ไม่ใช่เรื่องใหม่กับเกมการตลาด Price War ในอุตสาหกรรมมือถือ ที่โอเปอเรเตอร์ต่างเทหน้าตัก ลดราคาแพคเก็จ ดึงผู้บริโภคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในระบบ จนโอเปอเรเตอร์ทุกรายต่างเจ็บตัวกันไปหลายต่อหลายครั้ง เพราะตลาดนี้แข่งขันกันเรื่องจำนวนผู้ใช้บริการที่เคลมว่าใครเป็นที่ 1-2-3

ในยุคที่ Price War บนดินไม่ใช้ทางออกที่ดีที่สุดในการแข่งขัน โอเปอเรเตอร์ทุกรายต่างสรรหากลยุทธ์อื่นๆ มามัดใจให้ผู้บริโภคแทนการลดราคาแรงๆ เหมือนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นขยายเน็ตเวิร์ค 4G ให้ครอบคลุม พริวิเลจ ฟีเจอร์+คอนเทนต์ที่เอ็กคลูซีฟ แจกเครื่องฟรี นำดาราเซเลปมาช่วยโปรโมทแคมเปญ หรือเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระยะยาวเสียมากกว่า

ถ้าไม่มี Line Mobile เข้ามาเสียก่อน

ในฐานะ Line Mobile แบรนด์ที่ 2 ของ DTN ดีแทค ไตรเน็ต เน็ตเวิร์ค ที่มีแบรนด์หลักอย่างดีแทคทำตลาดอยู่แล้ว โดย DTN ซื้อชื่อ Line Mobile ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของ Line มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ให้บริการ เพื่อหวังเป็นหนึ่งในเกมการตลาดเพิ่มผู้ใช้งานให้กับ DTN ด้วยจุดขายมือถือรายเดือนที่เน้น Price War แพคเก็จราคาถูกกว่าท้องตลาดและยังลดราคาแพคเก็จ 50% นาน 12 เดือนเมื่อสมัครตามช่วงเวลาที่กำหนด คืนเงินให้กับลูกค้าที่ invite เพื่อนเข้าใช้บริการ เจาะกลุ่มผู้ใช้ดิจิทัลเป็นหลัก นอกเหนือจากสิทธิ์พิเศษดู Line TV และ Line Call ฟรีไม่เสียค่าเน็ต

เพราะเมื่อนับรวมจำนวนผู้ใช้บริการ ลูกค้าดีแทคกับ Line Mobile จะถูกนับรวมกันเพราะถือเป็นบริษัทเดียวกัน

แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างสำหรับ DTN ที่เข้ามาเล่น สงครามราคาผ่าน Line Mobile เพราะ Line Mobile ใช้เครือข่ายมือถือเดียวกับดีแทค ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าลูกค้าดีแทคกลุ่มหนึ่ง จะไหลออกไปยัง Line Mobile ที่มีค่าบริการถูกกว่า และทำให้รายได้รวมของ DTN ลดลง แต่ผู้บริหาร Line Mobile มองว่าเป็นความเสี่ยงบนความคุ้มค่าเพราะไม่ใช่เพียงแค่ลูกค้าดีแทคที่ไหลมาเท่านั้น ลูกค้าโอเปอเรเตอร์รายอื่นก็จะมาเช่นกัน

Line Mobile ใช้วิธีเปรียบเทียบราคากับแบรนด์หลักถึงความคุ้มค่าคุ้มราคากว่า ซึ่งแคมเปญลดราคามีถึง 31 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้นคงต้องรอดูว่า Line Mobile จะต่อเวลาแคมเปญไหม

 

เมื่อ Marketeer เทียบกับแพคเก็จของแบรนด์หลักอย่างเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เอช ในระดับราคาเท่ากัน

 

เมื่อเทียบกับแพคเก็จ Unlimited

   

แต่ทั้งหมดนี้เกมการตลาดด้วยการสร้างแรงดึงดูดให้กับลูกค้าที่เซ็นซิทีฟด้านราคาเท่านั้น เพราะการแข่งขันในธุรกิจนี้ นอกจากแพคเก็จราคาแล้ว ยังต้องแข่งกันเรื่องเน็ตเวิร์คที่เสถียรและครอบคลุมการใช้งาน การบริการหลังการขาย และพริวิเลจต่างๆ ด้วย เพราะลูกค้าทั้งประเทศไม่ได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการเพียงเพราะราคาเพียงอย่างเดียว