ปัจจุบัน 60% ของสตาร์ทอัพในสิงคโปร์ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ จากการใช้ทรัพยากรและเครื่องมือ ที่สนับสนุนสตาร์ทอัพ เช่น Amazon Web Services, Google Analytics, Github, Trello, Hubspot, Slack หรือ Stripe

Stripe ที่เป็นผู้ให้บริการ Online Payments และ Tools ต่างๆ ทำการศึกษาจาก 235 สตาร์ทอัพที่ได้รับเงินทุนจาก Venture Capital โดย 70% ของสตาร์ทอัพ อยู่ในช่วง Early Stage และเกือบครึ่งหนึ่งจากจำนวนนี้ มีพนักงานห้าคนหรือน้อยกว่านั้น

มาดูกันว่า สตาร์ทอัพสิงคโปร์ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ อย่างไรบ้าง

 

ถูก และ ง่าย ยิ่งกว่าทุกครั้ง ในการเริ่มธุรกิจ

สตาร์ทอัพส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า การทำธุรกิจในปัจจุบันนั้นมีถูกและง่ายกว่าสมัยก่อน เพราะทรัพยากรเหล่านี้ช่วยให้พวกเขา ไปตลาดสากลได้เร็วยิ่งขึ้น

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ 64% บอกว่าถ้าย้อนกลับไป 5 ปี ในยุคที่เทคโนโลยียังไม่พร้อมขนาดนี้ สตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีอย่างพวกเขาเริ่มไม่ได้แน่

 

ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่าง

ในการทำธุรกิจไม่ใช่แค่ขายของแล้วจบ และยิ่งเป็นสตาร์ทอัพ อย่างน้อยก็ต้องมี ระบบชำระเงิน ระบบคุยกับลูกค้า ระบบคุยงานในบริษัท เว็บไซต์ที่สร้างและปรับแต่งได้รวดเร็ว

ฉะนั้นสตาร์ทอัพส่วนใหญ่จึงเลือกใช้บริการของสตาร์ทอัพเจ้าอื่นมากกว่าทำขึ้นมาเอง เพราะมีราคาที่รับได้ (ใช้น้อยจ่ายน้อย) และบริการเหล่านั้นออกแบบมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ

73% ช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน
63% ช่วยให้ทีมทำงานระยะไกลได้ดียิ่งขึ้น
55% ลดต้นทุนโดยรวม
48% พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น

 

ปัจจัยในการเลือกบริการมาใช้

78% ราคารับได้
72% ความสะดวกในการนำมาใช้
57% ความน่าเชื่อถือ
47% การเพิ่มขนาดการใช้งาน
46% การทำงานร่วมกัน ระหว่างเทคโนโลยี

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสตาร์ทอัพ คือ เรื่องราคา เพราะสตาร์ทอัพต้องทำตัวให้ LEAN เข้าไว้ แต่ด้วยบริการจากสตาร์ทอัพด้วยกันเอง ราคาจึงถูกลงมาก เพราะคิดราคาตามที่ใช้งาน และบางทีอาจมีการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันอีกด้วย

นอกจากนั้นเทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพทำให้ใช้ง่ายที่สุด ฉะนั้นเทคโนโลยีเหล่านี้จะรองรับทุกอุปกรณ์ รองรับทุก OS และสามารถดัดแปลงเพื่อเข้ากับความต้องการของแต่ลัสตาร์ทอัพอีกด้วย

 

“การเสียบปลั๊กกับ เทคโนโลยีบนคลาวด์ ช่วยให้สตาร์ทอัพทำงานได้ง่ายขึ้น พวกเราไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ งานไหนที่สามารถ Outsource แล้วดีกว่า ถูกกว่า ก็ควรทำ และใช้เวลาที่เหลือไปกับการพัฒนาธุรกิจตัวเอง ด้วยเหตุนี้สตาร์ทอัพหลายรายจึงสามารถทำธุรกิจในต่างประเทศได้ตั้งแต่วันแรก” Piruze Sabuncu, head of Stripe for Southeast Asia and Hong Kong

“การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ช่วยไม่ให้สตาร์ทอัพเสียเวลาไปกับปัญหาที่มีคนแก้ได้แล้ว”

 

ยกตัวอย่างการนำสตาร์ทอัพมาใช้

หากคุณทำเว็บไซต์ไม่เป็น โลโก้ยังไม่มี คุณสามารถไปหาที่ เว็บไซต์ฟรีแลนซ์ได้ เช่น Fastwork หรือ FreelanceBay

หากคุณต้องการหาโค้ด หรือโปรแกรมเมอร์ สามารถไปหาได้ที่ GitHub

หากต้องการคนส่งของ มี LINE

หากต้องการระบบจัดการบัญชี มี FlowAccount

หรือ ระบบอื่นๆ อย่าง ระบบภาษี ระบบ Chatbot ระบบส่งของ ระบบสต็อกสินค้า แทบทุกอย่างมีสตาร์ทอัพรองรับทั้งสิ้น

 

ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ หรือธุรกิจขนาดเล็ก หากคุณเลือกเทคโนโลยีไปใช้ให้ถูกต้อง ธุรกิจสามารถลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และสร้างมูลค่าในสิ่งที่จำเป็นอย่าง การหาลูกค้า หรือ R&D ได้

 

ที่มา : Tech in Asia