ตลาด อาหารเจ 2560 ไม่หวือหวา ถ้าทำออนไลน์ดี มีสิทธิ์เกิด

ในช่วงเทศกาลกินเจ มีผู้เล่นหลายรายได้รับประโยชน์ เริ่มตั้งแต่ 7-11 ที่ได้ประโยชน์จากทำเล และความหลากหลายของอาหาร ส่วนร้านอาหารทั่วไปก็จะทำเมนูอาหารเจเพิ่มขึ้นมา และห้างสรรพสินค้าที่ได้จากการขายเครื่องปรุง ขนม และเครื่องดื่ม…

แต่ที่น่าจับตามองในปีนี้ คือการสั่งอาหารเจ ออนไลน์/เดลิเวอรี่

 

K Research คาดว่ามูลค่าตลาดอาหารเจในกรุงเทพฯ ในช่วงกินเจ จะอยู่ที่ 4,560 ล้านบาท ซึ่งไม่ต่างจากปีที่แล้ว โดยปัจจัยหลักมาจากผู้คนที่สนใจทานอาหารเจลดลงเล็กน้อยในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากอยู่ในช่วงไว้อาลัยด้วย แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ต้องการกินเจเพื่อทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

โดยราคาอาหารเจที่สูงขึ้น ทำให้มูลค่าโดยรวมยังคงที่ ส่วนงบประมาณอาหารเจต่อวันอยู่ที่ 300 บาท เฉลี่ยมื้อละ 100 บาทนั่นเอง

 

ทางเลือกแรกของผู้บริโภคก็คือ ซื้ออาหารเจมาไปทานที่บ้าน และที่ทำงาน เพราะสะดวก มีตัวเลือกเยอะ และไม่แพงมาก

แต่ถึงอย่างนั้นช่องทางออนไลน์ หรือการสั่งแบบเดลิเวอรี่ ก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่คนทำงาน หรือคนที่ไม่สะดวกในการออกไปหาร้านอาหาร

51% ของกลุ่มตัวอย่างสนใจกินเจ 57% ของคนที่สนใจกินเจ เคยสั่งอาหารผ่านทางออนไลน์/เดลิเวอรี่ ดังนั้นเท่ากับว่า 1 ใน 4 ของกลุ่มตัวอย่าง มีโอกาสที่จะสั่งซื้ออาหารเจในช่องทางออนไลน์ในปีนี้ ซึ่งมีทั้ง ร้านอาหารทำออนไลน์เอง (โซเชียลมีเดีย) กับร้านอาหารที่อยู่บน LINE Man, Uber Eat และ Food Panda

 

 

ผู้บริโภคที่สั่งอาหารเจออนไลน์  มีแนวโน้มที่จะสั่งอาหารจานเดียวค่อนข้างสูง เพราะราคาอาหารเจสูงกว่าอาหารทั่วไป และไม่ได้คาดหวังว่ารสชาติของอาหารเจจะต้องอร่อยเหมือน อาหารปกติอยู่แล้ว

ส่วนคำว่าอาหารคลีน/ออร์แกนิค กับ อาหารเจ ดูจะซ้ำซ้อนไปหน่อย ทำให้คนไม่สนใจมากนัก

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับอาหาร คือ รสชาติและราคา แต่สำหรับอาหารเจนั้น การปรุงสดใหม่ มีเมนูหลากหลาย มีคุณค่าสารอาหารครบ เป็นสิ่งที่สำคัญ

ในขณะที่การสั่งออนไลน์/เดลิเวอรี่ ก็ต้องมีความรวดเร็ว และใช้งานง่าย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยรักษาฐานผู้บริโภคให้ร้านค้า หลังจากช่วงเทศกาลกินเจด้วย

 

ที่มา : K Research