เติมไฟอย่างไร เมื่อเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำงานวันหยุด

ปรับเปลี่ยนพื่นที่ทำงาน – เป็นใครก็คงทำใจยากหากได้รู้ว่าวันหยุดยังต้องทำงาน เพราะข่าวร้ายดังกล่าวทำให้แผนพักผ่อนที่วางไว้ถูกพับเก็บและสมาชิกร่วม Holiday Trip ต้องนั่งแกร่วที่ไม่ได้ไปไหน แต่โลกการทำงานก็เป็นแบบนี้ บทงานจะเข้าขึ้นมาบางทีก็ไม่เลือกเวลา ไม่สนว่ากว่างานจะเสร็จคนทำต้องเสียสละอะไรไปบ้างหรือทุ่มแค่ไหน โดยวิธีแรกที่ช่วยปลุกไฟหากเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำงานในวันหยุดคือ การปรับเปลี่ยนพื้นทำงานเล็กๆน้อยๆ เช่นเปลี่ยนตำแหน่งข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะและภาพ Screen Saver บนจอ Computer หรือหากเป็นไปควรเปลี่ยนที่นั่งทำงาน เพื่อให้ได้รู้สึกสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ลดความเบื่อหน่าย และปรับทัศนคติ ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามผลการศึกษาด้านจิตวิทยาที่ว่า ทัศนคติและมุมมองของคนเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่รอบตัว หากปรับบริบทแวดล้อมให้ต่างจากเดิม นิสัย พฤติกรรมและทัศนคติก็จะเปลี่ยนไปด้วย

ขจัดความจำเจออกจากตารางงาน – ประโยชน์ของการคาดเดาได้และอะไรที่เป็นกิจวัตรคือสร้างความอุ่นใจ แต่การยึดติดกับสภาพความเป็นอยู่ (Status Quo Bias) จะส่งผลเสียทันทีถ้ามีเรื่องให้การปรับเปลี่ยนชั่วคราวที่วางแผนอย่างวันหยุดหรือการพักร้อนไม่เกิดขึ้น โดยวิธีถัดมาที่ช่วยปลุกไฟทำงานในวันหยุดคือปรับตารางงานและกิจวัตรของวันนั้นให้ต่างไปจากเดิม เช่นถ้าปกติเข้าบ่ายให้ลองเปลี่ยนไปเข้ากะเช้า หรือเปลี่ยนจาก Computer มาใช้กระดาษกับปากกาในการจดบันทึกบ้างเพื่อให้สมองได้รับรู้ถึงสิ่งใหม่และเรียกคืนความคิดสร้างสรรค์ให้กลับมา

อย่าติดกับโลก Online นานเกินไป – ชีวิตการทำงานที่ผูกติดกับโลก Online กับ Mobile Device รวมถึงเครือข่ายการสื่อสารที่ครอบคลมทั่วถึง ทำให้ยากเหลือเกินที่จะทำงานแบบ Offline 100% แต่ก็ไม่ใช่ว่าทำจะไม่ได้เลย โดยการตัดจากโลก Online บ้างช่วยให้คุณทำงานอย่างมีสมาธิมากขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจดู Email ที่เข้ามาหรือพะวงกับความเคลื่อนไหวบน Social Media ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ได้อยู่นิ่งๆ บ้าง เมื่ออยากพักสมองและสายตาระหว่างทำงานในวันหยุดที่อัตราเร่งของงานน้อยกว่าปกติ ซึ่งหากติดเป็นนิสัยและทำได้ในวันทำงานปกติด้วยจะส่งผลให้ประสิทธิภาพงานโดยรวมดีขึ้น / themuse