จะวัดความสามารถของใครให้ดูเวลาคนๆนั้นที่ต้องเผชิญปัญหาว่าแก้ไขอย่างไรและเข็มนาฬิกาหมุนไปกี่รอบกว่าจะคลี่คลายได้ นี่ทำให้ทุกครั้งเมื่อเกิดวิกฤตคนที่เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์กลายเป็นจุดสนใจ ถูกจับตามองว่าจะเพิ่มเกียรติประวัติให้ตัวเองจากความสำเร็จหรือชื่อเสียงที่สั่งสมมาต้องพังครืนพร้อมความล้มเหลว โดยล่าสุดคนที่ทั้งสื่อและผู้บริหารองค์กรใหญ่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจคือ Dara Khosrowshahi ประธานบริหาร (CEO) คนใหม่ของ Uber เพราะกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญด้วยการพาบริษัทผู้ใช้บริการ App เรียก Taxi ชื่อดังสัญชาติอเมริกัน (Ride Hailing App) แห่งนี้ฝ่ามรสุมและปัญหาอีกมากมายที่ Travis Kalanick – CEO คนเก่าที่เพิ่งลาออกไปทิ้งไว้ให้สะสาง

Khosrowshahi เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่าน เกิดเมื่อ 28 พฤษภาคม 1969 โดยทั้งเขาและครอบครัวซึ่งมีฐานะดีจากการเป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Alborz Investment Company บริษัทลงทุนขนาดใหญ่ในกิจการหลายแขนงตั้งแต่เวชภัณฑ์และอาหาร ย้ายมาอยู่สหรัฐขณะที่เขาอายุเพียง 9 ขวบ ก่อนการปฏิวัติในอิหร่านไม่นาน โดยช่วงแรกของการปรับตัวเข้ากับประเทศใหม่เขาและน้องๆ ต้องเหลือแม่เป็นผู้ดูแลเพียงคนเดียวเพราะพ่อที่กลับไปเยี่ยมปู่ในเรือนจำถูกรัฐบาลอิหร่านกักตัวไว้หลายปี อย่างไรก็ตามที่สุดแล้วเขาก็ได้สัญชาติอเมริกันและจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าจาก Brown University หนึ่งในมหาวิทยาเอกชนชั้นนำของสหรัฐ

โลกการทำงานของ Khosrowshahi เริ่มขึ้นเมื่อปี 1991 ในตำแหน่งนักวิเคราะห์การเงินของธนาคารเพื่อการลงทุน Allen & Company อีก 7 ปีถัดมาย้ายไปกับ Barry Diller มหาเศรษฐีซึ่งเป็นลูกค้าของต้นสังกัดเก่าเพื่อก่อตั้ง IAC บริษัทด้านสื่อและกิจการที่เกี่ยวกับ Internet โดยจากการที่ปี 2001 Khosrowshahi เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการซื้อกิจการ Expedia จาก Microsoft ทำให้ปี 2005 เขาได้ขึ้นเป็น CEO ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่บริษัทจองตั๋วเดินทางและที่พักแห่งนี้แยกตัวออกมาจาก IAC

 Khosrowshahi ผลักดันให้ Expedia กลายเป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เพียบพร้อมไปด้วยข้อมูลและเว็บไซต์อำนวยความสะดวกมากมายที่เข้ามาอยู่เครือผ่านการซื้อกิจการ เช่น Tripadvisor ,Trivalgo และ Hotel.com ขณะเดียวกันยังมีผลประกอบการดีต่อเนื่องและเป็นองค์กรที่มีความเท่าเทียมทางเพศด้านหน้าที่การงานอยู่ที่ 50/50 สูงกว่ามาตรฐานของสหรัฐซึ่งสัดส่วนพนักงานต่อหญิง/ชายอยู่ที่ 47% ต่อ 53% ทิ้งห่างบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในประเทศอย่าง Facebook และ Twitter รวมถึง Uber แบบคนละชั้น ส่วนตัว Khosrowshahi ก็ได้รับคำชมจากพนักงานทั้งต่อหน้าและลับหลัง

เมื่อนำผลงานระดับดีเยี่ยมมารวมเข้ากับภาพลักษณ์ระดับดีเลิศดังกล่าว ผู้บริหารวัย 48 ปี จึงเป็นคนที่ผู้ถือหุ้น Uber เลือกให้มาเป็น CEO คนใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้าที่เป็นม้านอกสายตา ท่ามกลางการคาดหมายว่าสองตัวเต็งที่มากประสบการณ์กว่าอย่าง Meg Whitman จาก HP กับ Jeff Immelt จาก GE อาจได้มานั่งเก้าอี้ร้อนที่เคยเป็นของ Kalanick ด้าน Khosrowshahi เองยอมรับว่าการย้ายงานครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษครั้งนี้เป็นงานยากและซับซ้อนแต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายและพร้อมลุยงานเต็มที่

มีการวิเคราะห์ว่าความท้าทายที่ Khosrowshahi กล่าวถึงคือการฟื้นฟูภาพลักษณ์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ลดปัญหาการเหยียดเพศ คลายความขัดแย้งทั้งระหว่างฝ่ายบริหารกับคณะกรรมการบริษัท และระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน รวมถึงหาตัวผู้ที่จะนั่งเก้าอี้สำคัญในหลายตำแหน่ง เช่น ประธานฝ่ายการเงิน (CFO) และประธานฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ไปจนถึงหัวเรือใหญ่ฝ่ายนวัตกรรมรถขับเคลื่อนเองอัตโนมัติ (Driverless Car) นอกจากนี้ยังต้องผลักดันให้บริษัททำกำไรและรับมือศึกรอบด้านจากบรรดาคนขับ Taxi แบบเดิมแต่ละประเทศที่เห็นว่า Uber เป็นภัยคุกคาม การขับเคี่ยวกับ Ride Hailing App คู่แข่งทั่วโลก และการต่อสู้ทางกฏหมายกับ Google กรณีที่ข้อมูลทางเทคนิคบางส่วนของ Waymo บริษัท Driverless Car ในเครือ รั่วไหลไปถึงบริษัทลูกในกิจการเดียวกันของ Uber หลังได้ตัวอดีตทีมงาน Waymo ไปร่วมงานด้วย / techcrunch ,theguardian ,wired ,wikipedia