เมื่อพูดถึงอาหารในโลกนี้นั้นเราจะนึกถึงฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น จีน แล้วก็ตามด้วยไทย และเวียดนาม แม้ว่า  ประเทศไทยจะพยายามส่งเสริมอาหารไทยให้กลายเป็นอาหารที่ฮิตไปทั่งโลกขนาดไหน แต่มองรวมๆ แล้วมันก็ยังไม่ได้ขึ้นแท่นเป็นนัมเบอร์วันของโลก ทั้งๆ ที่อาหารไทยเราก็เป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

วันนี้ธุรกิจอาหารบ้านเรากำลังก้าวออกไปสู่ตลาดอินเตอร์เนชั่นแนลมากยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าการขยายแบรนด์อาหารออกไปยังต่างประเทศอย่างแบรนด์ Greyhound, S&P,  MK, Black Canyon และกาแฟดอยช้าง นี่แหละคือการบุกออกไปขายวัฒนธรรมอย่างแท้จริง และมีทีท่าที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย เพราะอาหารไทยเป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอยู่แล้ว และก็ไม่แน่ใจว่าการที่รัฐบาลเราพยายามเดินตามรอยญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ โดยการส่งออกวัฒนธรรมผ่านสื่อบันเทิงอย่าง ภาพยนตร์ไทย ทุ่มทุนไปมหาศาลเพื่อออก Road show ทั่วโลก แล้วเราจะประสบความสำเร็จได้เหมือนเขาหรือเปล่า แต่ถ้าจะปั้นอาหารไทยให้ดัง และทำให้คนทั้งโลกคลั่งอาหารไทยนี่ยังไงผมว่าเราชนะขาดลอยได้เลย

ถ้าเราจะส่งออกวัฒนธรรมอาหารกันแบบจริงจัง อย่างแรกคือเราต้องเลิกคิดที่จะแปลชื่ออาหารไทยให้เป็นภาษาอังกฤษก่อน ใช้คำทับศัพท์ไปเลย ในเมื่อ “ต้มยำกุ้ง” คนยังรู้จักไปทั่วโลกได้ แล้วทำไมเราจะต้องไปแปลชื่อ แกงเขียวหวาน ให้เป็น Thai green curry ด้วยล่ะ อย่าง “มัสมั่น” ก็คือมัสมั่น จบเลย ไม่ต้องไปแปลอะไรทั้งสิ้นอาหารบ้านเราไม่ได้มีแค่ของคาวเท่านั้นที่มีชื่อเสียง แต่ผลไม้อย่าง ทุเรียน มะม่วง ลำไย และมังคุด ล้วนเป็นสินค้าขายดี แต่เราต้องเติมความคิดสร้างสรรค์เข้าไป ยกตัวอย่างร้ายขายน้ำผลไม้ชื่อ “ฉันยุ่งมาก” ของจีนที่ขายน้ำมะม่วง และทำแบรนด์ให้เป็นไทย ในเวลาแค่ 2 ปีสามารถขยายสาขาออกไปกว่า 500 แห่งทั่วจีน กับวิธีการง่ายๆ แค่เอามะม่วงมาปั่น ตกแต่งร้านด้วยภาพวัดวาอารามของไทยเข้าไป และตั้งชื่อร้านด้วยภาษาไทยคำว่า “ฉันยุ่งมาก” นี่แหละครับความเป็นไทยมันขายได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่เราต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้นเอง คิดเยอะๆ เติมลูกเล่นใหม่ๆ เข้าไปเท่านั้นก็ขายดิบขายดีได้

อย่างสิงคโปร์ และมาเลเซียก็ส่งออกอาหารด้วยการทำแบรนด์ให้ดูน่าสนใจเท่านั้น แต่รูปแบบของอาหารไม่ได้มีอะไรโดดเด่นแต่ก็สามารถออกไปขายได้อย่างในพม่า เวียดนามแม้กระทั่งจีน อย่าง Secret Recipe, Bred Talk เป็นต้น  ซึ่งถือว่าบุกตลาดประเทศรอบบ้านเราได้อย่างรวดเร็ว

บางทีรัฐบาลไทยอาจจะต้องปรับแนวการทำการตลาดใหม่กันสักหน่อย วัฒนธรรมพวกรำไทย โขน หรือมวยไทยแค่โชว์ในประเทศ แบบที่ให้เขาร้องว้าวกับความสามารถ และความสวยงามของเราก็พอ เพราะจริงๆ แล้ว น้อยคนนักที่จะมารำตามเรา ดังนั้นเอาเงินไปใช้ให้ถูกที่ดีกว่านะครับ