หลังจากไลน์โมบายเปิดตัวกับตลาดไทย หลายคนอาจจะสงสัยว่าไลน์โมบายคือใคร เพราะในวันแถลงข่าวเปิดตัวไลน์ โมบายอย่างเป็นทางการ ทีมผู้บริหารด้านมาร์เก็ตติ้งและโปรดักท์ได้ตอบข้อสงสัยเพียงว่าไลน์ โมบายไม่ใช่ MVNO แต่คือแบรนด์มือถือดิจิทัล ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง DTN หรือดีแทค ไตรเน็ต เน็ตเวิร์ค ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือภายใต้แบรนด์ดีแทค กับบริษัทไลน์ เจ้าของเครื่องหมายการค้าไลน์ โมบาย ดำเนินธุรกิจถูกกฎข้อบังคับ กสทช. ทุกประการ

เหตุการณ์ในวันนั้นได้สร้างข้อสงสัยกับ Marketeer และผู้สื่อข่าวท่านอื่นไม่น้อยว่าไลน์ โมบาย มีที่มาที่ไปที่แท้จริงอย่างไร และถูกกฎข้อบังคับของกสทช.อย่างไร

วันนี้ แอนดริว กาวาเซท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดิจิทัล ดีแทค หน่วยงานใหม่ของดีแทค ได้เชิญผู้สื่อข่าวเพื่ออธิบายตอบข้อสงสัยเรื่องธุรกิจไลน์ โมบาย ในประเทศไทย

แอนดริว กล่าวอย่างเปิดเผยว่า ไลน์ โมบาย คือ แบรนด์มือถือแบรนด์ที่ 2 ที่ให้บริการภายใต้บริษัท DTN เจาะกลุ่มผู้ใช้ดิจิทัล จากการดีไซน์การให้บริการอยู่ในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด นับตั้งแต่การสมัครใช้ เลือกแพคเก็จ จ่ายค่าบริการ และอื่นๆ ซึ่งการเป็นแบรนด์ที่ 2 ของ DTN

แต่ไม่ใช้ซับแบรนด์ของดีแทค เหมือนแบรนด์แฮปปี้ ในอดีต เนื่องจากมีทีมงานและการตลาด จากให้บริการลูกค้าแยกจากดีแทคโดยสิ้นเชิง มีสิ่งที่ใช้ร่วมกับดีแทคอย่างเดียวคือเครือข่าย  ส่วนดีแทค เป็นแบรนด์หลักในการเจาะกลุ่มตลาดแมส ซึ่งในประเทศไทยธุรกิจการให้บริการมือถือ 2 แบรนด์บนเครือข่ายเดียวกันในรูปแบบนี้ เอไอเอส เคยให้บริการมาก่อนภายใต้ชื่อยู โมบาย ส่วนต่างประเทศมีโอเปอเรเตอร์มากถึง 260 แบรนด์ที่ให้บริการในรูปแบบนี้

“ไลน์ โมบายเป็นทิศทางในการดำเนินธุรกิจทิศทางหนึ่งของดีแทค ในการลงทุนธุรกิจดิจิทัลใหม่ๆ เพื่อมุ่งสู่องค์กรดิจิทัลในปี 2020 ซึ่งที่ผ่านมาดีแทคลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ ผ่าน แอคเซลเลอเรท ที่บริหารโดยทีมแอคเซลเลอเรททำงานแยกอิสระจากดีแทค และไลน์โมบาย เป็นการลงทุนในรูปแบบเดียวกันแต่เป็นการลงทุนในด้านของการสร้างแบรนด์ใหม่ ที่ให้อิสระกับทีมไลน์ โมบายในการคิดสร้างสรรค์ การตลาดและการบริการกับลูกค้าเต็มที่”

“ส่วนการร่วมมือกับไลน์ คอร์ปอเรชั่น เป็นการร่วมมือในรูปแบบ DTN เป็นผู้ซื้อ Royalty Fee หรือการนำเครื่องการค้าไลน์ โมบายมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่ง Royalty Fee นี้สามารถต่ออายุสัญญาได้  และไลน์ ประเทศไทยในส่วนของการผูกบริการไลน์ โมบายอยู่ในแอปพลิเคชั่น ไลน์ ผู้ใช้ไลน์ โมบายสามารถเปลี่ยนแพคเก็จ จ่ายบิลค่าบริการ และอื่นๆ ผ่านแอปไลน์ได้ รวมถึงลูกค้าไลน์ โมบายยังสามารถใช้ไลน์ คอลล์ ดูไลน์ ทีวี โดยไม่เสียดาต้าอินเทอร์เน็ตอีกด้วย”

แบรนด์ต้องแยกจากกันชัดเจน

Marketeer เชื่อว่าเป็นเหตุผลทางธุรกิจที่ DTN ไม่สื่อสารไปตรงๆ ว่า ไลน์ โมบาย เป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับดีแทค นอกจากผู้บริโภคช่างสังเกตจะพบว่าบิลเรียกเก็บเป็นของ DTN

เพราะหนึ่งต้องการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ไลน์ โมบาย เป็นแบรนด์มือถือดิจิทัลสำหรับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดีแทคเข้ามาทำภาพแบรนด์ไลน์ โมบาย กลายเป็นแบรนด์มือถือในกลุ่มแมส เช่นเดียวกับดีแทค

เพราะไลน์ โมบาย มีจุดขายหลักคือราคาแพคเก็จที่ถูก มีเพียง 6 แพคเก็จรายเดือนหลักให้เลือก และการให้บริการผ่านดิจิทัลทั้งหมด ส่วนดีแทคเน้นการบริการ มีหน้าร้าน และพาร์ทเนอร์หลากหลายช่องทาง การมีแพคเก็จที่หลากหลาย ให้บริการทั้งพรีเพดและโพสต์เพด ที่มาพร้อมกับสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ดูแลลูกค้ามากกว่า

และเหตุผลที่ 2 ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Marketeer คิดว่าอาจส่งกระทบทางอ้อมคือ แพคเก็จไลน์ โมบายมีราคาที่ดึงดูดใจ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่มีศูนย์บริการที่เป็น physical ที่มีต้นทุนค่าเช่าพื้นที่และค่าจ้างพนักงาน ทำให้นำค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปลดค่าบริการให้กับลูกค้า เมื่อลูกค้าดีแทครู้ว่าไลน์ โมบาย ใช้เครือข่ายเดียวกับดีแทค จะย้ายค่ายจากดีแทค มาใช้ไลน์ โมบาย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ

แอนดริว แจ้งอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่ไลน์ โมบาย ใช่เครือข่ายเดียวกับดีแทค ย่อมมีลูกค้าดีแทคกลุ่มหนึ่งย้ายเข้ามาใช้บริการไลน์ โมบายบ้าง แต่ก็คุ้มค่าเพราะไม่ใช่เพียงแต่ลูกค้าดีแทคที่ย้ายมาเท่านั้นเพราะลูกค่าคู่แข่งก็ย้ายมาด้วยเช่นกัน เพราะผลลัพธ์ที่ได้คือไม่ว่าจะเป็นไลน์ โมบาย หรือดีแทค ลูกค้าทั้ง 2 แบรนด์ก็คือลูกค้าของ DTN ทั้งหมด

ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันในธุรกิจโอเปอเรเตอร์ต่อจากนี้ มีความเข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน เพราะคู่แข่งหลักคงไม่ยอมปล่อยให้ไลน์ โมบายดึงลูกค้าไปได้อย่างง่ายดาย