หลังจาก “มาตรการส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปของนิติบุคคล” ได้ผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559

สาระสำคัญของมาตรการนี้ คือปรับอัตราค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมให้หักได้ 60-85% เหลือ 60% เท่านั้น! จุดนี้เสมือนเป็นการจูงใจให้บุคคลธรรมดาเปลี่ยนมาจัดตั้งนิติบุคคลประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ยังให้สิทธิประโยชน์ที่มากกว่า จูงใจอีกต่อหนึ่งด้วย

อย่างที่เห็นในปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจซึ่งโดยเกือบทั้งหมดไม่มีการเก็บภาษีอย่างถูกต้อง พูดง่ายๆคือไม่มีใครอยากจะเข้าระบบ ซึ่งนั่นทำให้เกิดปัญหาในกระบวนการจัดการภาษีทั้งในระยะต้นตลอดจนระยะยาวในอนาคต

จึงนับเป็นความพยายามของภาครัฐที่จะจัดการระบบการจัดเก็บภาษีให้เป็นระบบและมีความยุติธรรม ที่สำคัญคือเพื่อรวบรวมข้อมูลของผู้ประกอบการ เพื่อที่จะพัฒนาทั้งนโยบายการช่วยเหลือ ตลอดจนนโยบายส่งเสริมอย่างละเอียดในอนาคตอีกด้วย นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการตีกรอบ “คนที่ต้องเสียภาษี” ให้เข้ามาอยู่ในระบบภาษีที่ถูกต้องมากขึ้น เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม SME ไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับมาตรการและสิทธิประโยชน์ที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง ลองมาดูกัน

ที่มา: กรมสรรพากร

1.ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่บุคคลธรรมดาสำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินใดๆ ที่บุคคลธรรมดาโอนให้แก่นิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้ง ตั้งแต่วันถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบในมาตรการฯ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพื่อใช้ทรัพย์สินนั้นเป็นทุนในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล

2.หักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี โดยกำหนดให้นิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้ง ตั้งแต่วันถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบมาตรการฯ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถนำรายจ่ายอันเกิดจากการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล รายจ่ายค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีมาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี

  1. ปรับปรุงอัตราการหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (7) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ลดลงเหลือร้อยละ 60 สำหรับเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป
  2. ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับธุรกรรมการโอนอสังหาริมทรัพย์และธุรกรรมการโอนห้องชุดของผู้ถือหุ้นเพื่อชำระค่าหุ้นให้แก่นิติบุคคลที่จัดตั้งใหม่ตามมาตรการนี้จากร้อยละ 2 ของราคาประเมินทุนทรัพย์เหลือ ร้อยละ 0.01 โดยมีผลตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560
  3. กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกในการพิจารณาให้บุคคลธรรมดาสามารถโอนใบอนุญาตในการประกอบกิจการให้นิติบุคคลตั้งใหม่ได้

จะเห็นว่ามาตรการนี้พุ่งเป้าดึงผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้ามาอยู่ในระบบฐานภาษี เพื่อให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะเดียวกันก็จะมีข้อมูลในมือสำหรับจัดทำนโยบายและมาตรการสนับสนุนช่วยเหลือได้ตรงเป้านั่นเอง

 

KTB SMEs บัญชีเดียว

นอกจากภาษีที่ลดหย่อนลงแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า “สินเชื่อ” คือปัจจัยสำคัญของการหล่อเลี้ยงธุรกิจและการต่อยอด  ซึ่งในส่วนของภาคการเงินก็มีธนาคารกรุงไทย ที่สนับสนุนสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ด้วยเช่นกัน

โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อ  KTB SMEs บัญชีเดียว ดอกเบี้ยต่ำสุด 5% ด้วยวงเงินสูงสุด 100 ล้านบาท ซึ่งมีเงื่อนไขต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนภายใน 31 ธันวาคม 2560 นี้ หรือ นิติบุคคลที่มีการจดแจ้งบัญชีชุดเดียวต่อกรมสรรพากร เมื่อ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 ถึง 15 มีนาคม พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา

 

นี่จึงเป็นอีกการผลักดันธุรกิจ SMEs ให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยสินเชื่อที่พิเศษกว่า สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน สามารถติดต่อและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/TSdRkZ  หรือโทร 02-111-1111