ่าท้าเกรียน’ ‘HeartRocker’ ‘Rubsarb’ รวมทั่วโลกก็มากกว่า 22,000 คน ที่อยู่ค่าย Twitch แล้ว

 

– – – จาก Startup สู่เครือ Amazon – – –

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงคิดว่า Twitch เป็นใคร วิเศษมาจากไหน ทำไมใจปล้ำขนาดนี้

เกริ่นก่อนว่า ผู้ก่อตั้งหลักของ Twitch คือ Justin Kan โดยตอนแรก เขาทำ Justin.tv ซึ่งเป็นวิดีโอแพล็ตฟอร์ม ที่สร้างรายได้ให้คนทำคอนเทนต์เช่นเดียวกัน โดยมีหลายหมวดเหมือน YouTube แต่มีหมวดหนึ่งที่โตเกินหน้าเกินตาเพื่อน… ใช่แล้ว หมวดเกมนั่นเอง จากนั้นเขาจึงตัดสินใจเปิด Twitch.tv เพื่อทำเกมโดยเฉพาะ และวาง Position ไว้เพื่อโตแบบสตาร์ทอัพ และระดมทุนเงินได้ 35 ล้านเหรียญ ก่อนที่จะขายให้ Amazon ในปี 2014 ด้วยจำนวนเงิน 970 ล้านเหรียญ

เข้าใจรึยัง ว่านี่ก็ไม่ต่างจาก YouTube VS Twitch (Amazon) นั่นเอง

โดย Justin Kan ผู้ก่อตั้ง มีโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา โดยนอกจากทำ Justin.tv และ twitch.tv แล้วยังมี Social Cam แอปที่เคยดังในไทย และตอนนี้เขาก็เป็น Partner ให้กับ Y Combinator ในการให้คำปรึกษากับสตาร์ทอัพอีกด้วย

– – – ตลาด Game ยึดเรียบร้อย แต่จะนานขนาดไหน – – –

ตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าในไทย Twitch เริ่มแซง Youtube ไปแล้ว ถึงแม้ยอดวิวอาจจะยังไม่เยอะเท่า แต่ความเหนียวแน่น และ Exclusive มากกว่าแน่นอน และถ้า Twitch สามารถดึงคนให้อยู่บน Platform ได้ จ่ายค่าสมัครสมาชิก จ่ายค่านู่นค่านี่ได้ ก็บอกเลยว่าน่าจะครองตลาดเกมไปอีกนาน

 

ที่มา : twitch, nowloading, crunchbase และ polygon