ใครว่า Local Soap สบู่แบรนด์ไทย จะเป็นสบู่ราคาประหยัด และขายในตลาด Mass ทั้งที่ความจริงแล้ว สบู่แบรนด์ไทยกลับกลายเป็นตลาดระดับมิดเอนด์ จากราคาจำหน่ายต่อก้อนที่สูงกว่าสบู่ทั่วไปในราคาก้อนละ 40-50 บาท เป็นส่วนใหญ่และยังได้ยกระดับตลาดสบู่ก้อนที่ถูกสบู่เหลวค่อนๆ กินตลาดกลับมามีสีสันมากขึ้น เพราะจุดขายของสบู่แบรนด์ไทยเหล่านั้นคือ สมุนไพร

ในปีที่ผ่านมาตลาดสบู่มูลค่า 14,032.48 ล้านบาท เติบโต 3.24% แบ่งเป็น สบู่เหลว 4,912.26 ล้านบาท เติบโต 5.62% สบู่ก้อน 9,120.24 ล้านบาท เติบโต 1.96%

โดยตลาดสบู่สมุนไพรเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างน่าสนใจต่อเนื่องทุกๆ ปี จากข้อมูลของกันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) เมื่อเจาะลึกลงไปในตลาดสบู่ก้อนพบว่าตลาดสบู่ก้อนมูลค่า 9,120.25 ล้านบาท เติบโต 1.9% แบ่งเป็นสบู่สมุนไพร 3,737.68 ล้านบาท เติบโต 17.2% สบู่อื่นๆ ที่ไม่ใช้สบู่สมุนไพร เช่นสบู่เพื่อความงาม สบู่เด็ก สบู่เพื่อสุขภาพ 5,382.57 ล้านบาท ติดลบ 6.4%

และสบู่สมุนไพรยังมีความถี่ในการซื้อซ้ำมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.72% ท่ามกลางตลาดสบู่รวมติดลบ 6.48% จากผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพ ให้ความสำคัญกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรมากขึ้น และสบู่จากสมุนไพรสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยโดยเฉพาะผิวขาว ผิวเนียนได้เป็นอย่างดี และบางสูตรยังสามารถใช้ได้กับผิวหน้าและผิวกายอีกด้วย

 

 

จนในวันนี้สบู่สมุนไพร ขาวใส ราคา 40- 50 บาทต่อก้อน ไม่ได้มีคู่แข่งเฉพาะไทยแบรนด์เท่านั้น แต่อินเตอร์แบรนด์อย่างเช่น ซิตร้า โพรเทคส์ กลับมองเป็นเซ็กเมนต์หนึ่งที่มีโอกาสในการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันของตลาดสบู่ที่รุนแรง พร้อมพัฒนาสูตรสมุนไพรเข้ามาหวังทดลองตลาดสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์อีกช่องทางหนึ่ง

 

ซิตร้า-โพรเทคส์ ขอท้าชนสบู่ไทย

เมื่อแบรนด์ไทยไปได้สวยในตลาดสบู่สมุนไพร ซิตร้า แบรนด์ที่ชูจุดขายเรื่องผิวขาว-ใสกระจ่างเจาะกลุ่มหญิงสาวที่ให้ความสำคัญกับผิวสวยใส ได้เปิดสูตร ทานาคา มะละกอ ผงไข่มุก มีขวัญ อุษามณี เป็นพรีเซ็นเตอร์สื่อสารความขาวใส อาบได้-ขัดได้ทุกวัน ผิวใสไม่แสบเป็นจุดขาย และเลือกใช้สื่อออนไลน์ และบล็อกเกอร์รีวิวคุณสมบัติเด่นของสบู่แต่ละสูตรเป็นสื่อหลักในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย ตอบโจทย์คนไทยนิยมดูรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจใช้จริง

ส่วนโพรเทคส์ ทำตลาดภายใต้ซับแบรนด์ ไทย เทอราพี เปิดตัวไปเมื่อสิงหาคม 2559 ด้วยสูตรมะขาม ขมิ้น ทานาคา สูตรวิตามินซีและอี และสูตรผงถ่านชาร์โคล มีจุดเด่นผิวขาวใส ใช้ได้กับผิวและหน้า โดยในช่วงเปิดตัวได้สื่อสารผ่าน แคมเปญ ไม่แต่งก็สวย มีหญิง รฐา โพธิ์งาม เป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อสื่อถึงคุณสมบัติเด่นของสบู่ที่ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกให้ผิวสะอาดเกลี้ยงเกลา กระจ่างใส จนกล้าเปิดผิวสวย

