การทำอาหารทานเองนั้นมีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน ปริมาณ วัตถุดิบ และรสชาติที่เลือกเองได้.. แต่ชีวิตในเมืองที่ต้องตื่นแต่เช้า ฝ่ารถติดไปทำงาน หรือ กลับจากที่ทำงานด้วยร่างกายที่อ่อนล้า การทานอาหารนอกบ้าน หรือ ซื้ออาหารมาทานที่บ้าน เป็นทางเลือกที่สบายและเหนื่อยน้อยที่สุด

แต่ในปัจจุบัน มีสินค้าประเภทหนึ่งที่น่าสนใจ ที่ช่วยลดความยุ่งยากของการทำอาหาร นั่นก็คือ เครื่องปรุงสำเร็จรูป ที่แค่ฉีกซองเทลงกระทะ หรือหม้อ ก็เรียบร้อย

เครื่องปรุงสำเร็จรูป จึงเป็นเซ็กเมนต์หนึ่งที่น่าสนใจ จะมีเทรนด์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ไปชิมกัน

 


SCB EIC ได้แบ่งเครื่องปรุงออกเป็น 4 ประเภท ตามวิธีการใช้งาน ได้แก่

1.เครื่องปรุงพื้นฐาน : เครื่องปรุงที่ใช้ตอนทำกับข้าวเป็นหลัก เช่น น้ำปลา น้ำตาล ซีอิ๊ว เกลือ พริกไทย พริกป่น หรือ ซอส น้ำมันหอย

2.เครื่องปรุงสำเร็จรูป : เครื่องปรุงที่ใช้แล้ว กลมกล่อม พร้อมทานได้เลย เช่น ซุปก้อน ซุปผง หรือผงปรุงสำเร็จรูป

3.เครื่องปรุงอื่นๆ : ใช้ในการประกอบอาหาร แต่ไม่บ่อยนัก เช่น น้ำมะเขือเทศเข้มข้น หรือ ของหมักดองเปรี้ยวอื่นๆ

4.เครื่องปรุงเสริมบนโต๊ะ : ส่วนใหญ่มักใช้ไว้จิ้ม ไว้ราดต่างหาก เช่น ซอสพริก น้ำสลัด น้ำจิ้มไก่ หรือ มัสตาร์ด

*เป็นการแบ่งให้เกิดความเข้าใจง่ายๆ เครื่องปรุงบางอย่างอยู่ได้หลายประเภท เช่น น้ำปลา น้ำตาล ซอสพริก

 

สิ่งที่น่าสนใจของกราฟนี้คือ  สัดส่วนกราฟสีเหลืองเพิ่มขึ้น (เครื่องปรุงสำเร็จรูป) และ สัดส่วนกราฟสีม่วงลดลง (เครื่องปรุงพื้นฐาน) ซึ่งมูลค่าตลาดเครื่องปรุงนั้นโตขึ้นทุกปี ปีละ 5.5% แต่เครื่องปรุงสำเร็จรูปโตปีละ 8.1% ในขณะที่เครื่องปรุงพื้นฐานโต 4.8% หมายความว่ามูลค่าตลาดเครื่องปรุงพื้นฐานยังโตอยู่ แต่โตในอัตราที่ลดลง ในขณะที่เครื่องปรุงสำเร็จรูป ค่อยๆ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเทรนด์นี้ คือ พฤติกรรมคนเมืองที่เปลี่ยนไป ครอบครัวเล็กลง ทำให้ซื้อของน้อยลง และไม่มีเวลาในการทำอาหารเอง ฉะนั้นการซื้อเครื่องปรุงสำเร็จรูปในราคาซองละ 20-30 บาท อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะไม่ต้องเก็บของในตู้เย็น ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมวัตถุดิบ

 

แต่…โลกความจริงไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ พบว่าตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา คนไทยกลับมาเป็นโรคที่เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงของคน เช่น การทานอาหาร การนอน การออกกำลังกาย

โดย 3 โรคที่คนไทยเป็นเยอะสุด ในปี 2015 ได้แก่

1.โรคความดันโลหิตสูง 2,042 คนต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้น 93% จากปี 2011

2.โรคเบาหวาน 1,325 คนต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้น 67% จากปี 2011

3.โรคไตวาย 1,068 คนต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้น 32% จากปี 2013

จะเห็นได้ว่า สาเหตุของโรคเหล่านี้เกิดจากการตามใจปากล้วนๆ และถึงโรคเหล่านี้จะไม่ทำให้เสียชีวิต แต่ก็เสียสุขภาพ และค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก

ฉะนั้น EIC จึงมองว่าในช่วง ตลาดเครื่องปรุงสำเร็จรูปกำลังโต หากแบรนด์ไหนสามารถสร้างจุดขายในเรื่องสุขภาพได้ จะสามารถก้าวเหนือคู่แข่งได้เป็นอย่างดี เพราะในตลาดตอนนี้ ทุกแบรนด์โฟกัสไปที่รสชาติเป็นหลัก

 

 

ผู้เล่นในตลาดเครื่องปรุงสำเร็จรูป

ปัจจุบันผู้เล่นในตลาดนี้มีเยอะมาก แต่ที่ดังๆ และเห็นตามโทรทัศน์บ่อยๆ ก็มีแบรนด์เหล่านี้ ซึ่ง Lobo และ RoiThai ดูจะมีตัวเลือกเยอะที่สุด ในขณะที่ คนอร์ กับรสดี อาศัยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทำตลาดนี้ควบคู่ไป

และอย่างที่กล่าวไปแล้ว เรื่องสุขภาพกับเครื่องปรุงสำเร็จรูป ยังไม่ได้มีถึงมากนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ ความเชื่อที่ว่าอาหารคลีนคืออาหารที่ปรุงน้อยที่สุด แต่ถ้าแบรนด์เหล่านี้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ เราน่าจะได้เห็นสัดส่วนตลาดที่เปลี่ยนมากยิ่งขึ้น

 

ที่มา : SCB EIC