 

อะไรดี บุ๋มก็ว่าดีอิงอร เติบโตเพราะมะขาม

ในวันที่ตลาดสบู่สมุนไพรไม่ได้หวานเจี๊ยบด้วยไทยแบรนด์อีกต่อไป แล้วทำไมแบรนด์ไทยแบรนด์อย่างเบนเนทและอิงอร ยังคงติดอันดับ 1 และ 2 ของตลาดสบู่สมุนไพรไทย

“อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี” สโลแกนติดปากของพรีเซ็นเตอร์ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ของสบู่สมุนไพร เบนเนท จนใครหลายคนเข้าใจว่าบุ๋ม ปนัดดา เป็นเจ้าของสบู่เบนเนท แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะสบู่เบนเนทเป็นของ ชาย ปราบเล่ง บ. พาภิญโญ กรุ๊ป

ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ สบู่เบนเนท ได้เดินมาถูกทางกับการทุ่มงบโฆษณาสร้าง Brand Awareness ผ่านพรีเซ็นเตอร์คนเดียวคือ บุ๋ม ปนัดดา ที่ออกมารับประกันคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยเฉพาะการใช้สื่อ transit ติดรถโดยสารประจำทางเพื่อเชิญชวนให้เกิดความอยากทดลองใช้

แต่เกมที่เป็นตัวดำเนินเรื่องให้สบู่เบนเนทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดสบู่สมุนไพรคือ หนึ่ง-สินค้าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยในด้านของใช้แล้วผิวขาวจริงจากสมุนไพรจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญและเป็นเกมสร้างความต่างด้านภาพลักษณ์จากสบู่ก้อนและสบู่เหลวแบรนด์ทั่วไปที่เน้นขาวเนียนจากสารสลัดพืชผลจากต่างประเทศเป็นหลัก จนใช้ซ้ำและบอกต่อ สอง-สินค้าหาซื้อง่าย มีจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด และ 7/11 สร้างความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า และสาม – การพัฒนาสูตรบนจุดยืนของสินค้าด้านผิวขาว ใส อย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมี 5 สูตรให้เลือกได้แก่ เอ็กซ์ตร้าไวท์, อโรม่า, สมุนไพร 5 ชนิด และ ปาปาย่า จากมะละกอ ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม จนวันนี้อิงอรได้กลายเป็นสบู่สมุนไพรที่ติดตลาดจนต้องออกมาบอกว่าระวังของเลียนแบบ จนในปีที่ผ่านมาอ้างอิงจากกันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) สบู่เบนเนทมียอดจำหน่าย 1,244.04 ล้านบาท เติบโต 25.98% เลยทีเดียว

นอกจากนี้อิงอร จาก ดีเอฟที (ประเทศไทย)  เป็นสบู่สมุนไพรอันดับ 2 ด้วยยอดจำหน่าย 754.4 ล้านบาท เติบโต 8.74% อีกหนึ่งไทยแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากการเห็นสบู่ในท้องตลาดใช้สารเคมีที่จะสร้างปัญหากับผิวในระยะยาวได้ และได้สร้างภาพลักษณ์ความแตกต่างด้วยจุดขายความขาวใส ของมะขาม บน สโลแกน สวยจริง อิงอร เป็นสินค้าเปิดตัวสร้างความรู้จักกับตลาด ก่อนต่อยอดไปยังสูตรอื่นๆ ทั้งสบู่ก้อนและสบู่เหลวดักจับผู้บริโภคยุคใหม่

 

แต่ทั้งนี้ การเติบโตของสบู่สมุนไพรแม้ตลาดใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในตลาดสบู่ก้อน แต่ในตลาดสบู่เหลวก็มีท่าทีการเติบโต จากรายงานของ กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) พบว่าในกลุ่มสบู่เหลว สบู่สมุนไพรมีสัดส่วนเพียง 0.043% หรือมูลค่าเพียง 19.97 ล้านบาท กลับมีการเติบโตมากถึง 363% ไม่แน่ว่าในอนาคตสบู่สมุนไพรจะกลายเป็นตลาดที่หอมหวลทั้งสบู่ก้อนและเหลว บนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกลมหายใจ